อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 38 : โลกจินซานเหลือเพียงครึ่ง

    " ไอ้สาระเลว เหตุใดจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ " ร่างทองแกมดำถึงกับสูดหายใจเข้าลึก 


    " มาไอ้มารยักษ์ " ร่างทองสองหมื่นจั้งกวักมือเรียก 


    " ตาย " ร่างทองแกมดำ ระเบิดพลังสิบห้าอักขระ แล้วฟาดทวนทมิฬสวรรค์เข้าใส่


    " เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน ทั้งห้วงมิติฉีกขาด ดวงดาราทั่วจักวาลพลันสั่นไหว โลกทั้งใบคล้ายคลับเจียนระเบิด 


    ร่างทองสองหมื่นจั้ง วาดมือสร้างห้วงมิติ เพื่อปกป้องโลกจินซานและผู้คนไว้


    " เปรี้ยง "พลองมังกรในมือสะบั้นฟ้า ฉีกธรณี ส่งปรานสังหารออก


    ปรานสังหารกลับกลายเป็นรูปเงามังกรยักษ์ทะยานเข้าหาปรานสังหารสีดำ


    " ตูม " แรงระเบิดของสองปราน ทำเอาวังวิหารทั่วโลกหล้าพลันสั่นไหว สองร่างยักษ์เหยียดถอยหลัง


    " อั่ก " แม้นจะมีกำแพงเต๋าและห้วงมิติปกปักษ์แต่แรงระเบิดยังส่งผ่านออกมา


    " มันเป็นแรงระเบิดระดับใด ทั้งที่หลานโจวสร้างแนวปกปักษ์ไว้ถึงสองชั้น ยังทะลวงออกมาได้ "


    " ใช่ แท้จริงแล้วหลานโจว หยั่งรู้อักขระได้กี่ตัวกัน " 


    " สองร่างยักษ์นั่น ช่างทรงพลังยิ่งนัก "


    " ไอ้มารชั่ว เจ้าคิดจะทำลายโลกทั้งใบเลยรึ " นนท์ผสานเพลงกระบี่ปราบมารและกฎเกณฑ์แห่งสัจธรรม


    " เปรี้ยง " รูปเงามังกรทอง กู่ก้องโจนทะยานเข้าหาร่างยักษ์แกมดำ 


    " ครืน " พลานุภาพแสงสีทองกระจายเข้ากวัดกวาดเหล่ามารอสูร 


    " อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญของเหล่ามารน้อยใหญ่ ดังสนั่นโลกจินซาน


    " ไอ้สาระเลว " ร่างยักษ์แกมดำ เผาผลาญแก่นอักขระในร่าง ระเบิดพลังครั้งสุดท้าย 


    " ตูม " แรงระเบิดมหาศาล ขนาดมากพอที่จะฉีกห้วงจักรวาลจนขาดวิ่นได้ กวัดกวาดทุกสรรพสิ่งราบพนาสูญ ทั้งยังสร้างหลุมลึกนับพันหมื่นจั้ง ร่างทองสองหมื่นจั้งครุ่นคิดอย่างหนัก


    " วิ้ง " โดมใหญ่สีทองพลันบังเกิด ล่องลอยเข้าครอบแรงระเบิด พลันโดมใหญ่สีทองสั่นไหวอย่างหนัก เสมือนมิอาจกักขังอสุรกายยักษ์ที่คลั่งแค้น


    " วิ้ง " ท้องนภาพลันมืดดำ แสงดาราน้อยใหญ่วิบวับ ความล้ำลึกจักรวาลพลันหลั่งไหลสอดผสานเกื้อหนุนโดมทอง


    " ครึก ครัก " เสียงโดมทองสั่นสะท้าน และเริ่มปริแตก 


    " ตูม " เศษเสี้ยวพลังเพียงเล็กน้อยเล็ดลอดออกมา แรงระเบิดฉีกโลกจินซานออกไปหนึ่งส่วนจากสิบ 


    ร่างทองสองหมื่นจั้ง อกสะท้านกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนัก กัดกรามคำรามทุ้มต่ำ 


    ผู้คนมากมายตกตายในทันทีนับพันล้าน ทั้งโลกจินซานที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว 


    " อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญของเหล่าผู้คนที่ยังรอดชีวิต ร่างทองสองหมื่นจั้งกวาดตามองยังเหล่าผู้คนที่เหลือรอด


    ภาพที่บังเกิดช่างน่าอเนจอนาถยิ่งนัก ผู้พิกลพิกาลมากหลาย บ้างแขนขาด ขาขาด นัยน์ตามือบอด ร่างทองทองสองหมื่นจั้งกัดกรามจนแน่


    " ไอ้อสูรชั่ว " ร่างทองสองหมื่จั้งส่งอักระเต๋าบรรพกาลซ่อมแซมรอยประของโดมทอง 


    " อั่ก " คลื่นพลัทำลายล้างยังคงเล็ดลอดออกมา กระแทกเข้าร่างทองสองหมื่นจั้ง 


    อักขระเต๋าผสานกฎเกณฑ์เต๋าบรรพกาลขั้นสูงตัวจิ๋วก่อร่างปกปิดรอยปริของโดมทองจนสิ้น


    " ครึก ครึก ครึก " โดมทองพลันสั่นไหวอย่างเร็วรี่ ทั้งผิดรูปบิดเบี้ยว ส่วนหนึ่งปูดโปน ส่วนหนึ่งพองโต หลายส่วนเสมือระเบิดเวลาที่รอการระเบิด


    " พี่ปิง " ไช่หยิงเดินเข้ากอดฟั่นตี้ปิงไว้แน่น 


    " พี่โจว ท่านจะทานไหวรึไม่ "


    ยอดยุทธมากมายต่างหน้าซีดขาสั่น หอบหายใจถี่หนัก แววตาสิ้นหวังบังเกิดขึ้น บ้างร่ำไห้ บ้างหลับตา สรรพชีวิตต่างสิ้นหวัง ได้แต่มองยังโดมทองอย่างหมดอาลัย 


    โดมทองขยายใหญ่ราวร้อยเท่า เสมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาดับสูญแล้ว ร่างทองสองหมื่นจั้งครุ่นคิดในใจอย่างหนัก


    " ทำเช่นไรดี พลังเทพช่างแข็งแกร่งหาใดเปรียบได้ " ร่างทองสองหมื่นจั้งพึมพำ


    " พวกเจ้าทุกคนจงเร่งไปอพยพผู้คนออกจากโลกจินซานให้เร็วที่สุด โดมทองคงรั้งไว้ได้อีกมินาน " ร่างทองสองหมื่นจั้งร้องตะโกนขึ้น


    " ไป เร่งไปอพยพผู้คน " เสียงชราต่างเร่งสั่งการ


    " พี่โจว " ฟั่นตี้ปิงร้องตะโกน ร่างทองยกยิ้มให้


    " เร่งไป " เหล่ายอดยุทธทิ้งสนามรบเร่งไปยังเมืองต่างๆของโลกจินซาน กวาดต้อนผู้คนมากมายขึ้นเรือเหาะแล้วเร่งทะยานเรือเหาะจากไป 


    " รั้งมิไหวแล้ว " ร่างทองสองหมื่นจั้ง ตั้งท่ารอรับแรงเพื่อหวังให้ร่างยักษ์ของตนบดบังแรงระเบิด แม้นเพียงน้อยนิดก็ยังดี


    ร่างทองหวนคิดถึงวันที่ผ่านมา ตั้งแต่คราที่อาสาทดลองเดินทางข้ามห้วงมิติคราที่อยู่ยังโลกเก่า ในใจพลันอบอุ่นเมื่อหวนคิดถึงใบหน้าชราของบิดามารดา


    " พ่อ แม่ " ร่างทองยกยิ้มออกมา 


    " ตูม " สุดท้ายโดมทองรั้งพลังเทพมิไหวระเบิดออก พลังทำลายล้างกวัดกวาดโลกไปครึ่งใบ 


    ร่างทองครุ่นคิด " หากปล่อยให้ไปไกลกว่านี้มีหวังจักรวาลแห่งนี้ล่มสลายแน่ " ร่างทองระเบิดแก่นต้นกำเนิดเทพ


    " วิ้ง " โดมทองใหญ่ยักษ์ราวพันหมื่นจั้งปรากฎ ร่างทองสองหมื่นจั้งผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าบรรพกาล แล้วขยายร่างตนเองให้กลายเป็นโดมทอง รับแรงะเบิดของพลังเทพ


    " อ้าก " เสียงร้องคร่ำครวญโหยหวนของโดมทอง พลังทำลายล้างทิ่มแทงร่างทองสองหมื่นจั้งที่กลับกลายเป็นโดมทอง


    หยาดเลือดหลั่งรินราดรดยังผืนดิน โดมทองพลันนึกได้ ผสานกฎเกณฑ์ปฐพี สร้างกำแพงดินอีกชั้นบดบังโดมทองไว้


    " ตูม ตูม ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นทั่ว กำแพงดินพลันระเบิดขึ้นทันใด แรงะรเบิดพุ่งเข้ากระแทกโดมทองอีกครา


    " อั่ก " เลือดทะลักออกทั่วโดมทองจนแดงฉาน 


    " พี่โจว " หยาดน้ำตาหลั่งรินจากตาคมของฟั่นตี้ปิง


    " หลานโจว เจ้าช่างยิ่งใหญ่นัก ยอมสละตนเองเพื่อรักษาชีวิตผู้คนมากมาย "


    " ท่านโจว " 


    รุ่นเยาว์ทั้งหลาย พลันทิ้งเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้น จับจ้องมองโดมทองที่แดงฉานไปด้วยเลือด


    " เหตุใดแรงระเบิดจึงมิหมดเสียที " โดมทองพลางครุ่นคิด


    " ดูดซับเข้าร่างแล้วผนึกไว้ " โดมทองพึมพำ


    " ครืน " แรงระเบิดของอักขระเทพสิบห้าตัวหลั่งไหลเข้าสู่โดมทองอย่างบ้าคลั่ง 


    " อ้าก " เสียงร้องลั่นทั่วห้วงจักรวาล เหล่าผู้คนที่อยู่บนเรือเหาะต่างตัวสั่นไปตามกัน


    " ผนึก " โดมทองกลับร่างเป็นร่างทองสองหมื่นจั้ง หยัดยืนโงเงนตาคมสีทองจับจ้องยังร่างทองแกมดำยักษ์ ที่เวลานี้มีสภาพมิต่างกัน


    " วิ้ง " ปรานหมื่นกระบี่สีทองบังเกิดขึ้น แผ่พลานุภาพของกฎแห่งสัจธรรม แสงสีทองสว่างเรืองรองทั่ว


    " ไป " หมื่นกระบี่สีทองพุ่งทะลวงร่างยักษ์ 


    " อ้าก " ร่างยักษ์สีทองแกมดำ ทิ้งตัวลงดิ้นทุรนทุราย หมอกมารสีดำพลันไหลทะลักออกจากร่าง ร่างยักษ์พลันเล็กลงกลับกลายเป็นจอมทัพอสูรคลั่ง 


    ร่างทองกลับกลายคืนสภาพ นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของจอมทัพอสูรคลั่ง แล้วส่งพลังผนึกกายจิตของจอมทัพอสูรคลั่ง แล้ววาดมือเก็บร่างไว้


    " อาชาเพลิงเจ้าจงนำร่างนี้แช่ไว้ในบ่อน้ำปรานเทพ " นนท์สั่งการไปยังอาชาเพลิง 


    " ฟืนฟูกำลังก่อน " นนท์เร่งกรอกธาราเพลิงสวรรค์ถึงสามหยด


    " ครืน " พลังกายฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิน 


    " พี่โจว " ฟั่นตี้ปิงและเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างกระโจนเข้าหานนท์ นนท์ยกยิ้ม


    " หลานชาย ขอบใจเจ้ามาก " นนท์พยักหน้า


    " ผู้เฒ่ามิต้องเกรงใจ " นนท์ยกยิ้มให้เหล่าผู้เฒ่าจากโลกจินซาน 


    " เรื่องเหล่านี้มิได้สำคัญเท่ากับการฟื้นฟูโลกใบนี้ " นนท์ลอยตัวขึ้นสูงกวาดตามองยยังโลกจินซานที่เหลือเพียงครึ่ง


    " พระผู้สร้าง จะทำเช่นไรดีขอรับ โลกใบนี้จึงจะกลับคืนสู่สภาพเดิม " นนท์ส่งเสียงทางจิต


    " พ่อหนุ่ม มิมีทางฟื้นฟูได้แล้ว แต่เจ้ายังสามารถรักษาโลกใบนี้ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้ " นนท์พยักหน้า


    " โลกจินซานเหลือเพียงครึ่ง " เหล่าผู้เฒ่าต่างถอนหายใจอย่างหนัก


    " ทุกท่าน จะทำเช่นไร จะไปอยู่ยังโลกอื่น หรือ ที่นี่ " เหล่าผู้คนมากมายต่างจ้องมองยังโลกจินซานที่เวลานี้หลงเหลือเพียงครึ่ง


    " พวกข้าจะอยู่ที่นี่ และตายที่นี่ " นนท์พยักหน้า


    " หากเป็นเช่นนั้น ก็มาฟื้นฟูโลกกันเถิด " เหล่าผู้คนต่างพยักหน้า


    " ข้าจะทำในส่วนของข้า พวกท่านก็ทำในส่วนของท่านเถิด " นนท์ทะยานร่างจากไปในทันที 


    เมื่อปลอดผู้คนนนท์ผสานร่างเข้ากับผืนดิน แล้วเร่งวางเส้นปรานมังกรโกลาหล ราวห้าร้อยเส้น แล้วมายังกึ่งกลางของโลกส่วนที่เหลือ


    นนท์วาดมือวางศิลานทีเต๋าทั้งสามขั้นไว้ นนท์วาดมือที ส่งพลังเข้าไปยังศิลานทีเต๋า


    " ตูม " เส้นปรานที่หลับไหลพลันฟื้นตื่น ระบิดพลังออกมา ปรานมังกรโกลาหลฟุ้งกระจายทั่วเข้าโอบรอบโลกเพียงครึ่งไว้ 


    " ตูม " พลังฟ้าดินพวยพุ่งทะลุชั้นบรรยากาศ แล้วไหลเวียนเข้าโอบล้อมห่อหุ้มโลกครึ่งใบไว้


    เสียงสวดมรรคาแห่งเต๋าดังอื้ออึงทั่ว แมกไม้น้อยใหญ่ต่างตื่นฟื้นจากเหี่ยวเฉา ขุนเขาน้อยใหญ่พลันเขียวขะอุ่มขึ้นในทันใด 


    " หลานโจว เจ้าทำได้เช่นไร " ผูัพิทักษ์เดินเข้าหา


    " ผู้เฒ่า มันเป็นกฎเกณฑ์เต๋าวิวัฒน หากท่านหยั่งรู้ได้ ท่านก็ทำได้ " นนท์ยกยิ้ม


    " โลกจินซานติดหนี้เจ้ามากนัก " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า


    " ผู้เฒ่าทั้งหลาย ข้ารับมิได้ดอก " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " ผู้เฒ่าทั้งหลาย หากมิสามารถกำจัดมารร้ายตนนี้ได้ ทุกจักรวาลก็จะมีภัย ผู้คนมากมายจะล้มหายตายจากมากกว่านี้ " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า


    " ในเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ข้าคงต้องกลับเสียที " นนท์หันมองยังผู้เฒ่ากรรมการลานประลอง


    " ผู้เฒ่าข้ายังมิรู้จักชื่อของท่าน " นนท์เอ่ยถาม


    " นามข้าถิงเอ้อ แซ่เซี้ยะ " นนท์พยักหน้า


    " ที่แท้ผู้เฒ่าเซี้ยะถิงเอ้อ " เซี้ยะถิงเอ้อ พยักหน้าแล้วเร่งกลับยังแดนเทพ


    " พี่โจว ข้าจะเลี้ยงท่านด้วยสุราจินซานอายุหมื่นปี ครานี้ห้ามท่านขอตัวกลับก่อน " นนท์พยักหน้าแล้วเร่งไปยังร้านสุราริมบึง


    งานฉลองยาวนานนับเดือน เหล่าผู้คนมากมายต่างคลายทุกข์โศกลงได้บ้าง 


    นนท์วางเขาฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร บ่อน้ำปรับกาย ทั้งชี้แนะเหล่าผู้เฒ่าเกี่ยวกับเรื่องราวการฝึก นนท์จัดการทุกอย่างแล้วเสร็จ


    " พี่ฟั่น อีกสิบปีข้าจะกลับมารับท่าน " ฟั่นตี้ปิงพยักหน้า


    " พี่โจว ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง " นนท์พยักหน้า


    " หลานโจว เดินทางปลอดภัย " นนท์พยักหน้า แล้วทะยานร่างไปยังห้วงจักรวาล ตาคมจังจ้องมองยังโลกที่หลือเพียงครึ่ง 


    " วิ้ง " เรือเหาะทะยานเข้าสู่อุโมงค์มิติหายวับไป เหล่าผู้คนมากมายที่ลอยตัวเพื่อส่งนนท์ คอนหายใจอย่างหนัก


    " หากมิได้หลานโจวมาช่วยไว้ พวกเราคงมิเหลือแม้นกระทั่งวิญญาณ "


    " ผู้อาวุโสพูดถูก " 


    " ต่อไปนี้ คงต้องเร่งฝึกฝนเหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายตามรูปแบบที่หลานนนท์วางไว้ " 


    " บ้านที่แสนสุข " นนท์มองยังโลกมังกรที่เวลานี้แปรเปลี่ยนอีกครา 


    " ปรานเทพแผ่จางๆ " นนท์พึมพำ บังคับเรือเหาะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ 


    " คารวะท่านเจ้าสำนัก " นนท์พยักหน้า 


    " มีอันใดเกิดขึ้นรึไม่ " นนท์เอ่ยถามทหารยามขั้นราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้า 


    " เช่นครานั้นขอรับ ปรานมังกรระเบิดพลัง ขั้นฝึกทั้งโลกมังกรทะยานสูงขึ้นอีกหนึ่งขั้นใหญ่ขอรับ " นนท์พยักหน้า


    " ดี " นนท์โยนผลึกปรานสรรพสิ่งให้ทหารยามคนละร้อยก้อนแล้วเร่งไปยังสำนัก 


    " ลูกเขยของข้ากลับมาแล้ว " งานฉลองเริ่มขึ้นทันที 


    " เรื่องที่เจ้าเล่าให้ฟัง ช่างน่ากลัวยิ่งนัก "


    " หากพวกมันหยั่งรู้อักขระเทพได้มากกว่านี้ คงมิมีโอกาสชนะได้ " นนท์พยักหน้า


    " ดี ที่ยังมีเจ้า " พ่อตาราชาเอ่ยขึ้น 


    " เห็นที ข้าต้องเร่งหยั่งรู้อักขระเทพให้มากขึ้น " 


    เมื่องานเลี้ยงเลิกรา นนท์ไปยังตำหนักของตน แล้วเริ่มเก็บตนในทันที 


    " แก่นต้นกำเนิดเทพมิเหลือพลังแล้ว " นนท์เรียกร่างของจอมทัพอสูรคลั่งขึ้นมาจากบ่อน้ำปรานเทพ


    " แก่นอักขระของมันถูกเติมจนเต็มแล้ว มิน่าเชื่อว่าบ่อน้ำปรานเทพจะทำได้ " นนท์เร่งกลั่นแก่นอักขระของจอมทัพอสูร


    " นี่คือผลึกปรานอักขระรึ " นนท์มองยังก้อนผลึกสีทองโปร่งแลงภายในมีอักขระเทพตัวจิ๋วฝังอยู่ทั่ว


    " อักขระเทพหนึ่งตัวต่อผลึกปรานอักขระหนึ่งก้อน " นนท์พึมพำ นนท์นำร่างของจอมทัพอสูรคลั่งแช่ยังบ่อน้ำปรานเทพเช่นเดิม แล้วย้ายร่างของตนไปยังบ่อน้ำปรานเทพอีกบ่อ


    " เริ่ม " นนท์ดูดกลืนหญ้าแสงเทพเพื่อเร่งการหยั่งรู้อักขระ


    นับหมื่นปีในแหวนห้วงมิติ " ตูม " ร่างของนนท์พลันสะท้าน 


    " อักขระเทพตัวที่สิบสี่ ทั้งขั้นฝึกอยู่ขั้นปลายสูงสุดแล้ว แก่นต้นกำเนิดเทพก็ถูกเติมจนเต็ม " นนท์ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ


    " ฝึกกายให้แข็งแกร่ง " นนท์ทะยานร่างไปยังด่านฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร บ่อน้ำปรานเทพ หยั่งรู้อักขระเทพ วนเวียนอยู่เช่นนี้ ราวห้าปีของเวลาจริง


    " อักขระตัวที่สิบห้าหยั่งรู้ได้แล้ว ต้องออกหาสมบัติวิเศษที่ใช้ทะลวงขั้นพลัง " นนท์ถอนใจหนัก 


    " ต้องใช้อะไร " 

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34