ในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ มีเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่อลังการ มีมอนสเตอร์ ปีศาจและสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย มีจอมมารที่้าโลกทั้งใบและผู้กล้าที่คอยปกป้องโลกใบนี้จากจอมมาร หลากหลายเผ่าพันธุ์ที่มหัศจรรย์อาศัยอยู่ร่วมกันในโลกแฟนตาซีใบนี้
หมู่บ้านฟลอเรีย เป็หมู่บ้านเล็กๆ ของเผ่าพันธ์ุมนุษย์ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลความเจริญ มีความอุดมสมบูรณ์พืชพันธุ์ธัญญาหารมากมาย มีประชากรอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เป็ร้อยหลังคาเรือนทุกคนส่วนมากมีอาชีพเป็ชาวบ้าน ชาวไร่และชาวนา
ณ ที่แห่งนี้กำลังจะเกิดความมหัศจรรย์ครั้งใหญ่ที่จะะเืโลกทั้งใบ
ที่บ้านหลังนึง มีหญิงสาวชาวบ้านหน้าตาธรรมดากำลังตากผ้าอยู่ที่ลานหน้าบ้าน โดยมีเด็กชายอายุประมาณ 5 ขวบ สองคนกำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เด็กสองคนมีหน้าตาที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ใช่แล้ว...เด็กสองคนนี้เป็ฝาแฝดกันนั่นเอง
เด็กแฝดคู่นี้เกิดมาในครอบครัวธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเลย พ่อของเด็กคู่นี้มีอาชีพเป็เพียงชาวไร่ปลูกผักขาย แต่ถ้าเข้าสู่่หน้าแล้งปลูกผักไม่ได้ ก็ต้องเข้าป่าไปล่าสัตว์กับคนในหมู่บ้าน เนื่องจากไม่มีใครมีอาชีพเป็นักล่าหรือนักรบ ดังนั้นเวลาจะล่าสัตว์จึงต้องรวบรวมคนไปเยอะพอสมควร
ครอบครัวนี้อยู่อย่างอบอุ่นสงบสุข ไม่ต้องร่ำรวยเงินทองก็มีความสุขได้
“ใกล้จะถึงวันเกิดลูกๆ แล้ว อยากได้อะไรมั่งจ๊ะ”
“อยากกินขนมกองหย่ายๆ ครับ”
ลุคและลูคัส ตอบกลับแม่เป็เสียงเดียวกันเมื่อแม่ได้ยินจึงอมยิ้ม
“งั้นแม่จะทำขนมกองหย่ายๆ ให้สองกองเลยนะจ๊ะ”
“เย้ๆๆ ..”
เด็กทั้งสองยกมือดีใจวิ่งวนตรงที่แม่ยืนอยู่อย่างสนุกสนาน
่เย็นเมื่อผู้ที่เป็สามีกลับมาจากการล่าสัตว์ วันนี้กลุ่มล่าสัตว์ของเขาล่าได้วัวป่าขนาดใหญ่ จึงแบ่งสันปันส่วนเนื้อวัวป่าไปเท่ากันๆ จากการล่าครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวมีเนื้อกินไปได้ถึง 3-4 อาทิตย์เลยทีเดียว
“กลับมาแล้วจ้า…….เกรซที่รัก”
“แหม...กลับมาถึงก็ปากหวานเลยนะ เหนื่อยไหมวันนี้...คุณไปอาบน้ำก่อนเลยเตรียมน้ำกับอาหารไว้พร้อมแล้ว”
“เร็วๆ นะพ่อ..หิวแล้วๆๆ ”
แฝดทั้งสองเร่ง ‘คาเลบ’ ผู้เป็พ่อ เมื่อได้ยินดังนั้น คาเลบ จึงเดินเอามือไปขยี้หัวเด็กทั้งสอง
“นี่แน่ะๆ เ้าสองแสบ”
“โอ้ย….หยุดนะพ่อ หยุด….แม่ช่วยด้วยครับ…”
ลุคและลูคัสร้องเรียกแม่ให้ช่วย เมื่อแม่ได้ยินจึงหัวเราะออกไป
“ก็อยากไปเร่งพ่อเขาเองนี่ สม….ฮ่าๆๆ ”
ลุคและลูคัสเมื่อเห็นแม่ไม่ช่วย จึงออกอาการงอนแก้มป่องใส่แม่ แม่เห็นจึงหัวเราะทั้งสองเป็การใหญ่
-------
หลังจากที่คาเลบอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยจึงมานั่งที่โต๊ะอาหาร โดยมีเ้าแฝดสองคนนั่งงอนแก้มป่องรออยู่
“เ้าทั้งสองดื้อไหมวันนี้ อายุใกล้จะครบ 5 ขวบแล้วนะ จะโตเป็ผู้ใหญ่แล้วต้องช่วยทำงานและดูแลแม่ด้วยนะ...รู้หรือเปล่า ลุค ลูคัส”
“หิวแล้ว….หึ”
“ฮ่าๆ ...ไม่ฟังกันเลยงั้นมากินกันดีกว่า ที่รักกินเยอะๆ นะ เดี๋ยวจะได้มีแรงทำลูกแฝดอีกสักคู่หนึ่ง”
“บ้า!!...ทะลึ่ง”
เกรซอายหน้าแดงที่โดนคาเลบพูดใส่แบบนั้น
ทั้งครอบครัวกินอาหารมื้อเย็นร่วมกันอย่างอบอุ่นและมีความสุขแบบนี้ทุกวัน ใครๆ ในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาที่เห็นทั้งสองรักกันไม่เคยมีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกันเลยสักนิด
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในห้องครัว ขณะที่เกรซกำลังทำอาหารส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วบ้าน เคเลบแอบย่องไปสวมกอดเอวเกรซจากทางด้านหลังอย่างช้าๆ
“เกรซ สองแสบนั่นใกล้จะถึงวันเกิดแล้ว เราต้องพาไปที่โบสถ์เพื่อตรวจสอบอาชีพด้วยนะอย่าลืมซะล่ะ”
โลกใบนี้เมื่อเด็กมีอายุครบ 5 ขวบ ก็ต้องทำการตรวจสอบอาชีพด้วยลูกแก้วเวทมนต์ที่อยู่ตามโบสถ์โดยจะมีนักบวชคอยทำพิธีและลงทะเบียนอาชีพ ซึ่งอาชีพในโลกนี้จะถูกกำหนดมาั้แ่เกิด เมื่ออายุถึงที่กำหนดก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่าจะมีอาชีพอะไร ซึ่งมีทั้งนักเวทย์ นักดาบ นักบวช นักธนู ฯลฯ เมื่อได้อาชีพแล้วก็ต้องไปฝึกฝนตามสายอาชีพนั้นๆ ของตัวเองต่อไป
แต่การที่จะก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของอาชีพนั้นๆ บางทีก็เป็เื่ยากถ้าไร้ซึ่งพร์ จึงได้มีการแบ่งระดับสายอาชีพของนักผจญภัยออกเป็ระดับต่างๆ ดังนี้
ขั้นฝึกหัด
ขั้นต้น
ระดับกลาง
ระดับสูง
ระดับสูงสุด
ถ้าจะเลื่อนขั้นในแต่ล่ะระดับจะต้องทำการตรวจสอบด้วยลูกแก้วเวทมนต์เท่านั้น ถึงจะเลื่อนระดับได้
เมื่อเกรซได้ยินเคเลบพูดออกมา จึงพยักหน้าตอบรับเพราะมันเป็ธรรมเนียมของโลกใบนี้ที่ต้องไปตรวจสอบอาชีพเมื่ออายุถึง 5 ขวบ ไม่สามารถขัดขืนได้
“หลังจากตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราต้องกลับมาจัดงานวัดเกิดให้ทั้งสองคนด้วยนะคะ”
“นี่เธอไม่ตื่นเต้นบ้างเหรอ เ้าสองแสบนั่นอาจได้เป็ นักเวทย์หรือนักธนูก็ได้นะ”
“คงยาก...เพราะเราทั้งคู่ก็เป็แค่ชาวไร่กับชาวบ้านธรรมดา ตระกูลของพวกเราก็ไม่มีใครเป็อาชีพอื่นๆ เลยสักคนนะคุณ”
เมื่อเคเลบได้ยินเกรซพูดดังนั้น จึงกอดเอวแน่นขึ้น
“โธ่...ที่รักก็...ขอตื่นเต้นบ้างไม่ได้เหรอ.. เคยได้ยินข่าวว่าคนหมู่บ้านข้างๆ ลูกชายของพวกเขาได้อาชีพเป็นักบวชไหม..หลังจากนั้นทางโบสถ์ก็รับตัวเด็กและครอบครัวนั้นไปดูแลและให้การศึกษา ส่วนครอบครัวก็ได้รับเงินสนับสนุนไม่ต้องทำงานอีกสบายไปตลอดชีวิตเลย”
อย่างที่เคเลบบอก เมื่อใครได้อาชีพนอกเหนือจากชาวบ้านหรือชาวนา สมาคมต่างๆ ก็จะมาแย่งตัวกัน เพราะอาชีพเหล่านี้สามารถไปตะลุยดันเจี้ยนต่อสู้กับมอนสเตอร์ หาของหายากและล้ำค่ามาขาย ทำเงินได้มากมายมหาศาล แม้เป็เพียงนักผจญภัยขั้นฝึกหัดก็ยังสามารถทำเงินได้มากอยู่พอสมควร
แค่อาชีพนักดาบระดับขั้นฝึกหัดเพียงคนเดียวก็สามารถล้มวัวป่าได้แค่กวัดแกว่งดาบเพียงครั้งเดียว วัวป่าที่พวกเคเลบต้องใช้คนจำนวนถึง 4-5 คน ในการล่า
“อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วค่ะ…”
เกรซตอบกลับเคเลบไปแบบรวดเร็วเพราะเธอชอบชีวิตที่เป็อยู่ในแบบทุกวันนี้
“แต่ถ้าร่ำรวยเราก็จะมีอาหารดีๆ กิน โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยอีก ส่วนที่รักก็จะได้ใส่ชุดสวยๆ นั่งจิบชาชมดอกไม้ในสวนสวยทั้งวันเลยไงจ๊ะ”
พอเคเลบพูดจบก็หอมแก้มเกรซทันที ทำเอาเกรซอายหน้าแดงแล้วหันไปทุบเคเลบแก้เขิน
“ทำบ้าอะไรเนี่ย...เดี๋ยวลูกๆ มาเห็นเข้า”
“เห็นอะไรครับแม่…”
แฝดทั้งสองคนยืนอยู่หน้าประตูครัว กำลังเอามือขยี้ตาเพราะเพิ่งตื่น ทำเอาเกรซรีบผลักเคเลบออกไปทันทีเพราะอายลูกๆ
----------------------
และแล้ววันเกิดของเด็กทั้งสองก็มาถึง
ณ โบสถ์สีขาวที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านฟลอเรีย
โบสถ์มีหลังคาทรงแหลมและมีดาวสี่แฉกสีทองสะท้อนแสงแวววาวอยู่ปลายยอดหลังคา มีหน้าต่างหลายบานอยู่รอบๆ ผนังแต่ล่ะด้านของโบสถ์
วันนี้มีเด็กในหมู่บ้านที่อายุครบ 5 ขวบ มาตรวจสอบอาชีพกันถึง 16 คนเลยทีเดียวจึงมีผู้คนมารวมกันที่โบสถ์เยอะกว่าปกติเพราะญาติพี่น้องและคนที่สนใจ ต่างมาเพื่อลุ้นการตรวจสอบอาชีพด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเข้าไปในโบสถ์ มองไปด้านหน้าห้องก็จะเห็นแท่นพิธีที่วางลูกแก้วขนาดเท่าผลส้มโออยู่ ลูกแก้วนั้นมีลักษณะใสสีฟ้าอ่อน มีนักบวชที่คอยดูแลตรวจสอบพิธียืนอยู่ข้างแท่นที่วางลูกแก้ว
ภายในห้องมีเก้าอี้สำหรับนั่งตั้งเรียงรายอยู่เป็แถวๆ เก้าอี้ด้านหน้าจะมีคนจากสมาคมต่างๆ นั่งอยู่ 2-3 คน เนื่องจากเป็หมู่บ้านเล็กๆ และส่วนมากมีแต่อาชีพชาวบ้านชาวนาอาศัยอยู่ สมาคมใหญ่ๆ จึงไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไรนัก ทำให้มีแค่ตัวแทนของสมาคมเล็กๆ มาเฝ้าคอย เผื่อฟลุ๊คได้นักผจญภัยเข้าสมาคม เพราะถ้าจะให้สมาคมเล็กๆ ไปแย่งกับพวกสมาคมใหญ่ๆ ในเมืองหลวงก็สู้ราคาไม่ค่อยไหว พวกสมาคมขนาดเล็กจึงต้องคอยหานักผจญภัยตามหมู่บ้านเล็กๆ แทน
“เอาล่ะทุกท่าน เราจะเริ่มพิธีแล้ว….ดังนั้น ขอให้เด็กทุกคนมายืนเรียงแถวด้านหน้าด้วย”
นักบวชพูดด้วยเสียงอันดังเพื่อเริ่มพิธีตรวจสอบอาชีพ เด็กๆ ต่างเดินออกมาด้านหน้าโดยมี ลุคกับลูคัสอยู่ท้ายแถว
หลังจากนั้นนักบวชก็เรียกเด็กไปยืนหน้าแท่นพิธีที่ลูกแก้ววางอยู่บนเบาะผ้ากำมะหยี่สีดำ นักบวชได้บอกให้เด็กที่เข้าตรวจสอบเอามือไปแตะที่ลูกแก้ว หลังจากมือััผิวลูกแก้ว ลูกแก้วจะตอบสนองและบอกอาชีพของเด็กคนนั้น
“ชาวบ้าน”
นักบวชะโบอกอาชีพของเด็กคนแรกผ่านไป
นักบวชจะมองเข้าไปในลูกแก้ว ก็จะเห็นหน้าต่างสเตตัสแสดงค่าต่างๆ ในลูกแก้วนั้น เมื่อดูตรงช่องแสดงอาชีพ นักบวชก็จะเอ่ยออกมาและให้ผู้ช่วยจดบันทึกเอาไว้เพื่อนำข้อมูลไปลงทะเบียนและส่งรายงานไปให้ทางเมืองหลวง
“คนต่อไป!!”
ผ่านไป 7 คนแล้วก็ยังไม่เจออาชีพอื่นๆ นอกจากอาชีพ ชาวไร่ ชาวนาและชาวบ้าน ครอบครัวแรกๆ ที่ได้ทำการตรวจสอบไปแล้วก็ไม่ได้เสียใจอะไรเพราะพวกเขาก็เป็เพียงแค่ชาวบ้านหรือชาวนากันอยู่แล้วมันจึงไม่แปลกที่ลูกๆ ของพวกเขาจะเป็ได้แค่นี้
พวกเขาเล่านั้นจึงอยู่ต่อเพื่อดูครอบครัวอื่นๆ ตรวจสอบอาชีพเพราะมันสนุกดีเวลาครอบครัวเ่าั้ลุ้นผลของการตรวจสอบด้วยท่าทางตลกๆ
ทันใดนั้นเมื่อเด็กคนที่ 10 เอามือแตะลูกแก้ว ลูกแก้วก็ส่องแสงออกมา ทุกคนที่อยู่ในห้องพิธีต่างส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่
“นักเวทย์”
สิ้นสุดเสียงนักบวช ก็มีเสียงเฮ้... ดังมาจากทางครอบครัวนั้น พ่อกับแม่เด็กรีบวิ่งเข้าไปกอดแล้วพ่อก็ยกตัวลูกขึ้นขี่คอ เ้าหน้าที่จากสมาคมต่างๆ ทั้งสามคน รีบเดินเข้าไปพูดคุยกับทางครอบครัวนั้นทันทีเพื่อต่อรองแย่งชิงตัวเด็กไปเข้าสมาคมของตัวเองที่สังกัดอยู่ ทำเอาพ่อกับแม่ยิ้มไม่หุบ
หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอยของเคเลบซึ่งกำลังตื่นเต้นจนนั่งไม่ลง เขาลุกขึ้นเชียร์ลูกๆ เสียงดังลั่น จนเกรซต้องดึงให้เคเลบนั่งลงสงบสติอารมณ์เพราะอายชาวบ้าน
“ลุค” ได้ตรวจสอบก่อนลูคัส ลุคก้าวเดินไปที่แท่นพิธีด้วยสีหน้าอันตื่นเต้น
เคเลบเคยถามเด็กทั้งสองว่าอยากเป็อะไร ลุคตอบว่าอยากเป็นักดาบส่วนลูคัสตอบว่าไม่อยากเป็อะไรเลย แค่อยากเป็เหมือนพ่อกับแม่และได้อยู่กับครอบครัวแบบนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับลูคัส….
ในขณะที่มืออันสั่นเทาของลุค ค่อยๆ เอื้อมไปแตะลูกแก้ว เคเลบลุ้นมองตามตาแทบไม่กระพริบ
วิ้งๆๆๆๆๆๆๆ ………!!
เมื่อลุคแตะลูกแก้ว ก็เกิดเสียงดังขึ้นทันทีจนทุกคนต้องเอามืออุดหู หลังจากเสียงหายไปลูกแก้วก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมา สว่างจนทุกคนต้องหลับตาหลบแสงที่สาดส่องออกมาจากลูกแก้ว แสงนั้นลอดหน้าต่างโบสถ์และประตูออกไป จนคนในหมู่บ้านสามารถเห็นแสงนั้นได้แม้เป็เวลากลางวัน ชาวบ้านที่ไม่ได้ไปร่วมพิธีแต่พอได้เห็นแสงสว่างออกมาจากโบสถ์ ก็รีบวิ่งไปที่โบสถ์ทันที
เมื่อแสงหายไปทุกคนจึงมองไปบนที่แท่นพิธี ภาพที่เห็นนักบวชอยู่ในอาการตื่นตระหนก ตัวสั่น เหงื่อออกเต็มใบหน้า
เคเลบเห็นแบบนั้นจึงตื่นเต้นเป็อย่างมาก มันเกิดอะไรขึ้น..เขาทนรอนักบวชไม่ไหวจึงะโถามออกไปทันที
“ท่านนักบวช ตกลงลูกข้ามีอาชีพอะไร!!”
เมื่อได้ยินเสียงะโของเคเลบ สติของนักบวชจึงกลับคืนมา หลังจากหายตื่นตะหนกนักบวชจึงะโบอกอาชีพด้วยเสียงสั่นๆ
“ผะ..ผะ..ผู้กล้า!!”
สิ้นเสียงของนักบวช ผู้คนภายในโบสถ์ต่างส่งเสียงร้องกันอื้ออึงออกมา
“ท่านผู้กล้า ถือกำเนิดแล้ว…”
นักบวชคุกเข่าลงต่อหน้าลุคที่ยังยืนงงอยู่ ผู้คนในโบสถ์ต่างก็ลุกจากเก้าอี้ลงมาคุกเข่าที่พื้นกันหมดทุกคน แม้แต่เคเลบและเกรซ หลังจากนั้นทุกคนก็ยืนขึ้นเคเลบรีบวิ่งไปหาลุคทันที
เคเลบอุ้มลุคขึ้นมากอดอย่างดีอกดีใจ เขาไม่นึกฝันมาก่อนเลยว่าลูกของเขาจะเป็ “ผู้กล้า” ที่มีเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้
“คุณเคเลบ ทางโบสถ์จะรีบติดต่อไปที่พระราชวังทันที คุณคงทราบนะว่าผู้กล้าต้องไปอยู่ในวังเท่านั้น โดยทางราชวังจะมีผู้เชี่ยวชาญต่างๆ คอยฝึกฝนให้กับท่านผู้กล้า”
“ครอบครัวได้ไปด้วยไหมครับ..”
เคเลบ รีบถามกลับเพราะเขาก็อยากเห็นการเจริญเติบโตของลูกเหมือนกัน
“แน่นอน พระาาอาจจะแต่งตั้งครอบครัวของคุณให้มีตำแหน่งด้วย ดังนั้นจงเตรียมตัวให้พร้อม”
เคเลบได้ยินดังนั้นจึงดีใจเป็อย่างมาก เขานึกฝันทันทีว่าจะได้แต่งตั้งเป็อะไร มันต้องเป็ตำแหน่งที่ใหญ่โตแน่ๆ เพราะเขาเป็ถึงพ่อของผู้กล้าคนนี้
ในขณะที่ทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเคเลบ และกำลังตื่นเต้นดีใจที่มีผู้กล้าถือกำเนิดขึ้น จนลืมสิ่งๆ หนึ่งไปจนหมดสิ้น
“ลูคัส”
ยืนอยู่นอกกลุ่มคนที่เข้ามารุมล้อมแสดงความยินดีกับลุค เขามองดูพ่ออุ้มลุคด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ส่วนลูคัสยังไม่ได้ตรวจสอบอาชีพเลย นักบวชที่คอยดูแลพิธีก็ลืมเขาไปเสียสนิท ลูคัสคิดว่าตัวเขาเองอาจจะได้เป็ผู้กล้าบ้างก็ได้นะ รีบๆ มาตรวจสอบเขาสิ...ด้วยความที่ลูคัสยังเด็กจึงไม่รู้ว่า ผู้กล้ามีได้เพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้
ลูคัสจึงเดินเข้าไปดึงชายเสื้อคลุมของนักบวช นักบวชหันมามองพร้อมแสดงสีหน้าใ
“อ้าว..เ้าหนู ลืมเลยว่าเหลือเ้าอีกคน มาๆ เอามือมาแตะเร็วๆ เดี๋ยวเราต้องไปส่งข่าวด่วนแล้ว”
นักบวชเร่งให้ลูคัสเอามือมาแตะลูกแก้ว เขาออกแรงดึงแขนของลูคัสจนตัวแทบลอยตามมือของนักบวช หลังจากที่ลูคัสััลูกแก้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักบวชเพ่งมองดูสเตตัสและหันมาบอกกับเขาว่า
“ชาวบ้าน”
อนิจาเด็กน้อยเมื่อได้ยินนักบวชบอกออกมาเช่นนั้น เขาทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ แต่ก็พยายามอดกลั้นเอาไว้และยืนนิ่งๆ อยู่แบบนั้น
หลังจากบอกเสร็จนักบวชก็รีบเดินพาลุคและเคเลบเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยเื่ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
เกรซเห็นดังนั้นจึงไปจุงลูคัสมานั่งที่โต๊ะ
“ลูกนั่งรอที่นี่นะ เดี๋ยวแม่จะเข้าไปคุยธุระข้างในห้องกับพ่อก่อน”
ลูคัสนั่งมองแม่ของเขาเดินเข้าห้องไปอีกคน ลูคัสหันมองรอบๆ ไม่มีคนเหลืออยู่ภายในห้องแล้ว มีเพียงเขาที่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น…..
---------------------------------------