ตอนที่ 20 รักร้าย ยัยรุ่นน้อง
ฉันหันไปมองตามทางที่รุ่นพี่เธอเดินไปซื้อหน้ากากอนามัยให้ฉัน จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นมีวี่แววของเธอเลย ฉันเอาแต่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ก็ยังไม่มาสักที
“เขาทำอะไรของเขานะ ทำไมไปซื้อของนานจังนะ ร้านก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น .....นี่น่า”
มิกกี้เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา เหมือนเหตุการณ์มันไม่ค่อยปกติ รู้สึกตะหงิดๆ ในใจยังไงไม่รู้ ชอบกล และแล้วก็มีบางคนเดินเข้ามาหาฉันที่รถเข็น จากทางด้านหลัง
“ไหนล่ะ หน้ากากอนามัย ทำไมไปซื้อนานจังเลย คนเยอะหรอพี่.....”
ฉันพูดกับรุ่นพี่ แต่เธอก็ไม่ตอบกลับมา ฉันจึงหันหลังไป คนที่กำลังเดินเข็นรถฉันอยู่ไม่ใช่รุ่นพี่
“เห้ย....เห้ย เห้ย..... น้า น้า น้าๆ หยุดก่อนๆ หยุดๆ ๆ ”
ฉันพยายามเปล่งเสียงห้ามปรามชายแปลกหน้าเหมือนจะมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ฉันก็ต้องได้เงียบเสียงลงเมื่อโดนชายแปลกหน้าสวมแว่นตาดำ ใส่หน้ากากปกปิดใบหน้า สวมหมวกสีดำบดบังสายตาผู้คนอย่างมิดชิด เอามาผ้าเช็ดหน้ามาปิดลงจมูกของฉัน จนฉันรู้สึกหายใจมาออก
และในที่สุดฉันก็เงียบเสียงลง สลบและหลับลงในที่สุด ฉันไม่รู้สึกตัว ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันได้แต่นั่งโง่บนรถเข็นให้ชายแปลกหน้าเข็นออกไป เขาเข็นไปที่จอดรถ
เขาแบกร่างของฉันขึ้นพาดบนบ่าของเขา แล้วจึงวางร่างของฉันบนรถด้านหลัง แล้วเขาก็รีบขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ ขับรถออกไปจากโรงพยาบาลทันที โดยที่ไม่มีใครสงสัย ผิดสังเกตเลยแม้แต่น้อย
“มิกกี้ มิกกี้ มิกกี้ .......”
รุ่นพี่เธอเดินมาหาฉันตรงที่เธอปล่อยฉันทิ้งไว้ เมื่อไม่เห็นฉันอยู่ที่เดิม สีหน้าท่าทางของเธอเริ่มเปลี่ยนไป แทนที่ด้วยความวิตกเป็กังวล เธอรีบหยิบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาฉัน
โทรออก : มิกกี้........
กริ่ง กริ่ง กริ่ง กริ่ง
กริ่ง กริ่ง กริ่ง กริ่ง
เสียงมือถือของฉันขึ้นบนรถของชายลึกลับ เขารีบแตะเยียบแบรกรถกระทันหัน มือไม้ยาวๆ ของเขาคว้านหาที่มาของเสียงที่ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของฉันขึ้นมาและกดตัดสายวางทันทีตบท้ายด้วยปิดเครื่องในที่สุด
และแล้วรถปริศนาจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปสู่ถนนใหญ่
“อ้าว....เด็กนี่ โทรไปก็ไม่รับสายอีก เธอกำลังจะเล่นตลกอะไรกับพี่อีกละนิ มิกกี้”
ความกังวลที่มียิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นเท่าตัว และอดคิดไม่ได้ว่ามิกกี้ กำลังแกล้งเธออยู่หรือเปล่า เพราะเอาแน่เอานอนอะไรกับเด็กคนนี้ไม่ได้ เดี่ยวเล่น เดี่ยวจริง เธอเองก็ตามไม่ทันกับความคิดชวนปวดหัวของมิกกี้เหมือนกัน
เอ๊ะ....มิกกี้เดินไม่ได้นี่น่า มิกกี้เจ็บขาอยู่ เขานั่งอยู่บนรถเข็น เขาจะไปไหนกัน แต่ถ้าหากไปก็คงต้องอยู่แถวๆ นี้ล่ะ..... (รุ่นพี่คิดในใจ)
เธอรีบวิ่งไปดูรอบๆ บริเวณที่รถเข็นอยู่ แต่ก็ไม่ปรากฏเจอมิกกี้ ผู้คนมากมายในโรงพยาบาลเข้าออกกันว่าเล่น สถานการณ์แบบนี้ แออัดกันขนาดนี้ เหงื่อไคลเริ่มฉุดขึ้นบนใบหน้าคมคายนี้
“ขอโทษทีนะค่ะ พี่พยาบาลค่ะ ไม่ทราบว่าห้องควบคุมกล้องวงจรอยู่ตรงไหนค่ะ เอ่อ....คือว่า คือ....ว่า...หนูกำลังตามรุ่นน้องของฉันนะค่ะ หนูหาเขาไม่เจอ หนูเลยอยากขอย้อนดูในกล้องวงจรของทางโรงพยาบาลนะค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ ขอร้องละค่ะพี่....”
ฉันขอร้องขอความเมตตาจากพี่พยาบาล
“อยู่ถัดไปทางนั้นนะค่ะน้อง ห้องที่ 5 ค่ะ”
เธอผายมือชี้ทางบอกไปห้องควบคุมให้ฉัน
“ขอบคุณนะค่ะพี่ ขอบคุณค่ะพี่ ขอบคุณค่ะ”
ฉันโค้งหัวให้เธอเป็การขอบคุณและรีบวิ่งไปห้องควบคุม กว่าจะมาถึงต้องเดินแหวกผู้คนมากมายที่ยืนเบียดเสียดสีกันตามทาง จนในที่สุดก็ถึงห้องควบคุม
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ฉันรัวกระหน่ำมือทุบประตูห้องควบคุม
“ใจเย็นๆ เปิดอยู่ครับ เปิดอยู่...”
สักพักพี่เ้าหน้าที่ก็เปิดประตูออกมา เขาทำสีหน้างุนงงใส่ฉัน ฉันไม่รีรอให้เขาได้พูด ฉันรีบพูดตัดหน้าก่อนเลย
“คือว่ารุ่นน้องของหนูเขาหายตัวไปนะค่ะ หนูขอรบกวนขอย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดหน่อยด้วยนะค่ะพี่ ขอร้องละค่ะ ..... นะค่ะพี่ นะค่ะ...”
ฉันรีบโผล่เข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ
“ใจเย็นๆ นะน้อง ไหนบอกมาเลย ว่ารุ่นน้องของน้องอยู่ตรงไหนล่าสุด”
พี่เ้าหน้าที่รีบะโเข้าประจำที่เก้าอีแผงควบคุมแล้วเขาก็จ้องบนหน้าจอ คอมพิวเตอร์
“น้องเขาอยู่บนรถเข็นค่ะ ตรงต้นเสาที่ 3 นะค่ะพี่ นั้นค่ะ นั้นค่ะตรงเสาต้นนั้นละค่ะพี่..”
ฉันให้ข้อมูลพี่เ้าหน้าพรางก็จ้องขะเหม่งอย่างใจจดใจจ่อตาม แล้วชี้นิ้วจิ๋มบนจอบอกที่อยู่รถเข็นอยู่ล่าสุด เหมือนอากาศน้อยลงฉันหายใจไม่ค่อยออก ใบหน้าคมคายเริ่มเคร่งเครียดชักไม่สู้ดี
“โอเครๆ ใจเย็นๆ นะน้อง แปปหนึ่งนะ....”
พี่เ้าหน้าที่คลิ๊กย้อนเวลากลับไปเมื่อ 20 นาทีก่อนหน้านี้ ภาพเคลื่อนไหวถูกรีลันฉายซ้ำ วนมาที่เดิมก่อนมิกกี้หายตัวไป
“นั้นไง นั้นไงเขา ใคร ใคร มิกกี้ ........
ชายชุดดำปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด เขาเข็นรุ่นน้องของฉันออกไป เขาลักพาตัวรุ่นน้องของฉันไป.......เขา
ให้ตายเถอะมิกกี้....ไม่น่าเลย.....ไม่นะ..”
ฉันส่ายหัวอย่างวิตก เหงื่อเริ่มผุดขึ้นเยอะกว่าเดิมซึมเปียกทั่วร่างกายของฉัน ฉันรีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่รีรอ วินาทีนี้ไม่ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย หัวสมองมันทึบไปหมด กดโทรออก
โทรออก :พี่เมย์นี่......
ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด
ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด
ฉันยืนถือสายสักพัก
พี่เมย์นี่ : ว่าไงจ๊ะ เลิกเรียนแล้วหรอ ถึงได้รีบโทรมาหาพี่เลย
ฉัน : พี่เมย์ค่ะ เกิดเื่ใหญ่แล้วค่ะ ช่วยด้วยนะค่ะพี่ คือว่า รุ่นน้องหนูที่โรงเรียนเขา....เขา
พี่เมย์นี่ : ค่อยๆ พูดก็ได้จ๊ะ (น้ำเสียงหวานๆ เรียบๆ)
ฉัน : รุ่นน้องที่โรงเรียนเขาโดนลักพาตัวไปค่ะพี่ ช่วยให้คนออกตามหาให้ทีนะค่ะพี่ น้องเขาชื่อมิกกี้ค่ะ เด็กม.4 ที่โรงเรียนหนูค่ะ แอมพาน้องเขามาหาหมอที่โรงพยาบาล น้องเขาเกิดไม่สบายกระทันหันขึ้นมา เป็ลมตอนซ้อมรีดนะค่ะ แอมจะส่งรูปน้องไปให้ดูนะค่ะพี่ แปปหนึ่งนะค่ะเมย์
คนปลายสายเธอผงะหัวเล็กน้อย เมื่อชื่อรุ่นน้องที่หายไปดันกลายคลึงกับ มิกกี้ ชื่อของน้องสาวเธอเช่นกัน และมาประจวบเหมาะเจาะกับ มิกกี้ก็เรียนอยู่ชั้น ม.4 เหมือนกัน
อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากนี้
ใครคือชายแปลกหน้าชุดดำ.......?
มิกกี้ที่โดนลักพาตัว ใช่คนเดียวกันกับน้องสาวของเมย์นี่หรือเปล่า?
เราจะอยู่ด้วยทุกวันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด...................บอกไรท์ที