บทที่ 47
หมู่บ้านไร้นาม
หิมะร่วงโรยโปรยปรายภายในฤดูเหมันต์ที่หนาวเหน็บ แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านจากด้านบนลงมาสู่บริเวณด้านล่างอากาศในช่วงต้นฤดูหนาวมันหนาวเย็นเป็นอย่างมากแต่ว่ายังพอมีแสงแดดที่ให้ความอบอุ่นอยู่บ้าง
ฤดูหนาวแรกของการมาอยู่ภายในโลกใบนี้หลี่หยางในขณะเดินทางเขาเองก็มีบางครั้งที่ตนเองนั้นรู้สึกว่ากำลังปรับสภาพร่างกายเข้ากับความหนาวเย็นในช่วงนี้อยู่บางครั้งร่างกายก็เป็นหวัดบ้างแต่ว่ามันก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้น
อาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายของเขามันแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปถ้าเป็นหวัดเพียงแค่วันหรือสองวันก็หายดีหลังจากที่ทำการบากบั่นเดินทางมาเป็นเวลานานในตอนนี้เขาเดินทางมาถึงแล้ว
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10วัน ในตอนนี้เขาได้เดินทางมาถึงเป้าหมายของตนเอง
หมู่บ้านไร้นาม
สถานที่แห่งนี้คือสถานที่ที่อี้ชิงเลือกมาเพื่อที่จะทำการมาลงทะเบียนเป็นจอมยุทธที่สถานที่แห่งนี้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่มันมีขนาดเล็กกว่าเมืองประมาณนึงเท่านั้ั้น
แต่ว่าหมู่บ้านไร้นามแห่งนี้มันเป็นหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้านธรรมดาทั่วไปเป็นอย่างมากแต่ว่าที่มันยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองอาจจะเป็นเพราะว่าผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นจอมยุทธก็ได้
หมู่บ้านแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีจอมยุทธมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทางกลับกันมันเองก็ไม่มีการแทรกแซงของพวกขุนนางภายในราชสำนัก
เลยทำให้หมู่บ้านแห่งนี้หมู่บ้านที่เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านของจอมยุทธโดยแท้จริงตัวหมู่บ้านมีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมากพื้นที่รอบๆหมู่บ้านไม่ได้มีกำแพงสูงใหญ่ล้อมรอบเหมือนกับเมืองขนาดใหญ่มันมีแต่เพียงแค่รั้วไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายเข้ามาเท่านั้น
กระนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่ได้เรื่องชื่อเพียงแค่การที่ตัวของมันมีจอมยุทธมากมายมาอาศัยอยู่เรื่องทัศนียภาพของหมู่บ้านแห่งนี้และทิวทัศน์ที่งดงามก็เป็นที่เลื่องลือด้วยเช่นเดียวกัน
เป็นหมู่บ้านทั่วทั้งหมู่บ้านมีต้นไผ่มากมายปลูกเอาไว้เป็นหมู่บ้านที่กลมกลืนกับธรรมชาติบริเวณรอบรอบวงล้อมรอบด้วยป่าไผ่ทุกทิศทาง ไม่เพียงเท่านั้นบริเวณใจกลางหมู่บ้านยังมีลำธารขนาดใหญ่ที่ตัดผ่านมวลมัจฉามากมายแหวกว่ายอยู่ภายใต้น้ำใสที่ไหลเชี่ยว
ช่วงเวลาที่เขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ตอนนี้หมู่บ้านไร้นามกำลังรับฤดูหนาว ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวแม้แต่ต้นไผ่สีเขียวขจีก็ถูกย้อมให้กลายเป็นสีขาวแต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าประหลาดสายน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวอยู่บริเวณตรงกลางหมู่บ้านมันกลับไม่ได้เป็นน้ำแข็ง
รถม้าคันนึงกำลังวิ่งเข้าสู่เส้นทางของหมู่บ้านไร้นามยามที่หิมะกำลังโปรยปรายลงมาจากบนท้องนภารถม้าที่มีสารถีสองคนนั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากำลังวิ่งเข้าสู่เส้นทางที่หมู่บ้านไร้นามกำลังตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าของพวกเขา
หลันเซ่อผู้ที่เป็นผู้ควบคุมรถม้าคันนี้เขาสวมใส่ชุดโทนสีดำสนิทเช่นเดียวกับอี้ชิงที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆทั้งสองที่กำลังเข้าสู่เส้นทางนี้ทำการใช้สายตาของตนเองกวาดไปมองบริเวณรอบๆ
เส้นทางนี้ก็เงียบสงัดหมู่บ้านไร้นามว่าจะเป็นหมู่บ้านจอมยุทธที่มีผู้คนมากมายเดินทางมาแต่ว่าเหมือนว่าช่วงเวลาในตอนนี้มันคงจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเดินทาง
ในช่วงฤดูหนาวคงจะไม่มีผู้ใดที่ทำการเดินทางข้ามเมืองสักเท่าไหร่หนึ่งก็คือเพราะว่าสภาพอากาศบางทีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายล้มป่วยแล้วก็สองมันก็คือการที่เส้นทางการเดินทางมันเดินทางได้ยากลำบาก
ขนาดพวกเขาอาจจะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ยังใช้เวลามากกว่าเดิมถึง 4 วันเพราะว่าเส้นทางมีหิมะปกคลุมมันเลยทำให้เขานั้นสามารถเดินทางได้ยากลำบากมากขึ้นใช้เวลาในการเดินทางกว่าที่จะเดินทางมาถึงก็ต้องกินเวลาไปนานมากพอสมควร
ภายในรถม้าที่กำลังขับเคลื่อนอยู่บนเส้นทางหน้าต่างและประตูถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาผู้ที่กำลังนั่งอยู่ด้านในคือหลี่หยางและหนิงเอ๋อร์
หลี่หยางกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งตอนนี้เขาสวมใส่ชุดคลุมหนังสัตว์สีน้ำเงินเข้มปกคลุมภายนอกร่างกายหนิงเอ๋อร์นางสวมใส่ชุดคลุมหนังสัตว์สีแดงเข้มปกคลุมร่างกายของตนเองเอาไว้อีก 1 ชั้นกระนั้นแม้ว่าจะสวมใส่ชุดหนังสัตว์หนาปกคลุมร่างกายเอาไว้แต่รูปร่างอ้อนแอ้นและงดงามของนางก็ยังคงไม่สามารถปิดบังได้
ภายในนี้อากาศอุ่นกว่าด้านนอกเพราะว่ามีตะเกียงไฟถูกจุดเอาไว้ตลอดเปลวเพลิงพอจะให้ความร้อนและความอบอุ่นภายในสถานที่แห่งนี้ได้รวมไปถึงประตูและหน้าต่างทุกอย่างถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาทำให้ความเย็นเข้ามาได้ยากลำบาก
กระนั้นในนี้ก็ถือว่ายังมีอากาศที่เย็นอยู่ดีช่วงเวลาในการเดินทางหนิงเอ๋อร์คอยปรนิบัติอยู่ข้างกายในฐานะสาวใช้อย่างไม่ขาดตก
หลี่หยางพี่กำลังนั่งอยู่เรียกว่าเขาแทบจะไม่ต้องขยับตัวอันใดเลยอย่างเช่นเขาอยากจะหยิบฉวยอันใดขึ้นมาเพียงแค่ส่งสายตามองนางก็หยิบมาให้เขาอย่างรู้ทัน
กระนั้นหลี่หยางในช่วงแรกๆเขาก็รู้สึกประหลาดบ้างแต่ในเวลาต่อมาเขาเองก็เริ่มชินอย่างไรเสียเขาก็ห้ามนางไม่ได้นางจะทำอะไรก็ให้นางทำไป
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งดวงตาของเขามองตรงออกไปบริเวณด้านนอกหน้าต่างที่ถูกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด
หนิงเอ๋อร์เห็นเขาส่งสายตามองตรงออกไปแสดงใบหน้าฉงนพลางเอ่ยถาม“ มีอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะนายท่าน? ”
หลี่หยางแสดงใบหน้าเรียบเฉยแล้วกล่าวออกมา “ดูเหมือนว่าจะเดินทางมาถึงแล้ว ”
หลี่หยางเมื่อทำการพูดจบเขาที่ลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองก็เห็นว่านายท่านของตนเองนั้นลุกขึ้นนั่งแสดงท่าทางที่ประหลาดใจก่อนที่จะเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง“ นายท่านจะไปไหนเจ้าคะ? ”
หลี่หยางตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ข้าว่าจะออกไปดูด้านนอกสักหน่อย ”
“ เช่นนั้นไม่รอให้ไปถึงหมู่บ้านก่อนหรือเจ้าคะแล้วค่อยออกไปด้านนอกอากาศหนาวเกรงว่าจะไม่ดีต่อตัวของนายท่าน ” นางแสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยออกมาอย่างชัดเจน
หลี่หยางได้แต่แสดงรอยยิ้มมันอ่อนมองตรงไปที่นาง “อย่างไรเสียการออกไปดูหมู่บ้านก่อนที่จะถึงมันก็ดีกว่าจะได้ไม่สูญเสียทัศนียภาพโดยรวมของหมู่บ้านจะได้ชื่นชมด้วยว่าหมู่บ้านแห่งนี้งดงามเพียงใด ”
“ แล้วอีกอย่างนะเจ้าไม่จำเป็นจะต้องห่วงร่างกายของข้าขนาดนั้นก็ได้เจ้าเองควรจะดูแลตัวเองให้มากสักหน่อย ”หลี่หยางพูดออกมาอย่างอบอุ่นแล้วยื่นมือของตนเองไปสัมผัสที่ศีรษะของนางแล้วก็ลูบไปมาอย่างเอ็นดู
ในขณะเดียวกันเมื่อโดนกระทำเช่นนั้นหนิงเอ๋อร์ใบหน้าของนางแดงวูบขึ้นมาในทันทีทำการเบนใบหน้าหลบด้วยความเอียงอายนางรู้สึกได้ว่าหัวใจภายในอกข้างซ้ายของนางเต้นรัวยังไม่เป็นจังหวะเลือดลมภายในร่างกายสูบฉีดจนใบหน้าของนางแดงราวกับลูกแอปเปิ้ล
หลี่หยางพูดออกมาจนจบก็ได้ทำการเดินออกไปจากจุดนี้อย่างรวดเร็วเขาเดินออกไปด้านนอกใช้มือเลื่อนเปิดประตูพากายของตนเองออกไปด้านนอกแล้วก็ปิดมันอย่างรวดเร็ว
หลี่หยางก้าวออกมาด้านนอกนั่งลงบนตำแหน่งสารถีรถม้าที่ยังคงว่างอยู่อีกหนึ่งตำแหน่ง
ผู้ติดตามทั้งสองที่กำลังนั่งอยู่ต่างพากันสะดุ้งพลางหันมองอย่างรวดเร็ว“ นายท่านออกมาได้อย่างไรขอรับ!!! ” อี้ชิงเป็นคนที่เอ่ยถามออกมา
หลี่หยางแสดงรอยยิ้มอ่อนๆออกมาก่อนที่จะตอบกลับไป “ข้าออกมาชมทัศนียภาพอย่างไรล่ะข้าอยากจะเห็นกับตาของตนเองว่าหมู่บ้านไร้นามเป็นอย่างไร ”
หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่ทัศนียภาพบริเวณด้านหน้าบริเวณด้านหน้าของเขาในตอนนี้หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่กำลังถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน
ผู้คนมากมายเดินไปมาต้นไผ่น้อยใหญ่เอนเอียงไปมาตามแรงลมแถมยังมีสายน้ำขนาดใหญ่ตัดผ่านบริเวณใจกลางหมู่บ้านหลี่หยางมองเห็นเช่นนั้นเขาก็อดจะแสดงรอยยิ้มออกมาชื่นชมต่อทัศนียภาพที่งดงามเบื้องหน้าของตนเองไม่ได้
“ งดงามจริงๆด้วยเป็นอย่างที่เขาบอกเอาไว้เลยอี้ชิงหมู่บ้านแห่งนี้งดงามแถมยังมีเรื่องที่น่าประหลาดยังสายน้ำขนาดใหญ่ที่ตัดอยู่บริเวณใจกลางหมู่บ้าน”
“ ว่าแต่เหตุใดหมู่บ้านแห่งนี้สายธาราที่กำลังไหลอยู่บริเวณใจกลางหมู่บ้านมันถึงไม่ถูกไอเย็นทำให้แข็งละ” หลี่หยางอดจะตั้งข้อสงสัยออกมาไม่ได้ ในตอนแรกอี้ชิงบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่ว่าตัวของเขาแทบจะไม่อยากจะเชื่อ
กระทั่งในตอนนี้มามองเห็นได้ด้วยสายตาของตัวเองเขาถึงต้องปักใจเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆไปงานที่กำลังไหลตัดขาดอยู่บริเวณใจกลางหมู่บ้านมันไม่ถูกความเย็นทำให้เป็นน้ำแข็งอากาศประมาณนี้สายน้ำส่วนใหญ่พวกลำธารหรือว่าบึงน้ำก็ถูกทำให้กลายเป็นน้ำแข็งจนหมด
อี้ชิงที่กำลังนั่งอยู่บนรถม้าทำการหันไปยิ้มให้กับนายน้อยของตนเองก่อนที่จะกล่าวด้วยคำพูดที่คลุมเครือ“ เรื่องนั้นนายน้อยรอตอนเข้าไปดูภายในหมู่บ้านก็จะเห็นเองขอรับ ท่านไปดูด้วยสายตาของตนเองคงจะกระจ่างมากกว่า”
หลี่หยางแปลว่าจะรู้สึกสงสัยแต่อย่างไรเสียหมู่บ้านนั้นก็อยู่ไม่ไกลเขาพอที่จะคมความรู้สึกของคุณเองแล้วก็นั่งรอจนกว่ารถมาคันนี้จะวิ่งไปถึงบริเวณเป้าหมายของตนเองได้
รถม้าวิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพวกเขาทำการเดินทางเข้าไปสู่ภายในหมู่บ้านไร้นาม
ข้อความจากระบบของหลี่หยางตั้งการแจ้งเตือนขึ้นมาด้านหน้า
--
ระบบ : เข้าสู่เขตหมู่บ้านไร้นาม
--
จบบท