หลังจากที่เวลาผ่านไปซักพักทั้งสองก็ได้คืนสติหนิงหวงรีบเข้าไปนั่งลงข้างๆของบุตรสาวเพื่อมองดูว่าเห็นหลินจือนั้นมีทั้งหมดกี่ดอกปรากฏว่ามีเห็ดหลินจือมีทั้งหมดแปดดอกมีเห็ดขนาดเล็กสองดอก ขนาดกลางสองดอกและขนาดใหญ่อีกสี่ดอกรวมเป็ทั้งหมดแปดดอก
"นี้...นี้มัน..." หนิงหวงพยายามเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากเพราะยังใกับจำนวนของดอกเห็ดหลินจือจนแทบจะครองสติตนเองไม่อยูแต่สำหรับหนิงฮวานั้นไม่ใช่นางหยิบตระกร้าที่นางสะพายไว้บนหลังออกมาวางไว้ด้านข้างพร้อมกับนำใบไม้มาวางรองก้นตระกร้าก่อนที่นางจะค่อยๆเก็บเห็ดหลินจือใส่ตระกร้าด้วยความระมัดระวังอย่างเบามือที่สุด
พอนางเก็บเห็ดดอกสุดท้ายเสร็จนางก็เอาใบไม้มาปิดทับ้าอีกครั้งนางจึงได้หันกลับไปมองยังบิดาของตนแล้วก็หลุดขำออกมาเพราะบิดาของนางนั้นยังคงนั่งนิ่งเหมือนคนสติเลื่อนลอยไปไกลจนนางต้องสะกิดเรียกบิดา
"ท่านพ่อเ้าคะ ท่านพ่อ เราไปจากตรงนี้กันเถอะเ้าค่ะ " นางเอ่ยบอกกับบิดาหลังจากที่บิดาของนางคืนสติกลับมาแล้ว
"แล้ว....แล้วเห็ดหลินจือเ่าั้เล่าไปที่ใดหมดแล้วรึ" หลังจากที่ได้สติหนิงหวงก็รีบเอ่ยถามบุตรสาวอย่างสงสัยเพราะเห็ดเ่าั้มันได้หายไปหมดแล้ว
"ลูกเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ"
"เก็บั้แ่เมื่อไหร่ทำไมพ่อไม่รู้เื่กันเล่า"หนิงหวงเอายถามอย่างมึนงง
"ก็เก็บตอนที่ท่านพ่อยังคงใอยู่นั้นแหละเ้าคะ ฮ่า ฮ่า" นางเอ่ยตอบพร้อมกับหยอกล้อบิดาของตน จนทำให้บิดาหน้าขึ้นสีเล็กน้อยด้วยความเขินอายที่ตนมัวแต่ใจนเป็บุตรสาวที่มีสติมากกว่าจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วจนเขายังอดทึ่งในการคิดการอ่านของบุตรสาว
"อะแฮม....งั้นเราก็ออกจากป่ากันเถอะ"
"ได้เ้าค่ะ....แต่เมื่อตอนเดินผ่านมาลูกเหมือนจะเห็นต้นกล้วยอยู่ขอแวะดูหน่อยได้ไหมเ้าคะท่านพ่อ" หนิงฮวาเอ่ยขออนุญาติบิดาก่อนที่จะพากันเดินออกจากป่าแห่งนี้ไปเพราะตอนที่เดินเข้ามานางสังเกตเห็นว่ามีกอกล้วยอยู่ทางด้านข้างตรงทางเข้าป่าไม่ไกลมากนัก
"ได้สิ เ้าอยากทานกล้วยรึฮวาเออร์" หนิงหวงเอ่ยอนุญาติก่อนจะถามบุตรสาวกลับบ้าง
"ใช่เ้าค่ะและลูกอยากจะเอาต้นอ่อนของมันไปปลูกไว้ที่บ้านด้วยเ้าค่ะ" หนิงฮวาเอ่ยบอกความ้าของนางให้กับบิดาได้รับรู้ พอนางและบิดาเดินมาถึงต้นกล้วยที่นางหมายตาเอาไว้ก็พบว่ากล้วยที่นางเจอเป็กล้วยน้ำหว้าและออกลูกประมาณสามสี่เครือ
มีเริ่มสุกแล้วสองเครือนางจึงคิดจะตัดไปไว้ทานที่บ้านทั้งสองเครือเลยส่วนต้นอ่อนนั้นมีอยู่สี่ถึงห้าต้นนางอยากได้ทั้งหมดแต่ปัญหาคือนางจะเอาทั้งหมดนี้กลับไปได้อย่างไรนอกจากจะเอากลับไปก่อนรอบนึงแล้วค่อยกลับมาเอาอีกรอบนึงเมื่อตัดสินใจได้แล้วนางจึงเอ่ยกับบิดาว่า
"ท่านพ่อลูกอยากได้กล้วยสองเครือนี้เ้าค่ะและลูกอยากได้ต้นอ่อนของกล้วยอีกห้าต้นท่านพ่อสามารถเอากลับไปก่อนรอบนึงแล้วค่อยกลับมาเอาใหม่อีกรอบได้หรือไม่เ้าคะ" นางเอ่ยกับบิดาก่อนจะรอคำตอบจากบิดาของนางเพื่อจะได้รีบไปรีบกลับมา
"ได้สิเดี๋ยวพ่อเอากล้วยกลับไปก่อนแล้วค่อยมาขุดเอาต้นอ่อนไปทีหลัง แล้วเ้าเล่าจะทำเช่นไรจะกลับไปพร้อมพ่อเลยรึไม่"
"ไม่เ้าค่ะ ลูกจะอยู่รอท่านพ่อที่นี้แหละเ้าค่ะลูกว่าจะเดินดูรอบๆบริเวณนี้ดูเผื่อจะเจอของที่อยากได้เพิ่มอีกนิด"
"งั้นก็ได้แต่ห้ามเ้าไปไหนไกลจากบริเวณรอบๆนี้เข้าใจรึไม่พ่อจะรีบไปรับกลับมา เ้าต้องระวังตัวให้มากเข้าใจไหมฮวาเออร์"หนิงหวงเอ่ยกำชับกับบุตรสาวก่อนจะออกเดินทางเพื่อนำกล้วยกลับไปเก็บก่อนแล้วค่อยกลับมาหาบุตรสาว
"เดี๋ยวเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านเอาตระกร้าของท่านพ่อมาให้ลูกเถอะส่วนตระกร้าลูกท่านพ่อก็นำกลับไปด้วยจะได้เอาของที่อยู่ในตระกร้าไปเก็บด้วยเ้าค่ะ" นางเอ่ยบอกกับบิดาเพราะว่าของมีค่าขนาดนี้จะมาเดินสะพายไปมาในป่าเขาเช่นนี้คงไม่ปลอดภัย พอสับเปลี่ยนตระกร้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วบิดาของนางก็ออกเดินทางกลับบ้านพร้อมกับแบกกล้วยสองเครือนั้นไปด้วย
"งั้นเราลองสำรวจดูดีกว่าว่าแถวนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง" เมื่อนางพึมพำกับตนเองจบแล้วก็เริ่มออกเดินสำรวจบริเวณรอบๆอยากสนุกสนานแต่ก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ในระหว่างที่นางเดินสำรวจอยู่นั้นนางก็พบเข้ากับต้นไม้ต้นนึงที่มีผลมันอยู่เต็มต้นแถมยังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมาด้วยนั้นจึงทำให้ดวงตากลมโตนั้นกลับเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิมด้วยความดีใจนางจึงรีบเดินเข้าไปดูให้แน่ใจว่ามันใช่ต้นผลไม้ที่นางรู้จัก
และก็ใช่มันคือต้นมะตูมจิงๆด้วยไม่คิดว่าแถวนี้จะมีต้นมะตูมให้ได้เห็นอีกทั้งกลิ่นหอมของผลที่สุกแล้วของมันช่างหอมยิ่งนักไม่รอช้านางรีบวางตระกร้าลงแล้วเก็บเอาผลมะตูมที่ที่ดิบกับสุกแล้วใส่ลงไปในตระกร้าทันทีได้มาประมาณครึ่งตระกร้านางก็หยุดพักพอดีกับที่บิดาของนางได้กลับมาถึงแล้วเอ่ยเรียกนางนางจึงได้เดินกลับไปยังต้นกล้วยที่เดิม
"ฮวาเออร์......เ้าไปไหนมารึพ่อเรียกหาตั้งนาน" หนิงหวงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง
"ลูกไปเจอต้นมะตูมมาเ้าค่ะอยู่ทางด้านโน้นเลยใช้เวลาเก็บอยู่ซักพักพอได้ยินเสียงของท่านพ่อลูกจึงได้รีบกลับมาเ้าค่ะ" นางเอ่ยกับบิดาอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้บิดาเป็ห่วง
"ต้นมะตูมมันคือสิ่งใดงั้นรึ มันกินกินได้รึไม่" เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยเพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อผลไม้นี้มาก่อน
"กินได้เ้าค่ะ แถมยังเป็ยาด้วยนะเ้าคะ"
"เช่นนั้นรึ พ่อขอดูหน่อยซิอยากเห็นว่ามัตูมที่เ้าบอกมันหน้าตาเป็เช่นไร"
"นี้เ้าค่ะ ผลมะตูมจะมีลักษณะเป็ผลกลมรี เปลือกมีลักษณะเรียบ เป็มัน เปลือกหนา และแข็งมาก ผลขณะอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อผลสุกจะมีสีเขียวอมเหลือง และสุกเต็มที่จะมีสีเหลือง ส่งกลิ่นหอม เนื้อในมีสีเหลืองหรือส้มอมเหลือง มีเมล็ดจำนวนมากเรียงเป็วงกลมรอบแกนผล
โดยผลที่สามารถนำมาแปรรูปเป็มะตูมเชื่อมได้ควรมีอายุผลั้แ่ 4-7 เดือน และจะต้องเป็ผลดิบ หรือเริ่มสุกเท่านั้นหากผลสุกมากจะทำให้เนื้อเหลว ไม่สามารถเชื่อมเป็แผ่นได้ เ้าค่ะ" หนิงฮวาวางตระกร้าลงให้บิดาได้ดูผลมะตูมพร้อมทั้งอธิบายลักษณะของมะตูมให้บิดาได้ฟังด้วย
"อ้อ.......แล้วมันเอาไปทำได้แค่เชื่อมกินเท่านั้นรึ"
"ผลดิบอ่อน (รสชาติฝาด ขื่นเล็กน้อย)นำมาฝานเป็แผ่นบางๆ ตามขวาง แล้วตากแห้ง ใช้ต้มน้ำดื่ม และผสมน้ำตาลเล็กน้อย เรียก น้ำมะตูม แต่ถ้าปอกเปลือกและฝานเป็แผ่นตามขวางขนาดหนาประมาณ 1 ซม. แล้วนำมาเชื่อม เรียกว่า มะตูมเชื่อม
ส่วนผลที่สุกเนื้อด้านในมีสีเหลือง ส่งกลิ่นหอม และมีรสหวาน ใช้รับประทานเป็ผลไม้ส่วนยางที่หุ้มเมล็ดในผลดิบหรือผลสุกใช้ทำเป็กาวได้ด้วยเ้าค่ะ" หนิงฮวาเอ่ยบอกกับบิดาให้ความรู้แก่ท่านด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มสดใสประดับอยู่ตลอดเวลา
"โอ้ ......มันช่างดียิ่งนักงั้นเราไปเก็บมันเพิ่มอีกดีไหมฮวาเออร์จะได้เอาไปทำไว้ทานเยอะๆ"
"เก็บเท่านี้ก่อนก็ได้เ้าค่ะนี้ก็เยอะแล้ว ตอนนี้เรารีบไปขุดเอาต้นกล้วยแล้วก็กลับบ้านกันเถอะเ้าค่ะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน"
หนิงฮวาเอ่ยบอกบิดาก่อนจะช่วยกันขุดเอาต้นอ่อนของต้นกล้วยและพากันเดินออกจากป่าเพื่อกลับไปยังบ้านของทั้งสองแถมระหว่างทางนางยังเห็นก่อไผ่และมีหน่อไม้ขึ้นอยู่เยอะพอสมควรนางจึงเก็บกลับไปเพื่อทำอาหารด้วยเลยและนางคิดว่าวันหลังค่อยให้บิดาพาขึ้นมาเก็บใหม่แต่คงหลางจากจัดการกับเห็ดหลินจือพวกนั้นแล้วเสร็จก่อนนั้นเอง