แค้นนี้ต้องชำระ... ไอ้กระรอกตัวแสบ!

    บทที่ 59: ข้างนอกนั่นมันลูกตุ้มทรายมีขนนี่หว่า!

    จ้อยที่ซุกตัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงถึงกับเหงื่อกาฬไหลพรากจนขนเปียกโชกยิ่งได้ยินแผนการอุตริของร้อยปีที่จะจับสัตว์ทรงระดับมหาเทพไปทำมื้อเย็น ผมก็ยิ่งรู้สึกเหมือนขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปอยู่ในหม้อแกงเรียบร้อยแล้วขืนปล่อยให้ไอ้พี่ร้อยปีสวมรอยร่าง ผม ไปทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงอย่างการจับราชสีห์ขนคำ ไปทำ "ลาบสัตว์เทพ" หรือ "เนื้อย่างจิ้มแจ่ว"แกล้มเหล้าขาวจริง ๆ มีหวังชื่อเสียงกระรอกน้อยผู้แสนดีคงป่นปี้ไม่เหลือหลอและที่น่ากลัวกว่านั้นคือนายท่านพระพายผู้มีฤทธิ์เดชสายลมขืนท่านพิโรธขึ้นมาเพียงนิดเดียว วิมานบนดวงจันทร์ที่ ผม อาศัยอยู่คงได้โดนพายุเกลียดชังพัดจนแหลกเป็นผุยผงในพริบตา!

    จ้อยกัดฟันกรอดจนเสียงดังกรอด ๆ ส่งกระแสจิตด่ากราดผ่านผนังกระเป๋า:"ไอ้พี่ร้อยปี! ถ้าพี่อยากกินเนื้อสัตว์เทพมากนักพี่ก็คืนร่างเดิมแล้วไปล่าเอาเองสิโว้ย! จะมาใช้หน้าตาหล่อ ๆ ของ ผมไปทำเรื่องอัปมงคลแบบนี้ได้ยังไง!? ถ้าพี่คิดจะโยนบาปโยนกรรมมาให้ผม แบกรับแทนล่ะก็ อย่าหาว่ากระรอกน้อยตัวนี้ไม่เห็นหัวพี่นะเว้ย!"

    "โอ๊ะโอ... ทำเป็นซ่าเหรอเจ้าหนู? แล้ว เจ้าจะทำอะไรข้าได้?" ร้อยปีหัวเราะร่าอย่างลำพองใจขณะที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินอย่างสง่างามออกไปนอกสโมสร"กระเป๋ากางเกงของข้าใบนี้ลงอาคม 'ยันต์กลืนนภา'เอาไว้เข้มขลังนัก ต่อให้เป็นพญายักษ์ก็ยังดิ้นไม่หลุดขอบอกไว้เลยว่าถ้าข้าไม่เมตตาปล่อย เจ้า ออกมา ชาตินี้ทั้งชาติ เจ้าก็ต้องกลายเป็นเหาอยู่ในกระเป๋าข้านี่แหละ!"

    แต่พอหัวเราะเสร็จ ร้อยปีก็ฉุกใจนึกถึงคำเตือนเรื่อง "ร่างกายวิปริต"และ "อาคมเหล็กไหล" ของเจ้ากระรอกนี่ขึ้นมาได้ เขาจึงรีบสำทับเสียงแข็ง:"เอ่อ... แต่เจ้ากระรอก เจ้า อย่าได้ริอ่านทำอะไรเพี้ยน ๆ นะเว้ยข้าเตือนด้วยความหวังดี!"

    จ้อยถูมือและเท้าเข้าหากันจนเกิดประกายไฟเล็ก ๆ :"จะเพี้ยนหรือไม่เพี้ยน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าพี่จะยอมปล่อย ผม ไหม...รีบเปิดกระเป๋าเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

    "ห๊ะ? อะไรนะ? ลมมันแรงข้าไม่ได้ยินเลย... สงสัยสัญญาณจิตจะขาดหาย..."ร้อยปีแกล้งทำเป็นหูทวนลมพลางเร่งฝีเท้า

    เมื่อเห็นว่าพูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่อง และไอ้กรรมก้อนมหึมานี้ ผมจะไม่ยอมรับไว้เป็นอันขาด! จ้อยจึงงัดไม้ตายสุดท้ายที่แม้แต่เหล็กกล้ายังต้องสยบเขา อ้าปากกว้างจนเห็นเหงือกสีชมพูโชว์ฟันหน้าคู่เสน่ห์ที่ผ่านการบำเพ็ญตบะจนคมกริบยิ่งกว่าพระแสงดาบแล้วงับเข้าที่รอยตะเข็บกระเป๋าเต็มแรง! แคว่ก!

    อาคม 'ยันต์กลืนนภา' ที่ร้อยปีคุยนักคุยหนาว่าแกร่งกล้าขาดวิ่นเป็นรูโบ๋ในคำเดียวเหมือนเศษกระดาษเปียกน้ำ! จ้อยไม่รอช้า ลอดมือน้อย ๆออกไปนอกรูแล้วฟาดฝ่ามือเข้าที่โคนขาหนีบด้านในของร้อยปีอย่างแม่นยำ! เพียะ!

    "โอ๊ยยยยยย!" ร้อยปีที่กำลังทำท่าเท่ ๆ ต่อหน้าฝูงชนถึงกับร้องลั่นปานจะขาดใจ สะดุ้งตัวลอยหยงหยง! ด้วยความตกใจและเจ็บแปลบเขาจึงเผลอตบฟาดเข้าที่ต้นขาตัวเองอย่างแรงหมายจะบี้ไอ้ตัวแสบให้คามือ!จ้อยร่วงลงไปกองก้นกระเป๋า แต่ด้วยร่างกายที่ลงอาคมเหล็กไหลขั้นที่ 3 ไว้ แรงตบแค่นั้นทำได้เพียงแค่แก้คัน ตรงกันข้ามร้อยปีกลับต้องยืนบิดไปบิดมา ซี๊ดปากด้วยความเจ็บแสบที่ตัวเองเป็นคนประเคนให้ตัวเองซะอย่างนั้น!

    ร้อยปีส่งกระแสจิตด่าระงม: "ไอ้กระรอกนรก!หยุดงับหยุดตบเดี๋ยวนี้นะ! ขืน เจ้า ซนอีกทีเดียวข้าจะตบให้แบนเป็นกล้วยปิ้งคามือเลยคอยดู!"

    จ้อยหัวเราะกิ๊ก แสยะยิ้มที่ดูแล้วน่าขนลุกบนใบหน้าซื่อ ๆ :"อุ๊ยตาย... ผม กลัวจนขนลุกไปหมดแล้วครับพี่... เอ๊ะ? เดี๋ยวพะ... นี่มันลูกตุ้มอะไรหว่า? โอ้โห!กระสอบทรายแฝดมีขนดกเฟิ้มเชียว! บังเอิญจริง ๆพอดีกระรอกน้อยตนนี้กำลังอยากฝึกมวยไทยรัวหมัดอยู่พอดี เอาไงดีน้า? ลองฮุคซ้ายถลุงขวาดูสักสองสามทีดีไหมพี่?"

    "อย่าขยับ! หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะโว้ย!" ร้อยปีหน้าถอดสี ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวร้องเสียงหลงด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด

    วินาทีนี้ร้อยปีนึกเสียใจจนอยากจะเขกหัวตัวเองสักร้อยครั้งที่ดันหยิบไอ้กระรอกตัวอันตรายนี่มาไว้ในจุดยุทธศาสตร์ที่ใกล้"กล่องดวงใจ" ที่สุด! ขืนจ้อยเกิดคึกรัวหมัดเข้าใส่จริงๆร่างกายจ้อยน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ร้อยปีคงได้จบชีวิตการเป็นชายชาตรีลงตรงนี้แน่เขาจึงต้องรีบเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นออดอ้อน: "เจ้ากระรอก... ใจเย็น ๆ พ่อคุณข้าอุตส่าห์เมตตาบอกความลับเรื่อง นาคราช และเรื่องที่ไม่มีเทพตนไหนกล้าแตะต้องเจ้า ให้ฟังแล้วนะถือว่ามีบุญคุณต่อกันนะเว้ย!"

    จ้อยสวนกลับทันควัน: "บุญคุณกะผีน่ะสิ! การเอาชื่อ ผมไปอ้างเพื่อขโมยสัตว์ทรงเนี่ยนะเรียกว่าหวังดี!? พี่กะจะกินเนื้อม้าเนื้อสิงห์แต่ให้ ผม รับกรรมเนี่ยนะ!"

    "เอาน่า... เดี๋ยวนายท่านพระพายเขาก็ฉลาดพอจะรู้เองแหละว่า เจ้า โดนคนหล่อๆ อย่างข้าสวมรอย อยู่นิ่ง ๆ อย่าให้เสียแผน... เดี๋ยวถ้าข้าทำสำเร็จ ข้าจะแบ่ง 'เนื้อราชสีห์ย่างน้ำตก' รสเด็ดให้ชิมชิ้นนึงเลยเอ้า!" ร้อยปีพยายามหว่านล้อมด้วยของกิน

    ภาพที่เหล่าปีศาจและเทพในงานเห็นคือ กระรอกจ้อยที่เดินกร่าง ๆอยู่ก็สะดุ้งตัวลอย แล้วล้วงมือเข้าไปเกาในเป้ากางเกงอย่างเมามัน ก่อนจะสับตีนแตกวิ่งหนีออกจากงานไปราวกับมีฝูงมดตะนอยบุกรังกัดไข่อยู่ในร่มผ้า!

    ราชสีห์ขนคำเห็นท่าทางทุเรศลูกตาก็คำรามลั่น: "หึ!ไอ้กระรอกวิปลาส! ต่อให้มีตัวอะไรกัด แกก็หนีเงื้อมมือข้าไม่พ้นหรอก!"แล้วก็กระโจนตามไปอย่างรวดเร็ว

    ขณะที่นายท่านพระพายที่นั่งจิบสุราดูท่าทีอยู่นั้น จู่ ๆทรงชะงักกึกแล้วตบโต๊ะดังปัง! จนเหล้ากระฉอก "ชิบหายแล้ว!โดนหลอกเต็มเปา!"ก่อนจะพุ่งร่างเป็นลำแสงสว่างจ้าตามออกไปอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน!

    ด้านนอก ร้อยปีในร่างจ้อยวิ่งกวดมาได้สักพักก็หยุดนิ่งอย่างกะทันหันราชสีห์ขนคำที่ตามมาเบรกจนฝุ่นตลบ: "เดี๋ยว! แกเป็นกระรอกกระจอกแต่ทำไมใช้พลังย่นระยะทางได้ไกลขนาดนี้วะ!?"

    ร้อยปีฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม: "แกนี่ก็ไม่ได้โง่ดักดานนี่หว่าไอ้หมาขนทอง..."

    "แกไม่ใช่ไอ้จ้อย!" ราชสีห์ขนคำขนลุกซู่รีบกลับตัวจะหนีแต่ก็สายไปเสียแล้ว ร้อยปีขยายร่างยักษ์ตะปบหมับเข้าที่คอของมันจนดิ้นไม่หลุด!

    ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าก็ดังมาจากเบื้องบน:"ไอ้โจรขี้เรื้อน! วางสัตว์ทรงของข้าลงเดี๋ยวนี้!"

    ร้อยปีรีบยัดราชสีห์ขนคำที่ถูกอาคมย่อส่วนลงกระเป๋ากางเกงอีกข้างที่ยังว่างอยู่แล้วแปลงกายเป็นแสงสีเหลืองพุ่งหนีออกทาง ซุ้มประตูสวรรค์ทิศใต้ ไปด้วยความเร็วสูงลิ่วโดยมีนายท่านพระพายไล่กวดตามมาติด ๆ ชนิดหายใจรดต้นคอ!

    ภายในกระเป๋าที่มืดสลัวและแคบถนัดตา...จ้อยกับราชสีห์ขนคำนั่งจ้องหน้ากันตาปริบ ๆ ในสภาพที่น่าเวทนาทั้งคู่

    "ไอ้กระรอกนรก! แกมาซ่อนตัวอยู่ในนี้ด้วยเหรอ!?" ราชสีห์ขนคำตะคอกเสียงหลง

    จ้อยแบมืออย่างเซ็ง ๆ : "ถ้าไม่อยู่ในนี้ พี่จะให้ ผมไปมุดอยู่ที่ไหนล่ะครับ? นี่บ้าน ผม นะ!"

    ราชสีห์ขนคำพุ่งเข้าไปกดร่างจ้อย:"แกต้องเป็นพวกเดียวกับไอ้โจรนั่นแน่ ๆ บอกมาว่าพวกแกจะพาข้าไปไหน!?"

    จ้อยทำหน้าเพลียจิต: "ถ้า ผม เป็นพวกเดียวกับมัน ผมจะต้องมานั่งเสี่ยงดวงรอโดนจับทำลาบพร้อมกับพี่ทำไมล่ะครับ? ใจเย็น ๆ แล้วนั่งเฉย ๆ เถอะพี่!"

    ราชสีห์ขนคำเริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยฉีกที่จ้อยกัดทิ้งไว้: "เฮ้ย!นั่นทางออกนี่หว่า!"

    "อย่าโผล่ออกไปเชียวนะพี่..." จ้อยเตือนเสียงเข้ม

    "ใครจะกลัววะ! ข้าต้องหนี!" ราชสีห์ไม่ฟังมุดหัวโผล่ออกไปทางรอยขาดทันที "โอ้โห... วิวข้างนอกมัน... เฮ้ย!นั่นมันลูกตุ้มทรายมีขนแฝดเบ้อเริ่มเทิ่มเลยนี่หว่า! อะไรมันจะใหญ่ขนาดนั้น!"

    ผัวะ!ฝ่ามือยักษ์ของร้อยปีฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาลราชสีห์ขนคำจนกระเด็นกลับเข้ามานอนหงายหลังหมดสภาพอยู่ในกระเป๋าจ้อยได้แต่แอบลูบอกตัวเองพลางคิดในใจ... โชคดีนะที่เมื่อกี้ ผมไม่ได้ตัดสินใจรัวหมัดใส่ไอ้ลูกตุ้มขนดกนั่นไม่งั้นคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงก่อนใครเพื่อน!

    ร้อยปีที่ตอนนี้น็อตหลุดหัวเสียสุด ๆส่งกระแสจิตคำรามขู่ลั่นจนผนังกระเป๋าสั่นสะเทือน: "ถ้าพวก เจ้าสองตัวยังไม่หยุดซน ข้าจะสับพวก เจ้า ทำ 'ลาบปีศาจ' กินดิบ ๆ สด ๆ กลางอากาศเดี๋ยวนี้แหละ!"

    คล้ายกับเรื่องแค้นนี้ต้องชำระ... ไอ้กระรอกตัวแสบ! ที่คุณอ่าน