ตอน โดนรุกหนัก
เย็นวันนี้ลุงอนันต์มารับฉันหลังจากเรียนเสร็จ เขาไม่ได้ไปรับอันนาเพราะอันนามีซ้อมละครเวทีต่อ
เมื่อฉันอยู่กับลุงเพียงสองคนโดยไร้ลูกสาวของเขาเช่นทุกวัน บรรยากาศในรถขากลับบ้านจึงเงียบสงัดและมีความเป็ส่วนตัวยิ่งกว่าเดิม
ลุงอนันต์เห็นฉันเงียบจึงชวนฉันคุยเื่การเรียนและเื่ชีวิตความเป็อยู่ เขาดูสนใจในทุกรายละเอียดของฉันจนฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็คนสำคัญ
เมื่อถึงบ้าน ลุงอนันต์ดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ยอมลงจากรถ เขาหันมาทางฉันแล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำในความสลัวของโรงจอดรถ
"วันนี้เหนื่อยไหม เรียนหนักหรือเปล่า"
"นิดหน่อยค่ะลุง มีควิซท้ายชั่วโมงด้วย"
"มาให้ลุงกอดให้กำลังใจหน่อยมา เหมือนที่ลุงกอดอันนาไง เราก็หลานลุงนะ"
เขาอ้าแขนออกกว้าง
ฉันลังเลเพียงครู่เดียวก่อนจะขยับเข้าไปหาอ้อมกอดของเขา ลุงอนันต์รวบตัวฉันเข้าไปกอดแน่น กลิ่นน้ำหอมและไออุ่นจากตัวเขาทำให้ฉันเคลิบเคลิ้ม แผ่นหลังของฉันรู้สึกเสียวว่าบเมื่อเขาออกแรงกอดหนักขึ้น มือของเขาไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่กลับลูบไล้แผ่นหลังของฉันขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่่เอวคอด
"แตงกวาตัวหอมจังนะ หอมกว่าที่ลุงคิดไว้ซะอีก" เขาซุกหน้าลงที่ซอกคอของฉันแล้วสูดดมเบาๆ จนฉันขนลุกซู่
ฉันสะดุ้งตัวโยนและพยายามจะผละออกเล็กน้อย
"ลุงอนันต์คะ แบบนี้มันไม่ดีนะคะ"
"ไม่มีอะไรหรอก ลุงแค่รักและเอ็นดูเรามากไปหน่อยน่ะ"
เขาผละออกแล้วจ้องหน้าฉันในระยะที่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว สายตาของเขาจ้องมองที่ริมฝีปากของฉันจนฉันต้องเม้มปากแน่น
หมับ! เขาเอามือนุ่มหนามาลูบริมฝีปากสีชมพูเรียวบางของฉันและส่งยิ้ม ค่อยๆก้มลงมาต่ำจนปลายจมูกโด่งคมเป็สันจิ้มจมูกเล็กของฉันบุบบู้บี้
นี่เขากำลังจะจูบฉันเหรอ? ฉันคิดในใจขณะที่เนื้อตัวแข็งทื่อเป็รูปปั้นหิน
ความเงียบภายในรถยุโรปคันหรูทำให้ฉันนิ่งชะงัก หลังจากคำพูดบอกรักและเอ็นดูของลุงอนันต์ หัวใจของฉันเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของฉันอย่างไม่ละวาง มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความนัยบางอย่างที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดผิวแก้มทำให้ฉันรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
ขณะที่ริมฝีปากของเรากำลังจะบดชนกัน ฉันรีบโพล่งออกมาเสียงดังเพื่อขัดจังหวะ "เอ่อ ลุงคะ แตงกวาว่าเราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ" ฉันรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาแล้วรีบเปิดประตูรถออกไปทันที
ฉันวิ่งขึ้นห้องนอนของตัวเองโดยไม่หันกลับไปมอง ทันทีที่ประตูปิดลงและกลอนถูกลงล็อก ฉันก็ทรุดตัวลงพิงบานประตูไม้ ลมหายใจหอบถี่พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
ััจากอ้อมกอดของลุงอนันต์ยังคงทิ้งความอบอุ่นไว้ที่แผ่นหลังและเอว ความรู้สึกแปลกประหลาดที่มันแล่นแว๊บเข้าสู่ท้องน้อยในตอนที่เขาซุกหน้าลงที่ซอกคอนั้นมันทำให้ฉันหวาดกลัว
ฉันเดินไปที่หน้ากระจก แสงไฟนีออนสีนวลสะท้อนภาพเด็กสาววัยยี่สิบที่มีใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากที่เขาเพิ่งลูบไล้ไปเมื่อครู่ยังดูสั่นน้อยๆ ฉันรู้ดีว่าลุงอนันต์รวย ลุงอนันต์ใจดี และลุงอนันต์คือผู้มีพระคุณ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเริ่มจะห่างไกลจากคำว่าความเมตตาเข้าไปทุกที
เช้าวันเสาร์
วันนี้ฉันไม่ต้องเข้ามหาวิทยาลัย แต่ต้องไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร่สิบโมงเช้า ฉันตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะอาหารตามปกติ น้าอรนั่งอ่านข่าวจากแท็บเล็ตพลางจิบกาแฟ ส่วนอันนายังคงนอนอุดอู้อยู่บนห้อง
"แตงกวา วันนี้ลุงอนันต์เขาฝากของไว้ให้เราน่ะ เห็นบอกว่ารางวัลที่สอบย่อยได้คะแนนดี"
น้าอรเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฉันพลางชี้ไปที่กล่องกระดาษสีขาวที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว
ฉันเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย เมื่อเปิดกล่องออกก็ต้องใเพราะมันคือโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุดที่ราคาแพงหูฉี่ แพงกว่าเงินเก็บทั้งหมดที่ฉันมีตอนนี้เสียอีก
"น้าอรคะ แตงกวารับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ มันแพงเกินไป" ฉันรีบบอกด้วยความเกรงใจ
"รับไว้เถอะลูก ลุงเขาตั้งใจซื้อให้ เห็นเขาบอกว่าเครื่องเก่าของแตงกวามันช้า เดี๋ยวจะทำรายงานส่งอาจารย์ไม่ทันเอา ลุงเขาเอ็นดูเราเหมือนลูกสาวคนหนึ่งนะแตงกวา อย่าคิดมากเลย"
น้าอรพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจ
คำว่า "เอ็นดูเหมือนลูกสาว" เสียดแทงเข้ามาในใจฉันทันที ฉันรู้ดีว่าน้าอรไว้ใจสามีของเธอมากแค่ไหน และความไว้ใจนั้นเองที่ทำให้ฉันรู้สึกผิดจนตัวสั่น
่สายของวัน ลุงอนันต์เดินลงมาจากห้องทำงานในชุดตีกอล์ฟที่ดูดีมาก เขาหันมาเห็นฉันที่กำลังนั่งมองโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ด้วยสีหน้าสับสน เขาจึงเดินเข้ามาหาแล้ววางมือลงบนบ่าของฉัน ัันั้นทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ
"ชอบไหมแตงกวา ลุงเลือกสเปกที่มันแรงๆ ให้เลยนะ จะได้ใช้งานไปจนเรียนจบ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเป็ปกติที่สุดต่อหน้าน้าอร
"ชอบค่ะลุงอนันต์ แต่แตงกวาเกรงใจจังเลยค่ะ"
"คนกันเองทั้งนั้น อย่าคิดมากเลยน่ะ" ลุงอนันต์บีบไหล่ฉันเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูในจังหวะที่น้าอรเดินไปรับโทรศัพท์คุยในสวน
"ถือว่าเป็ของขวัญระหว่างเราสองคนนะ ลุงอยากให้เรามีสิ่งดีๆ ใช้"
กลิ่นน้ำหอมเดิมที่ฉันเริ่มจะคุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก ลุงอนันต์ผละออกแล้วยิ้มที่มุมปากอย่างมีความนัยจะเดินออกจากบ้านไป ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นพร้อมกับพันธะแห่งความเกรงใจที่มันเริ่มรัดรึงคอฉันให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ
คืนวันอาทิตย์
ฉันกลับจากทำงานพิเศษตอนเกือบเที่ยงคืนเหมือนเดิม วันนี้ลูกค้าเยอะมากจนฉันรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ขาที่ยืนรองรับน้ำหนักมาหลายชั่วโมงเริ่มจะประท้วงด้วยความล้า ฉันเดินลากเท้าเข้ามาในบ้านที่ปิดไฟเงียบสนิท มีเพียงไฟกิ่งทางเดินที่เปิดทิ้งไว้พอให้มองเห็นทาง
ฉันเดินผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อจะขึ้นบันไดไปชั้นสอง แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ทำให้ฉันหยุดกึก
"ทำงานหนักเกินไปแล้วนะแตงกวา"
ลุงอนันต์นั่งอยู่ที่เดิมเหมือนคืนวันก่อน ในมือมีแก้ววิสกี้ที่มีน้ำแข็งละลายไปเกือบหมด เขาไม่ได้เปิดทีวี แต่นั่งอยู่ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านม่านเข้ามา
"ลุงยังไม่นอนอีกเหรอคะ" ฉันถามพลางเดินเข้าไปใกล้
"นอนไม่หลับน่ะ ลุงคิดเื่งานนิดหน่อย" เขาตอบพลางกวาดสายตามองฉันั้แ่หัวจรดเท้า วันนี้ฉันสวมชุดพนักงานเป็เสื้อเชิ้ตพอดีตัวกับกางเกงสแล็คที่เน้นรูปร่างเพรียวบาง
"มานี่สิ มานั่งพักก่อน ลุงเห็นเราเดินขาสั่นหมดแล้ว"
ฉันยอมนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับเขาด้วยความเพลีย ลุงอนันต์วางแก้วลงแล้วขยับมานั่งชิดกับฉันจนต้นขาของเราเบียดกัน ฉันรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านออกมา
"ปวดหลังไหม ลุงเห็นเราบ่นว่าต้องถือแบกถาดอาหารทั้งวัน" เขาถามพลางเอื้อมมือมาบีบที่ต้นคอของฉันเบาๆ
"นิดหน่อยค่ะลุง"
"มา ลุงนวดให้ แป๊บเดียว เดี๋ยวก็หาย"
เขาไม่รอให้ฉันปฏิเสธ ลุงอนันต์ขยับตัวมาซ้อนอยู่ด้านหลังของฉัน มือหนาและอุ่นของเขาเริ่มลงน้ำหนักบีบนวดที่หัวไหล่และลำคอ ััของเขามันชุ่มชื่นและมีพลังอย่างบอกไม่ถูก นิ้วโป้งของเขาคลึงวนอยู่ที่ลำคอระหงส์จนฉันเผลอหลุดเสียงครางในลำคอออกมาเบาๆ เพราะความสบายตัว
"อืม! ดีจังค่ะลุง"
"เห็นไหม ลุงบอกแล้วว่าลุงนวดเก่ง" เขาพูดพลางเลื่อนมือต่ำลงมาตามแนวสันหลัง ความรู้สึกมันเริ่มเปลี่ยนไปจากการนวดเพื่อผ่อนคลาย กลายเป็การลูบไล้ที่จงใจมากขึ้น
ลุงอนันต์โน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ที่ใบหูของฉัน เขาเริ่มจูบเบาๆ ที่ต้นคอที่ฉันรวบผมขึ้นไว้
ความรู้สึกเสียวซ่านมันแล่นแปล๊บไปทั่วไขสันหลังจนฉันตัวสั่น มือของเขาที่เคยนวดไหล่กลับเลื่อนมาโอบรัดที่เอวคอดของฉันจากทางด้านหลัง
"ลุงคะ อย่าค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นจะเข้าใจผิดกันไปหมด" ฉันพยายามประท้วงแต่เสียงกลับเบาหวิวราวกับไม่มีแรง
"ไม่มีใครเห็นหรอก ทุกคนหลับหมดแล้ว" เขากระซิบเสียงพร่า
"แตงกวารู้ไหมว่าลุงทรมานแค่ไหนที่ต้องเห็นหน้าเราทุกวันแต่ทำอะไรไม่ได้ ลุงอยากดูแลเรา อยากให้เรามีความสุขมากกว่าที่เป็อยู่"
เขาหมุนตัวฉันให้หันกลับมาเผชิญหน้า ในความมืดสลัวนั้น ดวงตาของลุงอนันต์ดูวาวโรจน์และเต็มไปด้วยความกระหาย เขาจ้องมองใบหน้าของฉันด้วยความหลงใหล
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตอนนี้มันเริ่มอึดอัดไปด้วยแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน ลุงอนันต์เชยคางของฉันขึ้นช้าๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาปิดปากของฉันด้วยริมฝีปากของเขา มันเป็จูบที่รุนแรงและเรียกร้องมากกว่าครั้งแรกที่มุมปาก รสชาติของวิสกี้อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ในปากของเขาทำเอาฉันมึนงงจนต้องหลับตาลง
ลิ้นร้อนของเขาพยายามสอดแทรกเข้ามาทักทายในโพรงปากของฉัน ฉันที่ไร้ประสบการณ์ได้แต่ปล่อยให้เขานำทางไปตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มือของลุงอนันต์เริ่มอยู่ไม่สุข เขาเลื่อนมือขึ้นมาบีบเค้นที่หน้าอกอวบอัดของฉันผ่านเสื้อเชิ้ตพนักงาน ััที่หนักหน่วงนั้นทำให้ฉันสะดุ้งและเผลอร้องอู้อี้ในลำคอ
"อืม! หวานเหลือเกิน" เขาผละจูบออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อสูดอากาศ ก่อนจะซุกไซ้ไปที่ซอกคอและนวลแก้มของฉันอย่างหิวกระหาย
ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้าง ความผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในหัว แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นอกรับััจากมือหนาของเขา ลุงอนันต์อุ้มฉันขึ้นมานั่งบนตักของเขาในท่าลิงอุ้มแตง กางเกงสแล็คของฉันเสียดสีกับหน้าขาแกร่งของเขาจนฉันรู้สึกถึงบางสิ่งที่แข็งขึงและร้อนผ่าวใต้กางเกงของเขาที่กำลังดันอยู่ที่หว่างขาของฉัน
"ลุง ลุงอนันต์ขา พอเถอะค่ะ" ฉันพูดเสียงสั่นเครือ พยายามผลักอกเขาเบาๆ
เขามองหน้าฉันด้วยสายตาอ้อนวอน "ลุงรักเรานะแตงกวา ขอแค่ให้ลุงได้อยู่ใกล้ๆ แบบนี้ ลุงจะไม่ทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ลุงสัญญา"
เขากอดฉันไว้แน่น ซบหน้าลงกับอกของฉันและถอนหายใจยาว ฉันนั่งนิ่งอยู่บนตักของเขา หัวใจยังคงเต้นแรง ความตื่นเต้นและความกลัวผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ลุงอนันต์ค่อยๆ ปล่อยมือจากเอวของฉันแล้วลูบไล้ที่แก้มอย่างอ่อนโยน
"ไปอาบน้ำนอนเถอะลูก เดี๋ยวจะไม่ได้พักผ่อน" เขาเปลี่ยนสรรพคุณกลับมาเรียกฉันว่าลูกอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจางหายไปเลย
ฉันเดินขึ้นห้องด้วยขาที่สั่นเทา ความลับระหว่างเรามันเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกที ลุงอนันต์ไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แต่เขาใช้ความอ่อนโยน ความห่วงใย และผลประโยชน์มาล่อหลอกให้ฉันติดกับดักที่เขาสร้างขึ้น
ในคืนนั้น ฉันนอนมองโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะ มันดูสวยงามแต่ก็ดูเหมือนโซ่ตรวนที่ผูกมัดฉันไว้กับคุณลุงที่เคารพคนนี้