บทที่ 47 ได้รับทรัพย์ สมุนไพรไฟสามร้อยปี?
“ครั้นเมื่อมันคิดหนี ข้าก็ไล่ล่ามันเจ็ดวันเจ็ดคืน จนมันอ่อนแรงล้มลง…”
“หลังจากต้อนมันจนมุมที่หุบเขาแห่งนั้น มันก็ไม่อาจหนีไปไหนได้อีก”
เทพธิดาหลิงเยว่ฟังสวี่ไท่ผิงเล่าเรื่องราว ในใจของนางแม้จะสงบนิ่ง แต่ความตื่นตะลึงกลับไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนที่ได้เห็นอาจารย์ของนางสังหารมังกรด้วยมือเปล่า
‘ความมุ่งมั่นที่เหนือกว่าคนทั่วไป ความอดทนที่เทียบเท่ากับนักล่าปีศาจ หากมิได้เห็นกับตา ข้าก็ไม่อาจเชื่อได้ว่านี่คือเด็กหนุ่มวัยเพียงสิบเอ็ดปี’
ในแผนการเดิมของเทพธิดาหลิงเยว่ หลังจากที่สวี่ไท่ผิงฝึกฝนเคล็ดวิชาเหมันตชีวาจนสำเร็จ เขาก็น่าจะมีพลังพอต่อกรกับปีศาจเสือได้ ยิ่งได้อาศัยเขตแดนของเรือนไผ่เขียวคอยคุ้มครอง ก็ยิ่งไม่น่ามีปัญหา เมื่อถึงเวลานั้น นางฟื้นขึ้นมาพอดี ก็สามารถช่วยเขาสังหารปีศาจเสือได้
แต่นางไม่ได้คาดคิดเลย ว่าสวี่ไท่ผิงจะสามารถสังหารปีศาจเสือได้ด้วยตัวคนเดียว
แม้ว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเหล่าศิษย์ แต่นี่คือปีศาจเสือที่มีสายเลือดของเสือร้ายซั่วเฟิง และยังมีไข่มุกซั่วเฟิงอยู่ในครอบครอง ไม่ใช่แค่เพียงอสูรระดับราชาธรรมดา
ในขณะที่นางกำลังประหลาดใจ สายตาของเทพธิดาหลิงเยว่ก็สะดุดกับบาดแผลใหญ่บ้างเล็กบ้างบนตัวของสวี่ไท่ผิง
แม้ว่าตอนนี้สวี่ไท่ผิงจะอยู่ขั้นปฐม มีพลังฟื้นฟูเหนือกว่าคนทั่วไป แต่บาดแผลที่ตกสะเก็ดเลือดเหล่านั้นก็ยังคงดูน่ากลัว
จู่ ๆ เทพธิดาหลิงเยว่ก็รู้สึกใจหาย
“ไท่ผิงน้อย เจ้าลำบากมากหรือไหม?”
นางเอื้อมมือไปสัมผัสบาดแผลบนใบหน้าของสวี่ไท่ผิงอย่างเศร้าสร้อย
“ไม่ลำบากเลย”
สวี่ไท่ผิงส่ายหน้าอย่างแน่วแน่
“ดีมาก เจ้าทำได้ดีมาก ดีกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก ข้ามองคนไม่ผิดจริง ๆ”
ในเวลานี้เทพธิดาหลิงเยว่ก็พยักหน้าเช่นเดียวกัน
เช่นเดียวกับความแน่วแน่ดุจหินผาในวิถีแห่งเต๋าของสวี่ไท่ผิง ในใจของเทพธิดาหลิงเยว่ตอนนี้ ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมมือกับเด็กหนุ่มคนนี้ เพื่อกลับไปยังโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง
“พี่หลิงเยว่ ดูสิ นี่คือไข่มุกซั่วเฟิง”
ครานี้สวี่ไท่ผิงนำเอาไข่มุกนั้นมาให้เทพธิดาหลิงเยว่ด้วยความยินดี
แม้ว่าเขายังมิได้ตรวจดูสิ่งของที่อยู่ภายในปากของปีศาจเสือตนนั้น แต่เขามั่นใจว่าไข่มุกซั่วเฟิงนี้คือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่เขาได้รับหลังจากสังหารปีศาจเสือตนนี้ได้
“ไข่มุกซั่วเฟิงนี้… ที่แท้คือไข่มุกอสูรที่ก่อตัวขึ้นภายในร่างของปีศาจเสือซั่วเฟิง ภายในมีพลังปราณชั่วร้ายอยู่มากเกินไป ไม่เหมาะกับมนุษย์ หากเก็บไว้ข้างกายเป็นเวลานาน ย่อมเกิดโทษมากกว่าประโยชน์”
เทพธิดาหลิงเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมบอกความจริงแก่สวี่ไท่ผิง
“เช่นนั้นรึ…”
สวี่ไท่ผิงได้ยินดังนั้นก็อดผิดหวังไม่ได้
“แต่เจ้าก็ไม่ต้องเสียใจไป ปัจจุบันแม้ว่าจะยังไม่มีประโยชน์ แต่หากนำไข่มุกซั่วเฟิงนี้ไปเป็นปุ๋ยหล่อเลี้ยงผลใต้พิภพ บางทีอาจผสานเป็นอาวุธชั้นดีได้”
เทพธิดาหลิงเยว่กล่าวปลอบใจสวี่ไท่ผิงพร้อมกับแย้มยิ้ม
“ไข่มุกซั่วเฟิงนี้ยังสามารถใช้เป็นปุ๋ยของผลใต้พิภพได้อีกหรือขอรับ?”
สวี่ไท่ผิงรู้สึกประหลาดใจ
“ผลใต้พิภพมีสิบสองขั้น แต่ละครั้งที่เผาเมล็ดคือการเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้ง หลังจากขั้นที่สอง ก็จะสามารถดูดซับพลังอสูรและพลังปราณจากแก่นอสูรเพื่อหล่อเลี้ยงผลได้แล้ว”
เทพธิดาหลิงเยว่พยักหน้ากล่าว
“เผาเมล็ด…จริงด้วย!”
เมื่อพูดถึงการเผาเมล็ด ทันใดนั้นสวี่ไท่ผิงก็นึกถึงเรื่องหนึ่งได้ จึงรีบหันหลังเดินไปที่หัวปีศาจเสือ และใช้สองมือยกหัวขึ้น จากนั้นก็เทแต้มสำนักออกมาจำนวนหนึ่ง รวมถึงทองคำ เงิน และอัญมณีต่าง ๆ
“แต้มสำนักบนร่างของปีศาจเสือตนนี้ อย่างน้อยก็น่าจะมีสามพันเหรียญ น่าจะเพียงพอสำหรับซื้อยันต์เพลิงบริสุทธิ์ได้หนึ่งใบแล้ว”
สวี่ไท่ผิงก้มลงหยิบแต้มสำนักกำหนึ่ง และมองไปที่เทพธิดาหลิงเยว่ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ทรัพย์สมบัติที่อยู่ในปากของปีศาจเสือตนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นทองคำและเงิน ส่วนเแต้มสำนักไม่ได้มีมากนัก นอกจากนี้สวี่ไท่ผิงยังเห็นคัมภีร์วิชา อาวุธวิเศษ และยันต์ต่าง ๆ อีกด้วย
“อืม ถ้ามียันต์เพลิงบริสุทธิ์แล้ว พวกเราก็จะสามารถเผาเมล็ด ปล่อยให้ผลใต้พิภพเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นที่สองได้”
ดวงตาของเทพธิดาหลิงเยว่ฉายแววความหวังออกมา
นางยังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้บอกสวี่ไท่ผิง นั่นคือหลังจากที่ผลใต้พิภพเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นที่สองแล้ว นางก็จะสามารถยืมพลังของผลใต้พิภพ ทำให้จิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น ถึงขั้นยืมร่างผู้อื่นเพื่อฝึกวิชาอาคมต่าง ๆ ได้
เมื่อถึงตอนนั้น หากได้พบกับปีศาจอย่างปีศาจเสืออีก ครั้งนี้นางก็สามารถบดขยี้มันอย่างง่ายดาย
ที่นางไม่ได้บอกสวี่ไท่ผิง เพราะว่านางกังวลว่าสวี่ไท่ผิงจะพึ่งพานางมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อการบำเพ็ญเพียรของอีกฝ่ายในภายภาคหน้า
“ไท่ผิง มานี่สิ ก่อนจะไปแลกยันต์เพลิงบริสุทธิ์ เรามาตรวจดูสมบัติที่ปีศาจเสือนี่สะสมไว้ก่อน เผื่อจะเจอสิ่งของที่เป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของเจ้า”
วิญญาณของเทพธิดาหลิงเยว่ลอยไปอยู่ข้างกองสมบัติ แล้วชี้นิ้วไปที่สมบัติเหล่านั้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
...
ยามค่ำคืน
“ทองคำหกร้อยตำลึง เงินหนึ่งพันสามร้อยตำลึง แต้มสำนักสองพันสามร้อยเหรียญ ตราหยกประทานวิชาสามแผ่น อาวุธวิเศษหกชิ้น ยันต์แปดแผ่น ชุดเกราะที่ทำจากหนังปีศาจแรดไฟหนึ่งชุด ไข่มุกอสูรอีกสองเม็ด นอกจากไข่มุกซั่วเฟิงแล้ว”
หลังจากจัดเรียงทุกอย่างที่อยู่ในปากปีศาจเสือแล้ว เทพธิดาหลิงเยว่ก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาผิดหวัง
สำหรับนางแล้ว สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในที่นี้คือไข่มุกอสูรไม่กี่เม็ดนี้
“ยังมีแผนที่ที่ระบุตำแหน่งของเห็ดหลิงจืออัคคีสามร้อยปีอีกหนึ่งแผ่นขอรับ”
สวี่ไท่ผิงยื่นแผนที่หนังสัตว์ให้เทพธิดาหลิงเยว่
ต่างจากเทพธิดาหลิงเยว่ที่เคยผ่านโลกกว้างมาอย่างโชกโชน สวี่ไท่ผิงไม่เคยเห็นทองคำและเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต อย่าว่าแต่ของวิเศษและยันต์มากมายที่แต่ละชิ้นมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งพันเแต้มสำนัก
“เห็ดหลิงจือไฟนี่ ปีศาจเสือน่าจะเก็บไว้ใช้เพื่อการบ่มเพาะตนเอง”
เทพธิดาหลิงเยว่รับแผนที่หนังสัตว์มาดู
แผนที่หนังสัตว์นี้วาดอย่างง่าย ๆ เพียงแค่ร่างลักษณะภูมิประเทศ และตำแหน่งคร่าว ๆ ของเห็ดหลิงจืออัคคีสามร้อยปี เป็นไปได้มากว่าปีศาจเสือวาดมันขึ้นมาเอง
“ตำแหน่งนี้ ดูเหมือนจะเป็นหุบเขาที่ข้าตามมันไปในวันนั้น หรือว่าตอนนั้นที่มันวิ่งไปทางนั้นเพื่อไปเอาเห็ดหลิงจืออัคคีนี้?”
สวี่ไท่ผิงอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
ถ้าตอนนั้นเขาไม่ได้ตามมันไป หรือตามไปช้ากว่านี้ แล้วปล่อยให้ปีศาจเสือตัวนั้นได้เห็ดหลิงจือไป ผลลัพธ์สุดท้ายคงไม่เหมือนเดิม
“เห็ดหลิงจืออัคคีนี่มีประโยชน์กับข้าหรือไม่ขอรับ?”
สวี่ไท่ผิงถามด้วยความอยากรู้
“สำหรับเจ้า ยานี้ฤทธิ์แรงเกินไป ถึงใช้ก็ไร้ประโยชน์ มีแต่โทษ แต่...”
เทพธิดาหลิงเยว่ส่ายหน้าก่อน จากนั้นจึงขมวดคิ้วราวกับลังเลใจว่าจะเอ่ยดีหรือไม่
“แต่อย่างไรหรือขอรับ”
สวี่ไท่ผิงเอ่ยถาม
“มันสามารถใช้เป็นปุ๋ยหล่อเลี้ยงผลใต้พิภพ หากโชคดี อาจผสานเป็นสมบัติวิเศษที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญของเจ้าได้”
เทพธิดาหลิงเยว่มองสวี่ไท่ผิงที่ดวงตาฉายความใคร่รู้ สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกความจริง
“แต่ปัญหาก็คือ เห็ดหลินจืออัคคีที่มีอายุเกินสามร้อยปี มักมีงูเหลือมอัคคีเฝ้าอยู่ หากไม่รู้วิธีหลบเลี่ยง ย่อมอันตราย”
เทพธิดาหลิงเยว่กล่าวเสริม ก่อนที่สวี่ไท่ผิงจะเริ่มดีใจ