ตอนที่หนึ่งร้อยสิบห้า พระเอกโชวโจว 4
อ๊า
กับคนแบบนี้นี่นะ ทำไมกัน
อาสึกะถึงกับหัวหมุนที่โดนจู่โจมแบบนางเอกโชวโจว
ที่หากพระเอกโชวเน็นทำเช่นนั้นถือว่าผิดผีเป็นอย่างยิ่ง
แนวโชวเน็นโดนสั่งสอนมาตลอดว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ผู้ชายควรทำ
ผู้ชายควรแสดงออกด้วยการกระทำ
ซามูไรยอดนักดาบแบบโซโลแห่งวันพีซคงกล่าวว่าผู้หญิงควรเดินตามผู้ชายสามก้าวในช่วงที่ปลายดาบของผู้ชายสามารถปกป้องพวกเธอได้
กาแรสดงออกของพระเอกโชวเน็นแสดงออกอยู่แล้วว่าเขารักพวกเธอ
ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใดใด
ทั้งที่แดนตะวันตกคงจะสงสัยว่า
“พวกยูไม่เข้าหาผู้หญิงแล้วจะรู้ได้ไงว่าใครเขาชอบยู?”
แน่นอนการมาถึงของแฟมินิสม์ก็ก่อขีดจำกัดด้านพฤติกรรมแม้แต่พวกตะวันตกเช่นกัน
ว่าเด็กยุคใหม่ของทางตะวันตกนั้นไม่ได้เฮฮาปาร์ตี้เซ็กส์แบบหนังเรื่อง“อเมริกันพาย”อีกต่อไปแล้ว
แต่ทว่าแนวคิดเช่นนั้นของแฟมินิสม์ที่ควบคุมพฤติกรรมของผู้ชาย
ยังคงใช้ไม่ได้ผลกับห้าพันปีของอินเดีย
หรือแนวโรแมนติกโชวโจวที่ต้องมีการลักพาตัวนางเอกและทำให้เธอไม่สามารถขัดขืนพระเอกโชวโจวได้
คงเพราะนักเขียนแนวโชวโจวคงคำนวณอยู่ในใจได้แล้วว่า
หากให้พระเอกโชวโจวทำตัวแบบมีคุณธรรมล้ำฟ้าแบบพระเอกโชวเน็น
มันคงจะหาสาเหตุที่ได้ตกร่องปล่องชิ้นกันยากมากๆ
ทั้งที่พฤติกรรมของพระเอกโชวโจวนั้นมาโผล่มาในโชวเน็นคือตัวร้ายชัดๆ
หรือเราสามารถบอกได้เพียงว่าการที่โอตะแบล็กเมล์เฉยๆตามเนื้อเรื่องต้นฉบับนั้นผิด
วิธีที่ได้ผลคือเขาต้องอุ้มเธอขึ้นมาบังคับจูบต่างหาก
เป็นแนวคิดที่พระเอกโชวเน็นผู้ที่มีคุณธรรมล้ำฟ้านั้นมิอาจจะทำความเข้าใจได้
ว่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางยังไม่คืนชีพเลยนะ
จูบกันไวขนาดนี้จะดีแล้วเรอะ?
แต่นี่ล่ะคือพลังของพระเอกโชวโจว
สามารถอุ้มนางเอกมากอดและจูบได้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์หายนะถึงแก่การล่มสลายของจักรวาล
“ทะ-ทำไมต้องทำกันอย่างนี้ด้วย”
อาสึกะที่เคยกล้าแกร่งและเลือกที่จะทุ่มคนด้วยเยอรมันซูเพล็กซ์มากกว่าจะพูดจาเจรจาถึงกับนำตาไหลออกมาเล็กน้อย
หน้าแดงและรู้สึกอ่อนแออย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ด้วยเหตุผลบางประการแนวโชวโจวชอบผู้ชายที่รุกไล่และทำเรื่องที่แฟมินิสม์จะโมโหมากกว่าคนดีมีคุณธรรมล้ำฟ้าแบบพระเอกโชวเน็น
“เพราะผมอยากได้เธอเป็นผู้หญิงของผมน่ะสิ”
ผมกล่าวก่อนจะเชยคางเธอมาจูบอีกครั้ง
ซึ่งก็ทำให้เธอสั่นสะท้านอีกครั้ง
“คนบ้า คนบ้า คนบ้า”
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเล่นฉากโรแมนติกของคนบ้าสองคนอยู่อย่างนั้น
คานาเอะที่จับโทโมโกะเอาไว้ไม่ให้ขัดขางในตอนแรกก็เป่าลมเข้าที่หูของโทโมโกะ
“รู้สึหดีใช่ไหมล่ะ?”
คานาเอะกล่าวถามโทโมโกะที่เธอแทบไม่ต้องยึดเอาไว้
“อิ้ม”
โทโมโกะที่หน้าแดงที่ดูทั้งสองคนที่กอดเหวี่ยงกันไปมาที่ไม่รู้ว่าอาสึกะพยายามจะเยอรมันซูเพล็กซ์โอตะหรือพยายามจะกอดโอตะกันแน่เหมือนกัยโลกมีสองคนไปแล้วโดยไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้าง