สาวโรงงานร่านสวาท 13 : ไฟลามทุ่งในโรงงาน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในแผนกผลิตกลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เสียงเครื่องจักรที่เคยดังกระหึ่มดูคล้ายจะถูกกลบด้วยเสียงกระซิบกระซาบของกลุ่มคนงานที่จับกลุ่มคุยกันอย่างคึกคักตั้งแต่เริ่มตอกบัตรเข้างาน
สายตาทุกคู่ของพนักงานหญิงในไลน์ผลิตต่างพุ่งตรงไปยังจุดเดียว นั่นคือร่างอวบอัดสะบึมของน้ำอ้อยที่กำลังเดินนวยนาดเข้ามาในแผนกผลิตด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ เธอสวมชุดฟอร์มสีน้ำเงินเข้มรัดกุมที่จงใจดึงรั้งให้ตึงเปรี๊ยะจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของทรวดทรงปทุมถันคู่งามเด่นสะดุดตา
น้ำอ้อยเดินสับขาเรียวยาวทอดน่องอย่างเฉิดฉาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีสันสดใสชวนมอง สองมือเรียวสวยถือกระเป๋าถือยี่ห้อหรูใบใหม่เอี่ยมที่เพิ่งได้มาจากการปรนเปรอของใครบางคน เธอไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านต่อสายตาชิงชังและคำนินทาที่ลอยมาตามลมแม้แต่น้อย
"ดูนั่นสิ เดินเชิดหน้าชูคอมาโน่นแล้ว แย่งผัวเพื่อนรักแท้ ๆ ยังมีหน้ามาทำตัวลอยหน้าลอยตาอยู่อีก" พนักงานหญิงคนหนึ่งกระซิบบอกเพื่อนร่วมงานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พลางส่งสายตาเหยียดหยามมองตั้งแต่หัวจรดเท้า
"นั่นน่ะสิ หน้าด้านไม่มีใครเกิน นึกว่าตัวเองสวยเลือกได้ ที่ไหนได้ก็แค่คนร่านอยากได้ของคนอื่นจนตัวสั่น แอบแซ่บกับแฟนเพื่อนสนิทในลานจอดรถแท้ ๆ ยังกล้าเดินชูคอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น" อีกคนเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้อย่างรุนแรง
น้ำอ้อยปรายหางตามองกลุ่มคนงานเหล่านั้นด้วยความสมเพชในใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยอย่างผู้ชนะ สำหรับเธอแล้วคำด่าทอไร้สาระของพวกขี้อิจฉาไม่มีค่าพอให้เก็บมาคิดรกสมอง สิ่งสำคัญที่สุดคือเงินทองและความสุขสบายที่เธอไขว่คว้ามาได้ต่างหาก
ตรงข้ามกับชัย หัวหน้าควบคุมงานหนุ่มมาดเข้มที่เดินเข้ามาในแผนกด้วยใบหน้าหมองคล้ำและซีดเผือด ขอบตาดำคล้ำระทมทุกข์บ่งบอกถึงการผ่านค่ำคืนอันยาวนานโดยไม่ได้นอนเลยแม้แต่วินาทีเดียว หลังจากเรื่องอื้อฉาวเมื่อคืนถูกก้อยจับได้คาหนังคาเขา
ชัยกุมขมับด้วยความเครียดที่ถาโถมเข้ามาในหัวจนแทบจะระเบิด ความกังวลใจเรื่องความลับที่แอบมีความสัมพันธ์สวาทลับ ๆ กับน้ำอ้อยจะถูกเปิดเผยออกไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะความลับที่เขาแอบใช้อำนาจหัวหน้าล็อกผลการประเมินและโบนัสพิเศษให้กับเธอ
หากเรื่องการทุจริตประเมินผลงานชู้รักหลุดไปถึงหูฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารระดับสูง อนาคตการงานของชัยในฐานะหัวหน้างานควบคุมผลิตที่สร้างตัวมาหลายปีคงต้องดับวูบลงในทันที เขาอาจจะถูกไล่ออกอย่างไร้เกียรติและไม่มีที่ยืนในสังคมคนทำงานอีกต่อไป
ชัยพยายามหลบสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างจับผิด ลมหายใจของเขาติดขัดและฝ่ามือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ทุกก้าวที่ก้าวผ่านพนักงานในไลน์ผลิตเต็มไปด้วยความกดดันและหวาดระแวงจนอยากจะมุดดินหนีไปเสียให้พ้นจากความจริงอันโหดร้ายนี้
"ชัย... นายเป็นอะไรไปหรือเปล่า หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งร้องทักทายขึ้นมา ทว่าน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยถากถางอย่างจงใจ ทำให้ชัยต้องแสร้งทำเป็นไอและเดินเลี่ยงออกไปทำงานด้านในเพื่อตัดบททันควัน
ในขณะที่ชัยตกอยู่ในความตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก น้ำอ้อยกลับเดินเฉียดกายเข้าไปใกล้เขาแล้วส่งยิ้มหวานยั่วยวนให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แววตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาสั่นระริกของชู้รักอย่างจงใจคล้ายจะบอกว่าไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว
ชัยเห็นรอยยิ้มของน้ำอ้อยแล้วยิ่งรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวด้วยความอึดอัดปนกลัวเกรงจนต้องแสร้งก้มหน้ามองแฟ้มงานในมือและขยับตัวออกห่างจากเธอทันที เพราะตระหนักดีว่าตอนนี้มีสายตานับสิบคู่ที่กำลังเฝ้าจับตามองดูพฤติกรรมของพวกเขาทั้งสองคนอยู่
---
ในเวลาเดียวกัน ที่ตึกสำนักงานใหญ่ของโรงงานอันเงียบสงบ ห้องทำงานส่วนตัวของฝ่ายตรวจสอบการเงินของบริษัทกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเยียบราวกับขั้วโลกใต้ เครื่องปรับอากาศภายในห้องส่งลมเย็นพัดผ่านร่างระหงของมนทิรา ภรรยาตามกฎหมายของผู้จัดการธวัช
มนทิราในชุดทำงานภูมิฐานมาดผู้ดีนั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่ ใบหน้าสวยคมตามวัยของเธอดูเรียบเฉยทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับฉายแววคมกริบและเปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับที่พร้อมจะขยี้ทุกคนที่กล้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นเบา ๆ บนโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู มนทิราปรายตามองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวยาวสไลด์เปิดข้อความจากบัญชีผู้ใช้ปริศนาที่ไม่มีชื่อตัวตนจริง
ภาพถ่ายและข้อความแฉรายละเอียดต่าง ๆ ที่ก้อยส่งมาให้ปรากฏชัดเจนต่อสายตาของมนทิรา มันเป็นรูปภาพของน้ำอ้อยที่สวมสร้อยคอทองคำเส้นโตและถือกระเป๋าแบรนด์เนม พร้อมกับเอกสารประวัติการโอนเงินจำนวนหลายแสนบาทจากบัญชีสวัสดิการของโรงงาน
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานการจองห้องพักในคอนโดมิเนียมหรูหราแถวชานเมืองที่ธวัชแอบซื้อไว้และนำเงินกองกลางไปจ่ายค่าผ่อนชำระทุกเดือนเพื่อใช้เป็นรังรักชู้สาวลับ ๆ ระหว่างเขากับแม่สาวโรงงานวัยขบเผาะที่ชื่อน้ำอ้อย
มนทิราจ้องมองหลักฐานการนอกใจและหักหลังของสามีด้วยแววตาเย็นยะเยือก มือสองข้างสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นมาในทรวงอก ทว่าความเด็ดเดี่ยวและประสบการณ์ชีวิตทำให้เธอกลืนก้อนความเจ็บช้ำลงไปและเปลี่ยนมันเป็นพลังงานทำลายล้างแทน
"ธวัช... แกกล้าดียังไงถึงได้เอาเงินของฉันและของครอบครัวไปบำรุงบำเรออีตัวพรรค์นั้น" มนทิราพึมพำเสียงลอดไรฟัน ความโกรธเกรี้ยวทำให้ริมฝีปากบางเฉียบของเธอเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่งามวาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา
แทนที่จะกรีดร้องหรืออาละวาดอย่างขาดสติ มนทิรากลับเลือกที่จะกดโทรศัพท์ภายในสายตรงถึงผู้จัดการแผนกบัญชีและการเงินทันทีเพื่อสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาดให้ส่งแฟ้มเอกสารงบประมาณรายจ่ายย้อนหลังของแผนกผลิตขึ้นมาพบเธอด่วนที่สุด
"ส่งเอกสารเบิกจ่ายกองทุนและเงินสวัสดิการพนักงานฝ่ายผลิตของปีนี้และปีที่แล้วมาให้ฉันภายในสิบนาที และห้ามรายงานเรื่องนี้ให้ผู้จัดการธวัชทราบเป็นอันขาด หากใครขัดคำสั่งฉันจะให้ออกจากงานทันที" มนทิราสั่งการน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาที แฟ้มเอกสารบัญชีหนาเตอะก็ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ มนทิราเริ่มลงมือตรวจสอบตัวเลขและเส้นทางการเงินอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยทักษะของนักตรวจสอบบัญชีมือฉกาจที่สั่งสมประสบการณ์มานานหลายสิบปี
ตัวเลขเบิกจ่ายที่ผิดปกติและไม่มีเอกสารอ้างอิงชัดเจนจำนวนหลายรายการปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งทุกยอดล้วนได้รับการอนุมัติโดยตรงจากลายเซ็นของผู้จัดการธวัช และปลายทางเงินสดเหล่านั้นถูกถอนออกไปจ่ายผ่านช่องทางสวัสดิการลับ
มนทิราเก็บหลักฐานเอกสารสำคัญเหล่านั้นใส่แฟ้มเอกสารสีดำหนาแน่น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ยังคงสวยสะคราญ ดวงตากลมโตฉายประกายเยือกเย็น ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะพิพากษาชายทรยศ
เธอคว้าแฟ้มเอกสารหนาขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะหันไปสั่งเลขาฯ ส่วนตัวและหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงงานให้เดินตามเธอไปยังแผนกผลิตเพื่อเคลียร์บัญชีแค้นและจัดการกับสมภารเฒ่าจอมกะล่อนให้สิ้นซากในวันเดียวกันนี้
---
ภายในห้องทำงานหรูหราของผู้จัดการฝ่ายผลิต ธวัชกำลังนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ทำงานอย่างสบายอารมณ์ เขากำลังพ่นควันบุหรี่สีเทาหม่นลอยฟุ้งไปในอากาศ พลางนึกถึงบทรักอันแสนเย้ายวนใจของน้ำอ้อยที่ตักตวงจากร่างกายของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน
ภาพสรีระอันอวบอัดเต็มไปด้วยมารยาหญิงที่ขยับโยกย้ายอยู่บนร่างของเขาในห้องทำงานลับยังคงทำให้หัวใจของชายวัยใกล้ห้าสิบเต้นแรงด้วยความกระสันซ่าน ทว่าความคิดหวานฉ่ำเหล่านั้นกลับต้องพังทลายลงในพริบตา
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสียงดังปังสะท้านห้อง! ธวัชสะดุ้งสุดตัวจนบุหรี่แทบจะร่วงหลุดจากมือ เขาหันไปมองร่างของมนทิราที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึงและแววตาดุร้ายปานจะกินเลือดกินเนื้อ
"มนทิรา... คุณมีธุระอะไรด่วนเหรอ ถึงได้บุกเข้ามาเสียงดังขนาดนี้" ธวัชพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำหวังจะคลี่คลายสถานการณ์ ทว่าเขากลับต้องหน้าซีดเผือดเมื่อมนทิราโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
"ธุระของฉันเหรอ? ก็มาดูหน้าไอ้ผู้จัดการสารเลวที่ยักยอกเงินสวัสดิการของโรงงานไปบำเรอชู้รักคราวลูกยังไงล่ะ!" มนทิราตวาดลั่นห้องทำงาน ชี้หน้าด่าสามีด้วยวาจาเจ็บแสบโดยไม่สนใจหน้าตาหรือตำแหน่งผู้จัดการของเขาอีกต่อไป
ธวัชสะดุ้งโหยงและรีบลุกขึ้นยืน มือไม้สั่นพยายามเอื้อมไปหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน ครั้นสายตาสบเข้ากับรูปถ่ายเส้นทางการเงินและประวัติการโอนเงินเข้าบัญชีของน้ำอ้อย หัวใจของเขาก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
"นี่มันเรื่องเข้าใจผิดนะคุณมน... ผมอธิบายได้ มันเป็นแค่เงินช่วยเหลืองานเบื้องต้น..." ธวัชละล่ำละลักพยายามแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ใบหน้าอวบอ้วนสีคล้ำบัดนี้ถอดสีจนกลายเป็นขาวซีด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากและแผ่นหลัง
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ! หลักฐานชัดเจนขนาดนี้แกยังจะกล้าหน้าด้านปฏิเสธอีกเหรอธวัช! เงินทุกบาททุกสตางค์ที่แกเอาไปเปย์อีเด็กนั่น มันคือเงินกงสีของตระกูลฉันและเงินสวัสดิการที่แกยักยอกไปแอบซื้อคอนโด!" มนทิราแผดเสียงด่าอย่างดุเดือด
"คุณมนทิรา โปรดฟังผมก่อนนะ..." ธวัชพยายามเดินเข้าไปจับมือภรรยาเพื่ออ้อนวอน ทว่ามนทิรากลับสะบัดมือออกอย่างแรงและส่งสายตาขยะแขยงชิงชังมองใบหน้าของสามีชู้รักที่เธอเคยคิดว่าเป็นคนซื่อสัตย์
"ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน! ฉันขยะแขยงแกจนจะอ้วกอยู่แล้ว! แกฟังฉันไว้ให้ดีนะธวัช ฉันจะฟ้องหย่าแกและจะดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์สินบริษัท แกจะต้องติดคุกและไม่มีสิทธิ์ได้ทรัพย์สมบัติแม้แต่สลึงเดียว!" มนทิราประกาศกร้าว
"ส่วนคอนโดและรถยนต์ที่แกเอาเงินไปดาวน์ให้อีเด็กนั่น ฉันสั่งอายัดและสั่งปิดบัญชีเงินสดสวัสดิการส่วนตัวของแกทั้งหมดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนี้! แกเตรียมตัวเป็นหมาจนตรอกที่ไม่มีที่ซุกหัวนอนได้เลย!" มนทิราชี้นิ้วสั่งขู่ด้วยคำพูดเด็ดขาด
ธวัชหน้าถอดสี ทรุดร่างนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง สมองตื้อตันไปหมด สีหน้าของสมภารเฒ่าที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความขลาดเขลาหวาดกลัวขีดสุด ปากคอสั่นเครือจนไม่สามารถเปล่งเสียงคัดค้านใดๆ ออกมาได้เลย
มนทิราเดินสะบัดหน้าจากไปพร้อมกับคณะทำงานฝ่ายบุคคล ทิ้งให้ธวัชนั่งจมอยู่กับความพินาศย่อยยับในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ชายวัยกลางคนกุมขมับร่ำไห้ด้วยความสิ้นหวัง พลางด่าทอตัวเองในใจถึงตัณหาชั่วแล่นที่ทำลายชีวิตของเขาจนพังพินาศ
หลังจากตั้งสติได้สักพัก ธวัชรีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นระริกด้วยความกลัวกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ของน้ำอ้อยทันทีด้วยความลนลาน หวังจะเตือนชู้รักเพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้จนแก้ไม่ได้
---
ในขณะเดียวกัน ที่แผนกจัดเตรียมพัสดุอันเงียบสงบและห่างไกลจากสายตาผู้คน น้ำอ้อยกำลังยืนแอบอยู่หลังกล่องสินค้าขนาดใหญ่เพื่อหลบมุมอู้งาน ดวงตากลมโตหันมองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อโทรศัพท์มือถือสั่นครืดคราด
น้ำอ้อยกดรับสายด่วนและยกหูขึ้นแนบใบหูทันที ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยคำทักทายหวานหูอย่างเคย เสียงแผดแหบแห้งและเต็มไปด้วยความลนลานตื่นตระหนกของผู้จัดการธวัชก็ดังรอดเข้ามาตามสายจนทำให้เธอต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
"น้ำอ้อย! ฟังฉันให้ดีนะ! ตอนนี้เมียฉันรู้เรื่องของเราหมดแล้ว มนทิราเขาได้รูปและหลักฐานบัญชีโอนเงินทั้งหมดไปแล้ว! เธอต้องเงียบปากไว้ให้สนิทเลยนะ ห้ามพูดห้ามบอกอะไรใครเด็ดขาด!" ธวัชสั่งการเสียงสั่นเครือคล้ายคนจะร้องไห้
"คุณธวัชคะ... เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? แล้วที่บอกว่าสั่งอายัดบัญชีนี่คือยังไง?" น้ำอ้อยถามเสียงเรียบพยายามควบคุมสติไม่ให้ตื่นตูมตามปลายสาย ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นสะท้านกับสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นกะทันหัน
"มนทิราสั่งปิดบัญชีเงินสดสวัสดิการของฉันทั้งหมดแล้ว! รถกับคอนโดที่เธออยู่เขาก็จะยึดคืนหมด! ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเหลือแล้ว และกำลังจะโดนไล่ออกแถมโดนดำเนินคดีจนต้องติดคุกอีก! เธอห้ามบอกใครเรื่องที่ฉันเปย์เธอเด็ดขาดนะ ไม่งั้นพังกันหมดแน่!"
ธวัชพ่นคำเตือนสุดท้ายก่อนจะกดวางสายไปทิ้งให้น้ำอ้อยยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ท่ามกลางความเงียบงัน ใบหน้าจิ้มลิ้มไม่ได้แสดงความอ่อนแอหรือตื่นตระหนกตกใจรุนแรง หากแต่แววตากลับเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยความคิดอันรวดเร็ว
สมองของน้ำอ้อยประมวลผลจับต้นชนปลายเรื่องราวทั้งหมดทันที เธอรู้ดีว่าตอนนี้เกมลับแอบแซ่บของเธอกับผู้ชายทั้งสองคนในโรงงานได้ถูกเปิดโปงจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ชัยหัวหน้างานก็คงเอาตัวเองไม่รอดและไม่อาจช่วยประเมินผลงานเลื่อนตำแหน่งให้เธอได้อีก
ส่วนผู้จัดการธวัชที่เปย์หนักก็กำลังจะกลายเป็นคนหมดตัวและอาจต้องเข้าไปนอนในคุก ความหวังที่จะมีชีวิตสุขสบายบนกองเงินกองทองของคนอื่นในโรงงานแห่งนี้ได้ดับสิ้นลงอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้อีกต่อไป
"คิดจะทิ้งฉันให้สิ้นเนื้อประดาตัวคนเดียวงั้นเหรอคุณธวัช... ฝันไปเถอะ คนอย่างน้ำอ้อยถ้าจะพัง ก็ต้องพังไปด้วยกันทั้งหมด และฉันต้องได้เงินก้อนสุดท้ายเพื่อเอาตัวรอด!" น้ำอ้อยบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมและวาวโรจน์ด้วยความโลภ
มารยาหญิงและจิตวิญญาณเอาตัวรอดสะกิดเตือนให้น้ำอ้อยเริ่มวางแผนการร้ายขั้นเด็ดขาด ในเมื่อความลับไม่มีในโลกเธอก็พร้อมจะใช้ความลับนั้นเป็นเครื่องมือทำเงินก้อนใหญ่เพื่อใช้เป็นทุนรอนกลับต่างจังหวัดไปเสวยสุขอย่างเงียบๆ
น้ำอ้อยเหยียดยิ้มร้ายกาจตรงมุมปากพลางเปิดคลังภาพในมือถือของเธอเพื่อเช็กไฟล์คลิปเสียงและวิดีโอลับสุดยอดระหว่างเธอกับผู้จัดการธวัชรวมถึงชัยที่แอบบันทึกเอาไว้ แผนแบล็กเมล์เรียกเงินปิดปากก้อนโตเริ่มต้นขึ้นในสมองของเธอทันทีเพื่อทางออกสุดท้ายของชีวิตสวาทครั้งนี้!