บทที่ 175:ผลึกพลังเวท
หากความลับเรื่องสายเลือดของเฮรัคถูกเปิดเผยออกมาเขาคงแทบไม่มีที่ยืนในมิติพ่อมดอีกต่อไปแม้ตัวเขาจะมิใช่สิ่งมีชีวิตจากห้วงอเวจีโดยกำเนิด
แต่คงไม่มีใครยอมเชื่อคำกล่าวอ้างของเขาแน่และเหล่าองค์กรพ่อมดผู้ทรงอำนาจในดินแดนรุ่งอรุณย่อมไม่รับฟังคำชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้นถึงตอนนั้น เฮรัคคงมิวายถูกเผาทั้งเป็นในฐานะ ผู้ทรยศต่อมิติ
ทว่ายามนี้หลังจากที่เฮรัคเปิดใช้งานพลังจากรอยประทับสายเลือดความเร็วของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาลเพียงชั่วพริบตาเดียวเขาก็ไล่ตามหลังลิงหน้ามนุษย์จนทัน
ลิงหน้ามนุษย์รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวเบื้องหลังจึงเหลียวหน้ากลับมามองทันทีที่มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวจากตัวเฮรัคสีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกสุดขีด
มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนพลางเร่งฝีเท้าหนีสุดชีวิตแต่ต่อให้มันจะพยายามดิ้นรนเพียงใดก็มิอาจเทียบเคียงความเร็วของเฮรัคในยามนี้ได้เลย
วินาทีต่อมา
เฮรัคก็ประชิดตัวมันได้สำเร็จก่อนจะพึมพำคาถาเบาๆ“กรงขังมืดมิด!”
ความเร็วของลิงหน้ามนุษย์ลดฮวบลงทันควันร่างของมันแข็งทื่อติดอยู่บนกิ่งไม้ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ที่มองไม่เห็นเฮรัคเดินเข้าไปใกล้พลางง้างหมัดหมายจะสั่งสอน
แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนกับตนเองราวกับส่องกระจกเขากลับทำใจลงมือไม่ลง
“หากเจ้ายังคิดจะหนีข้าจะปลิดชีพเจ้าเสีย เข้าใจหรือไม่!” เฮรัคเอ่ยข่มขู่
เจ้าลิงหน้ามนุษย์ดูเหมือนจะไม่เข้าใจคำพูดนักแต่มันก็แสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน ทันใดนั้นเฮรัคพลันนึกขึ้นได้ว่าคางคกที่เขารู้จักเคยสอนภาษาหนึ่งให้แก่เขาซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันในมิติห้วงอเวจี เขาจึงลองใช้ภาษานั้น
“หากเจ้ายังคิดจะหนีข้าจะปลิดชีพเจ้าเสีย เข้าใจหรือไม่!”
ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าลิงหน้ามนุษย์จะเข้าใจภาษาห้วงอเวจีจริงๆมันรีบพยักหน้าหงึกๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าสื่อสารกันได้เฮรัคจึงสั่งต่อทันควัน
“รีบเปลี่ยนหน้ากลับคืนเดี๋ยวนี้เจ้าคิดว่าหน้าตาอย่างเจ้าคู่ควรจะใช้ใบหน้าของข้าหรือ?”
ลิงหน้ามนุษย์รีบทำตามคำสั่งโดยมิบิดพลิ้วใบหน้าของมันแปรเปลี่ยนกลับไปเป็นหน้าลิงตามเดิม
เฮรัคจึงยอมคลายเวทกรงขังมืดมิดออกจากตัวมันเมื่อได้รับอิสรภาพแล้ว มันกลับมิหนีหายไปไหนทว่ากลับคุกเข่าลงแทบเท้าแล้วก้มกราบเฮรัคซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘ดูเหมือนมันจะคิดว่าข้าเป็นตัวตนทรงพลังจากห้วงอเวจีเสียแล้ว’เฮรัคคาดเดาในใจ ก่อนจะถามต่อด้วยภาษาห้วงอเวจีว่า
“เจ้าอาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือ?”
ลิงหน้ามนุษย์ยังคงหมอบกราบพลางพยักหน้ารับมันมิอาจพูดจาสื่อสารได้ แต่ในมุมมองของมันยามนี้เฮรัคคือตัวตนชั้นสูงจากห้วงอเวจีผู้มีกลิ่นอายสายเลือดอันสูงส่งยิ่งนักเป็นสิ่งที่ปีศาจชั้นต่ำเช่นมันมิกล้าล่วงเกินแม้เพียงปลายนิ้ว
มันมิเข้าใจว่าทำไมท่านผู้สูงศักดิ์เช่นนี้ถึงปรากฏกายที่นี่แต่เรื่องนั้นมิใช่สาระสำคัญเมื่อได้พบพานย่อมต้องก้มหัวขอขมาต่อความเขลาของตนก่อนหน้านี้
เฮรัคถามต่อ “ในเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่มานานเจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ใดมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่?”
เจ้าลิงทำหน้าฉงนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ไกลจากที่นี่หรือไม่?”
เฮรัคถามต่อเมื่อเห็นโอกาสลิงหน้ามนุษย์ส่ายหัวสื่อว่ามไกลนัก ก่อนจะชี้มือไปทางทิศเหนือ
เพื่อความรอบคอบ เฮรัคจึงถามซ้ำ
“ที่นั่นอันตรายหรือไม่?”
ลิงหน้ามนุษย์พยักหน้าในตอนแรกก่อนจะเหลือบมองเฮรัคแล้วเปลี่ยนเป็นส่ายหัวแทน
เฮรัคขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลองแปลความหมาย
“หมายความว่า...สถานที่นั้นอันตรายสำหรับเจ้า แต่สำหรับข้านั้นมิเป็นไรใช่หรือไม่?”
เจ้าลิงรีบพยักหน้ายืนยันทันที
“นำทางไป” เฮรัคสั่ง
เดิมที เฮรัควางแผนจะติดตามอยู่ใกล้ๆ เบลกหลังเข้าสู่ซากปรักหักพังหนองมรณะทว่าเมื่อพบว่าพลังจากรอยประทับสายเลือดสามารถสำแดงอานุภาพได้ที่นี่แผนการของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยน
ในสายตาของพวกปีศาจเขาดูเปี่ยมอำนาจดุจปีศาจชั้นสูง ซึ่งเขาสามารถใช้จุดนี้แสวงหาผลประโยชน์ได้มหาศาลแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่หากมิเสี่ยงย่อมมิได้มาซึ่งลาภยศ
ลิงหน้ามนุษย์รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนักที่ถูกตัวตนยิ่งใหญ่สั่งให้เป็นผู้นำทางมันฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าขนลุกพลางก้มกราบไปตลอดทางเฮรัคเห็นท่าทางประจบประแจงของมันก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ
เขาเดินตามหลังมันมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือโดยที่ยังไม่คิดจะกลับไปร่วมกลุ่มกับเบลกเพราะด้วยพลังในสภาวะ ‘ขั้นที่หนึ่ง’ ยามนี้เขาแข็งแกร่งกว่าแคลเลนและเบลกซึ่งเป็นพ่อมดสภาวะผลึกเสียอีกจึงมิจำเป็นต้องพึ่งพาการคุ้มครองจากใครอีก
เมื่อมุ่งหน้าขึ้นเหนืออุณหภูมิรอบข้างก็เริ่มลดต่ำลง แสงสว่างจางหายกลายเป็นความมืดมิด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ต้นไม้ยักษ์สูงตระหง่านราวห้าร้อยเมตรก็ปรากฏต่อหน้าเฮรัคลำต้นของมันใหญ่มหึมาและสิ่งที่น่าตื่นตาที่สุดคือบนกิ่งก้านมีวัตถุแวววาวประดับอยู่มากมาย
“นั่นคือ... ผลึกพลังเวทอย่างนั้นหรือ?”
เฮรัคพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจำได้ทันทีผลึกพลังเวทคือหินเวทที่มีความเข้มข้นสูงยิ่งยวดผลึกเพียงก้อนเดียวมีมูลค่าเทียบเท่าหินเวทหนึ่งพันก้อนในดินแดนรกร้างนั้นหาได้ยากยิ่งนัก
นี่เป็นคราแรกที่เขาได้เห็นของจริงโดยปกติแล้วผลึกเหล่านี้มิได้ใช้เป็นเงินตราแลกเปลี่ยนทั่วไปแต่มักใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับค่ายกลขนาดใหญ่หรือหอคอยพ่อมดราคาจริงของมันจึงสูงกว่าหนึ่งพันหินเวทอยู่มากนัก
ลิงหน้ามนุษย์หยุดฝีเท้าลงมิก้าวก้าวต่อมันจ้องมองไปข้างหน้าด้วยความหวาดหวั่น ทันใดนั้นเงาดำสายหนึ่งลอยออกมาจากใต้ร่มไม้ยักษ์ ทำให้อากาศหนาวเย็นจับใจยิ่งกว่าเดิม
“วิญญาณปีศาจ?” เฮรัคจำมันได้ทันที
นี่คือปีศาจ ‘วิญญาณ’ที่พบเห็นได้บ่อยในห้วงอเวจีซึ่งมีความแข็งแกร่งระดับที่พ่อมดสภาวะผลึกทั่วไปยังยากจะรับมือเฮรัคเตรียมพร้อมรับมือในทันที ทว่าวิญญาณตนนั้นกลับลอยมาหยุดตรงหน้าเขาแล้วค่อยๆก้มศีรษะลงคำนับอย่างนอบน้อม
พร้อมกันนั้นมีข้อความสื่อสารผ่านจิตส่งถึงเฮรัคโดยตรง
“บาโมโกขอคารวะท่านผู้ยิ่งใหญ่!”นั่นคือคำทักทายจากวิญญาณที่ชื่อบาโมโก
ในมิติห้วงอเวจีกฎแห่งสายเลือดถือเป็นใหญ่และสายเลือดบรรพชนเทพสายฟ้าในตัวเฮรัคคือหนึ่งในสายเลือดระดับสูงสุดวิญญาณอย่างบาโมโกจึงถือเป็นเพียงชนชั้นต่ำเมื่อเทียบกับเขาต่อให้เฮรัคจะดูอ่อนแอกว่า มันก็มิกล้าล่วงเกินแม้เพียงครึ่งก้าว
“หืม... ที่นี่มีของมีค่าอันใดหรือไม่?”เฮรัคถามเสียงเรียบ
วิญญาณรีบตอบกลับทันควัน “ท่านผู้สูงศักดิ์ข้าน้อยบาโมโกมิมีของล้ำค่าใด มีเพียงผลึกพลังเวทที่เพาะเลี้ยงไว้เพียงเล็กน้อยหากท่านพึงพอใจ โปรดหยิบฉวยไปได้ตามประสงค์เถิด”
“เจ้าบอกว่า...เจ้านำผลึกพลังเวทมาเพาะเลี้ยงอย่างนั้นหรือ?” เฮรัคทวนคำด้วยความสงสัยยิ่ง