" ไอ้สาระเลว เหตุใดจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ " ร่างทองแกมดำถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
" มาไอ้มารยักษ์ " ร่างทองสองหมื่นจั้งกวักมือเรียก
" ตาย " ร่างทองแกมดำ ระเบิดพลังสิบห้าอักขระ แล้วฟาดทวนทมิฬสวรรค์เข้าใส่
" เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน ทั้งห้วงมิติฉีกขาด ดวงดาราทั่วจักวาลพลันสั่นไหว โลกทั้งใบคล้ายคลับเจียนระเบิด
ร่างทองสองหมื่นจั้ง วาดมือสร้างห้วงมิติ เพื่อปกป้องโลกจินซานและผู้คนไว้
" เปรี้ยง "พลองมังกรในมือสะบั้นฟ้า ฉีกธรณี ส่งปรานสังหารออก
ปรานสังหารกลับกลายเป็นรูปเงามังกรยักษ์ทะยานเข้าหาปรานสังหารสีดำ
" ตูม " แรงระเบิดของสองปราน ทำเอาวังวิหารทั่วโลกหล้าพลันสั่นไหว สองร่างยักษ์เหยียดถอยหลัง
" อั่ก " แม้นจะมีกำแพงเต๋าและห้วงมิติปกปักษ์แต่แรงระเบิดยังส่งผ่านออกมา
" มันเป็นแรงระเบิดระดับใด ทั้งที่หลานโจวสร้างแนวปกปักษ์ไว้ถึงสองชั้น ยังทะลวงออกมาได้ "
" ใช่ แท้จริงแล้วหลานโจว หยั่งรู้อักขระได้กี่ตัวกัน "
" สองร่างยักษ์นั่น ช่างทรงพลังยิ่งนัก "
" ไอ้มารชั่ว เจ้าคิดจะทำลายโลกทั้งใบเลยรึ " นนท์ผสานเพลงกระบี่ปราบมารและกฎเกณฑ์แห่งสัจธรรม
" เปรี้ยง " รูปเงามังกรทอง กู่ก้องโจนทะยานเข้าหาร่างยักษ์แกมดำ
" ครืน " พลานุภาพแสงสีทองกระจายเข้ากวัดกวาดเหล่ามารอสูร
" อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญของเหล่ามารน้อยใหญ่ ดังสนั่นโลกจินซาน
" ไอ้สาระเลว " ร่างยักษ์แกมดำ เผาผลาญแก่นอักขระในร่าง ระเบิดพลังครั้งสุดท้าย
" ตูม " แรงระเบิดมหาศาล ขนาดมากพอที่จะฉีกห้วงจักรวาลจนขาดวิ่นได้ กวัดกวาดทุกสรรพสิ่งราบพนาสูญ ทั้งยังสร้างหลุมลึกนับพันหมื่นจั้ง ร่างทองสองหมื่นจั้งครุ่นคิดอย่างหนัก
" วิ้ง " โดมใหญ่สีทองพลันบังเกิด ล่องลอยเข้าครอบแรงระเบิด พลันโดมใหญ่สีทองสั่นไหวอย่างหนัก เสมือนมิอาจกักขังอสุรกายยักษ์ที่คลั่งแค้น
" วิ้ง " ท้องนภาพลันมืดดำ แสงดาราน้อยใหญ่วิบวับ ความล้ำลึกจักรวาลพลันหลั่งไหลสอดผสานเกื้อหนุนโดมทอง
" ครึก ครัก " เสียงโดมทองสั่นสะท้าน และเริ่มปริแตก
" ตูม " เศษเสี้ยวพลังเพียงเล็กน้อยเล็ดลอดออกมา แรงระเบิดฉีกโลกจินซานออกไปหนึ่งส่วนจากสิบ
ร่างทองสองหมื่นจั้ง อกสะท้านกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนัก กัดกรามคำรามทุ้มต่ำ
ผู้คนมากมายตกตายในทันทีนับพันล้าน ทั้งโลกจินซานที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
" อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญของเหล่าผู้คนที่ยังรอดชีวิต ร่างทองสองหมื่นจั้งกวาดตามองยังเหล่าผู้คนที่เหลือรอด
ภาพที่บังเกิดช่างน่าอเนจอนาถยิ่งนัก ผู้พิกลพิกาลมากหลาย บ้างแขนขาด ขาขาด นัยน์ตามือบอด ร่างทองทองสองหมื่นจั้งกัดกรามจนแน่
" ไอ้อสูรชั่ว " ร่างทองสองหมื่จั้งส่งอักระเต๋าบรรพกาลซ่อมแซมรอยประของโดมทอง
" อั่ก " คลื่นพลัทำลายล้างยังคงเล็ดลอดออกมา กระแทกเข้าร่างทองสองหมื่นจั้ง
อักขระเต๋าผสานกฎเกณฑ์เต๋าบรรพกาลขั้นสูงตัวจิ๋วก่อร่างปกปิดรอยปริของโดมทองจนสิ้น
" ครึก ครึก ครึก " โดมทองพลันสั่นไหวอย่างเร็วรี่ ทั้งผิดรูปบิดเบี้ยว ส่วนหนึ่งปูดโปน ส่วนหนึ่งพองโต หลายส่วนเสมือระเบิดเวลาที่รอการระเบิด
" พี่ปิง " ไช่หยิงเดินเข้ากอดฟั่นตี้ปิงไว้แน่น
" พี่โจว ท่านจะทานไหวรึไม่ "
ยอดยุทธมากมายต่างหน้าซีดขาสั่น หอบหายใจถี่หนัก แววตาสิ้นหวังบังเกิดขึ้น บ้างร่ำไห้ บ้างหลับตา สรรพชีวิตต่างสิ้นหวัง ได้แต่มองยังโดมทองอย่างหมดอาลัย
โดมทองขยายใหญ่ราวร้อยเท่า เสมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาดับสูญแล้ว ร่างทองสองหมื่นจั้งครุ่นคิดในใจอย่างหนัก
" ทำเช่นไรดี พลังเทพช่างแข็งแกร่งหาใดเปรียบได้ " ร่างทองสองหมื่นจั้งพึมพำ
" พวกเจ้าทุกคนจงเร่งไปอพยพผู้คนออกจากโลกจินซานให้เร็วที่สุด โดมทองคงรั้งไว้ได้อีกมินาน " ร่างทองสองหมื่นจั้งร้องตะโกนขึ้น
" ไป เร่งไปอพยพผู้คน " เสียงชราต่างเร่งสั่งการ
" พี่โจว " ฟั่นตี้ปิงร้องตะโกน ร่างทองยกยิ้มให้
" เร่งไป " เหล่ายอดยุทธทิ้งสนามรบเร่งไปยังเมืองต่างๆของโลกจินซาน กวาดต้อนผู้คนมากมายขึ้นเรือเหาะแล้วเร่งทะยานเรือเหาะจากไป
" รั้งมิไหวแล้ว " ร่างทองสองหมื่นจั้ง ตั้งท่ารอรับแรงเพื่อหวังให้ร่างยักษ์ของตนบดบังแรงระเบิด แม้นเพียงน้อยนิดก็ยังดี
ร่างทองหวนคิดถึงวันที่ผ่านมา ตั้งแต่คราที่อาสาทดลองเดินทางข้ามห้วงมิติคราที่อยู่ยังโลกเก่า ในใจพลันอบอุ่นเมื่อหวนคิดถึงใบหน้าชราของบิดามารดา
" พ่อ แม่ " ร่างทองยกยิ้มออกมา
" ตูม " สุดท้ายโดมทองรั้งพลังเทพมิไหวระเบิดออก พลังทำลายล้างกวัดกวาดโลกไปครึ่งใบ
ร่างทองครุ่นคิด " หากปล่อยให้ไปไกลกว่านี้มีหวังจักรวาลแห่งนี้ล่มสลายแน่ " ร่างทองระเบิดแก่นต้นกำเนิดเทพ
" วิ้ง " โดมทองใหญ่ยักษ์ราวพันหมื่นจั้งปรากฎ ร่างทองสองหมื่นจั้งผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าบรรพกาล แล้วขยายร่างตนเองให้กลายเป็นโดมทอง รับแรงะเบิดของพลังเทพ
" อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญโหยหวนของโดมทอง พลังทำลายล้างทิ่มแทงร่างทองสองหมื่นจั้งที่กลับกลายเป็นโดมทอง
หยาดเลือดหลั่งรินราดรดยังผืนดิน โดมทองพลันนึกได้ ผสานกฎเกณฑ์ปฐพี สร้างกำแพงดินอีกชั้นบดบังโดมทองไว้
" ตูม ตูม ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นทั่ว กำแพงดินพลันระเบิดขึ้นทันใด แรงะรเบิดพุ่งเข้ากระแทกโดมทองอีกครา
" อั่ก " เลือดทะลักออกทั่วโดมทองจนแดงฉาน
" พี่โจว " หยาดน้ำตาหลั่งรินจากตาคมของฟั่นตี้ปิง
" หลานโจว เจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก ยอมสละตนเองเพื่อรักษาชีวิตผู้คนมากมาย "
" ท่านโจว "
รุ่นเยาว์ทั้งหลาย พลันทิ้งเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้น จับจ้องมองโดมทองที่แดงฉานไปด้วยเลือด
" เหตุใดแรงระเบิดจึงมิหมดเสียที " โดมทองพลางครุ่นคิด
" ดูดซับเข้าร่างแล้วผนึกไว้ " โดมทองพึมพำ
" ครืน " แรงระเบิดของอักขระเทพสิบห้าตัวหลั่งไหลเข้าสู่โดมทองอย่างบ้าคลั่ง
" อ้าก " เสียงร้องลั่นทั่วห้วงจักรวาล เหล่าผู้คนที่อยู่บนเรือเหาะต่างตัวสั่นไปตามกัน
" ผนึก " โดมทองกลับร่างเป็นร่างทองสองหมื่นจั้ง หยัดยืนโงเงนตาคมสีทองจับจ้องยังร่างทองแกมดำยักษ์ ที่เวลานี้มีสภาพมิต่างกัน
" วิ้ง " ปรานหมื่นกระบี่สีทองบังเกิดขึ้น แผ่พลานุภาพของกฎแห่งสัจธรรม แสงสีทองสว่างเรืองรองทั่ว
" ไป " หมื่นกระบี่สีทองพุ่งทะลวงร่างยักษ์
" อ้าก " ร่างยักษ์สีทองแกมดำ ทิ้งตัวลงดิ้นทุรนทุราย หมอกมารสีดำพลันไหลทะลักออกจากร่าง ร่างยักษ์พลันเล็กลงกลับกลายเป็นจอมทัพอสูรคลั่ง
ร่างทองกลับกลายคืนสภาพ นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของจอมทัพอสูรคลั่ง แล้วส่งพลังผนึกกายจิตของจอมทัพอสูรคลั่ง แล้ววาดมือเก็บร่างไว้
" อาชาเพลิงเจ้าจงนำร่างนี้แช่ไว้ในบ่อน้ำปรานเทพ " นนท์สั่งการไปยังอาชาเพลิง
" ฟืนฟูกำลังก่อน " นนท์เร่งกรอกธาราเพลิงสวรรค์ถึงสามหยด
" ครืน " พลังกายฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิน
" พี่โจว " ฟั่นตี้ปิงและเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างกระโจนเข้าหานนท์ นนท์ยกยิ้ม
" หลานชาย ขอบใจเจ้ามาก " นนท์พยักหน้า
" ผู้เฒ่ามิต้องเกรงใจ " นนท์ยกยิ้มให้เหล่าผู้เฒ่าจากโลกจินซาน
" เรื่องเหล่านี้มิได้สำคัญเท่ากับการฟื้นฟูโลกใบนี้ " นนท์ลอยตัวขึ้นสูงกวาดตามองยยังโลกจินซานที่เหลือเพียงครึ่ง
" พระผู้สร้าง จะทำเช่นไรดีขอรับ โลกใบนี้จึงจะกลับคืนสู่สภาพเดิม " นนท์ส่งเสียงทางจิต
" พ่อหนุ่ม มิมีทางฟื้นฟูได้แล้ว แต่เจ้ายังสามารถรักษาโลกใบนี้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้ " นนท์พยักหน้า
" โลกจินซานเหลือเพียงครึ่ง " เหล่าผู้เฒ่าต่างถอนหายใจอย่างหนัก
" ทุกท่าน จะทำเช่นไร จะไปอยู่ยังโลกอื่น หรือ ที่นี่ " เหล่าผู้คนมากมายต่างจ้องมองยังโลกจินซานที่เวลานี้หลงเหลือเพียงครึ่ง
" พวกข้าจะอยู่ที่นี่ และตายที่นี่ " นนท์พยักหน้า
" หากเป็นเช่นนั้น ก็มาฟื้นฟูโลกกันเถิด " เหล่าผู้คนต่างพยักหน้า
" ข้าจะทำในส่วนของข้า พวกท่านก็ทำในส่วนของท่านเถิด " นนท์ทะยานร่างจากไปในทันที
เมื่อปลอดผู้คนนนท์ผสานร่างเข้ากับผืนดิน แล้วเร่งวางเส้นปรานมังกรโกลาหล ราวห้าร้อยเส้น แล้วมายังกึ่งกลางของโลกส่วนที่เหลือ
นนท์วาดมือวางศิลานทีเต๋าทั้งสามขั้นไว้ นนท์วาดมือที ส่งพลังเข้าไปยังศิลานทีเต๋า
" ตูม " เส้นปรานที่หลับไหลพลันฟื้นตื่น ระบิดพลังออกมา ปรานมังกรโกลาหลฟุ้งกระจายทั่วเข้าโอบรอบโลกเพียงครึ่งไว้
" ตูม " พลังฟ้าดินพวยพุ่งทะลุชั้นบรรยากาศ แล้วไหลเวียนเข้าโอบล้อมห่อหุ้มโลกครึ่งใบไว้
เสียงสวดมรรคาแห่งเต๋าดังอื้ออึงทั่ว แมกไม้น้อยใหญ่ต่างตื่นฟื้นจากเหี่ยวเฉา ขุนเขาน้อยใหญ่พลันเขียวขะอุ่มขึ้นในทันใด
" หลานโจว เจ้าทำได้เช่นไร " ผูัพิทักษ์เดินเข้าหา
" ผู้เฒ่า มันเป็นกฎเกณฑ์เต๋าวิวัฒน หากท่านหยั่งรู้ได้ ท่านก็ทำได้ " นนท์ยกยิ้ม
" โลกจินซานติดหนี้เจ้ามากนัก " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า
" ผู้เฒ่าทั้งหลาย ข้ารับมิได้ดอก " นนท์เอ่ยขึ้น
" ผู้เฒ่าทั้งหลาย หากมิสามารถกำจัดมารร้ายตนนี้ได้ ทุกจักรวาลก็จะมีภัย ผู้คนมากมายจะล้มหายตายจากมากกว่านี้ " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า
" ในเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ข้าคงต้องกลับเสียที " นนท์หันมองยังผู้เฒ่ากรรมการลานประลอง
" ผู้เฒ่าข้ายังมิรู้จักชื่อของท่าน " นนท์เอ่ยถาม
" นามข้าถิงเอ้อ แซ่เซี้ยะ " นนท์พยักหน้า
" ที่แท้ผู้เฒ่าเซี้ยะถิงเอ้อ " เซี้ยะถิงเอ้อ พยักหน้าแล้วเร่งกลับยังแดนเทพ
" พี่โจว ข้าจะเลี้ยงท่านด้วยสุราจินซานอายุหมื่นปี ครานี้ห้ามท่านขอตัวกลับก่อน " นนท์พยักหน้าแล้วเร่งไปยังร้านสุราริมบึง
งานฉลองยาวนานนับเดือน เหล่าผู้คนมากมายต่างคลายทุกข์โศกลงได้บ้าง
นนท์วางเขาฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร บ่อน้ำปรับกาย ทั้งชี้แนะเหล่าผู้เฒ่าเกี่ยวกับเรื่องราวการฝึก นนท์จัดการทุกอย่างแล้วเสร็จ
" พี่ฟั่น อีกสิบปีข้าจะกลับมารับท่าน " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า
" พี่โจว ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง " นนท์พยักหน้า
" หลานโจว เดินทางปลอดภัย " นนท์พยักหน้า แล้วทะยานร่างไปยังห้วงจักรวาล ตาคมจังจ้องมองยังโลกที่หลือเพียงครึ่ง
" วิ้ง " เรือเหาะทะยานเข้าสู่อุโมงค์มิติหายวับไป เหล่าผู้คนมากมายที่ลอยตัวเพื่อส่งนนท์ คอนหายใจอย่างหนัก
" หากมิได้หลานโจวมาช่วยไว้ พวกเราคงมิเหลือแม้นกระทั่งวิญญาณ "
" ผู้อาวุโสพูดถูก "
" ต่อไปนี้ คงต้องเร่งฝึกฝนเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายตามรูปแบบที่หลานนนท์วางไว้ "
" บ้านที่แสนสุข " นนท์มองยังโลกมังกรที่เวลานี้แปรเปลี่ยนอีกครา
" ปรานเทพแผ่จางๆ " นนท์พึมพำ บังคับเรือเหาะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
" คารวะท่านเจ้าสำนัก " นนท์พยักหน้า
" มีอันใดเกิดขึ้นรึไม่ " นนท์เอ่ยถามทหารยามขั้นราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้า
" เช่นครานั้นขอรับ ปรานมังกรระเบิดพลัง ขั้นฝึกทั้งโลกมังกรทะยานสูงขึ้นอีกหนึ่งขั้นใหญ่ขอรับ " นนท์พยักหน้า
" ดี " นนท์โยนผลึกปรานสรรพสิ่งให้ทหารยามคนละร้อยก้อนแล้วเร่งไปยังสำนัก
" ลูกเขยของข้ากลับมาแล้ว " งานฉลองเริ่มขึ้นทันที
" เรื่องที่เจ้าเล่าให้ฟัง ช่างน่ากลัวยิ่งนัก "
" หากพวกมันหยั่งรู้อักขระเทพได้มากกว่านี้ คงมิมีโอกาสชนะได้ " นนท์พยักหน้า
" ดี ที่ยังมีเจ้า " พ่อตาราชาเอ่ยขึ้น
" เห็นที ข้าต้องเร่งหยั่งรู้อักขระเทพให้มากขึ้น "
เมื่องานเลี้ยงเลิกรา นนท์ไปยังตำหนักของตน แล้วเริ่มเก็บตนในทันที
" แก่นต้นกำเนิดเทพมิเหลือพลังแล้ว " นนท์เรียกร่างของจอมทัพอสูรคลั่งขึ้นมาจากบ่อน้ำปรานเทพ
" แก่นอักขระของมันถูกเติมจนเต็มแล้ว มิน่าเชื่อว่าบ่อน้ำปรานเทพจะทำได้ " นนท์เร่งกลั่นแก่นอักขระของจอมทัพอสูร
" นี่คือผลึกปรานอักขระรึ " นนท์มองยังก้อนผลึกสีทองโปร่งแลงภายในมีอักขระเทพตัวจิ๋วฝังอยู่ทั่ว
" อักขระเทพหนึ่งตัวต่อผลึกปรานอักขระหนึ่งก้อน " นนท์พึมพำ นนท์นำร่างของจอมทัพอสูรคลั่งแช่ยังบ่อน้ำปรานเทพเช่นเดิม แล้วย้ายร่างของตนไปยังบ่อน้ำปรานเทพอีกบ่อ
" เริ่ม " นนท์ดูดกลืนหญ้าแสงเทพเพื่อเร่งการหยั่งรู้อักขระ
นับหมื่นปีในแหวนห้วงมิติ " ตูม " ร่างของนนท์พลันสะท้าน
" อักขระเทพตัวที่สิบสี่ ทั้งขั้นฝึกอยู่ขั้นปลายสูงสุดแล้ว แก่นต้นกำเนิดเทพก็ถูกเติมจนเต็ม " นนท์ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
" ฝึกกายให้แข็งแกร่ง " นนท์ทะยานร่างไปยังด่านฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร บ่อน้ำปรานเทพ หยั่งรู้อักขระเทพ วนเวียนอยู่เช่นนี้ ราวห้าปีของเวลาจริง
" อักขระตัวที่สิบห้าหยั่งรู้ได้แล้ว ต้องออกหาสมบัติวิเศษที่ใช้ทะลวงขั้นพลัง " นนท์ถอนใจหนัก
" ต้องใช้อะไร "