จินเป่าพยายามสงบสติอารมณ์ ถึงจะมีงานใหญ่แค่ไหน เขาจะเสียภาพพจน์ต่อคนตรงหน้าไม่ได้ พลางหันไปมองชาวบ้านคนนั้นอย่างช้าๆ กล่าวอย่างเย็นชาว่า
“คนที่จับปลาได้มากมายอยู่ที่ใด?”
“หมู่บ้านตระกูลหานขอรับ”เฮ่อเหลียนรีบตอบกลับ เพราะกลัวว่านายอำเภอผู้นี้จะอารมณ์ร้อนใส่เขาอีก
“สาเหตุที่เจ้ารายงานแก่ข้า มีความต้องการอย่างไร”
“ข้าต้องการซื้อปลาจากเจ้าเด็กนั่นมาขายในเมือง ข้าแค่ต้องให้ชาวเมืองได้กินเนื้อดีๆ ขอรับ โปรดท่านช่วยเหลือข้าด้วย”
“งั้นรึ?” จินเป่าใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองไปที่เฮ่อเหลียนอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาเป็นถึงนายอำเภอได้มีหรือจะมองกลอุบายแค่นี้ไม่ออก
เฮ่อเหลียนสั่นไปทั่วทั้งร่าง ด้วยความร้อนใจของเขาจนเผลอพูดสิ่งที่ตนต้องการออกมาจนหมด
“หมดธุระของเจ้าแล้ว ออกไปให้พ้นหน้าข้า!”
“แต่..”
“เหอะ! ทหาร! นำตัวเจ้านี่ไปโยนทิ้ง!”
ทหารที่รออยู่ก่อนแล้วพลันพุ่งเข้ามา คว้าแขนทั้งสองข้างของเฮ่อเหลียนแล้วลากออกไป
เฮ่อเหลียนพอรู้ว่าเนื้อชิ้นนี้ของตนเองตกไปเป็นของคนอื่นเรียบร้อยแล้ว เขาก็พลันรู้สึกเสียใจขึ้นมาที่รายงานให้นายอำเภอผู้นี้ฟัง ส่งผลให้ระหว่างที่เขาถูกนำตัวออกไปจึงไม่แม้จะมีแรงคัดค้าน
เขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะเงินก็เสียไปตั้งมากมายกลับคว้าอะไรไว้ไม่ได้เลย เท่านั้นยังไม่พอ ต่อจากนี้เขาก็ไม่รู้ชะตากรรมตนเองด้วยซ้ำว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่เอาเถอะอย่างน้อยการกระทำของเขาก็มีเรื่องดีหนึ่งเรื่อง เจ้าเด็กนั่นอย่างน้อยก็คงมีสภาพเดียวกันกับเขา..
เมื่อเฮ่อเหลียนลับสายตา จินเป่าก็สั่งการทหารขึ้นอีกครั้งว่า
“ทหาร พวกเจ้าไปเตรียมรถม้า ข้าจะไปว่าราชการที่หมู่บ้านตระกูลหาน”
“ขอรับ!”
..
การเดินทางด้วยรถม้าจึงใช้เวลาไม่นานนักนายอำเภอจินเป่ากับทหารข้างกายเขาอีกสิบนายก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านตระกูลหาน
อันดับแรกจินเป่าไปที่เรือนของผู้ใหญ่บ้านก่อน จะไม่แวะที่เรือนผู้ใหญ่บ้านเลยมันก็ดูไม่ดี ประเดี๋ยวจะเป็นการไม่ไว้หน้ากัน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านหานเจี๋ยก็ต้อนรับนายอำเภอผู้นี้อย่างเต็มที่ เตรียมน้ำชาชั้นดีออกมาต้อนรับ พลางกล่าวถามอย่างงุนงง
“ท่านนายอำเภอมีเรื่องอันใดให้ข้าน้อยช่วยกล่าวมาได้เลยขอรับ ข้าน้อยจะช่วยงานอย่างเต็มที่”แม้จะเข้าสู่วัยชรากว่า หานเจี๋ยก็นอบน้อมต่อนายอำเภออย่างมาก เพราะในยุคสมัยศักดินาเช่นนี้ตำแหน่งที่อยู่สูงกว่าคือทุกสิ่ง ก้าวพลาดเพียงนิดเดียวอาจลงหลุมก่อนวัยอันควรได้
จินเป่าเข้าเรื่องในทันที เพราะเขาเองก็ไม่อยากอยู่ในที่เส็งเคร็งเช่นนี้นานนัก
“ข้ารู้มาว่าที่หมู่บ้านของเจ้ามีเด็กคนหนึ่งจับปลาได้ตั้งมากมาย ข้าเลยอยากมาเห็นกับตา พวกเจ้าพอรู้หรือไม่ว่าเขาคนนั้นคือใคร”
ได้ฟังเช่นนั้นหานมิ่งกับท่านยายหานก็หน้าเคร่งเครียด ทั้งสองเป็นกังวลใจอย่างมากที่นายอำเภอต้องการพบจื่อหยางกับคู่แฝด อย่างไรก็ตามหานเจี๋ยก็บอกความจริงอย่างช่วยไม่ได้
“รู้ขอรับ คนผู้นั้นเป็นหลานของข้าน้อยเอง”
“งั้นรึ? เช่นนั้นก็ดีเลย เจ้านำทางข้าไปดูหน่อย”
“ขอรับ”
..
ใช้เวลาไม่นานหานเจี๋ยก็นำทางนายอำเภอผู้อ้วนถ้วนมาถึงเรือนเล้าไก่ของจ้าวหยางจื่อ ทว่าพวกเขาก็ไม่พบจ้าวหยางจื่ออยู่ที่เรือนพบเพียงคู่แฝดแทน
"ซวนเอ๋อร์ จื่อหยางพี่ชายของพวกเจ้าอยู่หรือไม่?"หานเจี๋ยถามซีซวน
“พี่ใหญ่ไปล่าสัตว์พร้อมกับท่านอาหานมิ่งเจ้าค่ะท่านตา”
“งั้นรึ?”ได้ฟังเช่นนั้นหานเจี๋ยก็หันไปสบตาจินเป่าอย่างช่วยไม่ได้
จินเป่าพอได้ยินเช่นนั้นอารมณ์เบิกบานของเขาก็พลันหายไป คนใจร้อนเช่นเขาไม่ชอบโดนขัดใจเป็นที่สุด กล่าวถามเด็กสาวอย่างฉุนเฉียวว่า
“อีกนานหรือไม่ที่พี่ใหญ่เจ้าจะกลับ”
“คงไม่นานนักเจ้าค่ะ ประมาณหนึ่งชั่วยามท่านพี่ก็คงกลับมา” แม้จะอยู่กับคนแปลกหน้า ทว่าซีซวนก็ยังคงนิ่งสงบรับมืออย่างใจเย็นไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
จินเป่าถามขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
“แล้วเจ้ารู้วิธีจับปลาหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านพี่จับปลาคนเดียวตลอด” ซีซวนกล่าวความจริง ซีห่าวผู้เป็นน้องชายก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่สาวจากทางด้านหลัง
ได้ฟังเช่นนั้นจินเป่าก็ไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เขารู้สึกแปลกใจตั้งแต่พี่น้องสามคนนี้ใช้คนละแซ่กันแล้ว เรื่องคนหวงวิชาภายในตระกูลมีอยู่ให้เห็นถมไป
ทว่าจะหวงอย่างไรเขาก็จะนำมาให้ได้! เพื่อการนั้นแล้วเขาก็ต้องรอคอยอย่างอดทน จินเป่าหันซ้ายแลขวาเพื่อสำรวจรอบๆ อย่างช่วยไม่ได้
ที่นี่มีม้าด้วย? ม้าตัวเมียแถมบาดเจ็บไม่ต่างจากขยะ! นั่นหมู? ไม่มองมันดีกว่าเห็นแล้วเหมือนพวกเดียวกันแปลกๆ นี่นะหรือบ่อปลา? เหลือปลาอยู่เล็กน้อย มีแต่ตัวอ้วนพี จับกลับไปกินอำเภอสักสองสามตัวน่าจะดี
..
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ระหว่างที่จินเป่ากำลังนั่งรอบนแคร่อย่างเบื่อหน่ายโดยมีพวกหมูสามตัวจ้องมองมาที่เขาอย่างนึกสงสัยว่าเป็นพวกเดียวกันหรือไม่นั้น ก็ได้มีเสียงฮือฮาของพวกชาวบ้านตรงสะพานข้ามแม่น้ำ เสียงของชาวบ้านดังอย่างมากแม้แต่จินเป่ายังนึกสนใจ
“พวกเขามีเรื่องอันใดกันรึ?”
“ข้าไม่รู้ขอรับ สงสัยคนไปล่าสัตว์ในป่าคงได้ของดีออกมา ชาวบ้านเลยเป็นเช่นนั้นขอรับ?”หานเจี๋ยช่วยอธิบาย
“หรือว่าจะเป็นโสมร้อยปีเหมือนครั้งนั้น!”จินเป่าก็ดวงตาเป็นประกาย ด้วยโสมร้อยปีที่เขาถวายให้ราชสำนักเมื่อหลายปีก่อน เขาก็ได้ประโยชน์จากมันไม่น้อยเลย
“ข้าไม่ทราบขอรับ..”
“ไป! พวกเราไปชมดูกัน”
ร่างท้วมของจินเป่าตะเกียกตะกายลงจากแคร่เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ซีซวนจ้องมองแคร่ของนางอย่างนึกสงสาร เจ้าแคร่นี้แทบจะรองรับน้ำหนักของจินเป่าไม่ไหว
อย่างไรก็ตามจินเป่าก็เดินไปได้ไม่ไกลนักก็มีทหารคนหนึ่งก็เข้ามารายงานเขาว่า มีคนล่าม้าได้เท่านั้น ไม่ใช่โสมแต่อย่างใด จึงทำให้จินเป่าแบกสังขารตัวเองกลับเรือนของจ้าวหยางจื่อไม่ได้
..
เป็นจ้าวหยางจื่อกับหานมิ่งล่าม้าได้คนละตัว วันนี้หานมิ่งไม่พลาดเหมือนครั้งก่อน เขาจับม้าได้ตัวเป็นๆ เสียทีครานี้เรือนเขาก็จะมีม้าใช้แล้ว
ซึ่งการจับม้าครั้งนี้ได้สำเร็จต้องยกความดีความชอบให้จ้าวหยางจื่อ เพราะถ้าเขาไม่คิดค้นบ่วงจับสัตว์ขึ้นมา พวกเขาคงจับม้าเป็นๆ เช่นนี้ไม่ได้ง่ายๆ
เมื่อหานมิ่งสังเกตเห็นว่าที่เรือนของจ้าวหยางจื่อมีผู้คนมากมาย ที่สำคัญมีพ่อแม่ของเขาด้วย เขาก็จึงตามจ้าวหยางจื่อเข้าเรือนไป
จ้าวหยางจื่อเองก็ขมวดคิ้ว ทำไมพวกทหารถึงมาที่เรือนของเขาได้ พอเขาก้าวเข้ามาเห็นคนที่สวมชุดขุนนางสีน้ำเงินปักลายนกเป็ดน้ำ เขายิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีก
แต่สังเกตเห็นว่าทุกอย่างยังคงปกติดี จ้าวหยางจื่อก็สงบสติอารมณ์ลง พอเดินมาถึงเขาก็ถามท่านตาหานเจี๋ยด้วยความสงสัยว่า
“มีเรื่องอันใดหรือขอรับท่านตา”
“จื่อหยาง ท่านนายอำเภอต้องการพบเจ้า” หานเจี๋ยวกล่าวพลางแนะนำชายร่างอ้วนถ้วน
ไม่รอให้จ้าวหยางจื่อเป็นคนทักทาย จินเป่ารีบพูดด้วยความร้อนใจขึ้นก่อน
“เจ้าคือจื่อหยาง? ฝีมือการล่าสัตว์ใช้ได้เลยนี่ เจ้าล่าม้าได้ด้วย!”จินเป่ามองม้าที่จ้าวหยางจื่อจูงมาด้วยตาเป็นประกาย ทว่าเขาก็เก็บอาการได้อย่างรวดเร็วเพราะปลาสำคัญกว่า
“ไม่ขนาดนั้นขอรับ”
“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ข้าอยากซื้อวิธีจับปลาของเจ้า เจ้าขายให้แก่ข้าได้หรือไม่?”
คำถามของนายอำเภอทำเอาทุกคนตื่นตกใจ แม้จะคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว พอได้ฟังเข้าจริง พวกเขาก็อดตกใจไม่ได้อยู่ดี
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel