ตอนที่155 สินค้าที่สร้างความแตกตื่น
ซูเวยได้ยินเสียงกระซิบกระซาบกันของผู้คนที่พูดคุยถึงสรรพคุณของน้ำอมฤตสวรรค์มีทั้งที่เชื่อและไม่เชื่อเพราะหลายคนไม่เคยได้ทดลองดื่มมาก่อน ทำให้ผู้คนต่างพูดคุยกันอย่างออกรส
“นี่เธอ ฉันว่าน้ำอมฤตสวรรค์เป็นสินค้าที่ดูเหมือนโฆษณาเกินจริงไปหน่อยไหม?”
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละแต่มีบางตระกูลที่พวกเขาบอกว่าเคยได้ดื่มมาก่อนและเชื่อมั่นสรรพคุณของน้ำอมฤตสวรรค์ว่าดีจริง”
“ราคาก็แพงพอสมควรนะพวกเราจะลองซื้อทดสอบดูไหม?”
“แหม!กระเป๋าแบรนด์เนมของเธอราคาแพงกว่านี้นี่นา”
“ผมจะต้องซื้อน้ำอมฤตสวรรค์ให้ได้มากที่สุดไม่รู้ว่าพวกเขาจะจำกัดโควตาของลูกค้าไหม?”
“น้ำอมฤตสวรรค์ดีจริงหรือ?”
“จริงสิ!พ่อผมได้ทดลองดื่มแล้ว ร่างกายพ่อดีขึ้นจริงๆ อาการป่วยที่เคยเป็นอยู่มันหายดีเลยละ”
“โอ้โฮ!แบบนี้ผมต้องซื้อไปทดลองดื่มดูบ้าง”
“โชคดีนะนี่ที่บริษัทขายให้เฉพาะคนในประเทศก่อนไม่งั้นมีหวังว่าพวกต่างชาติจะแห่มาซื้อไปหมดก่อนพวกเรานะสิ”
ซูเวยยิ้มกว้างอย่างพอใจเธอไปช่วยพ่อแม่บุญธรรมต้อนรับแขกเหรื่อด้วยกัน มีเสียงชื่นชมซูเวยจากลูกค้าที่คุ้นเคยกับตระกูลกัวทำให้ปู่และพ่อแม่บุญธรรมล้วนแย้มยิ้มรับคำชมอย่างมีความสุข
ซูเวยรับรู้ถึงการจับจ้องจากสายตาคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ในมุมเครื่องดื่มเธอเหลียวมองไปพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่เคยพบมาก่อนในการสอบจบก่อนกำหนดเป็นเด็กหญิงที่เคยจ้องมองเธอมาก่อน ทำให้ซูเวยเลิกคิ้วและจ้องมองกลับด้วยความแปลกใจ
หยางเฟยเซียนผงะเล็กน้อยเธอไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงที่ดูคุ้นตาเหมือนกับเธอเคยเห็นมาก่อนจะหันขวับมองตนเองในทันทีทันใดสร้างความตื่นตกใจให้กับเธอยิ่งนัก พอมองซูเวยอย่างพิจารณาทำให้หยางเฟยเซียนนึกออกว่าเคยพบซูเวยที่ไหนมาก่อน
“อ๊ะ!นั่นนักเรียนที่สอบใช้เวลาน้อยกว่าฉัน อยากรู้จริงๆว่าจะได้คะแนนเท่าใด?” หยางเฟยเซียนตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นเพราะเธอไม่คิดว่าเด็กหญิงที่จ้องมองสบตาตนเองจะเป็นเด็กหญิงที่สอบก่อนกำหนดพร้อมตนเองทว่าใช้เวลาน้อยกว่า
“เวยเวยแม่จะพาไปรู้จักครอบครัวพี่ชายของพ่อ มาทางนี้สิ” กัวลี่จินเหลียวมองเห็นเหอเฟยฟาและครอบครัวของเขาซึ่งมีภรรยาและลูกสาว ทำให้เธอต้องการแนะนำลูกสาวตนเองให้รู้จักเป็นการเรียกคืนความมั่นใจของตนเองที่เคยถูกพวกเขาพูดเหน็บแนมมาก่อน
“ค่ะ”ซูเวยพยักหน้ารับอย่างสนใจเธอต้องการรับรู้เช่นกันว่าเด็กหญิงคนนั้นคือใครและเหตุใดถึงจ้องมองพร้อมกับให้ความสนใจตนเองมากขนาดนี้
พอกัวลี่จินและซูเวยเดินคู่กันมาถึงตำแหน่งที่ครอบครัวของเหอเฟยฟายืนอยู่มีเหอเฟยฟา หยางอิน และหยางเฟยเซียนยืนอยู่ด้วยกันพร้อมกับจ้องมองมาที่กัวลี่จินกับซูเวยด้วยความแปลกใจ
หยางอินทักทายกัวลี่จินอย่างคุ้นเคยว่า“สวัสดีลี่จิน ดูท่างานเปิดตัวน้ำอมฤตสวรรค์คงประสบความสำเร็จมากนะ”
กัวลี่จินยกกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมาปิดปากพลางหัวเราะเล็กน้อยอย่างมีความสุขว่า“ใช่แล้วค่ะ ขอบคุณมาก”
“เอ!นี่ใช่ลูกสาวบุญธรรมที่เคยพูดให้ฉันฟังไหม?” หยางอินสอบถามกัวลี่จินพลางจ้องมองซูเวยด้วยความอิจฉาเล็กน้อยเธอพบว่าซูเวยมีผิวหน้าและผิวกายที่ดูอิ่มเอิบเนียนละเอียดเป็นลักษณะของผิวที่สุขภาพดีเหมือนมีออร่าเปล่งประกายออกมาจนดูคล้ายนางฟ้าตัวน้อยทำให้เธออดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้
กัวลี่จินยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีพลางแนะนำลูกสาวตัวน้อยด้วยความภาคภูมิใจว่า“ใช่ค่ะ นี่คือซูเวย เวยเวยจ้ะนี่คือ คุณเหอเฟยฟา พี่ชายของพ่อหรือคุณลุงเหอส่วนนี่คือคุณป้าหยางอิน และนี่คือหยางเฟยเซียนเป็นลูกสาวของลุงกับป้าเวยเวยเป็นลูกสาวและหลานสาวบุญธรรมของตระกูลกัวค่ะ นี่เวยเวยก็เพิ่งจะสอบจบก่อนกำหนดได้คะแนนเต็มสมบูรณ์แบบเลยนะคะแถมยังเป็นตัวแทนนักเรียนไปแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกด้วยค่ะ”
หยางเฟยเซียนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเธอไม่คิดว่าเด็กหญิงที่สอบใช้เวลาน้อยกว่าตนเองจะกลับกลายเป็นซูเวย เด็กนักเรียนหญิงที่ได้คะแนนเต็มสมบูรณ์แบบเพียงคนเดียวของประเทศทำให้เธอรู้สึกอิจฉาเล็กน้อยทว่าอีกใจหนึ่งเธอกลับรู้สึกตื่นเต้นที่พบคู่แข่งตัวฉกาจ
เหอเฟยฟาหรี่ตามองซูเวยด้วยความสนใจเขาเคยพบซูเวยมาก่อนจึงไม่แปลกใจ ทว่าเขาพบว่าซูเวยจ้องมองสบตาเขาพร้อมกับมีรอยยิ้มในดวงตาเหมือนกับคนมีอายุที่มีประสบการณ์ทางโลกและรู้เท่าทันคนส่งผลให้เขาไม่กล้าพูดสิ่งที่ไม่ดีออกไป
เขาทักทายซูเวยอย่างจริงใจว่า“ดีใจที่ได้เห็นเวยเวยอีกครั้งนะ เคยได้ยินความเก่งกาจของหนูมานานแล้ว”
ซูเวยรับรู้แววตาที่สื่อถึงความจริงใจจากชายวัยกลางคนตรงหน้าทำให้เธอยิ้มตอบรับพลางตอบกลับอย่างเป็นมิตรว่า “สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้าขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ”
ท่าทางทักทายรวมทั้งกิริยาที่สงบนิ่งของซูเวยทำให้หยางอินต้องลอบถอนหายใจเพราะบุคลิกของซูเวยเหนือกว่าลูกสาวตนเอง เธอจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกแย่มากไปกว่านี้ว่า“ป้าว่างานเลี้ยงเปิดตัวน้ำอมฤตสวรรค์ครั้งนี้ คงทำให้ผู้คนแตกตื่นมากเลยนะไม่รู้ว่าจะมีสินค้าจำหน่ายมากพอกับความต้องการหรือเปล่า?”
กัวลี่จินและซูเวยมองสบตากันซูเวยเป็นคนพูดตอบกลับหยางอินตามจริงว่า “สินค้าบางอย่างอาจหาความสมดุลยากนะคะแต่ก็จะพยายามจัดสรรให้กับลูกค้าอย่างเหมาะสมค่ะ”
คำตอบอันชาญฉลาดของซูเวยทำให้เหอเฟยฟาและหยางอินลอบถอนหายใจพร้อมกัน ทั้งคู่รับรู้แล้วว่าลูกสาวตนเองไม่สามารถเทียบเคียงซูเวยได้เลยแม้แต่น้อยส่วนหยางเฟยเซียนแค่จ้องมองซูเวยด้วยความสนใจตามประสาเด็กสิบขวบ
หลังจากนั้นกัวลี่จินพาซูเวยขอตัวไปทักทายแขกเหรื่อคนอื่นเป็นการเปิดตัวซูเวยในเมืองหลวงกลายๆ เนื่องจากงานเปิดตัวซูเวยสำหรับตระกูลกัวนั้นจัดที่เมืองหงซึ่งไม่ใช่เมืองหลวงเช่นนี้ ต่อไปธุรกิจของตระกูลกัวจะรุกคืบเข้ามาเมืองหลวงมากขึ้นจำเป็นที่จะต้องสร้างรากฐานของบรรดาลูกค้าและผู้มีอุปการคุณทั้งหลาย
ซูเวยอาศัยความน่ารักสมวัยของเธอสร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับผู้คนเธอเลือกที่จะพูดในสิ่งที่พูดและนิ่งฟังในเรื่องที่ควรฟังเป็นการให้เกียรติกับคู่สนทนาทุกคนทำให้ผู้คนต่างประทับใจและจดจำซูเวยได้เป็นจำนวนมาก
ซูเวยจะลอบสบตากับสามองครักษ์ที่กระจายตัวร่วมงานซึ่งพวกเขาทำตัวเหมือนลูกค้าทั่วไปอย่างแนบเนียน ที่เนื้อหอมมากที่สุดก็เป็นหัวอี้เฟิงกับหลงลู่เพ่ยที่จะมีหญิงสาวและครอบครัวที่มีหญิงสาวเข้ามาทักทายสองหนุ่มอย่างเป็นมิตรบางทีแสดงท่าทางสนิทสนมเกินพอดี จนทำให้ทั้งสองคนต้องหามุมสงบปลีกตัวออกไปจากงาน
..........
ตอนนึ้ถึงเวลาของพิธีกรที่เข้ามาทำหน้าที่เกริ่นข่าวเรื่องราวของน้ำอมฤตสวรรค์เรียกความสนใจจากแขกเหรื่อที่มาร่วมงานโดยตรงเนื่องจากทุกคนรับรู้แล้วว่าใกล้ถึงเวลาเปิดงานพร้อมกับการเปิดจำหน่ายน้ำอมฤตสวรรค์นั่นเอง
นั่นเป็นเพราะว่าแขกเหรื่อทุกคนไม่มีใครสามารถจองซื้อน้ำอมฤตสวรรค์ได้แม้แต่คนเดียวรวมทั้งไม่มีพนักงานมาแนะนำสินค้าแต่อย่างใดมีแค่ป้ายประชาสัมพันธ์ที่จัดไว้มุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงเท่านั้น สร้างความพิศวงงงงวยให้กับผู้คนเป็นอย่างยิ่ง
“สวัสดีครับยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน บริษัทฟิวเจอร์ฟาร์มาซูติคอลยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากทุกท่านมาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของทางบริษัทเราหลายท่านคงพอจะทราบบ้างแล้วว่าผลิตภัณฑ์ของเราชิ้นนี้มีคุณค่าและความสำคัญต่อสุขภาพของพวกท่านเป็นอย่างยิ่งทางเราจะไม่โฆษณามากจนเกินไป แต่จะให้ท่านประธานบริษัทมาพูดคุยและพบปะกับทุกคนได้ณ บัดนี้” พิธีกรชายทำหน้าที่แนะนำอย่างกระชับพร้อมกับเชิญเหอเฟยเถาขึ้นบนเวที
เหอเฟยเถาเป็นตัวแทนของบริษัทฟิวเจอร์ฟาร์มาซูติคอลและครอบครัวกัวในการทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำประธานเปิดงานที่แท้จริง นั่นคือ หยางเฟยเจินผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษ ในฐานะตัวแทนตัวแทนของกองทัพซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญทางธุรกิจ
เขาอารัมภบทถึงความเป็นมาของน้ำอมฤตสวรรค์บางส่วนกับแขกผู้มีเกียติที่มาร่วมงานว่า“สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้บริษัทฟิวเจอร์ฟาร์มาซูติคอลมีผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของบริษัทมานำเสนอให้กับทุกคนทว่าผมต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าสำหรับลูกค้าบางท่าน เนื่องจากผลิตภัณฑ์น้ำอมฤตสวรรค์ของเรานั้นมีวางจำหน่ายแค่แปดพันขวดต่อเดือนเท่านั้น”
สิ้นเสียงพูดของเหอเฟยเถาก่อให้เกิดความโกลาหลเล็กน้อยเนื่องจากแขกเหรื่อไม่เคยรับรู้ข้อมูลจำนวนสินค้าที่มีจำกัดเช่นนี้มาก่อนเขาไม่สนใจเสียงประท้วงและสอบถามด้วยความสงสัยของแขกเหรื่อ ทว่าเขาพูดต่อเพื่อเปิดโอกาสให้ประธานเปิดงานตัวจริงได้ขึ้นมาทำหน้าที่ก่อนที่เหตุการณ์จะวุ่นวายมากกว่านี้ว่า
“ผมบอกได้แค่ว่าสรรพคุณของน้ำอมฤตสวรรค์เป็นไปตามชื่อสินค้าที่เราตั้งไว้จะเป็นการพูดโฆษณาเกินจริงหรือไม่ ผมบอกได้แค่ว่าเฉพาะผู้ที่เชื่อใจในสินค้าของเราเท่านั้นที่มีสิทธิ์ซื้อน้ำอมฤตสวรรค์ได้แค่หนึ่งครอบครัวหนึ่งขวดต่อเดือนหากต้องการซื้อมากกว่านี้ท่านจำเป็นต้องรอซื้อในเดือนถัดไป ราคาเท่ากันทุกขวดอยู่ที่หนึ่งพันหยวนเท่านั้นแนะนำให้ดื่มแค่ปีละสองครั้งก็พอ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ผมขอเชิญประธานเปิดงานครั้งนี้ขึ้นมากล่าวเปิดการจำหน่ายน้ำอมฤตสวรรค์ฉะนั้นขอเชิญท่านผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษ ท่านพลเอกหยางเฟยเจิน ณ บัดนี้”
เหอเฟยเถาพูดจบเขาปลีกตัวออกไปยืนด้านข้างพร้อมกับผายมือเชิญหยางเฟยเจินที่เดินขึ้นบนเวทีไปยืนประจำแท่นปาฐกแทนหยางเฟยเจินกวาดสายตามองทั่วทั้งห้องโถงเพื่อตรวจสอบหาคนน่าสงสัยเป็นการกระทำที่เขาคุ้นเคยอยู่เสมอเพราะหน้าที่ของเขาคือการจับกุมคนร้ายที่ลักลอบเข้ามาเพื่อสร้างปัญหาให้กับผู้คนและความมั่นคงของประเทศ
“สวัสดีครับทุกคนผมในฐานะตัวแทนของกองทัพซึ่งมาเปิดงานผลิตภัณฑ์น้ำอมฤตสวรรค์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เป็นความร่วมมือและเป็นหุ้นส่วนทางการค้ากับบริษัทฟิวเจอร์ฟาร์มาซูติคอลฉะนั้นการจำหน่ายอย่างจำกัดเป็นไปตามเงื่อนไขที่มีการพูดคุยไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นในสรรพคุณของน้ำอมฤตสวรรค์ได้ครับผมขอเปิดงาน ณ บัดนี้”
หยางเฟยเจินพูดสั้นกระชับตามรูปแบบของทหารเขาพุ่งตรงประเด็นแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมากเท่าใดนักเนื่องจากเขาไม่ได้มาเพื่อโฆษณาจำหน่ายน้ำอมฤตสวรรค์แต่อย่างใด แต่มาเพื่อแสดงตนให้ผู้คนรับรู้ว่าบริษัทนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือและการคุ้มครองของกองทัพเป็นการปรามเหล่าผู้คิดร้ายไปในตัว
หลังจากที่หยางเฟยเจินพูดจบพร้อมกับกดปุ่มเปิดป้ายชื่อและสัญลักษณ์ของน้ำอมฤตสวรรค์จากบนเวทีแล้วเขาเดินลงเวทีไปโดยตรงเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ต่อไป เนื่องจากเขาสังหรณ์ใจว่าอาจมีกลุ่มคนไม่หวังดีโดยเฉพาะองค์กรชั่วร้ายแฝงตัวเข้ามาร่วมงานอย่างแน่นอน
มีเสียงฮือฮาดังอื้ออึงจากบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานทุกคนต่างรู้สึกไม่แตกต่างกันว่ากองทัพอ้าแขนปกป้องบริษัทนี้โดยตรงเป็นเหมือนบริษัทอภิสิทธิ์ชนที่ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษมีคนไม่กี่คนที่เข้าใจถึงความอ่อนไหวและความเสี่ยงของสิ้นค้าชิ้นนี้
“โอ้โฮ! ไม่น่าเชื่อว่าระดับตัวแทนกองทัพยศสูงขนาดนี้จะออกหน้าให้กับบริษัทนี้อย่างจริงจัง”
“ขนาดผู้บัญชาการหยางออกตัวขนาดนี้แสดงว่าน้ำอมฤตสวรรค์จะต้องดีจริงๆ”
“น่าเสียดายที่พวกเขาจำหน่ายแค่หนึ่งขวดต่อครอบครัว”
“เฮ้! ก็แยกครอบครัวเสียสิจะได้ซื้อได้หลายขวด”
“บ้าน่า!พวกเขามีโต๊ะคอมพิวเตอร์ตรวจสอบข้อมูลตรงจากสำนักกิจการพลเรือนนะ”
“นั่นสิ! งานนี้โกหกไม่ได้เลยสงสัยสินค้าจะดีจริง เล่นขายแบบจำกัดขนาดนี้”
“แหม! ถึงจะขายจำกัดแต่เดือนหนึ่งๆก็รับไปเนาะๆแปดล้านหยวนเชียวนะ”
“แปลกแฮะ!ทำไมพวกเขาไม่ขายเยอะๆเลยละถ้าราคาดีและขายได้แบบนี้”
“เห็นมีคนบอกว่ากระบวนการผลิตยากลำบากเกินไปเลยผลิตได้แค่นี้ต่อเดือน”
“ไม่จริงหรอกฉันว่าจะต้องมีบางส่วนขายให้กับกองทัพโดยตรง”
“เออใช่ นั่นซีนะเป็นไปได้ทีเดียว”
ซูเวยเหลือบมองเห็นผู้คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยไปเข้าแถวเพื่อซื้อน้ำอมฤตสวรรค์ที่เปิดขายบางส่วนในงานเธอได้ยินเสียงของไต้อี้ส่งสัญญาณเข้ามาเพื่อสอบถามความคิดเห็นของเธอโดยตรงว่า
“เวยเวยครับผมเห็นทหารขนกล่องน้ำอมฤตสวรรค์คนหนึ่งมีท่าทางพิรุธ แต่เขาไม่มีรอยสักรูปดาวนะครับ”ไต้อี้ถามซูเวยด้วยความกังวลเนื่องจากเขาไม่แน่ใจว่าควรตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี เนื่องจากชายน่าสงสัยไม่มีกลิ่นสารพิษและไม่มีรอยสักทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไร รวมทั้งเขาไม่ต้องการโยนแพะให้กับคนบริสุทธิ์ถ้าเผื่อว่าเขาคิดมากไปเอง
ซูเวยขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจทันใดนั้นเธอนึกถึงชิปที่ฝังอยู่ก้านสมองได้ทำให้เธอสั่งการสามองครักษ์พร้อมกันผ่านทางจิตวิญญาณโดยตรงว่า “พี่ชายทุกคนคะตรวจสอบทุกคนที่น่าสงสัยหรือไม่น่าสงสัย หากใครมีชิปฝังอยู่ต้นคอส่วนติดกระโหลกถึงแม้ว่าจะไม่มีรอยสักหรือกลิ่นยาพิษสลายกำลังก็ตามให้กำจัดทิ้งอย่าให้เหลือร่องรอยเด็ดขาด หากกำจัดไม่ดีพวกเราต้องมีปัญหากับกองกำลังพิเศษแน่ๆค่ะ”
สามองครักษ์ตอบกลับมาอย่างผ่อนคลายว่า“ตกลงครับ เวยเวยไม่ต้องเป็นห่วง”
**************************
แจ้งรี้ดทุกท่านทราบจ้าต่อไปไรต์จะงดอัปนิยายทุกวันศุกร์วันเดียว วันอื่นๆ อัปวันละสามตอนตามเดิม เริ่มศุกร์ที่4 พย.นี้จ้า