ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 117 การประชุมของเหล่าราชา!

            ในเวลากลางคืน

            ในที่สุดเย่เทียนก็มีเวลาว่างหลอมรวมพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงที่เขาคัดลอกมา

            “หลอมรวม!”

            เย่เทียนคิด

            ฟูม!!!!

            กระบวนการหลอมรวมทางจิตวิญญาณที่น่ากลัวได้เริ่มขึ้นแล้ว

            ในเวลานี้ เย่เทียนรู้สึกว่าวิญญาณของเขากำลังถูกพลังที่ไม่อาจอธิบายได้ลูบไล้ไปมาความเจ็บปวดนี้แตกต่างจากความเจ็บปวดทางกาย แต่มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถอธิบายได้

            มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเหมือนกับกำลังจมน้ำแต่เย่เทียนก็ทำได้เพียงกัดฟันทนไม่ส่งเสียงออกมาเพื่อไม่ให้เย่หยูตกใจ ช่วงเวลาแห่งความทรมานนี้กินเวลาสิบนาทีและเมื่อการหลอมรวมสิ้นสุดลง เย่เทียนก็ผสานพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงได้สำเร็จ

            เขามองดูข้อมูลพรสวรรค์โดยไม่รู้ตัวก่อนจะเห็นพรสวรรค์ที่เขาเพิ่งหลอมรวมเข้ากับร่างกายปรากฏบนจอประสาทตา

            [พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ: ระดับสูง]

            “การถ่ายโอนวิญญาณเป็นไปได้ไหมว่าวิญญาณของเราสามารถถ่ายโอนไปยังที่อื่นหรือสิ่งอื่นได้?”

            เย่เทียนคาดเดา

            ทันใดนั้นจิตสำนึกของเขาก็ค่อยๆจมดิ่งเข้าไปในทะเลวิญญาณ ก่อนเขาจะพบตราประทับพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณตัวเอง

            เพียงไม่นาน

            เขาก็พบกับจุดแสงที่แสดงถึงพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณและสติของเขาก็ถูกหลอมรวมเข้ากับข้อมูลบางอย่าง

            นี่เป็นวิธีหนึ่งที่เขาเพิ่งเรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้มันเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการตรวจสอบข้อมูลของพรสวรรค์และไม่จำเป็นต้องทดลองเพื่อให้รู้ว่ามันใช้งานอย่างไร

            “พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณเป็นเช่นนี้เอง!”

            เย่เทียนตกใจจนหน้าซีดเผือด

            การถ่ายโอนวิญญาณเป็นความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลยทั้งมันยังแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก

            สิ่งที่เรียกว่าการถ่ายโอนวิญญาณคือการย้ายวิญญาณของตัวเองไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นและลบวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามทิ้งโดยจิตวิญญาณของเขาจะเข้าครอบครองร่างกายของเป้าหมาย พูดง่ายๆ ก็คือการเข้าสิงร่างของสิ่งมีชีวิตอื่น

            สิ่งที่ท้าทายสวรรค์ยิ่งกว่าคือในขณะที่เขาใช้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เขาสามารถใช้ทักษะและพรสวรรค์ทุกชนิดของร่างนั้นๆพร้อมกับร่างจริงของตัวเองได้ เนื่องจากตราประทับพรสวรรค์อยู่ในจิตวิญญาณของเขา แต่ระดับพรสวรรค์ของเขาอาจลดลงเล็กน้อยและไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่เหมือนดั่งร่างจริง

            หากร่างกายที่เขาครอบครองถูกฆ่าวิญญาณของเขาจะถูกส่งกลับมา เขาก็จะได้รับบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

            แน่นอน

            พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณมีข้อจำกัดเมื่อเปิดใช้งานแล้วจะครอบครองร่างกายของอีกฝ่ายได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น และมีคูลดาวน์เป็นเวลาหนึ่งปี

            นี่คือพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงหากเป็นพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงสุด บางทีเขาอาจครอบครองร่างกายของฝ่ายตรงข้ามได้นานขึ้นและระยะเวลาคูลดาวน์ก็อาจจะสั้นลง

            แต่เย่เทียนมีพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงเท่านั้นเขาไม่มีความหวังที่จะยกระดับพรสวรรค์ถ่ายโอนวิญญาณของเขาให้สูงขึ้นได้ เนื่องจากพรสวรรค์นี้หายากมาก!

            “ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าวานรวิญญาณทองยังไม่ตาย?ไม่...มันไม่น่าจะใช่วานรวิญญาณทอง วานรวิญญาณทองตัวนั้นน่าจะเป็นร่างที่ฝ่ายตรงข้ามใช้พรสวรรค์ถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงเพื่อเคลื่อนย้ายพรสวรรค์ของมันไม่แปลกใจเลยที่มันไม่ถอยหนีและต้องการที่จะต่อสู้กับหยุนเมิ่งหลีจนตาย!”

            เย่เทียนเข้าใจเรื่องราวได้ในทันที

            “ครอบครองร่างเป็นเวลาหนึ่งเดือนและคูลดาวน์เป็นเวลาหนึ่งปีพรสวรรค์นี้จะต้องเลือกใช้ในเวลาที่เหมาะสมถึงจะมีประโยชน์มากที่สุด!” เย่เทียนแอบวางแผน

            ผ่านไปไม่กี่วัน เหล่าผู้บริหารระดับสูงของฐานทะเลมารก็เริ่มแจกจ่ายรางวัลจากสงคราม

            ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์และระดับราชาทุกคนล้วนได้รับรางวัลมากมายฉากการต่อสู้ในสนามรบถูกบันทึกไว้โดยอุปกรณ์ฉายภาพของฐานทะเลมาร จากนั้นพวกเขาก็แจกจ่ายเนื้อสัตว์อสูรเลือดสัตว์อสูร และรางวัลอื่นๆ ตามความดีความชอบ

            สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายในสนามรบรางวัลที่พวกเขาได้รับจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และไม่มีผู้ใดคัดค้านกับเรื่องนี้

            เย่เทียนได้รับรางวัลมากมายในบรรดารางวัลที่เขาได้รับมีสัตว์อสูรระดับราชาที่ถูกเขาสังหารอยู่ด้วย

            แต่ซากของสัตว์อสูรระดับราชานั้นใหญ่เกินไปเย่เทียนจึงทำได้เพียงขายมันเพื่อแลกกับเงินจำนวนมากแทน

            แต่สิ่งที่เย่เทียนไม่รู้ก็คือเหล่าราชาที่แข็งแกร่งของฐานทะเลมารเริ่มยุ่งมากในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา พวกเขารีบไปที่ฐานทัพขนาดใหญ่อื่นๆอีก 2 แห่งเพื่อช่วยเหลือพวกเขาขับไล่ฝูงสัตว์อสูรออกไป

            หยุนเมิ่งหลีร่วมมือกับราชาไร้เทียมทานจากฐานทัพอื่นๆและฆ่าราชาไร้เทียมทานอีก 2 ตัว ในที่สุดวิกฤติของสามฐานใหญ่ก็ได้คลี่คลายลงและฝูงสัตว์อสูรก็ถอยร่นออกไป

            วันนี้

            ในขณะที่เย่เทียนกำลังฝึกอยู่ในบ้านบรรพบุรุษตระกูลเยว่ ราชาเยว่หลิงก็มาเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง

            “ท่านราชาเยว่หลิง!”

            เมื่อเย่เทียนเห็นราชาเยว่หลิงเขาก็กล่าวทัก

            “เย่เทียนนายไม่ต้องเกรงใจไปนายสามารถสังหารสัตว์อสูรราชาได้ แม้ว่านายจะไม่ใช่ระดับราชา แต่ความสามารถของนายก็เพียงพอที่จะพูดคุยกับพวกเราและระดับราชาคนอื่นๆได้ ถ้านายไม่รังเกียจก็เรียกฉันว่าพี่ใหญ่เยว่เถอะ” ราชาเยว่หลิงพูดอย่างมีความสุข

            เขาจะไม่มีความสุขได้อย่างไร?

            ด้วยพรสวรรค์ของเย่เทียน เขาจะต้องเป็นราชาไร้เทียมทานในอนาคตแน่และความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเยว่กับเย่เทียนนั้นก็ค่อนข้างดี ในอนาคตเขาต้องพึ่งพาเย่เทียนตอนนี้ราชาเยว่หลิงจึงต้องการสานสัมพันธ์กับเย่เทียนไว้

            “แล้ว...พี่เยว่มาหาผมมีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ? พี่คงไม่ได้มาเพียงเพื่อทักทายผมหรอกใช่ไหม?”

            เย่เทียนถามด้วยความอยากรู้

            “ฉันมาหานายเพื่อเชิญนายเข้าร่วมการประชุมระดับราชา!”ราชาเยว่หลิงกล่าว

            “การประชุมระดับราชา?ผมเนี่ยนะ?”

            เย่เทียนประหลาดใจ

            “ใช่!” ราชาเยว่หลิงพูดอย่างจริงจัง“จริงๆ แล้วพี่ใหญ่ต้องการเชิญนายน่ะ ฉันแค่มาเป็นตัวแทนพวกเขาเพื่อเชิญนายเฉยๆ เหล่าคนระดับสูงของฐานทะเลมารเห็นนายสังหารสัตว์อสูรระดับราชาไปหนึ่งตัวโดยใช้เพียงแค่สองกระบวนท่าความแข็งแกร่งของนายได้รับการยอมรับจากพวกเขา แม้แต่ราชาหยุนเมิ่งหลีก็ยังยอมรับตัวตนของนายเลย”

            “แล้วการประชุมจะจัดขึ้นเมื่อไหร่?”

            เย่เทียนเองก็อยากเข้าร่วมการประชุมระดับราชาเช่นกันมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะได้รู้ความลับอื่นๆ เพิ่มเติม แม้แต่ข่าวของฐานทัพระดับสูงสุดเขาก็อาจจะได้รู้เพราะหากคนคนหนึ่งไม่เข้าร่วมกับวงการใดๆ เลย มันก็ไม่มีทางที่จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว

            “พรุ่งนี้ เวลา10.00 น. ที่หอคอยเมฆาของตระกูลหยุน ชั้นที่ 10! นี่คือบัตรเชิญ นายเก็บมันไว้ให้ดี!” ราชาเยว่หลิงยื่นเทียบเชิญให้เย่เทียนทั้งคู่พูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนที่ราชาเยว่หลิงจะจากไป

            “การประชุมระดับราชาไม่คิดเลยว่าเราจะได้เข้าร่วมเร็วขนาดนี้!”

            เย่เทียนเก็บบัตรเชิญไปด้วยรอยยิ้ม

            จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกฝนทั้งคืน

            วันต่อมา เย่เทียนมาถึงตระกูลหยุนตามเวลานัดหมายและเขาก็เห็นคนรู้จักคนหนึ่ง ซึ่งก็คือหยุนเฟิง

            หยุนเฟิงกลายเป็นระดับปรมาจารย์ด้วยพรสวรรค์ด้านคมดาบวายุระดับสูงสุดพลังการต่อสู้ของเขาจึงแข็งแกร่งโดยไม่อาจคาดเดา ด้วยความไร้ขอบเขตนี้เขาจึงกลายเป็นคือตัวตนที่แข็งแกร่งในระดับปรมาจารย์และเขาก็ยังมีพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับปานกลาง ในอนาคต คาดว่าเขาจะกลายเป็นปรมาจารย์ไร้เทียมทานแต่เขาอาจต้องใช้เวลาสิบถึงยี่สิบปี

            เย่เทียนมองหยุนเฟิงแวบหนึ่งก่อนจะถอนสายตากลับมาภายใต้การนำของคนรับใช้ของตระกูลหยุน เขาเดินเข้าไปในหอคอยเมฆาอย่างง่ายดาย

            หอคอยเมฆาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถเข้ามาได้มีเพียงระดับราชาเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเพียงพอ

            หยุนเฟิงเองก็สังเกตเห็นเย่เทียนเช่นกันและเมื่อเย่เทียนเข้าไปในหอคอยเมฆา เขาก็ดึงคนรับใช้ข้างๆ มาถามว่า “คนที่เพิ่งเข้าไปคือใคร? ฉันเห็นว่าเขาเป็นเพียงปรมาจารย์ แล้วทำไมเขาถึงเข้าไปในหอคอยเมฆาได้?”

            เมื่อคนรับใช้เห็นว่าผู้ถามคือคุณชายหยุนเฟิงที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้เขาจึงรีบกล่าวด้วยความเคารพว่า “คุณชายหยุนเฟิง คนผู้นั้นคือปรมาจารย์ไร้เทียมทานเย่เทียน!”

            “เป็นเขา!”

            หยุนเฟิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ

            ข่าวการสังหารสัตว์อสูรระดับราชาของเย่เทียนได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งฐานทัพทะเลมาร

            เขาเองก็ได้ยินมาเช่นกัน

            แต่เขาไม่ได้รู้สึกกลัวอีกฝ่ายแต่อย่างใดยิ่งได้ยินเช่นนี้ ภายในใจของเขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้!

            เขาเชื่อมั่นว่าหลังจากเขาบรรลุถึงจุดสูงสุดของขอบเขตปรมาจารย์แล้วเขาเองก็จะสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับราชาได้เช่นกัน

            “เราต้องรีบกลับไปฝึกเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่านี้!”

            หยุนเฟิงคิดในใจ

            เมื่อเข้าสู่หอคอยเมฆา ไม่นานเย่เทียนก็มาถึงชั้นที่สิบของหอคอย

            ทันทีที่เขาเข้าไปในห้องโถงชั้นที่10 สายตาของคนทั้งห้องก็หันมองมาทางเขา

            เมื่อเห็นดังนั้นเย่เทียนก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนทั้งห้องโถงใหญ่นี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาทุกคน

            มีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ซึ่งมันดูแปลกแยกไปสักหน่อย!

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน