หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    คำขู่ของหยางอวี้

            หลังจากหยางอวี้สังหารคนชุดดำทั้งหมดเเล้วนางก็จากไปในทันทีและไม่นานกลุ่มเงาของตระกูลหมิงที่สัมผัสถึงพลังปราณที่กล้าแกร่งก็รุดหน้ามาทางนี้และพบเข้ากลับรูปปั้นแกะสลักน้ำแข็งของกลุ่มคนชุดดำ

            "นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำคนพวกนี้ถึงมีสภาพเช่นนี้"

            "รีบกลับไปรายงานท่านประมุขให้เร็วที่สุด ไป!!!"

            หมิงฮ่าวที่กำลังนั่งดื่มและคุยกับพวกฟางซิ่วเฟินและมู่เฟิงอยู่ก็มีคนใช้คนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบสีหน้าของหมิงฮ่าวจึงเริ่มจริงจังขึ้นมาในทันที คนอื่น ๆก็สังเกตุเห็น

            "เกิดอะไรขึ้นหรือน้องหมิงฮ่าว" ฟางซิ่วเฟินกล่าว

            "ข้าเองก็ยังไม่รู้แต่ข้าต้องไปดูก่อน"หมิงฮ่าวกล่าวเเล้วลุกออกไปทันที

            กลุ่มของมู่เฟิงเเละเฉินฝ่านรวมทั้งองค์รัชทายาทก็ตามไปด้วยกลุ่มคนทั้ง 5 คนต่างก็มาถึงที่กลุ่มเงาอยู่ในไม่ช้าเมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนชุดดำที่ถูกแช่แข็งอยู่พวกเขาก็ตกตะลึง

            "น้ำแข็งนี่ทรงพลังยิ่งนัก"​ หมิงฮ่าวกล่าว

            "นี่ไม่ใช่พลังของคนที่อยู่ปราณจักรพรรดิแน่นอน" เฉินฝ่านกล่าว

            "ข้าเองก็คิดเหมือนกับเจ้าสำนักเฉิน" องค์รัชทายาทกล่าว

            "แกร๊ก ๆ"

            ไม่ทันใดน้ำแข็งก็เริ่มแตกออกเผยให้เห็นศพที่อยู่ข้างในที่ยืนเเข็งทื่ออยู่

            "พวกเจ้ารองไปตรวจสอบศพเหล่านั้นดูว่าพวกมันเป็นคนของใคร"หมิงฮ่าวกล่าว

            "ทำไมข้าถึงสัมผัสได้ถึงไอชั่วร้ายจากกลุ่มคนเหล่านี้" เฉินฝ่านกล่าว

            "นี่มัน คนพวกนี้ฝึกฝนทักษะปีศาจ!!!!!!"องค์รัชทายาทกล่าวด้วยความตื่นตระหนก

            "ท่านแน่ใจรึ” เฉินฝ่านกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

            "ไม่ผิดแน่นอนข้าเคยอ่านตำราโบราณมาก่อนและกลิ่นไอชั่วร้ายแบบนี้ต้องเป็นของปีศาจอย่างแน่นอน"องค์รัชทายาทกล่าว

            "นายท่านหนึ่งในศพมีคนที่พวกเราเคยรู้จักอยู่ขอรับ"หัวหน้ากลุ่มเงากล่าว

            "ใครอย่างงั้นรึ" หมิงฮ่าวกล่าว

            "ผู้อาวุโสกงป่ายแห่งสำนักปฐพีคลั่งขอรับ"

            เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้เหมือนกับมีสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางหัวของพวกเฉินฝ่านพวกเขาอดที่จะตกตะลึงไม่ได้เพราะในช่วงนี้คนระดับสูงของสำนักปฐพีคลั่งมักจะเก็บตัวอยู่ในสำนักและไม่ออกไปใหนเลยโดยเฉพาะเจ้าสำนักปฐพีคลั่งที่เก็บตัวเงียบมานับ10 ปี

            "ข้าว่าชักจะเป็นเรื่องใหญ่เเล้ว" เฉินฝ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล

            "ข้าจะต้องเอาเรื่องนี้ไปรายงานให้องค์จักรพรรดิทราบเพราะงั้นข้าอยากจะขอนำศพเหล่านี้ไปเป็นหลักฐานได้หรือไม่" องค์รัชทายาทกล่าว

            พวกหมิงฮ่าวก็พยักหน้าแต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังออกมาจากความว่างเปล่า

            "ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการจะทำร้ายหรือหลอกใช้น้องชายของข้ามันผู้นั้นจะต้องพบจุดจบที่น่าหวาดกลัว"

            เมื่อพวกเฉินฝ่านได้ยินเสียงนั้นดังออกมาพวกเขาก็สั่นสะท้านและรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันทีพวกเขาต่างก็หันมองไปรอบ ๆและกระจายสัมผัสออกไปแต่กลับไม่พบใครเลย

            "ชั่งเป็นคำพูดที่ทรงพลังอะไรขนาดนี้ ดูจากน้ำเสียงคงเป็นหญิงสาวอย่างน้อยก็ปราณนักบุญ" เฉินฝ่านกล่าว

            "จากความหมายที่นางกล่าวมาคงไม่ใช่หมายถึงเขาหรอกนะ"องค์รัชทายาทกล่าเเล้วหันไปหาหมิงฮ่าว

            "ก็คงมีความเป็นไปได้แค่อย่างเดี่ยวเท่านั้น" หมิงฮ่าวกล่าว

            หลังจากนั้นองค์รัชทายาทก็ให้คนของตนมาเก็บซากศพชายชุดดำเพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นพวกหมิงฮ่าวตั้งใจจะเก็บเป็นความลับจากหยางจื่อเพราะดูจากสถานการณ์เเล้วบุคคลลึกลับคงไม่อยากเปิดเผยตัวให้หยางจื่อรู้

            ทางด้านหยางอวี้ที่ได้ใช้อุปกรณ์มิติที่สามารถทำให้นางกลับมาที่ตระกูลหยางได้ในทันทีอุปกรณ์ประเภทมิตินี้หายากอย่างมากขนาดภายในตระกูลหยางเองก็มีไม่ถึง 10ชิ้น

            หยางอวี้ที่เดินเข้าไปยังห้องของหยางเทียนอี้และซูชิงอยู่

            "ข้ากลับมาเเล้ว" หยางอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "กลับมาเเล้วเหรอเจ้าตัวดีข้าอุตส่าบอกเจ้าเเล้วว่าอย่าเปิดเผยตัวหรือพลังของเจ้าที่ดินแดนเบื่องล่าง"หยางเทียนอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ

            "แต่ว่าเจ้าพวกคนเลวนั้นจ้องจะสังหารจื่อน้อยนิ" หยางอวี้กล่าว

            "ถึงเจ้าไม่เข้าไปยุ่งก็มีคนคอยช่วยเหลือน้องของเจ้าอยู่เเล้ว"หยางเทียนอี้กล่าว

            "แต่ว่าท่านพ่อคนพวกนั้นฝึกฝนทักษะปีศาจอยู่นะหน้าที่ลงโทษผู้คนที่เดินในเส้นทางของปีศาจก็คือพวกเราไม่ใช่รึ"หยางอวี้กล่าว

            "เอาละ เอาละเรื่องที่มันผ่านไปเเล้วก็ให้มันผ่านไปอีกอย่างถ้าคนเหล่านั้นฝึกฝนทักษะปีศาจจริงก็สมควรเเล้วละ"ซูชิงกล่าว

            "เอาละพักเรื่องนี้ไว้ก่อนในวันพรุ้งนี้อาจารย์ของเจ้าจะมารับตัวเจ้ากลับวังจันทราเจ้าเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี"หยางเทียนอี้กล่าว

            "เอ๋ ข้าอยากอยู่กับท่านแม่อีกสักหน่อยแท้ๆ"หยางอวี้กล่าวพรางเดินไปอ้อนซูชิง

            ทางด้านหยางจื่อหลังจากจบงานเลี้ยงหยางจื่อก็ไปกล่าวล้อเลียนหมิงสุ่ยก่อนที่พวกหมิงสุ่ยจะเข้าหอซึ่งก็ทำให้คนจำนวนมากหัวเราะชอบใจส่วนหมิงสุ่ยก็สาบานว่าจะเอาคืนหยางจื่อในวันแต่งของหยางจื่อ

            ค่ำคืนอันแสนยาวนานมู่โหลวพยายามที่จะทำความเข้าใจและทำให้หยางจื่อยอมรับในตัวนางนางได้ทั้งมาพูดคุยและไถ่ถามความรู้และความเข้าใจในการบ่มเพาะพลัง หยางจื่อเองก็ให้ความร่วมมือกับนางทุกอย่างรวมทั้งเป็นคู่ฝึกซ้อมให้นางด้วย

            ในเช้าวันถัดมาหยางจื่อและมู่โหลวได้เดินทางกลับไปยังสำนักอู่เสียก่อนหมิงสุ่ยเพราะพวกเขารู้ดีว่าหมิงสุ่ยต้องผ่านศึกหนักเมื่อคืนมา

            "เหลือเวลาอีก 2 เดือนกว่าก่อนจะถึงวันที่สุสารโบราณจะเปิดสินะ"มู่โหลวพึมพำ

            "ใช่เเล้วในช่วงเวลา 2 เดือนนี้พวกเจ้าจะต้องฝึกฝนให้หนักเพราะการแย่งชืงมรดกในสุสารโบราณนั้นรุนแรงอย่างมากด้วยพลังของพวกเจ้าในตอนนี้อาจจะเป็นศึกที่หนักหน่วงอย่างแท้จริง"เฉินฝ่านกล่าว

            "ข้าเองก็ตั้งใจไปให้ถึงปราณก่อเกิดขั้นที่ 8 ก่อนที่สุสารโบราณจะเปิด"หยางจื่อกล่าว

            เฉินฝ่านตกตะลึงกับคำกล่าวของหยางจื่อเพราะหยางจื่อพึ่งทะลวงปราณก่อเกิดขั้นที่7 ได้ไม่นานแต่หยางจื่อกลับบอกว่าจะทะลวงขั้นต่อไปให้ได้ก่อนสุสารโบราณเปิดซึ่งก็คือเวลา2 เดือนกว่าๆ

            "คงมีแต่สัตว์ประหลาดเท่านั้นแหละที่ทำได้" เฉินฝ่านกล่าว

            -------------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน