จู่ๆ สิ่งที่อี้เฉินไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชายที่จับไหล่ของอี้เฉินไว้ ถูกหลินเฟยใช้วิชา สายรักษา ตัดผ่า แขนจนขาด เลือดไหลนองในทันที กลุ่มคนพวกนั้นต่างเบิกตาออกกว้างไม่คิด หญิงสาวผู้นี้จะใจกล้าห่อฟ้า เฉกเช่นนี้
"อ๊าก!! เจ้า เจ้า!!"
ครั้นเมื่ออี้เฉินไร้ผู้ใดขัดขวาง เขาเตรียมที่จะเดิน เข้าไปภายในค่ายกลเคลื่อนย้าย แต่ก็ถูกชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มขวางทางเอาไว้ "เจ้าจะไปไหน หยุดเดียวนี้ พวกเจ้านี่ใจกล้านัก ถึงกับทำให้ คนของพวกข้า บาดเจ็บ แล้วคิดจะจากไปง่ายๆ งั้นหรือ"
"เจ้าตายแน่เจ้า อัปลักษณ์" คนในกลุ่มอีกคนเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
แม้แต่ชายหนุ่มที่ถูกตัดแขน ยังคำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่ง "บัดซบ นางแพศยา! เจ้าไม่ได้ตายดีแน่"
อี้เฉินเขาไม่ได้ ขยับกายาแต่อย่างใด ครั้นเมื่อเห็นชายวัยกลางคน ยืนขวางทางต่อหน้าเขาอยู่ เขาจึงเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาให้หลินเฟย อยากจะให้นางได้ฝึกฝนการต่อสู้จริง เส้นทางฝึกยุทธ์ ไม่ช้าก็เร็ว มือของนางจะต้องแปดเปื้อนไปด้วยเลือด เป็นเรื่องธรรมดา นางต้องผ่านมันไปให้ได้ "หลินเฟยแสดงพลังของเจ้าให้ข้าดูได้หรือไม่ จัดการคนพวกนี้เสีย"
ครั้นเมื่อพวกเขาได้ยินต่างพากันหัวเราะขำขัน กับคำพูดของ ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล แม้แต่หัวหน้ากลุ่ม ตงหลันเสวี่ย ยังยกยิ้ม เฝ้ามองเรื่องสนุกที่จะเกิดขึ้น แต่กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกประหลาดใจในตัวของ ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ตัวเขาสงบนิ่งเกินไป ราวกับไม่สะทกสะท้าน หวั่นเกรงต่อสิ่งใด
หลินเฟย นางทำปากพองลมในทันที นางรู้ดีอี้เฉิน ต้องการจะบอกสิ่งใดกับตัวนาง ภายในโลกแห่งการฝึกยุทธ์นี้ ไม่ได้สวยงาม อย่างที่นางคาดคิด หากนางไม่เตรียมใจ ที่จะก้าวเดินเข้าไป ในเส้นทางแห่งการนองเลือด ตัวนางก็อาจไม่เหมาะ กับเส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์ก็เป็นได้
หลินเฟยนาง ไม่รอช้าตั้งท่าไปที่ชายหนุ่มที่บาดเจ็บ ถูกนางตัดแขนขาดไปข้างหนึ่ง ในทันที เขาย่างก้าว เข้ามาหานางด้วยความจองหอง ริมฝีปากแยกเขี้ยว น้อยๆ ขึ้นมาด้วยความเดือดดาล ในยามนี้ขั้นพลังของพวกเขา อยู่ในขั้นพลังเดียวกัน ผลแพ้ชนะ จึงตัดสินได้ไม่ยาก แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ การต่อสู้ที่ง่ายดายของหลินเฟย แม้แต่น้อย
ครั้นเมื่อทั้งสอง จ้องมองกันอยู่ หลายลมหายใจ ชายหนุ่มไม่รอช้าระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง ซัดฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลัง เข้าใส่หลินเฟยในเสี้ยววินาที ฝ่ามือนั้นเปล่งประกาย ดุจดั่งแสงศักดิ์สิทธิ์ อัดแน่นไปด้วยปราณพลังที่น่าคร้ามเกรง หมายมั่นทำให้นางบาดเจ็บหนัก
อี้เฉินเขาที่เห็นการโจมตีของชายหนุ่ม ส่ายหัว น้อยๆ ในทันที ยังจดจำการต่อสู้กับหลินเฟยได้ดี แม้กายาของเขาจะแข็งแกร่ง นางก็ยังสามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ ทักษะผ่าตัด ของเมี่ยนจือนั้นไม่ธรรมดา แปรเปลี่ยนฝ่ามือให้ เฉียบคม ราวกับปลายมีดหมอ ไหนจะเส้นด้ายสุดแข็งแกร่ง ใช้สำหรับเย็บบาดแผล และป้องกันในเวลาเดียว กันนั้นอีก
ในเสี้ยววินาที ที่ชายหนุ่ม คำรามออกมา เสียงดังกึกก้อง ฝ่ามือของเขาก็พุ่งเข้าไปหาหลินเฟยในทันที หมายมั่นให้นางตั้งตัวไม่ทัน
แต่สิ่งที่หลายๆ คนคิด ดันผิดคาด หลินเฟย นางบิดเอวที่อ่อนช้อย หลบเลี่ยงอย่างฉับพลัน ยกฝ่ามือที่ คมกริบราวกับมีดหมอ ตัดแขนอีกข้างหนึ่งของคนผู้นั้น จนตกหล่นในทันที เลือดสาดกระเซ็น อาบย้อมบริเวณทางเดิน จนแดงฉาน เสียงร้องเจ็บปวดดังออกมาก้อง
"อ๊าก!!!!" ก่อนจะถูกหลินเฟย นางเตะชายโครงของคนผู้นั้นออกมา อย่างแรงไม่ได้ฆ่าสังหารคนผู้นั้น แต่อย่างใด
เหล่าผู้คนต่างเบิกตาออกกว้าง ไม่คิดหญิงงามล่มเมืองผู้นี้ จะร้ายกาจ มากมายถึงเพียงนี้ แม้แต่บางคนที่เฝ้ามองจากระยะ ไกลๆ ยังกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ นางจะต้องเป็นยอดยุทธ์ หญิงอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มที่บาดเจ็บ ถูกเตะรอยกระเด็นออกไปไกล กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ แม้แต่กระดูกซี่โครงยังแตกหักไปหลายซี่ "พี่ ตงหลันเสวี่ย พี่ต้องจัดการเจ้าสตรีน้อย นางนี้ให้ข้านะ"
ชายวัยกลางคน ผู้นำกลุ่ม ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน เขามองว่าอย่างไร กลุ่มของพวกเขาก็ยังได้เปรียบอยู่ดี ฝืนยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา ไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกมาแม้แต่น้อย มองสิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงสีสันเท่านั้น
อี้เฉินเขาที่เห็นการกระทำของหลินเฟย หันหลังกลับมา เอ่ยคำพูดบอกกล่าวนางในทันที "เจ้า ใจอ่อนเกินไปหลินเฟย ทั้งๆ ที่เจ้ามีโอกาสฆ่าสังหารเขา แต่เจ้ากลับไม่ทำ"
ครั้นเมื่อหลินเฟย ได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน มันก็ทำให้สมาธิ ของนางหลุดรอยไปเล็กน้อย ชายหนุ่มอีกคนไม่รอช้า พุ่งเข้ามาในเสี้ยววินาที ปล่อยกำปั้นที่ราวกับเสียงสายฟ้า เข้าใส่หน้าอกของนางในฉับพลัน
หลินเฟยนางถึงกับเบิกตาออกกว้าง ควบคุมปราณพลังสร้างเส้นด้ายขวางกั้นการโจมตีนั้นไว้ ในเสี้ยววินาที ก่อนจะเหยียบพื้นด้านล่างอย่างแรง ดีดตัวเองสลายแรงโจมตีทั้งหมดออกไป ถึงกระนั้น ในช่วงเสี้ยววินาที ที่นางสลายแรงโจมตี ลอยกระเด็นออกไป นางกลับปล่อยเส้นด้าย ล้อมพันกายาชายหนุ่มไว้ มันเล็กเป็นอย่างมาก แม้แต่ตาเปล่ายังมองไม่เห็น
ทันใดที่นางยันร่างขึ้นมายืนหยัดได้ หลินเฟยนางกลางฝ่ามือ ที่เชื่อมต่อ เส้นด้าย ขึ้นมาในทันที ก่อนจะค่อยๆ กุมมือ เข้าหากันช้าๆ เส้นด้ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ บีบรัดร่าง ชายหนุ่มเอาไว้แน่น ยิ่งนางกุมฝ่ามือมากเท่าใด ชายหนุ่มยิ่งถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ร่างกายค่อยๆ อาบย้อมไปด้วยเลือด
"บัดซบ!! เจ้า! นางแพศยา เจ้าจะไม่ได้ตายดีแน่" ชายหนุ่มที่ถูกตรึงร่าง เขานั้นก็ไม่คิดยอมแพ้ พยายามจะดิ้นให้หลุดเส้นด้ายเหล่านั้น จนกายา ของเขา เต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหล เฉือนเนื้อหนัง จนไปถึงกระดูก ร้องคำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
"อ๊ากๆ"
ที่สุดแล้ว ความพยายามก็สัมฤทธิผล เส้นด้ายขาดค่อยๆ ดังขึ้นมาทีละเส้น ประหนึ่งกู่เจิง ถูกดีดจนสายขาด ทำให้ชายหนุ่มหลุดออกมาได้ ดวงตาแดงฉาน บ้าคลั่ง ดุจดั่ง สัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง มองหลินเฟยด้วยความเคียดแค้น แต่ลึกๆ ก็รู้สึกหวั่นใจ ในพลังของนาง แม้นางจะเป็นจอมยุทธ สายรักษา กลับสามารถ ต่อสู้ได้อย่างไม่เป็นรองใคร
ครั้นเตรียมที่จะ ออกไปปลิดชีพตัวนางลง ตัวของชายหนุ่ม กลับได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่มอัปลักษณ์ กายามีแต่ผ้าพันแผล เอ่ยวาจาขึ้นมา "หลินเฟยเจ้า ใจอ่อนเกินไป เหตุใดเจ้าถึงปล่อยชายผู้นั้น ไปเล่า เพียงเจ้ากำมือเข้าหากันแรงๆ อีกไม่กี่ลมหายใจ เขาผู้นั้นก็จะกลายเป็นเศษเนื้อ กองตรงหน้าเจ้าแล้ว"
ทันใดชายหนุ่มที่คิดจะเข้ามาโจมตี หลินเฟย เขาถึงกับหยุดชะงัก มองใบหน้าหญิงสาว ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงว่า อยู่ๆ เส้นด้ายก็ราวกับไร้ปราณพลังไปเสียดื้อๆ ทำให้เขาสามารถ หลุดรอด ออกมาอย่างง่ายดาย
หลินเฟย นางเองก็ไม่พอใจกับคำพูดของอี้เฉินซักเท่าใดนัก ราวกับว่าอยากให้ตัวนางฆ่าสังหารผู้คน นางยังไม่เคยข้าผู้ใด จึงทำใจไม่ได้ นางเรียนรู้ที่จะรักษา ไม่ใช่ สำหรับไว้ฆ่าเหล่าผู้คน นางจึงเอ่ยออกมา บอกกล่าวอี้เฉินตรงๆ ไม่ปิดบังอี้เฉินแต่อย่างใด
หลินเฟยนางเองก็รู้ดีอี้เฉินนั้น หวังดีกับตัวนาง แต่สิ่งที่นางตั้งใจ อี้เฉินไม่อาจลบล้างมันได้ในเร็ววัน "ข้ามีเส้นทางของข้า ท่านพี่ ทางที่ข้าเลือกเดินจะเป็นข้า ที่เป็นคนกำหนด แม้แต่ท่านพี่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจมันได้"
ครั้นเมื่อ อี้เฉินได้ยินเขายกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ อย่างน้อยๆ นางก็มีจุดหมายปลายทาง ไม่ได้ เอาแต่เฝ้าคอย ติดตามตัวเขา
ชายหนุ่มที่ร่างอาบย้อมไปด้วยเลือด เหมือนเขาเริ่มรู้ถึงความอันตราย คนที่อันตรายจริงๆ ไม่ใช่หญิงสาว แต่เป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง หากยังอยู่ยังพื้นที่แห่งนี้ ตัวเขาได้ตายตกจริงๆ แน่ ก่อนเขาจะยกมือคำนับไปที่หญิงสาว
"ขอบคุณ แม่นางที่ไว้ไมตรี"ครั้นเมื่อเขาเอ่ยประโยคนั้นเสร็จสิ้น ก็พลิ้วกายาจากไป จากสถานที่แห่งนี้ในทันที มีหลายๆ คนในกลุ่มเองก็คิดเช่นนั้น พลิ้วกายา จากไปด้วยเช่นกัน ประหนึ่งกายาของพวกเขาเรียกร้องให้ถอยหนี
หลงเหลือ ผู้คนเพียง3คน ที่หาญกล้า เผชิญหน้ากับอี้เฉิน ตรงๆ ใบหน้าของพวกเขาไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เต็มเปี่ยมไปด้วย ความโอหัง
ตงหลันเสวี่ย ครั้นเห็นเหล่าผู้ติดตามของเขา จากไปด้วยความน่าอดสู ประหนึ่งขอถอนตัวออกจากกลุ่ม ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่งในทันที จ้องมองมาที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา ราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้อ กลับกลายเป็นว่ากลุ่มของพวกเขา เป็นที่น่าขำขัน ภายในหมู่ชนในทันที
"ไอ้พวกสวะปอดแหก พวกเจ้าอย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีกเป็นครั้งที่สองนะ" ตงหลันเสวี่ย แยกเขี้ยว เคี้ยวฟัน ก่นด่าไล่หลังพวกที่จากไปในทันที
ชายหนุ่มที่ถูกหลินเฟยโจมตีแขนขาดทั้งสองข้าง เขาเองก็ไม่ยินยอมที่จะจากไปเช่นกัน แววตาพร้อมจะเอาเรื่องหลินเฟย แต่ไม่เจียมสังขารตนเอง