ในค่ำคืนของเมืองจงไห่ ภายในบ้านตระกูลซูยังคงสว่างไสวพื้นที่รอบๆ คฤหาสน์เป็นสวนขนาดใหญ่ พร้อมบอดี้การ์ดมากมายรายล้อมดั่งฝูงลิง
ภายในห้องสไตล์บารอกที่ค่อนข้างสลัว ซูจื้อหงสวมชุดนอนสีดำนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ของบาร์ เทไวน์ลงไปในแก้วหมุนวนสองสามครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะยกขึ้นจิบ พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
"เข้ามา" ซูจื้อหงขมวดคิ้ว
เป็นเหมาฉิวที่เดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดีด้วยชุดเสื้อยืดรูปเงิน กางเกงยีนส์ หนวดเครารุงรังที่ไม่ได้โกนมาเป็นอาทิตย์และกลิ่นตัวเหม็นสาบที่ลอยมาแต่ไกล
"ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วประตูบานนี้พิเศษ ถ้าจะเข้ามาก็ตะโกนสิโว้ย!" ซูจื้อหงรู้สึกไม่พอใจลูกน้องคนนี้
เหมาฉิวหัวเราะกล่าวว่า "ผมตื่นเต้นจนลืมไปน่ะครับ"
"แกไม่ใส่ใจจะจำอยู่แล้ว"
เหมาฉิวได้แต่เกาหัวที่มันแพลบ กล่าวต่อว่า "นายน้อยรู้ไหมว่าวันนี้ผมเห็นอะไรมา"
ซูจื้อหงเดินไปที่หน้าต่าง กล่าวว่า
"อย่ามาเล่นลิ้น"
'ไม่มีอารมณ์ขันเล้ยไม่แปลกใจเลยที่เขาไม่สามารถชนะใจคุณหลิน' เหมาฉิวพึมพำ
"หลินคุนมาที่นี่และขอความช่วยเหลือในการจัดการกับหยางเฉิน ผมอยากจะสร้างบุญคุณก็เลยให้มันยืมทหารเกษียณไปห้าคนแต่ไม่น่าเชื่อ ห้าคนนั้นถูกหยางเฉินจัดการได้ด้วยตัวคนเดียวและหลินคุนยังโดนโยนลงถังเหมือนเดิม นายท่านไม่คิดว่ามันตลกหรือไง ฮ่าๆ เขาโยนพ่อตาลงถังถึงสองครั้ง"
ซูจื้อหงจิบไวน์ กล่าวว่า "ดูเหมือนหยางเฉินจะไม่ธรรมดาจริงๆน่าเสียดายที่มีข้อมูลน้อยเกินไป"
เหมาฉิวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "ไม่ใช่ว่านายน้อยกลัวมันใช่ไหมครับ"
"กลัวเหรอ?" ซูจื้อหงยิ้มอย่างเย็นชา
"มันรู้จักแต่ชกต่อยกับพูดจาหยาบโลนทำไมฉันต้องกลัวมันด้วย เสือหมอบอย่างมันจะสู้กับมังกรซ่อนลายได้ยังไงอีกอย่างมันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไม่ถึงปี ไม่มีทางรู้ความเคลื่อนไหวในเมืองนี้เท่ากับฉัน"
"งั้นผมขอไปจัดการมันตอนนี้เลยมั้ยครับได้ยินจากลูกน้องไร้ประโยชน์พวกนั้นว่า การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วมาก แค่ผมได้ฟังก็รู้สึกคันมือไปหมดแล้ว" เหมาฉิวพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
ซูจื้อหงส่ายหัว
"ไม่จำเป็นตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเมืองนี้แม้หลินรั่วซีจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉลาดที่สุด แต่เธอกลับอันตรายที่สุดแม้แต่หนูถ้าจนมุมก็ยังกัดแมวตายได้"
"นายน้อยคุณมักจะเห็นคุณหลินสำคัญเสมอ แค่ความสามารถที่เธอมีจริงๆ หรือครับ?"
ซูจื้อหงหมุนแก้วไวน์ไปมาก่อนกล่าวว่า "อันที่จริงฉันก็ยังไม่แน่ใจแต่เราไม่ควรประมาท สำหรับหยางเฉิน ไม่ต้องกังวลไป เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้นให้ไอ้สมองนิ่มหลินคุนมันจัดการแทน"
"นายน้อยฉลาดจริงๆ"
"ไม่ต้องมาประจบรีบออกไปจากห้องของฉัน แล้วไปอาบน้ำซะ"
"ผมเพิ่งจะอาบน้ำไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะครับ"
เช้าวันถัดมา หยางเฉินขับรถไปตลาดเหมือนเคยลุงหลี่ที่กำลังตั้งแผงด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข เมื่อเห็นเฉินเดินเข้ามาก็ยิ้มทักทาย
"ไอ้หนุ่ม มาแล้วรึลุงได้ยินว่าเอ็งทำงานในบริษัทแล้ว ทำดีมาก! นี่สิถึงเป็นสิ่งที่คนหนุ่มสมควรทำ"
"ไม่ว่าจะขายแพะย่างหรือเป็นพนักงานบริษัท ทั้งสองอย่างต่างก็คืองานสุจริตครับ ไม่ได้แตกต่างกันเลย"หยางเฉินยิ้มตอบ "น่าเสียดายที่ต่อไปผมจะไม่ได้คุยกับลุงแบบสบายๆอีกแล้ว ทำงานในออฟฟิศค่อนข้างน่าเบื่อครับ"
ลุงหลี่ยิ้มกล่าวว่า "เมื่อคืนจิงจิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอ็งได้ไปพูดอะไรกับเธอมาหรือเปล่า?"
หยางเฉินคิดซักครู่กล่าวว่า "ผมสัญญาว่าจะไปเยี่ยมเธอที่โรงเรียนน่ะครับ"
ลุงหลี่ทำท่าเหมือนล่วงรู้อะไรบางอย่างพลางตบไหล่หยางเฉินกล่าวว่า
"จิงจิงของข้านั้นใสซื่อบริสุทธิ์เอ็งห้ามทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด ไม่งั้นข้าไม่ยกโทษให้แน่"
หยางเฉินเห็นท่าทีเช่นนั้นของลุงหลี่ก็ต้องการจะอธิบายแต่คำพูดล้วนติดอยู่ตรงลำคอ ได้แต่กลืนกลับเข้าไป พร้อมพยักหน้าอย่างเชื่องช้า
เมื่อกลับมาถึงบริษัทหยางเฉินเดินแบกถุงอาหารขนาดใหญ่เข้ามาอีกครั้ง เหล่าสาวๆเห็นดังนั้นก็ต่างมาเลือกสรรอาหารที่ตนชอบและกล่าวขอบคุณหยางเฉินเป็นการใหญ่สำหรับอาหารมื้อนี้
หยางเฉินกลับมาประจำที่โต๊ะทำงานของตนเองและเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางของโปรเกมเมอร์แต่ทันใดนั้นโม่เชี่ยนนีก็เข้ามาในออฟฟิศพอดี ด้วยสีหน้าท่าทางเหนื่อยอ่อน
เธอเหลือบมองหยางเฉินและทันทีที่เห็นถุงอาหารเช้าใบโต ความต้องการสังหารก็พุ่งขึ้นถึงสวรรค์
ชายคนนี้! ภรรยาตัวเองป่วยหนักอยู่ในโรงพยาบาลแท้ๆเขาไม่เพียงไม่ไปดูแลเธอ แต่กลับซื้ออาหารมาแจกสาวในแผนก!!
"นายดูใส่ใจเพื่อนร่วมงานดีนะซื้ออาหารมาให้ถุงใหญ่เบ้อเร่อ ฉันสงสัยว่านายคงลืมใครบางคนไปแล้วสิท่า"
"คุณโม่อยากได้บ้างเหรอครับพอดีเลย มันยังเหลืออีกมากทีเดียว" หยางเฉินพูดพลางหยิบซาลาเปายื่นให้โม่เชี่ยนนี
"นายก็รู้ว่าฉันทำลังพูดถึงใคร!!"โม่เชี่ยนนีพูดอย่างแผ่วเบา
หยางเฉินหัวเราะ "รั่วซีควรทานอาหารเบาๆและป้าหวังก็ทำให้อยู่แล้ว ผมให้เธอทานซาลาเปา กับเกี๊ยวไม่ได้หรอกครับ"
"คนใจดำ ไม่ต้องหาข้ออ้างเลย"
เหตุผลข้างๆ คูๆ แบบนี้โม่เชี่ยนนีไม่อาจยอมรับได้
หยางเฉินเห็นดังนั้นเปลี่ยนเป้าหมายโยนซาลาเปาใส่ปากเคี้ยวหงับๆ
โม่เชี่ยนนีอยู่กับหลินรั่วซีทั้งคืนทำให้เธอหิวเป็นอย่างมาก หลังจากได้สูดกลิ่นอโรมาขับไล่บรรยากาศหม่นหมองในออฟฟิศแล้วเธอก็รู้สึกดีขึ้นมาก แต่เมื่อมองหยางเฉินหยิบซาลาเปาใส่ปากเคี้ยวต่อหน้านั่นทำให้ความอยากอาหารของเธอพุ่งถึงขีดสุดก่อนจะสาปแช่งหยางเฉินพลางเอื้อมมือไปคว้าเกี๊ยวซ่าถุงหนึ่งและเดินทางไปอย่างเร่งรีบ
"หิวแล้วยังปากแข็งอีก"หยางเฉินแอบหัวเราะคิกคัก
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงหยางเฉินปฏิเสธคำเชิญชวนไปทานอาหารกลางวันของสามสาว แล้วรีบบึ่งไปโรงพยาบาลที่หลินรั่วซีพักอยู่อย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลากลางวันอากาศในโรงพยาบาลอันดับหนึ่งนี้ก็ไม่ได้ร้อนเท่าใดนัก ตัวโรงพยาบาลนั้นกว้างใหญ่แต่คนไข้ที่มาใช้บริการนั้นมีเพียงน้อยนิด
หยางเฉินเดินตรงเข้าไปในห้องหลินรั่วซีเขาสังเกตเห็นประตูเปิดอยู่ก่อนแล้ว และเสียงพูดคุยก็ดังออกมา
"รั่วซี ผมมีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารที่นี่ผมสามารถนำพยาบาลที่ดีที่สุดมาให้คุณได้นะ"
หลินรั่วซีนั่งพิงหมอนสีขาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างและกล่าวว่า
"ไม่จำเป็นขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ"
"รั่วซี คำนี้เย็นชาไปหน่อยนะถ้าไม่เพราะผมมีงานต้องทำล่ะก็ ผมจะอยู่ดูแลคุณให้นานกว่านี้"
หลินรั่วซีไม่ตอบเธอมองออกไปนอกหน้าตาเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด
ป้าหวังที่กำลังทำความสะอาดช้อนส้อมอยู่นั้นรู้สึกว่าบรรยากาศน่าอึดอัดเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเห็นหยางเฉินยืนอยู่ตรงประตูเธอเผยให้เห็นรอยยิ้มโล่งโปร่ง และรีบกล่าวขึ้นว่า
"คุณชาย มาแล้วเหรอคะ"