บทที่ 53
ณ ห้องทำงานหัวหน้ากิลด์วินด์สตอร์มเพลเยอร์สี่คนกำลังนั่งทานของว่างกันอยู่ที่โต๊ะรับแขก แต่เมื่อเกลผู้เป็นหัวหน้ากิลด์ได้เล่าถึงเรื่องที่พาเคออสเข้าไปดูแร่มิธริลก้อนยักษ์ในอู่ต่อเรือ ก็มีเกิดการโต้แย้งขึ้นเล็กน้อย“หัวหน้า! คุณทำแบบนี้ได้ยังไง คุณพาคนนอกเข้าไปดูความลับของเรา ถ้าเรื่องหลุดออกไปถึงกิลด์อื่น พวกมันจะเตรียมการรับมือไว้ก่อนนะสิครับ!” นักดาบผมสีน้ำตาลกล่าวออกมาเสียงดังด้วยจากความกังวลใจ“นี่บรีส ฉันเชื่อใจในตัวของเอกนะ ว่าเขาจะไม่เอาเรื่องนี้ไปเผยแพร่ต่อ และอีกอย่างพวกกิลด์ใหญ่อื่นๆนั้นก็ต้องมีการเตรียมตัวรับมือเรื่องไม่คาดฝันไว้อยู่แล้วแน่นอน แค่อาวุธจากแร่มิธริลมันเสริมได้แค่ความแข็งแกร่งเฉพาะตัวเพลเยอร์เท่านั้นแหละ จะเอามาสร้างอาวุธตีเมืองขนาดใหญ่ก็คงไม่เหมาะ” เกลชี้แจงความคิดของตนแก่ผู้ช่วย“เฮ้อ! หัวหน้าพูดอย่างกับว่าแร่มิธริลก้อนใหญ่ที่เราได้มานี่มันไม่มีค่าเลยนะครับ” บรีสได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเซ็ง กับความเอาแต่ใจของหัวหน้ากิลด์“ไม่ว่าอะไรก็ตาม ทั้งของที่มีค่ามาก และมีค่าน้อย ถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์ให้ถูกด้านมันก็จะเกิดประสิทธิภาพขึ้นมาเองนั่นแหละ ยังไงเราที่ได้มิธริลมาเป็นฝ่ายที่มีช่างตีอาวุธฝีมือดีหลายคนอยู่แล้ว มันย่อมทำให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าปกติหลายเท่า เกินกว่าที่กิลด์อื่นคาดการณ์ไว้แน่นอน” เกลยังกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ ส่วนเคออส และสกายที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ได้แต่เงียบฟังหัวหน้า และลูกน้องทั้งสองคนเถียงกันต่อไปสักพักจึงขอตัวออกไปเที่ยวชมเมือง เพราะงานของสกายในหลายวันมานี้เสร็จเรียบร้อย และถึงเวลาพักผ่อนของเขาแล้วนั่นเอง ทั้งสองหนุ่มเดินออกจากกิลด์เดินเลียบท่าเรือไปเรื่อยๆ เคออสที่ได้เห็นผู้คน และอาคารบ้านเรือนต่างๆของที่นี่ก็รู้สึกชอบมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวย่านเมืองเก่าในต่างประเทศยังไงยังงั้น สถานที่ต่างๆดูมีชีวิตชีวาสวยงามเกินกว่าบ้านเมืองจริงๆจะเป็นได้ แม้จะเป็นประเทศที่เจริญแล้วก็ตาม หลังจากเดินมาถึงสุดขอบของท่าเรือหลัก ก็จะเห็นท่าเรือย่อยเรียงรายกันไปไกลจนออกนอกเมืองไปอีก แต่จอมเวทย์ผมเขียวก็พาเพื่อนของเขาเลี้ยวขวาเข้าไปยังกลางเมือง และสิ่งก่อสร้างแรกที่พบนั้นมีลักษณะโดดเด่นมาก เพราะมันทั้งใหญ่ และถูกสร้างให้เป็นวงกลม“ เฮ้ยๆๆ นี่มันโคลอสเซียมเหรอวะ?” เคออสกล่าวขึ้นมากับเพื่อน เมื่อเห็นอาคารหินขนาดยักษ์“ใช่แล้ว นี่คือสนามประลองประจำเมืองยารอน เป็นยังไงเท่ใช่ไหมล่ะ!” สกายภูมิใจนำเสนอให้กับเพื่อน“เออดิ ใหญ่อลังการเหมือนของจริงในทีวีเลยนะเนี่ย!” ชายหนุ่มกล่าวชื่นชมจากใจจริง ด้วยที่ตัวเองติดตามข่าวเกมนี้มานาน และได้เห็นแค่บางส่วนจากโฆษณาหรือในคลิปบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่พอมาสัมผัสกับของจริงมันทำให้เขาตื่นเต้นมาก“แต่เรายังไม่เข้าไปหรอกนะ เพราะปกติก็เป็นแค่การต่อสู้ของเพลเยอร์ทั่วๆไปเท่านั้น ในเมืองนี้ยังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจมากกว่าอีกเยอะ” จอมเวทย์หนุ่มแนะนำ“โอเค ตามนั้น ขอเชิญไกด์กิตติมศักดิ์นำทางต่อไปได้เลยครับ” จอมยุทธผมดำเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวแล้ว สองหนุ่มคุยกันอย่างสนิทสนมเฮฮาดูนั่นซื้อนี่ไปเรื่อยๆ ซึ่งการกระทำของพวกเขานั้นอยู่ภายในสายตาของหญิงสาวผู้แอบอยู่ในมุมมืดตรงซอกตึก เธอสวมชุดส่าหรีสีฟ้ามีผมสีดำมัดเป็นหางม้า หน้าผากคาดไว้ด้วยไพลินสีฟ้าเม็ดโต รวมทั้งผ้าปิดหน้าสีฟ้าบางๆบดบังความน่ารักของเธออยู่เล็กน้อย‘ทั้งสองคนนี้สนิทกันมากจริงๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ดูน่าสงสัยอะไรเลยนะ ทำไมคุณเกลถึงต้องให้เราแอบตามสะกดรอยด้วย ทั้งที่ก็ให้ไปเดินเที่ยวด้วยกันก็ได้แท้ๆ เซ็ง!’ จินนี่ พนักงานต้อนรับประจำกิลด์วินด์สตอร์มได้รับภารกิจแอบตามชายสองคนว่าทำตัวน่าสงสัยรึไม่ ตามคำสั่งหัวหน้า ซึ่งการแอบติดตามของหญิงสาวในครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้เพลเยอร์ชายทั้งสองสงสัย หรือรับรู้ตัวตนของเธอแต่อย่างใด ยกเว้นก็แต่อีกาสีดำที่เกาะอยู่บนโคลอสเซียมจ้องมองดูเธอเท่านั้นเอง สกายพาเคออสไปเที่ยวต่อที่แกรนด์พลาซ่าอย่างสบายใจ พวกเขาเดินดูของทั่วทั้งชั้น 1 ซึ่งเป็นร้านอาหาร และพวกวัตถุดิบต่างๆมากมาย กว่าจะทั่วทั้งชั้นก็เอาเสียเมื่อยขา จอมเวทย์ผมเขียวจึงพาเพื่อนไปนั่งพักที่ร้านเครื่องดื่มบนชั้นสอง ซึ่งวิวดี และคนไม่มาก“เป็นไงกาแฟร้านนี้ อร่อยไหม?” สกายถามเพื่อนผู้เป็นลูกชายเจ้าของร้านคาเฟ่“หึๆๆ ถึงจะอร่อย แต่ก็สู้ไอซ์คาปูชิโน่ที่แม่ฉันทำไม่ได้หรอกนะ” เคออสตอบพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ“ที่จริงถ้าจะตัดสินฝีมือบาริสต้า กับรสชาติกาแฟมันต้องดื่มแบบร้อนนี่ไม่ใช่รึไง?” จอมเวทย์ชุดเขียวเถียงกลับ“นั่นมันก็จริง แต่ฉันชอบกาแฟเย็นนี่หว่า ฉันก็ต้องบอกว่ากาแฟเย็นอร่อยกว่าสิ ใครจะชอบกาแฟร้อนก็เรื่องเขา ร้านมิโกยะของฉันเป็นร้านคาเฟ่ที่เน้นบรรยากาศแบบคอมมิวนิตี้ มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูป มีห้องประชุมสัมมนาให้บริการ ถ้าใครอยากจิบกาแฟขี้เยติออแกนิคจากเทือกเขาหิมาลัย ที่หมักด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติ และคั่วด้วยเตาถ่านโบราณจากมือของชนเผ่าอินคา บดเมล็ดหยาบจากเครื่องมือหมุน แล้วกลั่นช็อตเข้มข้นออกมาด้วยระบบโคลด์บริวโดยบาริสต้าเหรียญทองระดับโลก ก็เชิญร้านอื่น!” ลูกชายเจ้าของร้านคาเฟ่ชื่อดังติดท็อป 10 ของประเทศสาธยายมายาวเหยียด พร้อมกับสีหน้ามีอารมณ์ อย่างกับต้องการระบายอารมณ์มากกว่า“เอิ่ม...นี่กูถามนิดเดียว มึงไม่ต้องตอบใส่อารมณ์มายาวขนาดนี้ก็ได้นะ” สกายไม่คิดเลยว่าเพื่อนของเขาจะคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้“เอ่อ กูพูดเล่น และตอนนี้ก็ขอแห้งมากด้วยขอดื่มกาแฟก่อนแล้วกัน” เคออสตัดบทแล้วก็จิบกาแฟในมือก่อนที่จะหายร้อน และก็เช่นเดิมจินนี่ก็แอบตามชายหนุ่มทั้งสองมาด้วย เพียงแต่เธอไม่ได้นั่งอยู่ในร้านเหมือนกับทั้งสอง จินนี่เลือกนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านนอกของร้านกาแฟแทน พร้อมกับดูดสตรอว์เบอร์รี่มิลค์เชคไปด้วย เพราะการติดตามสองหนุ่มก็ทำให้เธอเหนื่อยไม่น้อย แต่เรื่องที่ทั้งสองคุยกันก็ทำให้เธอสนใจโดยบังเอิญ‘ว่าไงนะ! ร้านมิโกยะ! เขาเป็นลูกเจ้าของร้านมิโกยะอย่างนั้นเหรอ? โอ้ย! สตรอว์เบอร์รี่สมูตตี้ที่นั่นอร่อยมากๆเลยล่ะ ฉันจะต้องทำความรู้จักกับนายเอกนั่นให้ได้ เผื่อจะได้ส่วนลด! อิอิ’ เพลเยอร์สาวในชุดสีฟ้ามโนไปไกลแล้ว แต่ในขณะที่จินนี่กำลังเพ้อฝันถึงเครื่องดื่มแสนอร่อย ชายหนุ่มทั้งสองที่นั่งติดหน้าต่างร้านก็ชะโงกหน้าออกไปดูผู้คนที่มากมายที่กำลังเดินเข้าไปอาคารใหญ่ฝั่งตรงข้าม และเป็นเพลเยอร์ต่างถิ่นที่เปิดปากถามขึ้นมา“ไอ้กาย คนเยอะแยะแห่เข้าไปในตึกนั้นทำไมวะ?”“นั่นคือโรงประมูล ตอนเย็นๆของทุกวันจะมีงานประมูล แต่ไอเทมเกินครึ่งเป็นของที่ระบบใส่เข้ามาละนะ พวกเพลเยอร์ยังไม่ค่อยนิยมเอาของมาประมูลหรอก เพราะได้เงินช้า และราคาก็ไม่ได้สูงกว่าขายเองสักเท่าไร” สกายอธิบายพร้อมกับขยับแว่นตาสีทองของเขาเล็กน้อย“แล้วพวกเราจะเข้าไปดูเฉยๆไม่ประมูลได้รึเปล่าวะ?” จอมยุทธหนุ่มเริ่มสนใจในสิ่งนี้“ได้สิ จะไปเลยก็ได้นะ เสียค่าเข้านิดหน่อยเท่านั้น” สกายยืนยันกับเพื่อน แล้วทั้งสองก็พากันออกจากร้านเพื่อไปยังที่หมายใหม่ และแน่นอนว่าจินนี่ก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะตามชายหนุ่มทั้งสองไปเช่นกัน แต่บังเอิญว่าตัวเธอที่นั่งอยู่ริมระเบียงบังเอิญเหลือบไปเห็นเพลเยอร์สองคนที่หน้าทางเข้าโรงประมูลพอดี ซึ่งเหมือนว่าจะเป็นคนที่หญิงสาวรู้จัก แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจจึงได้แต่จ้องมองนักฆ่าผมสีน้ำกับจอมเวทย์ผมขาวอยู่อย่างนั้นติ๊ด! ติ๊ด! เสียงสัญญาณติดต่อเข้ามา“ว่าไงคะ คุณเกล?”“ตามเพลเยอร์จากกิลด์บลูมูนสองคนนั้นไป เร็วเข้า!” หัวหน้ากิลด์กล่าวด้วยความเร่งรีบ