“ที่โรงเรียนมีงานแข่งกีฬามั้ยอะ?”
“แล้วมีไปทัศนศึกษานอกสถานที่รึเปล่าน่ะ?”
“แล้วมีชมรมอื่นมั้ยอะ นอกจากกีฬาน่ะ?”
“มีเื่แบบ 7 มหัศจรรย์ลึกลับในโรงเรียนปะ?”
“แล้ว....”
ตลอดเวลาที่คิมหันต์ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเซร่า หญิงสาวซักถามเื่ในโรงเรียนเป็ส่วนมาก
ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญ แต่ก็ตอบคำถามของเธอโดยไม่บ่น
“ป้าแมรี่คะ หนูอยากกินเครปเชอร์รี่แล้วค่า”
เซร่ารู้สึกว่าชายหนุ่มไม่เต็มใจตอบคำถาม เธอจึงหันความสนใจไปที่ป้าแมรี่แทน
“ได้แล้วค่า”
“โห..ทำไมนายนั่นได้เชอร์รี่เยอะกว่าหนูล่ะ”
“คุณหนูทานบ่อยแล้ว ให้แขกมั่งเถอะค่ะ”
“อะไรกันอะ ของโปรดหนูแท้ๆ”
หญิงสาวทำแก้มป่องงอนใส่ป้าแมรี่ ก่อนจะตักเครปในจานทานด้วยความเอร็ดอร่อย
คิมหันต์อดอมยิ้มมุมปากไม่ได้ เมื่อเห็นการต่อปากต่อคำของหญิงสาวและป้าผู้ดูแล
“ยิ้มอะไรยะ” เซร่าเหลือบเห็นพอดีเลยแว้ดใส่เขาเสียงเขียว
“คุณหนู มีมารยาทหน่อยสิคะ”
“อะไรอะ เข้าข้างกันชัดๆ” เซร่างอนตุ๊บป่อง ก่อนจะสนใจของหวานตรงหน้าต่อ
คิมหันต์จ้องมองสีแดงสดของเชอร์รี่ที่อยู่ในจานด้วยั์ตาเหม่อลอย เขากำลังนึกเป็ห่วงหญิงสาวที่เขาหลงรักอยู่
ออยเฟ่ย์จะเป็ยังไงบ้างนะ ?
เหมันต์จะคอยดูแลออยเฟ่ย์อยู่รึเปล่านะ ?
เซร่าตักเครปเข้าปาก ก่อนจะเหลือบตามองคิมหันต์ที่ยังคงเอาช้อนเขี่ยผลไม้ที่อยู่บนเครปไปมา หญิงสาวขมวดคิ้วจ้องมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย
เขาเป็อะไรของเขานะ ?นั่งเหม่อลอยอยู่ได้….
“เออนี่….แล้ววันนี้นายไม่ไปโรงเรียนเหรอ?”
“หืม?”
“นายน่ะ …ไม่กลับไปโรงเรียนแล้วเหรอ??” เซร่าย้ำคำถามเดิม
“ไปประมาณ 16.30 น. มั้ง”
คิมหันต์ตอบก่อนจะวางช้อนลงข้างจาน กอดอก และหันไปมองด้านนอกหน้าต่างที่อยู่ด้านขวามือ
“16.30 น.? ไม่ต้องเรียนอะไรแล้วมั้ง โรงเรียนเลิกละนิ”
“ฉันมีซ้อมบาสฯ ตอนเย็นน่ะ”
“เหรอ ….แล้วนายจะทำอะไรต่อล่ะ?”
“ไม่รู้”
“อะไรนะ?? ไม่รู้??” เซร่าตาโตมองเขาอย่างประหลาดใจ
“มีปัญหารึไง??” คิมหันต์เลิกคิ้วให้อย่างกวนๆ
“เปล๊า....”
“แหมถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณช่วยพาคุณหนูไปหาหมอหน่อยได้มั้ยคะ?”
“ป้าคะ!!!”
“คุณหนูต้องรอคุณฮิเดกิกลับมาจากโรงเรียนก่อนน่ะค่ะ ถึงจะได้พากันไปโรงพยาบาล”
ป้าแมรี่บอกชายหนุ่มพร้อมกับเก็บจานของว่างบนโต๊ะ เพื่อทำความสะอาด
“หนูรอฮิเดกิได้อะ ป้า ไม่ต้องไปกวนคนอื่นหรอก” เซร่าหันไปบอกเสียงขุ่น
“ขืนรอคุณฮิเดกิ ข้อเท้าเน่าก่อนละมั้งคะ”
“ป้าอะ!!”
“ฉันพาไปก็ได้”
“หา?”
“ฉันบอกว่าฉันพาเธอไปหาหมอให้ก็ได้”
เซร่าหน้าเหวอ เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม
“อ้าปากหวออยู่ได้ ฉันก็แค่รับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำเท่านั้นล่ะ”
คิมหันต์ทำสีหน้ารำคาญเซร่า เมื่อเห็นเธอทำหน้าประหลาดใจ
“งั้นรบกวนคุณด้วยนะคะ นี่บัตรคนไข้ของคุณหนูค่ะ แล้วก็....”
ป้าแมรี่จัดแจงหยิบของที่จำเป็ต้องไปโรงพยาบาลของหญิงสาว ส่งให้ชายหนุ่ม พร้อมกับอธิบายรายละเอียดอาการให้เขาฟัง
อีตานี่…มาไม้ไหนของเขานะ ??
ปกติไม่เห็นจะพูดจาใจดีแบบนี้เลยนี่นา….
เซร่ามองคิมหันต์ที่คุยกับป้าแมรี่ด้วยสีหน้าครุ่นคิดปนแปลกใจกับพฤติกรรมของชายหนุ่มในวันนี้
“เหม่ออยู่ได้ ไปเร็วสิ” คิมหันต์แขวะหญิงสาวที่นั่งรอด้วยท่าทางสบายอารมณ์
“เปล่าซักหน่อย”
“อ้อ….ลืมไป” คิมหันต์มองหญิงสาวแล้วนึกได้
“เฮ้ย!!”
คิมหันต์ตรงเข้าช้อนร่างบางของหญิงสาวจากเก้าอี้ลอยลิ่วขึ้นอย่างง่ายดาย พร้อมกับเสียงร้องอุทานที่ดังขึ้นอย่างใ
“ปล่อยฉัน ฉันเดินเองได้”
“อย่าดิ้น!!! ตกลงไปเจ็บกว่าเดิม ไม่รู้ด้วย”
คิมหันต์จ้องหน้า ทำเสียงดุใส่เซร่าที่กำลังดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของเขา เพื่อจะลงไปยืนกับพื้น
เซร่าหยุดดิ้นทันที ทำแก้มป่องจ้องมองตาของคิมหันต์ด้วยสายตางอนๆ
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มสะท้อนใบหน้าของเซร่าเกือบชัดเจน และทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแปลกๆ
“อยู่เฉยๆ มั่งเถอะ” คิมหันต์บอกเสียงเรียบ
ชายหนุ่มเดินอุ้มร่างของเธอตรงออกประตูหน้า เพื่อขึ้นรถของสถานทูตที่จอดรออยู่แล้ว
ป้าแมรี่ยืนมองพร้อมกับกลั้นยิ้ม เมื่อเห็นคุณหนูของเธอแผลงฤทธิ์กับชายหนุ่มไม่สำเร็จ ก่อนจะยืนมองส่งทั้งสองคนขึ้นรถเรียบร้อย
เหมันต์รีบร้อนเดินออกจากโรงเรียน หลังจากมอบหมายหน้าที่ให้กับฮิเดกิเป็ผู้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการนักเรียนต่อแทนเขา ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของคณะกรรมการนักเรียนคนอื่นๆ
ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตามข้างทาง แสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องตอนกลางวัน แม้จะไม่ร้อนอบอ้าวนัก แต่ก็ทำให้เหมันต์รู้สึกร้อน และมีเหงื่อซึมออกมาด้านหลัง
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าตรงไปยังบ้านของออยเฟ่ย์ด้วยความร้อนใจ
บ้านของหญิงสาวอยู่ในแถบชานเมือง ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีรถผ่านไปมามากนัก
บ้านเดี่ยวทรงชาเล่ต์ ทาสีโทนน้ำผึ้ง รั้วรอบบ้านปลูกดอกเจอราเนียม และประดับประดาไว้เต็มไปหมด ทำให้เหมันต์อดที่จะมองด้วยความชื่นชมไม่ได้
ชายหนุ่มใช้กุญแจสำรองที่ออยเฟ่ย์เคยได้มอบให้ไว้กับเขา เปิดประตูเข้าไป และเดินตรงขึ้นไปห้องนอนของเธอบนชั้นสองทันที
หญิงสาวใบหน้าซีดเซียวนอนหลับอย่างไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียงนอนผ้าปูสีครีม ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปหาเธอ และนั่งลงด้านข้างของเตียง
เขาพิจารณาใบหน้าของออยเฟ่ย์ด้วยสายตาอ่อนโยน พลันเขาเหลือบไปเห็นคราบน้ำตาที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าอันสดสวยของเธอ
เขาเอื้อมมือไปลูบปอยผมด้านข้างของออยเฟ่ย์เหน็บที่ใบหู และเอามืออังที่หน้าผากก็พบว่า มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง
เหมันต์เดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำ เอาน้ำใส่ชามใบขนาดกลาง และนำผ้าขนหนูที่อยู่ภายในห้องของออยเฟ่ย์ออกมาชุบน้ำเช็ดตัวให้กับเธอ เพื่อเป็การลดอุณหภูมิของร่างกาย
ชายหนุ่มค่อยบิดผ้าขนหนูที่เปียกน้ำให้แห้งหมาดๆ และเช็ดไปตามแขนของหญิงสาวอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าเธอจะตื่น
เขาค่อยๆ เช็ดใบหน้าของเธออย่างทะนุถนอม รวมทั้งเช็ดคราบน้ำตาให้กับเธอ
ชายหนุ่มรู้สึกผิดในใจที่ทำร้ายจิตใจ และเป็ต้นเหตุทำให้เธอป่วยแบบนี้
แต่...เขาไม่มีทางเลือก ระหว่างความรักของเขากับสายสัมพันธ์พี่น้อง ชายหนุ่มต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
“เหม….เหม…. อย่าทิ้งฉันไปนะ”
หญิงสาวพึมพำละเมอออกมาเบาๆ ทำให้เหมันต์ซึ่งกำลังเช็ดใบหน้าให้กับเธอหยุดชะงักและจับมือของเธอไว้
“ออยเฟ่ย์ ผมอยู่นี่” เหมันต์กระซิบเบาๆ
“ผมขอโทษ”
เหมันต์เอามือหญิงสาวมาแนบกับแก้ม พร้อมกับพร่ำบอกซ้ำๆ ก่อนจะยกมือของเธอขึ้นมาจูบเบาๆ
หญิงสาวเผยอเปลือกตาขึ้น และมองคนที่กุมมือของเธออยู่
เธอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนที่คุ้นเคย กำลังกุมมือของเธอและยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนเหมือนเดิม
เพียงแค่เห็นชายหนุ่มเท่านั้น น้ำตาของเธอก็รื้นขึ้นมาทันที ั์ตาของเธอพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา
“เหม…… ฮึก ฮือๆ”
ออยเฟ่ย์ร้องไห้ออกมา และยันตัวขึ้นโผกอด โดยเหมันต์ก็กอดเอวออยเฟ่ย์เอาไว้หลวมๆ
“อย่าเกลียดฉันเลยนะ….เหม”
“…….”
“ฉันชอบเธอ”
เหมันต์เอานิ้วปาดน้ำตาให้กับออยเฟ่ย์ พร้อมกับยื่นใบหน้าไปใกล้กับออยเฟ่ย์จนหญิงสาวรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดใบหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะบรรจงจูบเธออย่างอ่อนหวาน โดยหญิงสาวได้จูบตอบเหมันต์อย่างเต็มใจ
อา…นี่เรากำลังฝันอยู่ใช่มั้ย….
ถ้าหากเป็ความฝันจริงๆ ก็อย่าให้เราตื่นขึ้นมาเลยเถอะ…..
ออยเฟ่ย์คิดอยู่ภายในใจอย่างงุนงนสงสัยในความอ่อนโยนและคำพูดซึ่งผิดจากปกติที่เขาเป็
“นอนพักซะ จะได้หายไวๆ”
เหมันต์ถอนจูบออกมาพร้อมกับบอกหญิงสาวที่ไม่รู้ว่าหน้าแดงเพราะพิษไข้ หรือรสจูบของชายหนุ่ม
หญิงสาวพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย และเอนตัวลงนอนด้วยสีหน้าอมยิ้มอย่างเป็สุข ก่อนจะผลอยหลับไปอย่างอ่อนเพลีย โดยที่มือของเธอยังคงจับกุมมือของเหมันต์เอาไว้ไม่ยอมปล่อย
ชายหนุ่มจ้องมองออยเฟ่ย์ที่ค่อยๆ หลับไปด้วยสายตาอ่อนโยน พลันสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็เคร่งเครียด เมื่อนึกถึงคิมหันต์..
เขารอจนแน่ใจว่า หญิงสาวหลับสนิทแล้ว จึงค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากมือของออยเฟ่ย์ และตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากห้องของออยเฟ่ย์ไปด้วยรู้สึกลำบากใจกับสิ่งที่เขาต้องเลือก