บทที่ 30
ฌอน โรส และเด็กๆอีก 7 คนช่วยกันขนของจากร้านของฌอนไปยังสถานรับเลี้ยง ฌอนก็แอบบ่นกับตัวเองเล็กน้อยว่าทำไมเขาถึงไม่ให้คนส่งของไปส่งที่สถานรับเลี้ยงเลย มันอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ทันจะได้คิดหรือไม่ก็ความไม่รอบครอบของตัวเขาเองแต่ยังโชคดีเมื่อคนแถวนั้นเห็นว่าฌอนกำลังต้องการขนของออกจากร้านไปในตอนเที่ยงวันนี้ พวกเขาต่างก็อาสาเข้าช่วยกันขนของในทันที มันทำให้การเคลื่อนย้ายสิ่งของในครั้งนี้จบลงภายในรอบเดียวจากที่จะต้องขนสองถึงสามรอบ “ขอบใจพวกเจ้ามากเลย.. หากไม่มีพวกเจ้ามันคงอาจจะนานกว่านี้” ฌอนเอ่ยกล่าวขอบคุณพวกชาวบ้านที่มาช่วยอย่างสุภาพ“ไม่เป็นไรขอรับท่านฌอน พวกข้าเต็มใจช่วยขอรับ” พวกคนที่มาช่วยต่างกล่าวออกมาเหมือนๆกันทุกๆคน ฌอนที่เห็นว่าคนที่มาช่วยมีเพียงห้าคนเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะเลี้ยงอาหารพวกเขาในทันที“เอาอย่างนี้ซิ ถ้าพวกเจ้าไม่รีบ รอทานต้มมาม่าก่อน ข้ากำลังจะเปิดร้านให้กับพวกเด็กๆ รับรองว่าพวกเจ้าจะติดใจ ยังไงถ้ามันถูกปากพวกเจ้า พวกเจ้าก็ช่วยกันแนะนำเพื่อนๆพี่ๆน้องๆมาทานกันล่ะ” ฌอนเอ่ยบวกกับเริ่มจัดแจงร้าน แล้วก็สอนพวกเด็กๆไปด้วยว่าต้องทำอย่างไร“ขอบพระคุณขอรับท่านฌอน ข้าจะช่วยป่าวประกาศไปให้ทั่วทั้งเมืองเลยขอรับ” พวกเขาพยักหน้าให้แก่กัน และเดินเข้ามานั่งรออาหารตรงโต๊ะที่ฌอนจัดไว้ให้ ในขณะเดียวกัน ฌอนก็สอนวิธีการต่างๆให้กับโรส และเด็ก พวกเด็ก และโรสตั้งใจมากในการเรียนครั้งนี้ ฌอนบอกแกพวกเขาว่าหลังจากนี้จะเป็นธุรกิจของพวกเขา พวกเขาจะต้องพึ่งพาตัวเอง และเลี้ยงดูน้องๆด้วยเงินที่หาได้ด้วยตัวเอง เพราะถ้าจะให้เขาช่วยเหลือตลอดมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเด็กๆก็เข้าใจ ภายใต้การทำครัวของโรสทุกอย่างมันดูง่ายดายไปหมด มันอาจจะเพราะว่าเธอโตที่สุดอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ และประกอบด้วยความตั้งใจของเด็กๆมันทำให้ผลงานครัวที่พวกเขาทำมันออกมาดี ฌอนได้ชิมรสชาติมันใกล้เคียงกับที่เขาได้สอนไปทั้งหมด ฌอนรู้ดีว่าถ้าหากใส่น้ำซุปมากจนเกินไปจะทำให้รสชาติจางลง จึงสอนพวกเด็กๆอย่างชัดเจนในทุกๆขั้นตอนการทำมาม่า และผลมันก็ออกมาอย่างที่เห็น “พวกเจ้าทำได้ดีมาก... จำเอาไว้ว่านี่คือธุรกิจของพวกเจ้า หากต้องการเปิดสาขา2 หรือ 3 อุปกรณ์ข้าได้เตรียมไว้ให้พวกเจ้าหมดแล้ว... และมารับเนื้อหมูจากข้าได้ทุกวัน ข้าจะเป็นคนออกข้าใช้จ่ายให้ในประมานวันล่ะ 20 กิโลกรัมเท่านั้น” ฌอนเอ่ยยาวเพื่อบอกกับโรส และเด็กๆ“เจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านฌอน” พวกเขากล่าวออกมา“แล้วข้าก็ยังให้มาม่าพวกเจ้ารสละ 200 ซองเป็นทุนสำหรับการทำอาหารในครั้งนี้ ถ้าหมดพวกเจ้าต้องมาซื้อมันเอง ข้าค้าขายถ้าเอาแต่แจกพวกเจ้า ธุรกิจข้าก็เจ๊งกันพอดี พวกเจ้าเข้าใจใช่มั้ย” ฌอนแอบบ่นๆมา เพราะทางนี้ก็ช่วยที่สุดเท่าที่จะช่วยได้แล้วจริงๆ“ท่านฌอนช่วยพวกเราถึงเพียงนี้แล้ว พวกเราก็ไม่รู้จะขอบพระคุณท่านยังไงแล้วเจ้าค่ะ... ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านไปชั่วชีวิตเลยเจ้าค่ะ” โรสก้มหัวให้กับฌอนอยู่นานสองนาน เมื่อเด็กๆเห็นพี่สาวของพวกเขาทำ ก็เลยทำตามบ้าง จนฌอนต้องเอ่ยพูดออกมา“ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว อย่าได้หลงลืม หากใครกล้ามาหาเรื่องพวกเจ้า เพียงแค่แจ้งมาที่ข้า เดี๋ยวข้าจะจัดการให้ แล้วในช่วงเย็นๆจะให้พวกสมาคมพ่อค้ามาออกบัตรการค้าให้แก่พวกเจ้าด้วย.. ข้าต้องกลับก่อนแล้ว”“เจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านฌอน” เรื่องที่ฌอนเน้นย้ำ หลักๆก็เป็นเรื่องของราคาขาย อุปกรณ์ที่ต้องใช้อะไรบ้าง หลังจากสอนอะไรอีกหลายๆอย่างแล้ว เขาก็เดินกลับมายังร้านค้าของตน เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงช่วงในตอนเย็น ในระหว่างช่วงบ่ายของวัน นาทาร์ได้ส่งกลุ่มคนมาเพื่อซื้อสินค้าตามภารกิจของฌอนครบตามจำนวนกลุ่มแล้ว ระบบจึงแจ้งประกาศว่าเขาทำภารกิจได้สำเร็จแล้ว ฌอนที่ยังไม่เลือกจะสุ่มสินค้าในตอนนี้ เพราะเขาอยากจะเก็บสินค้าไว้สำหรับการขายพรุ่งนี้มากกว่า และในวันนี้ร้านของฌอนก็ขายสินค้าออกไปได้ทั้งหมดเกือบ 150 เหรียญทองเลยทีเดียว ก่อนที่จะปิดร้านค้า มอรัสซัสกับนาทาร์เดินเข้ามาภายในร้านเพื่อฟังฌอนประกาศผล “มอรัสซัส เจ้าเตรียม 1 เหรียญทองมาจ่ายแล้วหรือยังล่ะ ฮ่าๆ” นาทาร์กล่าวออกมา เพียงแต่มอรัสซัสก็รู้สึกเฉยๆกับคำพูดนั้น ก่อนจะสวนกลับด้วยคำเดิมที่นาทาร์พูดมา“แล้วเจ้าล่ะนาทาร์ เจ้าเตรียม 10 เหรียญทองมาจ่ายแล้วหรือยังล่ะ ฮ่าๆ” ก่อนที่เจ้าเมืองจะหัวเราะออกมาเสียงดังกว่านาทาร์หลายเท่าตัว“เหอะ... เดี๋ยวเราก็รู้ผล... ท่านฌอนสมาคมการค้าของข้าซื้อสินค้าไปในจำนวนเท่าใดขอรับ” นาทาร์ที่หันมาถามฌอนด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เขาคำนวณมาอย่างดี การซื้อสินค้าของสมาคมมันมากกว่า 100 เหรียญทองเข้าไปแล้ว ซึ่งมอรัสซัสไม่มีทางที่จะจ่ายขนาดนั้นได้ไหว“สมาคมการค้า ซื้อสินค้าไปทั้งหมดจำนวน 138 เหรียญทอง 62 เหรียญเงิน 430 เหรียญทองแดง” ฌอนกล่าวออกมา มันเป็นจำนวนที่สูงมากเลยทีเดียว ถ้าพวกโจรได้ยินตัวเลขจำนวนนี้ คงอยากจะมาปล้นร้านของฌอนอย่างแน่นอน“ฮ่าๆๆ เป็นยังไงล่ะ ท่านเจ้าเมือง เจ้าคงฟังชัดเจนแล้วนะ.. รีบๆจ่ายเงินมาได้แล้ว ฮ่าๆ” นาทาร์หัวเราะเสียงดังแล้วหันไปเล่นหน้าเล่นตากับมอรัสซัส“หึๆ.. เจ้าคิดว่าเจ้าชนะข้าอย่างนั้นรึ.. เจ้าจะดูถูกสายเลือดตระกูลข้ามากไปหน่อยนะ” เจ้าเมืองกล่าวออกมาท่ามกลางความสับสนของนาทาร์ และเขาก็เหมือนพึ่งจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง ‘จิ้งจอกเฒ่า’ สายเลือดนี้มัน....“ท่านฌอนกล่าวออกมาได้เลยขอรับ ว่าจำนวนที่คนของข้าได้ซื้อไปจำนวนเท่าไหร่ขอรับ” มอรัสซัสกล่าวออกมา พร้อมกับยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์“คนของเจ้าทั้งหมดที่เจ้าได้แจ้งเข้ามา.. 149 เหรียญทอง 84 เหรียญเงิน 740 เหรียญทองแดง” ฌอนเอ่ยกล่าวออกมา และแน่นอนว่า มันคือจำนวนทั้งหมดที่ร้านของเขาขายได้ในวันนี้ทั้งหมด ฌอนนึกย้อนกลับไปตอนที่เจ้าเมืองได้แจ้งว่าคนของตนที่จะมาซื้อของมีใครบ้าง‘คนของข้า คือ ... คนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ขอรับ ท่านฌอน’ ตามหลักเหตุผลแล้ว มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ทุกๆคนที่มีชื่ออาศัยหรือแม้แต่สมาคมใดๆ ในเมื่ออยู่ที่นั่นผู้ปกครองก็ต้องเป็นเจ้าเมืองนั้นถูกต้องแล้ว และอีกอย่างเจ้าเมืองก็ไม่ได้ทำผิดกฎข้อไหนเลย กลับมาปัจจุบันนาทาร์ที่กำลังทำหน้าสงสัยว่า เจ้าเมืองคนนี้มันใช้เล่ห์กลใดทำให้ตัวเองชนะ แต่เขาก็คิดได้ไม่นาน มอรัสซัสก็เอ่ยเพื่อขอเงินพนันตามที่ตกลงกันไว้และแน่นอนว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านฌอนที่เป็นถึงคู่ค้าคนสำคัญแล้ว ยังไงเขาก็ต้องจ่ายออกไป ถ้ามาเบี้ยวไม่จ่ายในตอนนี้จะทำให้สมาคมการค้าเสียเครดิตกับท่านฌอนเปล่าๆ นาทาร์ที่สงสัยอยู่ เมื่อเห็นว่ามอรัสซัสเดินออกไปทางหน้าร้านแล้ว เขาก็จะหันกลับไปถามกับทางฌอนเพื่อที่จะสอบถามวิธีการของมอรัสซัส แต่ฌอนยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกมา ก็มีเสียงของมอรัสซัสดังขึ้นมาก่อน“จริงซิ.. ข้าต้องขอบใจเจ้ามากนะพวกเจ้า คนของข้า... ฮ่าๆ”