สู่เหนือสรรพสิ่ง

    ตอนที่ 46 เตรียมตัวเข้าสู่ขั้นปลาย

    เวลาล่วงเลยผ่านไปสามเดือน


    ในยามนี้หลี่ซวนเตรียมตัวพร้อมแล้ว สำหรับการทะลวงเข้าสู่ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลาย เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นก็จะถึงกำหนดการคัดเลือกศิษย์ตัวแทนสำนัก เพื่อไปเข้าร่วมงานประลองพันธมิตรเมฆา


    เขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจะสามารถออกจากด่านบำเพ็ญได้ทันเวลาหรือไม่ แต่หากออกมาไม่ทัน... ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา


    ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าตนเองพร้อมเต็มที่แล้วที่จะก้าวข้ามสู่ขั้นปลาย ทรัพยากรติดตัวของเขาตอนนี้เหลือหินวิญญาณอยู่เพียงหนึ่งพันสองร้อยก้อนเท่านั้น หลังจากนำขวานหนักที่ริบมาจากการสังหารเกาอี้เฉินไปขายได้ในราคาสามร้อยก้อน แล้วเจียดเงินไปซื้อกระบี่เล่มใหม่มาแทนในราคาห้าร้อยก้อน


    แม้จะได้รับทรัพยากรรายเดือนส่วนหนึ่งมาจากสำนัก แต่เขาก็ยังต้องควักกระเป๋าซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาปรุงโอสถสำหรับช่วยทะลวงขอบเขตถึงสองชนิด นั่นคือ ‘โอสถขยายห้วงลมปราณ’ และ ‘โอสถทลายคอขวด’


    ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้อาวุโสกู้เจี้ยนหมิงได้เคี่ยวกรำสอนเขาปรุงโอสถทั้งสองชนิดนี้จนสำเร็จ แม้ในช่วงแรกจะสิ้นเปลืองวัตถุดิบไปมหาศาลและทำหม้อปรุงยาระเบิดไปหลายรอบก็ตาม หากไม่ติดว่าวัตถุดิบเหล่านี้ราคาแพงลิบลิ่วบวกกับโอกาสหลอมสำเร็จที่ค่อนข้างต่ำ เขาคงปรุงมันไปขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรอื่นไปแล้ว ทว่าการที่เขาทดลองหลอมสิบครั้งแล้วได้โอสถคุณภาพดีมาอย่างละหนึ่งเม็ดด้วยฝีมือในปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว


    ‘หากในอนาคตระดับการปรุงยาของข้าสูงขึ้น จนสามารถหลอมโอสถพวกนี้นำไปขายได้ล่ะก็...’ เพียงแค่คิดในใจ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว


    ก่อนหน้านี้ เขาได้ไปขอลางานกับผู้อาวุโสกู้เจี้ยนหมิง โดยแจ้งความจำนงว่าจะขอตัวไปเก็บตัวปิดด่านเพื่อทะลวงระดับขั้นบำเพ็ญของตน ผู้อาวุโสไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด ซ้ำยังเอ่ยอวยพรให้หลี่ซวนโชคดีและประสบความสำเร็จ โดยมีเจ้านกสีขาวตัวน้อยน่ารักที่เกาะอยู่บนไหล่ของชายชราร้องส่งเสียง จิ๊บ ๆ คล้ายกับร่วมอวยพรให้เขาด้วยเช่นกัน


    ส่วนทางด้านหลิงซี หลังจากร่วมงานกันมานานกว่าสี่เดือน เมื่อนางได้เห็นพรสวรรค์ด้านการปรุงยาและนิสัยใจคอที่แท้จริงของเขา นางก็นับถือหลี่ซวนประดุจพี่ชายแท้ ๆ ทั้งคู่มักจะพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม นางกล่าวอวยพรและบอกว่าจะเฝ้ารอการกลับมาของเขาอย่างจริงใจ ตัวหลี่ซวนเองก็เอ็นดูหลิงซีไม่ต่างจากน้องสาว เพราะตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสำนักแห่งนี้มา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เขาอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจไร้กังวล ซึ่งผู้อาวุโสกู้และหลิงซีก็คือคนกลุ่มนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามจึงแน่นแฟ้นกลมเกลียวประดุจคนในครอบครัวเดียวกัน


    บ่ายวันหนึ่ง ณ ยอดเขาแห่งหนึ่งในสำนักเฟิงหยวน


    ปรากฏร่างของศิษย์หนุ่มผู้หนึ่งในชุดสัญลักษณ์ศิษย์สีฟ้า กำลังเดินมุ่งหน้าตรงไปยังเขตถ้ำบำเพ็ญเพียรเบื้องหน้า


    เมื่อไปถึงหน้าถ้ำ เขาก็พบศิษย์ชุดฟ้าอีกคนกำลังนอนงีบหลับอย่างเมามัน พร้อมกับรอยยิ้มร่าบนใบหน้าและเสียงละเมอดัง แจ๊บ ๆ ราวกับกำลังฝันหวานถึงเรื่องดีงามเป็นอย่างยิ่ง


    "แฮ่ ๆ... น้องสาว พี่อวี่มาถึงแล้ว... ไหน ใครจะเป็นคนแรกที่เข้ามารินสุราให้ข้า?" ศิษย์ผู้นั้นละเมอพร่ำเพ้อออกมาด้วยท่าทีเคลิบเคลิ้ม เพ้อฝันถึงสิ่งใดอยู่นั้น... คงไม่ต้องเดาก็พอจะรู้


    และศิษย์หนุ่มที่ยืนทำหน้าบอกไม่ถูกอยู่ตรงหน้าคนผู้นั้น ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากหลี่ซวนนั่นเอง


    หลี่ซวนมองดูคนที่กำลังนอนหลับสบายใจเฉิบโดยไม่ระแวดระวังตัวแม้แต่น้อย ทั้งยังละเมอพึมพำประโยคชวนขนลุกออกมา แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงเรียบนิ่ง ทว่าในใจกลับรู้สึกงุนงงยิ่งนัก แต่เมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายสวมชุดศิษย์ของสำนักและดูไม่มีพิษมีภัย ประกอบกับเมื่อลองแผ่จิตสัมผัสออกไปตรวจสอบก็พบว่าระดับพลังของคนผู้นี้อยู่เพียงขั้นลมปราณแรกเริ่ม เขาจึงคลายความระแวงลงและตัดสินใจเอ่ยเรียกออกไป


    "สหาย... ข้าขอเช่าถ้ำบำเพ็ญที่นี่ได้หรือไม่?" เขาจงใจแฝงพลังวิญญาณลงไปในน้ำเสียงเล็กน้อย แม้จะไม่ดังมากแต่ก็ไม่เบาจนเกินไป หากเป็นผู้ฝึกตนปกติโดนทักเช่นนี้ สิบส่วนย่อมต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน ทว่าชายตรงหน้ากลับยังคงหลับฝันหวานน้ำลายยืดอยู่เสียอย่างนั้น


    คิ้วของหลี่ซวนขมวดเข้าหากันทันที ก่อนจะเอ่ยเรียกเป็นรอบที่สองด้วยระดับเสียงที่ดังกว่าเดิม "สหาย ข้าขอเช่าถ้ำที่นี่ได้หรือไม่!"


    ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงนิ่งสนิท หลี่ซวนที่เริ่มทนไม่ไหวจึงยื่นมือออกไปหมายจะเขย่าไหล่ปลุกชายคนนี้ "นี่... เจ้าจะตื่นได้หรือยั—"


    หมับ! ทว่ายังไม่ทันกล่าวจบประโยค ชายคนนั้นกลับยื่นมือมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลี่ซวนไว้อย่างรวดเร็ว! มันรวดเร็วเสียจนหลี่ซวนที่มีสัญชาตญาณตอบสนองเฉียบคมกว่าคนทั่วไป ยังไม่อาจชักมือหลบได้ทัน!


    จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ค่อย ๆ ลืมตาและเงยหน้าขึ้นมามอง ทั้งที่ยังมีคราบน้ำลายเลอะเปรอะเปื้อนอยู่ข้างแก้ม "หืม? มีอะไรงั้นหรือ... คนกำลังนอนฝันหวานอยู่เชียว หาววว~"


    หลี่ซวนตกใจจนเบิกตากว้าง เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกอีกฝ่ายคว้าแขนเอาไว้ตั้งแต่จังหวะไหน 


    ‘ข้ามองตามการเคลื่อนไหวของเขาไม่ทันงั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้... ระดับบำเพ็ญของเขาก็อยู่ะดับลมปราณแรกเริ่มเหมือนกับข้านี่นา!’


    ชายตรงหน้ายอมปล่อยข้อมือหลี่ซวนแต่โดยดี ก่อนจะบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายแล้วกล่าวกลบเกลื่อน "โทษที ๆ พอดีข้าเพิ่งมารับหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนี้แทนผู้อาวุโสได้ไม่กี่วัน แต่ดันไม่มีใครแวะเวียนมาเลย ข้าก็เลยเผลอหลับไปน่ะ... อ้อ จริงสิ! ข้ามีนามว่า อวี่ฟ่าน เป็นหนึ่งในศิษย์หลักของสำนักเฟิงหยวน ข้าเห็นหน้าเจ้าครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตายิ่งนัก สหาย... เจ้าช่วยบอกชื่อแซ่ให้ข้าทราบบ้างได้หรือไม่?"


    ชายหนุ่มหน้าตาหมดจด ทว่าดูมีนิสัยขี้เล่นนามว่า 'อวี่ฟ่าน' ผู้นี้... แท้จริงแล้วก็คือหนึ่งในเจ็ดศิษย์หลักแห่งสำนักเฟิงหยวนนั่นเอง! ซ้ำเพียงแค่แรกพบสบหน้าหลี่ซวน เขาก็รู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาด จนบังเกิดความตั้งใจว่าอยากจะผูกมิตรเป็นสหายด้วยให้จงได้


    เมื่อหลี่ซวนได้ยินคำว่า 'ศิษย์หลัก' เขาก็ลอบตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย เพราะศิษย์หลักทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับฐานวิญญาณแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสพบเจอกับศิษย์หลักตัวเป็น ๆ ทว่าคนระดับนั้น... กลับมานอนน้ำลายยืดละเมอหาหญิงสาวอยู่ตรงหน้าเขาในสถานที่เช่นนี้เนี่ยนะ?


    สีหน้าของหลี่ซวนแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือขึ้นประสานคารวะ 


    "ข้าน้อยมีนามว่า หลี่ซวน... ในเมื่อท่านเป็นถึงศิษย์หลัก เช่นนั้นข้าขออนุญาตเรียกท่านว่า ศิษย์พี่อวี่ ก็แล้วกันขอรับ"


    เมื่ออวี่ฟ่านได้ยินก็หัวเราะร่า เขาใช้แขนเสื้อปัดคราบน้ำลายข้างมุมปากลวก ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาตบไหล่หลี่ซวนอย่างเป็นกันเอง "ฮ่า ๆ ๆ ศิษย์พงศิษย์พี่อันใดกัน! เรียกแบบนั้นข้าเขินแย่ เจ้าเรียกข้าว่า พี่อวี่ ก็พอแล้ว! อีกอย่าง ตอนนี้ถือว่าพวกเราเป็นสหายกันแล้ว นิสัยซื่อ ๆ ของเจ้าช่างถูกใจข้านัก ไว้วันหลังหากมีเวลาว่าง ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาข้างนอกเอง!"


    หลี่ซวนเห็นอีกฝ่ายดูเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ซ้ำยังดูบ้าบอเล็กน้อยและไม่มีพิษมีภัยอันใด จึงทำเพียงยิ้มเจื่อนตอบรับเบา ๆ "เช่นนั้น... ไว้วันหลังคงต้องรบกวนพี่อวี่แล้ว" ทว่าในใจกลับลอบเหงื่อตกพลางคิดระแวง ‘เดี๋ยวนะ... มือข้างที่จับข้าเมื่อครู่นี้ คงไม่ใช่มือข้างเดียวกับที่เพิ่งใช้เช็ดน้ำลายหรอกใช่ไหม?’


    "ฮ่า ๆ ๆ ข้าล่ะอยากมีรอยยิ้มซื่อ ๆ แต่ร้ายลึกแบบเจ้าเสียจริง! หากข้ายิ้มได้แบบเจ้านะ พวกสาวงามในหอคณิกาพวกนั้นคงได้ติดข้ากันงอมแงมเป็นแน่! ฮ่า ๆ ๆ"


    หลี่ซวนที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังโพล่งเรื่องไร้สาระอันใดออกมา ทำได้เพียงพยักหน้ารับพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง อวี่ฟ่านเห็นท่าทีไม่เข้าใจของอีกฝ่ายก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นจริงจัง จุ๊ปากเบา ๆ แล้วเอ่ยเข้าเรื่อง


    "เฮ้อ เจ้านี่มันยังเด็กเกินไปจริง ๆ เอาเถอะ... สรุปว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อเช่าถ้ำบำเพ็ญสินะ จะเช่ากี่วันดีล่ะ?"


    หลี่ซวนลอบถอนหายใจที่อีกฝ่ายยอมเข้าเรื่องเสียที จึงรีบตอบกลับ "ข้าตั้งใจจะเช่าสักหนึ่งเดือนขอรับ แต่เกรงว่าจะต้องใช้เวลาปิดด่านนานกว่านั้น จึงอยากสอบถามว่าหากครบกำหนดหนึ่งเดือนแล้ว ข้าสามารถต่อเวลาได้หรือไม่?"


    อวี่ฟ่านอ้าปากหาวหวอดพลางตอบกลับอย่างสบาย ๆ "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ราคาเช่าถ้ำระดับนี้คือหนึ่งเดือนต่อหนึ่งร้อยหินวิญญาณ ส่วนเรื่องต่อเวลา พอเจ้าได้ป้ายหยกประจำถ้ำไปแล้ว หากต้องการต่อเวลาเพิ่มตอนไหน ก็แค่เอาหินวิญญาณไปวางทิ้งไว้ตรงจานอาคมหน้าถ้ำก็พอ เดี๋ยวค่ายกลมันจะดูดซับหินวิญญาณและต่อเวลาให้เจ้าเอง"


    "หนึ่งร้อยหินวิญญาณต่อเดือนเลยงั้นหรือ?" หลี่ซวนเอ่ยทวนด้วยความตกใจเล็กน้อยกับราคา


    อวี่ฟ่านยิ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยอธิบาย "หึ ๆ หนึ่งร้อยหินวิญญาณนี่ถือว่าถูกมากแล้วนะเสี่ยวหลี่ ภายในถ้ำมีไอพลังวิญญาณฟ้าดินหนาแน่นกว่าข้างนอกหลายเท่า รับรองว่าผลลัพธ์การฝึกฝนของเจ้าจะคุ้มค่าเกินร้อยหินวิญญาณไปมากโข แม้ถ้ำแห่งนี้จะเป็นเพียงถ้ำระดับต่ำสุด แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับลมปราณแรกเริ่มอย่างพวกเรา แค่นี้ก็ถือว่าเหลือเฟือแล้ว"


    เมื่อได้ยินคำอธิบาย หลี่ซวนก็ทำสีหน้าแปลกประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ‘เสี่ยวหลี่งั้นหรือ... นอกจากท่านปู่แล้ว ก็นานมากแล้วสินะที่ไม่มีผู้ใดเรียกข้าเช่นนี้’ เขาคลี่ยิ้มบางเบาพลางรำพึงในใจ


    "เช่นนั้นข้าขอเช่าก่อนหนึ่งเดือนก็แล้วกันพี่อวี่ หากต้องการต่อเวลาเดี๋ยวข้าจะจัดการด้วยตัวเอง ขอบคุณพี่อวี่มากสำหรับคำแนะนำ" ว่าแล้วเขาก็ล้วงถุงผ้าบรรจุหินวิญญาณจำนวนหนึ่งร้อยก้อนส่งให้อวี่ฟ่าน


    ชายหนุ่มรับถุงผ้าไปเดาะชั่งน้ำหนักในมือเบา ๆ แล้วยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก ก่อนจะโยนป้ายหยกประจำถ้ำส่งให้หลี่ซวน 


    "เอ้า รับไป! รีบเข้าไปฝึกฝนเถอะ ตอนเจ้าออกจากด่านข้าก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วล่ะ แต่ในเมื่อพวกเราถือว่ารู้จักและนับเป็นสหายกันแล้ว ไว้ข้าว่างเมื่อไหร่ จะพาเจ้าออกไปเปิดหูเปิดตาเที่ยวชมนอกสำนักด้วยกันก็แล้วกัน!"


    อวี่ฟ่านโบกมือกล่าวลาอย่างอารมณ์ดี หลี่ซวนคว้าป้ายหยกเอาไว้ พยักหน้ารับพร้อมกับประสานมือกล่าวลาตอบกลับอย่างมีมารยาท


    เดินลึกเข้าไปตามทางเดินได้ไม่นาน หลี่ซวนก็มาหยุดอยู่หน้าปากถ้ำหมายเลขที่ตนเองเช่าไว้ เขาใช้ป้ายหยกทาบลงบนม่านพลังเพื่อเปิดเขตอาคม และแทรกตัวเดินเข้าไปด้านใน


    ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามผ่านม่านอาคมเข้ามา หลี่ซวนก็สัมผัสได้ทันทีถึงความเปลี่ยนแปลง ไอวิญญาณฟ้าดินรอบกายหนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด


    สภาพภายในถ้ำไม่ได้ใหญ่โตนัก และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ เลยนอกจากแท่นหินราบเรียบสำหรับนั่งสมาธิ แต่เพียงเท่านี้เขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากแล้ว


    หลี่ซวนเดินตรงไปทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนแท่นหิน นำหินวิญญาณหนึ่งส่วนสามของทั้งหมดที่มีออกมาวางเรียงล้อมรอบกายเพื่อเตรียมพร้อม ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น


    "ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลาย... ข้าพร้อมแล้ว!"

    คล้ายกับเรื่องสู่เหนือสรรพสิ่ง ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017