ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 54 : คำสั่งฆ่า

    คำสั่งฆ่า
    ปักกิ่ง คฤหาสน์ตระกูลมู่
    ภายในห้องของมู่อี่กง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไม่น่ามอง นี่มันก็ผ่านมาสักระยะแล้ว ตั้งแต่ที่เขาว่าจ้างให้กลุ่มนักฆ่าเงาไปฆ่าหลินเฉิน
    แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีการติดต่อใดๆ มาหาเขา และแม้ว่าเขาจะโทรไปหาเล้งเกา แต่เบอร์ของอีกฝ่ายกลับติดต่อไม่ได้
    เรื่องนี้ทำให้มู่อี่กงอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกหลอกอย่างไรอย่างนั้น ถูกหลอกให้จ่ายเงินห้าสิบล้านหยวน
    แม้ว่าเขาจะไม่ได้ให้ความสนใจกับจำนวนเงินเพียงแค่นี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าถูกหลอกจริง มันก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะอารมณ์เสียและหงุดหงิด
    “ไอ้กลุ่มนักฆ่าเงาเวร!” มู่อี่กงอดไม่ได้ที่จะสบถด่ากลุ่มนักฆ่าเงา จากนั้นเขาก็เรียกปาหลางให้เข้ามาหา
    “นายน้อยเรียกผมเหรอครับ?” ปาหลางเข้ามาภายในห้อง ภายในใจของเขายังกังวลเรื่องของหลินเฉินไม่หาย
    เขาหวังว่าที่มู่อี่กงเรียกเขาเข้ามาพบตอนนี้ ก็เพราะต้องการบอกว่าหลินเฉินถูกฆ่าตายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่สิ่งที่เขาหวังไม่ได้เกิดขึ้น
    “ปาหลาง แกกลับไปเซี่ยงไฮ้ซะ ไปดูว่าไอ้หลินเฉินมันตายรึยัง ถ้ายัง แกก็ฆ่ามันอีกรอบ!” มู่อี่กงพูดอย่างเย็นชา
    “อะไรนะครับ?” กับคำพูดของมู่อี่กง ช่วยไม่ได้เลยที่ปาหลางจะตกใจ จะให้เขากลับไปอย่างนั้นเหรอ?
    ไหนว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง ปาหลางคิดในใจอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับคำ อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเขานั้น มันเต็มไปด้วยความกังวล
    “ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวล ฉันจะให้ผู้ฝึกตนไปกับแกด้วย” มู่อี่กงแน่นอนว่าไม่ได้คิดว่าในกรณีที่หลินเฉินยังไม่ตาย ปาหลางจะฆ่าหลินเฉินได้ เขาจึงจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ฝึกตนไปด้วย
    “ขอบคุณนายน้อย” ปาหลางรู้สึกใจชื้นขึ้นมาในทันที หากว่ามีผู้ฝึกตนไปด้วย เขาก็มีความมั่นใจมากว่าสามารถฆ่าหลินเฉินได้อย่างแน่นอน
    “แกรีบไปเตรียมตัวเถอะ” มู่อี่กงโบกมือให้ปาหลางออกไป
    ปาหลางก็ไม่ได้รอช้า เขารีบออกไปเตรียมตัว เพื่อเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ในทันที
    เมื่อปาหลางออกไปแล้ว มู่อี่กงก็คิดกับตัวเองว่าจะให้ผู้ฝึกตนระดับไหนไปกับปาหลางดี
    “เพื่อเป็นการไม่ให้อะไรผิดพลาด สมควรให้ผู้ฝึกตนระดับท่องนภาไปจัดการ!” มู่อี่กงคิดอยู่สักพักก็ได้คำตอบ นั่นก็คือการให้ผู้ฝึกตนระดับท่องนภาไปจัดการ
    ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนที่สองของผู้นำตระกูลมู่ จึงมีบอดี้การ์ดเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาอยู่ด้วย แม้ว่าจะมีเพียงคนเดียว และเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้น
    แต่ในความคิดของเขา ลำพังแค่ผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้น ก็เพียงพอที่จะฆ่าหลินเฉินจนตายเป็นร้อยๆ คนได้!
    ด้วยความคิดเหล่านี้ เขาไม่รอช้าเลยสักนิด เรียกผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้นเข้ามาพบ ก่อนที่จะออกคำสั่งฆ่าอย่างรวดเร็ว
    ..............................
    ภายในมุกมิติ หลินเฉินกำลังอยู่ภายในห้องหลอมอาวุธ วันนี้ เขาตั้งใจที่จะหลอมอาวุธจากเหล็กอุกกาบาตที่เขาได้มาจากตลาดขายของโบราณเมื่อวาน
    หลินเฉินนำเหล็กอุกกาบาตออกมา จากนั้นเริ่มทำการหลอมอย่างตั้งใจ
    ด้วยทักษะการหลอมที่หลินเฉินมี ทำให้เขาหลอมเหล็กอุกกาบาตได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
    ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็ได้กระบี่ยาวสีดำเล่มหนึ่ง กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาจากกระสีดำเล่มนี้ ชัดเจนว่าเป็นอาวุธระดับต่ำ
    หลินเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เก็บอาวุธระดับต่ำไว้ภายในแหวนมิติ จากนั้นก็เดินออกไปนอกห้อง
    เวลานี้ก็เที่ยงแล้ว เขาตั้งใจที่จะทำอะไรกินสักหน่อย
    “นายท่าน” เพียงออกมาจากห้อง เสี่ยวไป๋ผู้น่ารักก็ยืนรออยู่ เธอยิ้มกว้างเรียกเขา
    หลินเฉินยกมือขึ้นวางบนศีรษะของเธอ “หิวแล้วใช่หรือไม่ตัวตะกละ”
    “เพ้ย! ท่านสิตัวตะกละ” เสี่ยวไป๋แสร้งทำเป็นโกรธ แต่ก็พยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมาด้วยรอยยิ้ม “ข้าหิวแล้ว”
    หลินเฉินไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินออกไปจากเรือนไม้ เพื่อที่จะไปจับสัตว์วิญญาณที่เขาเลี้ยงไว้มาทำอาหาร
    เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง อาหารที่ทำจากสัตว์วิญญาณก็ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะอาหาร เสี่ยวไป๋มองพลางน้ำลายไหล ดูเหมือนว่าเธอจะทนไม่ไหวแล้วที่จะได้กิน
    “กินเถอะ” หลินเฉินพูด ก่อนเริ่มกินอาหาร
    ได้ยินคำพูดของเขา เสี่ยวไป๋ไม่รอช้าอยู่แล้ว เริ่มกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยในทันที
    มื้ออาหารที่แสนอร่อยผ่านไปอย่างมีความสุข
    “นายท่าน เมื่อไหร่ท่านจะพาน้องหลิงหลิงมาเล่นกับข้าอีก?” หลังมื้ออาหาร เสี่ยวไป๋ถามออกมาอย่างคาดหวัง
    หลินเฉินยิ้มและบอกตามตรง “อีกไม่กี่วัน รอหลิงหลิงหยุดเรียนก่อน”
    “เข้าใจแล้ว” เสี่ยวไป๋พยักหน้ารับ ดวงตาเป็นประกาย เฝ้ารออย่างคาดหวัง “งั้นข้าไปนอนก่อนนะนายท่าน”
    เสี่ยวไป๋พลันรีบวิ่งไปที่แม่น้ำ ก่อนที่จะกลายร่างเป็นปลาแล้วกระโดดลงไป
    มองภาพนี้ หลินเฉินได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเริ่มเก็บจานชามไปล้าง จากนั้นเขาก็ออกจากมุกมิติ
    เมื่อเขาออกจากมุกมิติ เขาก็เห็นว่าโทรศัพท์ของเขามีสายที่ไม่ได้รับอยู่ คนที่โทรมาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากฉู่หว่านเอ๋อร์
    หลินเฉินสามารถคาดเดาสาเหตุที่เธอโทรหาเขาได้ หากว่าไม่ใช่โทรมาขอบคุณแล้วจะเป็นอะไรไปได้ เขาไม่ลังเลเลยที่จะโทรกลับ
    ฉู่หว่านเอ๋อร์รับสายอย่างรวดเร็ว “สวัสดีค่ะคุณหลิน”
    “ว่าไงคุณฉู่”
    “ฉันอยากจะขอบคุณคุณที่ช่วยปู่ของฉัน คุณพอจะมีเวลาไหมคะ?” เธอถาม
    “ผมว่างอยู่”
    “งั้นเจอกันที่...” ฉู่หว่านเอ๋อร์นัดสถานที่ก่อนที่จะวางสายไป
    หลินเฉินเดินออกจากบ้านไป จากนั้นเขาก็ขับรถเมอร์เซเดสเบนซ์รุ่นล่าสุดของเขาไปยังสถานที่ที่ฉู่หว่านเอ๋อร์นัดเขา เธอนัดเขาที่ร้านอาหารหรูมีระดับแห่งหนึ่ง
    ใช้เวลาอยู่ไม่นาน หลินเฉินก็มาถึง เขาพบกับฉู่หว่านเอ๋อร์ที่รออยู่ที่ลานจอดรถ จากนั้นเขาและเธอก็เข้าร้านอาหารไปด้วยกัน จองห้องส่วนตัวที่ดีที่สุดห้องหนึ่ง
    “คุณหลิน ฉันขอบคุณคุณมากที่ช่วยชีวิตปู่ของฉันไว้” เมื่อสั่งอาหารแล้ว ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็ขอบคุณหลินเฉินด้วยความจริงใจ
    หากไม่ได้เขาป่านนี้ปู่ของเธอ รวมถึงตระกูลของเธอคงจะถูกเสี่ยอ้าวจัดการทำลายไปแล้วอย่างแน่นอน
    เธอคิดว่าการได้พบกับหลินเฉินนั้น มันเป็นพรอันประเสริฐของเธอและตระกูลของเธอ
    หลินเฉินยิ้มรับคำขอบคุณของเธอ “คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณอะไรเลย ไม่ใช่ว่าผมจะช่วยคุณฟรีๆ สักหน่อย”
    ฉู่หว่านเอ๋อร์ตอบโดยการส่ายหน้า “จะยังไงก็ต้องขอบคุณคุณ นี่เงินหนึ่งร้อยล้านหยวน ปู่ของฉันฝากมันมาให้คุณ รหัสอยู่ด้านหลังบัตร”
    พูดจบเธอก็ส่งการ์ดสีทองให้กับหลินเฉิน เขาแน่นอนว่ารับไปด้วยรอยยิ้ม
    ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันเพื่อรออาหารอยู่นั้น ไม่คาดฝันว่าประตูห้องส่วนตัวจะถูกเปิดออก ชายในชุดผู้จัดการก้าวเดินเข้ามา
    ฉู่หว่านเอ๋อร์มองไป ก็จำอีกฝ่ายได้ เขาคือผู้จัดการร้านอาหารแห่งนี้ที่เจอตอนจองห้องส่วนตัวก่อนหน้านี้ มีชื่อว่าเซี่ยกัง
    “ต้องขอโทษคุณลูกค้าทั้งสองท่านด้วย ห้องส่วนตัวนี้เดิมทีถูกจองไว้แล้ว แต่พนักงานของเราไม่ได้ตรวจสอบให้ดี จึงให้พวกคุณเข้ามา ที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อขอให้พวกคุณออกไป” เซี่ยกังพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
    จบบทที่ 54