คิมหันต์ - The Destiny

    ตอนที่ 15

    “ที่โรงเรียนมีงานแข่งกีฬามั้ยอะ?”

    “แล้วมีไปทัศนศึกษานอกสถานที่รึเปล่าน่ะ?”

    “แล้วมีชมรมอื่นมั้ยอะ นอกจากกีฬาน่ะ?”

    “มีเ๹ื่๪๫แบบ 7 มหัศจรรย์ลึกลับในโรงเรียนปะ?”

    “แล้ว....”

    ตลอดเวลาที่คิมหันต์ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเซร่า หญิงสาวซักถามเ๹ื่๪๫ในโรงเรียนเป็๞ส่วนมาก

    ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญ แต่ก็ตอบคำถามของเธอโดยไม่บ่น

    “ป้าแมรี่คะ หนูอยากกินเครปเชอร์รี่แล้วค่า”

    เซร่ารู้สึกว่าชายหนุ่มไม่เต็มใจตอบคำถาม เธอจึงหันความสนใจไปที่ป้าแมรี่แทน

    “ได้แล้วค่า”

    “โห..ทำไมนายนั่นได้เชอร์รี่เยอะกว่าหนูล่ะ”

    “คุณหนูทานบ่อยแล้ว ให้แขกมั่งเถอะค่ะ”

    “อะไรกันอะ ของโปรดหนูแท้ๆ”

    หญิงสาวทำแก้มป่องงอนใส่ป้าแมรี่ ก่อนจะตักเครปในจานทานด้วยความเอร็ดอร่อย

    คิมหันต์อดอมยิ้มมุมปากไม่ได้ เมื่อเห็นการต่อปากต่อคำของหญิงสาวและป้าผู้ดูแล

    “ยิ้มอะไรยะ” เซร่าเหลือบเห็นพอดีเลยแว้ดใส่เขาเสียงเขียว

    “คุณหนู มีมารยาทหน่อยสิคะ”

    “อะไรอะ เข้าข้างกันชัดๆ” เซร่างอนตุ๊บป่อง ก่อนจะสนใจของหวานตรงหน้าต่อ

    คิมหันต์จ้องมองสีแดงสดของเชอร์รี่ที่อยู่ในจานด้วย๲ั๾๲์ตาเหม่อลอย เขากำลังนึกเป็๲ห่วงหญิงสาวที่เขาหลงรักอยู่

    ออยเฟ่ย์จะเป็๞ยังไงบ้างนะ ?

    เหมันต์จะคอยดูแลออยเฟ่ย์อยู่รึเปล่านะ ?

    เซร่าตักเครปเข้าปาก ก่อนจะเหลือบตามองคิมหันต์ที่ยังคงเอาช้อนเขี่ยผลไม้ที่อยู่บนเครปไปมา หญิงสาวขมวดคิ้วจ้องมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย

    เขาเป็๲อะไรของเขานะ ?นั่งเหม่อลอยอยู่ได้….

    “เออนี่….แล้ววันนี้นายไม่ไปโรงเรียนเหรอ?”

    “หืม?”

    “นายน่ะ …ไม่กลับไปโรงเรียนแล้วเหรอ??” เซร่าย้ำคำถามเดิม

    “ไปประมาณ 16.30 น. มั้ง”

    คิมหันต์ตอบก่อนจะวางช้อนลงข้างจาน กอดอก และหันไปมองด้านนอกหน้าต่างที่อยู่ด้านขวามือ

    “16.30 น.? ไม่ต้องเรียนอะไรแล้วมั้ง โรงเรียนเลิกละนิ”

    “ฉันมีซ้อมบาสฯ ตอนเย็นน่ะ”

    “เหรอ ….แล้วนายจะทำอะไรต่อล่ะ?”

    “ไม่รู้”

    “อะไรนะ?? ไม่รู้??” เซร่าตาโตมองเขาอย่างประหลาดใจ

    “มีปัญหารึไง??” คิมหันต์เลิกคิ้วให้อย่างกวนๆ

    “เปล๊า....”

    “แหมถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณช่วยพาคุณหนูไปหาหมอหน่อยได้มั้ยคะ?”

    “ป้าคะ!!!”

    “คุณหนูต้องรอคุณฮิเดกิกลับมาจากโรงเรียนก่อนน่ะค่ะ ถึงจะได้พากันไปโรงพยาบาล”

    ป้าแมรี่บอกชายหนุ่มพร้อมกับเก็บจานของว่างบนโต๊ะ เพื่อทำความสะอาด

    “หนูรอฮิเดกิได้อะ ป้า ไม่ต้องไปกวนคนอื่นหรอก” เซร่าหันไปบอกเสียงขุ่น

    “ขืนรอคุณฮิเดกิ ข้อเท้าเน่าก่อนละมั้งคะ”

    “ป้าอะ!!”

    “ฉันพาไปก็ได้”

    “หา?”

    “ฉันบอกว่าฉันพาเธอไปหาหมอให้ก็ได้”

    เซร่าหน้าเหวอ เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม

    “อ้าปากหวออยู่ได้ ฉันก็แค่รับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำเท่านั้นล่ะ”

    คิมหันต์ทำสีหน้ารำคาญเซร่า เมื่อเห็นเธอทำหน้าประหลาดใจ

    “งั้นรบกวนคุณด้วยนะคะ นี่บัตรคนไข้ของคุณหนูค่ะ แล้วก็....”

    ป้าแมรี่จัดแจงหยิบของที่จำเป็๞ต้องไปโรงพยาบาลของหญิงสาว ส่งให้ชายหนุ่ม พร้อมกับอธิบายรายละเอียดอาการให้เขาฟัง


    อีตานี่…มาไม้ไหนของเขานะ ??

    ปกติไม่เห็นจะพูดจาใจดีแบบนี้เลยนี่นา….

    เซร่ามองคิมหันต์ที่คุยกับป้าแมรี่ด้วยสีหน้าครุ่นคิดปนแปลกใจกับพฤติกรรมของชายหนุ่มในวันนี้

    “เหม่ออยู่ได้ ไปเร็วสิ” คิมหันต์แขวะหญิงสาวที่นั่งรอด้วยท่าทางสบายอารมณ์

    “เปล่าซักหน่อย”

    “อ้อ….ลืมไป” คิมหันต์มองหญิงสาวแล้วนึกได้

    “เฮ้ย!!”

    คิมหันต์ตรงเข้าช้อนร่างบางของหญิงสาวจากเก้าอี้ลอยลิ่วขึ้นอย่างง่ายดาย พร้อมกับเสียงร้องอุทานที่ดังขึ้นอย่าง๻๠ใ๽

    “ปล่อยฉัน ฉันเดินเองได้”

    “อย่าดิ้น!!! ตกลงไปเจ็บกว่าเดิม ไม่รู้ด้วย”

    คิมหันต์จ้องหน้า ทำเสียงดุใส่เซร่าที่กำลังดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของเขา เพื่อจะลงไปยืนกับพื้น

    เซร่าหยุดดิ้นทันที ทำแก้มป่องจ้องมองตาของคิมหันต์ด้วยสายตางอนๆ

    ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มสะท้อนใบหน้าของเซร่าเกือบชัดเจน และทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแปลกๆ

    “อยู่เฉยๆ มั่งเถอะ” คิมหันต์บอกเสียงเรียบ

    ชายหนุ่มเดินอุ้มร่างของเธอตรงออกประตูหน้า เพื่อขึ้นรถของสถานทูตที่จอดรออยู่แล้ว

    ป้าแมรี่ยืนมองพร้อมกับกลั้นยิ้ม เมื่อเห็นคุณหนูของเธอแผลงฤทธิ์กับชายหนุ่มไม่สำเร็จ ก่อนจะยืนมองส่งทั้งสองคนขึ้นรถเรียบร้อย



    เหมันต์รีบร้อนเดินออกจากโรงเรียน หลังจากมอบหมายหน้าที่ให้กับฮิเดกิเป็๞ผู้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการนักเรียนต่อแทนเขา ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของคณะกรรมการนักเรียนคนอื่นๆ

    ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตามข้างทาง แสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องตอนกลางวัน แม้จะไม่ร้อนอบอ้าวนัก แต่ก็ทำให้เหมันต์รู้สึกร้อน และมีเหงื่อซึมออกมาด้านหลัง

    ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าตรงไปยังบ้านของออยเฟ่ย์ด้วยความร้อนใจ

    บ้านของหญิงสาวอยู่ในแถบชานเมือง ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีรถผ่านไปมามากนัก

    บ้านเดี่ยวทรงชาเล่ต์ ทาสีโทนน้ำผึ้ง รั้วรอบบ้านปลูกดอกเจอราเนียม และประดับประดาไว้เต็มไปหมด ทำให้เหมันต์อดที่จะมองด้วยความชื่นชมไม่ได้

    ชายหนุ่มใช้กุญแจสำรองที่ออยเฟ่ย์เคยได้มอบให้ไว้กับเขา เปิดประตูเข้าไป และเดินตรงขึ้นไปห้องนอนของเธอบนชั้นสองทันที

    หญิงสาวใบหน้าซีดเซียวนอนหลับอย่างไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียงนอนผ้าปูสีครีม ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปหาเธอ และนั่งลงด้านข้างของเตียง

    เขาพิจารณาใบหน้าของออยเฟ่ย์ด้วยสายตาอ่อนโยน พลันเขาเหลือบไปเห็นคราบน้ำตาที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าอันสดสวยของเธอ

    เขาเอื้อมมือไปลูบปอยผมด้านข้างของออยเฟ่ย์เหน็บที่ใบหู และเอามืออังที่หน้าผากก็พบว่า มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง

    เหมันต์เดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำ เอาน้ำใส่ชามใบขนาดกลาง และนำผ้าขนหนูที่อยู่ภายในห้องของออยเฟ่ย์ออกมาชุบน้ำเช็ดตัวให้กับเธอ เพื่อเป็๲การลดอุณหภูมิของร่างกาย

    ชายหนุ่มค่อยบิดผ้าขนหนูที่เปียกน้ำให้แห้งหมาดๆ และเช็ดไปตามแขนของหญิงสาวอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าเธอจะตื่น

    เขาค่อยๆ เช็ดใบหน้าของเธออย่างทะนุถนอม รวมทั้งเช็ดคราบน้ำตาให้กับเธอ

    ชายหนุ่มรู้สึกผิดในใจที่ทำร้ายจิตใจ และเป็๞ต้นเหตุทำให้เธอป่วยแบบนี้

    แต่...เขาไม่มีทางเลือก ระหว่างความรักของเขากับสายสัมพันธ์พี่น้อง ชายหนุ่มต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

    “เหม….เหม…. อย่าทิ้งฉันไปนะ”

    หญิงสาวพึมพำละเมอออกมาเบาๆ ทำให้เหมันต์ซึ่งกำลังเช็ดใบหน้าให้กับเธอหยุดชะงักและจับมือของเธอไว้

    “ออยเฟ่ย์ ผมอยู่นี่” เหมันต์กระซิบเบาๆ

    “ผมขอโทษ”

    เหมันต์เอามือหญิงสาวมาแนบกับแก้ม พร้อมกับพร่ำบอกซ้ำๆ ก่อนจะยกมือของเธอขึ้นมาจูบเบาๆ

    หญิงสาวเผยอเปลือกตาขึ้น และมองคนที่กุมมือของเธออยู่

    เธอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนที่คุ้นเคย กำลังกุมมือของเธอและยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนเหมือนเดิม

    เพียงแค่เห็นชายหนุ่มเท่านั้น น้ำตาของเธอก็รื้นขึ้นมาทันที ๲ั๾๲์ตาของเธอพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา

    “เหม…… ฮึก ฮือๆ”

    ออยเฟ่ย์ร้องไห้ออกมา และยันตัวขึ้นโผกอด โดยเหมันต์ก็กอดเอวออยเฟ่ย์เอาไว้หลวมๆ

    “อย่าเกลียดฉันเลยนะ….เหม”

    “…….”

    “ฉันชอบเธอ”

    เหมันต์เอานิ้วปาดน้ำตาให้กับออยเฟ่ย์ พร้อมกับยื่นใบหน้าไปใกล้กับออยเฟ่ย์จนหญิงสาวรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดใบหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะบรรจงจูบเธออย่างอ่อนหวาน โดยหญิงสาวได้จูบตอบเหมันต์อย่างเต็มใจ

    อา…นี่เรากำลังฝันอยู่ใช่มั้ย….

    ถ้าหากเป็๲ความฝันจริงๆ ก็อย่าให้เราตื่นขึ้นมาเลยเถอะ…..

    ออยเฟ่ย์คิดอยู่ภายในใจอย่างงุนงนสงสัยในความอ่อนโยนและคำพูดซึ่งผิดจากปกติที่เขาเป็๞

    “นอนพักซะ จะได้หายไวๆ”

    เหมันต์ถอนจูบออกมาพร้อมกับบอกหญิงสาวที่ไม่รู้ว่าหน้าแดงเพราะพิษไข้ หรือรสจูบของชายหนุ่ม

    หญิงสาวพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย และเอนตัวลงนอนด้วยสีหน้าอมยิ้มอย่างเป็๲สุข ก่อนจะผลอยหลับไปอย่างอ่อนเพลีย โดยที่มือของเธอยังคงจับกุมมือของเหมันต์เอาไว้ไม่ยอมปล่อย

    ชายหนุ่มจ้องมองออยเฟ่ย์ที่ค่อยๆ หลับไปด้วยสายตาอ่อนโยน พลันสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็๞เคร่งเครียด เมื่อนึกถึงคิมหันต์..

    เขารอจนแน่ใจว่า หญิงสาวหลับสนิทแล้ว จึงค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากมือของออยเฟ่ย์ และตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากห้องของออยเฟ่ย์ไปด้วยรู้สึกลำบากใจกับสิ่งที่เขาต้องเลือก