God Equipment Super Armor

    ตอนที่ 64 นักล่าจักรพรรดิ!(1)

    ตอนที่ 64

    นักล่าจักรพรรดิ!(1)

              ภายในที่พักของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการจัดการ

              มีเงาหนึ่งยืนอยู่หน้าเต็นท์ของบอสเงานั่นได้รูดซิปเต็นท์ออกแล้วเดินเข้าไปภายในอย่างเงียบงันเงานั่นมองร่างของบอสที่กำลังนอนกรนขี้มูกโป่งอย่างสบายใจเงานั้นแสยะยิ้มจากนั้นก็หยิบสิ่งของบางอย่างออกมาแล้วนำไปปั๊มที่หลังมือข้างซ้ายของบอสหลังมือส่องแสงสว่างขึ้นชั่วขณะเมื่อแสงนั่นหายไปก็ปรากฏปานสีแดงที่มีสัญลักษณ์ดอกไม้รูปร่างแปลกประหลาดที่ถูกรัดด้วยมังกร3 ตัว

              หลังจากนั้นเงานั่นก็วางแผ่นป้ายสีทองเหลืองสลักตราแบบเดียวกันกับปานสีแดงไว้ที่บนหัวนอนแล้วเขาก็รูดซิปปิดเต็นท์แล้วสลายหายไปในความมืด

              [หืม.....]

              เช้าวันต่อมา

              บอสตื่นขึ้นตอนเวลาตี5 เขาลึกขึ้นนั่งแล้วบิดขี้เกียจดวงตาพลันไปสะดุดเข้ากับแผ่นป้ายทองเหลืองที่วางอยู่ข้างกับหมอนเขาหยิบมันขึ้นมาแล้วตรวจสอบมันด้วยระบบทันที

              [ป้าย???]

              [?????]

              ‘หนอนน้อย ของชิ้นนี้มาจากไหนแล้วทำไมระบบถึงไม่รู้ว่ามันคืออะไรงั้นเหรอ?’บอสสงสัย

              [ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พึ่งเคยเห็นเหมือนกัน]

              ‘มีคนแอบเอาเข้ามาวางเอาไว้เหรอ? เมื่อคืนเธอตรวจพบอะไรไหม?’

              [ไม่เลยค่ะ ปกติดีทุกอย่างนะคะ]

              ‘แล้วมันเข้ามาอยู่ในนี้ได้ยังไง? แปลกแหะ’

              บอสพลิกมันไปมาสักพักก็พบว่าหลังมือซ้ายของตนเองมีปานสีแดงที่มีสัญลักษณ์แบบเดียวกันหลังป้ายอยู่เช่นเดียวกันนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขากันแน่? แมลงก้นกระดกทำมันอย่างงั้นเหรอ?เป็นไปได้เหรอที่หนอนน้อยจะตรวจไม่พบอะไรที่เกิดขึ้นกับเขาเลย?มี 2สิ่งที่คล้ายกันอยู่ที่เขาแบบนี้ยังไงก็ต้องมีคนแอบเข้ามามอบมันให้อย่างแน่นอน

              ‘เธอแน่นอนใจนะว่าไม่มีใครเข้ามาในข้างในเต็นท์?’

              [เมื่อคืนฉันไม่เห็นใครจริงๆค่ะฉันปิดบังคุณบอสแล้วจะได้อะไรเหรอคะ??]หนอนน้อยกล่าวอย่างใสซื่อ

              ‘งั้น...เก็บมันเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ช่างมันเถอะ’

              บอสเก็บป้ายทองเหลืองเอาไว้ในระบบจากนั้นก็ไปอาบน้ำที่ทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลจากค่ายมากนักในเรดาร์บอกเขาว่ามีคนจำนวนหนึ่งอยู่ในทะเลสาบช่วงเวลานี้เป็นเวลาของผู้ชายอาบน้ำดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องระวังมากนักกลุ่มชายจากมหาวิทยาลัยอื่นเห็นเขาก็พยักหน้าให้เล็กน้อยบอสก็พยักหน้ากลับเป็นมารยาท

              คนพวกนี้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขาแล้วเลยพากันเกรงใจและไม่กล้าหาเรื่องเขาบอสใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 10 นาที เขาก็ขึ้นจากน้ำเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตนเองพอเดินมาถึงก็พบว่าเสื้อผ้าของเขาหายไปแล้ว!

              “ใครเอาไปวะ? เสื้อผ้าที่ใส่แล้วของฉันเนี่ยนะ?”บอสกล่าว

              [อาจจะเป็นสาวๆที่แอบชอบคุณบอสเอามันไปดมก็ได้ค่ะ]

              ‘นั่นก็เกินไป ยูนิฟอร์มของฉันหายไปแล้วจะทำยังไงดีละทีนี้ครูฝึกสั่งซ่อมฉันแน่ๆ’

              [ในร้านค้ามีขายค่ะ แบบเดียวกันเลยสามารถซื้อได้ในราคาชุดละ 599ทองเท่านั้นเอง]

              ‘สงสัยจะต้องซื้อนั่นแหละ ให้ตามหาคงจะไม่เจอง่ายๆแน่อีกอย่างวันนี้เองก็เป็นวันสุดท้ายแล้วด้วย ฉันกำลังจะได้อิสรภาพกลับคืนมาแล้วว่ะฮ่าๆๆ’

              บอสนำชุดใหม่มาสวมจากนั้นก็เดินกลับไปที่เต็นท์ของตัวเองเพื่อเก็บมันแต่พอไปถึงเขาก็พบว่ามันหายไปอีกแล้ว! เขาหันหน้าไปมองชายหญิงที่เดินไปมาแล้วกล่าว

              “มีใครรู้ไหมว่าใครเอาเต็นท์ของฉันไป?”

              “ไม่เห็นนะคะพี่บอสใช่ไหม?”ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวแล้วมองไปยังชายที่อยู่ด้านข้าง

              ชายคนนั้นตัวสั่นเพราะมีของแหลมคมกำลังจี้หลังของเขาอยู่

              “ชะใช่ครับ ไม่มีเห็นใครเลยครับพี่บอสพอพวกเราเดินมาถึงมันก็ว่างเปล่าไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว”ชายคนนั้นกล่าว

              คิ้วของบอสขมวดเข้าหากันนี่มันเกิดเรื่องบัดซบอะไรกัน? เขาตัดสินใจทิ้งเต็นท์ของตัวเองไปถือซะว่าทำบุญวันนี้มีอาหารที่ทำจากเนื้อมอนสเตอร์จำนวนมากแจกจ่ายเพราะทุกมหาวิทยาลัยยกเว้นมหาวิทยาลัยมังกรผงาดโรซันได้สำเร็จกิจกรรมหาประสบการณ์ในครั้งนี้

              บอสถูกรุ่นน้องและรุ่นพี่ภายในมหาวิทยาลัยการจัดการเข้าร่วมวงทานอาหารแต่ส่วนใหญแล้วจะเป็นผู้หญิงที่ชวนบอสพูดคุยพวกผู้ชายทำได้เพียงมองเท่านั้นเอง

              หลังจากทานอาหารเสร็จพวกเขาก็ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่มีชื่อว่าแดนศิลา มันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยซากหินมากมายว่ากันว่ามันคือซากของโกเลมหินขนาดมหึมาหินที่อยู่ที่นี่ทุกก้อนไม่สามารถทำลายได้ไม่ว่าจะใช้การโจมตีที่รุนแรงขนาดไหนก็ตามมีนักธรณีวิทยาคนหนึ่งนำหิน 1ก้อนจากที่นี่ไปอัดด้วยเครื่องอัดไฮดรอลิกด้วยกำลังสูงสุดก็ไม่สามารถทำลายมันได้เลยแม้แต่ความร้อนระดับสูงสุดที่มนุษย์สามารถสร้างได้ก็ยังไม่สามารถหลอมละลายมันได้

              เมื่อพวกเขามาถึงก็พบเห็นคนจำนวนนับหมื่นซึ่งมีทั้งนักศึกษาและทหารปะปนกันไปทางกองทัพไม่อยากเสียอนาคตของชาติไปเพราะพวกมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิถึงแม้ว่านักศึกษาทุกคนจะมีระดับสูงมากแล้วก็ตามทีแต่มันมีกฎของดาวเคราะห์เลยทำให้พวกเขาไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ที่ยังน้อยประสบการณ์

              “วันนี้เราจะได้เห็นคุณบลูไหมน๊าาา~”

              “จริงด้วยฉันอยากเห็นตัวคุณบลูแบบเป็นๆมานานแล้วอ๊ากก! นางฟ้ากลับชาติมาเกิดชัดๆ”

              “ฉันเป็นแฟนคลับของเธอตั้งแต่เข้าวงการแรกๆเธอสวยวันสวยคืนสวยจนไม่รู้จะพูดว่าสวยยังไงแล้ว!”

              “ใครกันน๊าจะได้เป็นแฟนของเธอ...”

              “เท่าที่ฉันได้ยินมาลูกชายของตระกูลธันเดอร์กำลังตามจีบคุณบลูอยู่ เขามีอายุเพียงแค่ 25 ปีแต่มีพลังระดับ 147 แล้วกิ่งทองใบหยกชัดๆ”

              บอสได้ยินทุกคนกำลังพูดถึงภรรยาในอนาคตของเขาอยู่มันก็อดไม่ได้ที่จะภูมิใจแต่ไอ้คนที่กำลังตามจีบเธออยู่มันทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจเลย อายุ 25แล้วแต่มีพลังระดับ 147? เหอะกระจอกเสียไม่มีหากคนพวกนี้รู้ว่าบลูกำลังจะแตะระดับ200 แล้วบอกเลยว่าคนคนนั้นไม่ต่างอะไรจากกบต้องการกินหงส์!

              “ฉันจำได้ว่าชายที่ได้รับฉายาว่า นักล่ามังกรเองก็กำลังตามจีบเธออยู่เหมือนกันแต่อายุของเขาก็ปาไปตั้ง 60 ปีแล้วแต่ระดับของเขาอยู่ที่ 245 เลยนะ”

              “ช่างหัวพวกคนที่จีบคุณบลูเถอะเพราะยังไงเทพธิดาของพวกเราก็ไม่เลือกคนเหล่านั้นอยู่แล้วฉันจำได้ว่าเธอหักอกทุกคนโดยไม่ไว้หน้าเลยหรือว่าเธออาจจะถือพรหมจรรย์เพื่อแฟนคลับทุกคน!”

              หากคนพวกนี้รู้ว่าบอสทำลายพรหมจรรย์ของบลูไปแล้วจะต้องไล่ฆ่าเขาไปจนสุดขอบโลกแน่ๆแต่บอสยอมรับได้เลยว่าบลูนั้นโด่งดังมากสำหรับวัยรุ่นในช่วงอายุ 17 - 25 ปีตามจริงแล้วมีคนมากมายที่มีความสวยระดับเธออยู่เยอะแถมยังเป็นคนดังมากอีกด้วยเมื่อพวกเขาเรียนจบสังคมก็จะเปลี่ยนไปแล้วรู้จักกับคนในวัย 30 ปีขึ้นไปมากขึ้นยิ่งก้าวเข้าสู่ระดับสูงยิ่งเจอกับพวกอายุ 60+ ดีไม่ดีก็ 100+

              ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ภายในแถวนายพลท่านหนึ่งก็เรียกหัวหน้าทุกหน่วยเข้าพบไม่ว่าจะเป็นหน่วยใหญ่หรือหน่วยย่อยแต่เฉพาะนักศึกษาเท่านั้นทุกคนพากันซุบซิบถึงเรื่องผลงานของแต่ละคนที่ทำเอาในช่วง 6 วันที่ผ่านมา

              ณลานกว้างแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นัดรวมตัวหัวหน้าหน่วย

              บอสกวาดตามองเหล่าอัจฉริยะที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยทุกคนก็พบว่ามีหลายคนที่ไปถึงระดับ100 แล้วแต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับ 97 - 99 น่าเสียดายที่บลูไม่ได้มาหรือไม่ก็เธออาจจะเคยมาแล้วและเสร็จกิจกรรมนี้แล้ว

              ‘สมแล้วที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะแต่งต่างจากคนธรรมดาลิบลับเลยแหะ’

              ขณะที่เขากำลังกวาดตามองคนอยู่ก็มีใครบางคนเอานิ้วมือจิ้มที่เอวบอสหันหลังไปก็พบว่าเป็น จูน นั่นเอง! เธอยิ้มให้เขาแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรบอสเองก็ยิ้มตอบกลับเธอเช่นเดียวกันเธอเป็นถึงน้องสาวของลิชแน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว อีกไม่นานเธอก็จะวิวัฒนาการครั้งที่3 ตามพี่ชายของเธอใกล้จะทันแล้ว

              มีนายพลกล้ามโตคนหนึ่งสวมเสื้อของกองทัพแบบฉีกแขนเสื้อออกจนกุดปากของเขามีซิก้าร์ หน้าตามีรอยบาดที่ดวงตาข้างซ้ายดูแล้วน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก

              ฟู่~~!!!

              เขาพ่นควันออกมาจากทางจมูกและปากพร้อมกัน ระดับของชายคนนี้อยู่ที่ 290!อีกแค่ 10 ระดับเขาจะอยู่จุดสูงสุดของมนุษย์ แต่อายุของเขาอยู่ที่217 ปีแล้วนับว่าแก่พอสมควร

              “สวัสดีอนาคตของชาติทุกคน! ที่ผมเรียกพวกคุณมาวันนี้เพราะผมต้องการให้พวกคุณออกจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเดิมแล้วเข้าไปอยู่ในหน่วยใหม่ที่มีชื่อว่า นักล่าจักรพรรดิ!”เขาพ่นควันออกมาหนึ่งจากนั้นก็กล่าวต่อ

            “หน้าที่ของพวกคุณก็ตามชื่อของหน่วยเลยคือทำหน้าที่จัดการกับมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิโดยเฉพาะ! สาเหตุที่ผมให้พวกคุณอยู่ในหน่วยนี้ก็เพราะศักยภาพของพวกคุณทุกคนล้วนสามารถจัดการมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิได้ด้วยตัวคนเดียวพวกคุณจะต้องอยู่แนวหน้าและถล่มมารดาพวกมอนสเตอร์ระดับจักรพรรดิลดทอนกำลังของพวกมันก่อนที่หน่วยจู่โจมจะทะลวงเข้าไปภายในหน่วยนี้จะทำงานไม่เหมือนหน่วยอื่นตรงที่ต้องทำเป็นคู่!ฉันมีเรื่องที่จะแจ้งเท่านี้ ไปเลือกคู่หูของคุณภายใน 10 นาที!”

              นายพลคนนั้นกล่าวเสร็จก็เดินจากไปทันที

              บอสหันหน้าไปทางจูนแล้วกล่าวขึ้นก่อนว่า“เธอมีคู่รึยัง?”

              จูนส่ายหัวแล้วกล่าว“ยัง”

              “งั้นเรามาค...”ก่อนที่บอสจะกล่าวชวนจูนก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วกล่าวตัดหน้าว่า

              “จูน~ เรามาคู่กันเถอะ!”

              ทั้งคู่ขมวดคิ้วแล้วหันไปมองชายคนดังกล่าวเขามีชื่อว่า สมิธ เป็นผู้ใช้พลังธาตุลมหน้าตานับว่าหล่อเหลาใช้แต่สายตาของชายคนนั้นดูเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก

              “โทษทีนะฉันมีคู่แล้ว”จูนส่ายหน้า

              “ผู้ชายคนนี้คือคู่ของเธอใช่ไหม?”สมิธมองหน้าของบอสแล้วกล่าวต่อว่า“หลีกทางให้ฉันดีกว่านะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน..”

              บอสยิ้มแล้วกล่าว“นี่ คนจริงเขาไม่พูดเยอะหรอกนายไปคู่กับคนอื่นน่าจะดีกว่าเพราะฉันและจูนนั้นเกิดมาเพื่อคู่กัน”

              จูนหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินว่า‘เกิดมาเพื่อคู่กัน’

              “นี่มึงไม่รู้เหรอว่ากูเป็นใคร!?”สมิธกล่าวด้วยความเย็นชา

              “มึงมาถามกูแล้วจะรู้ไหม? ไอ้ปัญญาอ่อนเอ้ย!”บอสไม่กลัว

              สมิธคว้าคอเสื้อของบอสแล้วง้างหมัดจะชกบอสแต่ก็มีคนจับแขนของสมิธเอาไว้ก่อนที่เขาจะปล่อยหมัด

              “ทำอะไรรักษาหน้าของมหาวิทยาลัยด้วย! เพื่อนๆจะซวยเพราะมึงคนเดียว!”โจ้กกล่าว

              สมิธปล่อยคอเสื้อของบอสแล้วชี้หน้า“กูจะจำหน้าของมึงเอาไว้ มึงเจอกูแน่!”

              “เออๆรีบมาก็แล้วกันอย่ามีแต่คำพูด กากสัส!”บอสชูนิ้วกลาง

              จูนตะลึงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบอสจะเป็นคนกวนตีนขนาดนี้หากเธอเป็นสมิธป่านนี้เธอคงกระทืบเขาให้จมดินไปแล้ว! น่าหมั่นไส้ชะมัด! เธอไม่กังวลว่าสมิธจะเล่นไม่ซื่อกับบอสเพราะตระกูลของเธอยินดีสนับสนุนเขาทุกอย่างรวมไปถึงการปกป้องคุ้มครองเขาด้วย

              “นายพอได้แล้ว”โจ้กบอกบอส

              ‘หมอนี่แสแสร้งเป็นพ่อพระเพื่อให้จูนเห็นรึเปล่า!?ไม่เลวๆ’บอสกล่าวในใจ

              เขาเลิกให้ความสนใจคนพวกนั้นแล้วหันไปทางจูนแล้วกล่าว

              “ไม่ได้เจอกันนานเลยพัฒนาขึ้นเยอะเลยนิ”

              “นายเองก็เหมือนกันได้ยินข่าวลือมาว่าหน่วยจู่โจมที่ 8 มีเทพเจ้าสายฟ้ากำเนิดขึ้นมานั่นใช่นายรึเปล่า?”

              “เทพเจ้าสายฟ้า!? ข่าวลือก็เว่อเกินไปนะแต่นั่นมันก็คือฉันเองนั่นแหละ” บอสกล่าวเสริมอีกว่า“ลิชเป็นยังไงบ้างเขาสบายดีไหม?”

              “สบายดีตอนนี้เขากำลังออกล่าเพื่อเพิ่มระดับอยู่”

              “ออกล่าเพื่อเพิ่มระดับ?”บอสมึนงง

              “ใช่แล้วพลังพิเศษของพี่ฉันคือ ดูดวิญญาณยิ่งเขาฆ่ามอนสเตอร์มากเท่าไหร่ก็จะพัฒนาไปเร็วมากขึ้นเท่านั้น”

              ‘พลังโคตร OP แบบนี้มีด้วยเหรอเนี่ย?มันแทบไม่ต่างอะไรจากระบบของฉันเลย’

              “เอาละเรามาพูดคุยกันหน่อยดีกว่าคุยผ่านแต่มือถือไม่ได้คุยกับตัวจริงสักทีมันทำให้ฉันเขินๆอยู่บ้าง”บอสกล่าว

              ‘นี่เขาเขินแล้วเหรอ?’จูนกล่าวในใจ

              จากนั้นพวกเขาก็พูดคุยเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ที่ตนเองมีและวางรูปแบบการต่อสู้ให้เหมาะสมสำหรับการต่อสู้แบบร่วมมือกันอาวุธที่จูนใช้ก็คือ ขวานใหญ่ ส่วนพลังพิเศษของเธอคือ หลุมดำเธอสามารถสร้างหลุมดำเพื่อดูดกลืนสิ่งมีชีวิตเข้าไปภายในแล้วทำให้ระเบิดเพื่อทำลายล้างศัตรูที่อยู่รอบหลุมดำได้พลังนี้ทรงพลังมากก็จริงแต่มันก็กินพลังงานไปเยอะมากเวลาใช้เช่นเดียวกัน

              พอพวกเขาตกลงกันได้แล้วก็หมดเวลาเลือกคู่หูพอดีผู้พันที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำหน่วยพาพวกเขาไปเตรียมตัวในพื้นที่ทันทีเพราะอีกไม่นานฝูงมอนสเตอร์ขนาดใหญ่จะมาถึงจุดปะทะแล้ว

         ..........................................................................................................................