ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 196 มังกรศักดิ์สิทธิ์

            ทหารรักษาการณ์คนอื่นๆเมื่อได้ยินก็มองหน้ากันและหัวเราะออกมาเล็กน้อย พวกเขานั่นก็พอจะเข้าใจอารมณ์ของท่านอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้อยู่ ในเมื่อพวกเขาก็ยังเป็นเช่นเดียวกันแล้วนับประสาอะไรกับสัตว์อสูรที่ไม่รู้เรื่องราวภายใน


            "คืองี้นะหรอ เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน เทือกเขาอสูรสวรรค์ของพวกเราก็ยังเป็นเพียงแค่ผืนป่าที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดเท่านั้น จนกระทั่งที่ส่วนลึกของใจกลางเทือกเขากลับมีปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดขึ้น สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์อสูรแปลงกายผุดขึ้นมาจากผืนดิน มันออกมานับไม่ถ้วนอย่างต่อเนื่อง พวกมันแทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งเทือกเขา ส่องสว่างเจิดจรัสราวกับอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ว่ากันว่าในช่วงนั่นท่านราชันย์ทั้งสิบถึงกับตื่นเต้นจนแทบจะเป็นบ้าเลยด้วยซ้ำ"


            "แต่ที่มันดีกว่านั่นเลยก็คือสมุนไพรที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อถูกถอนออกมาแล้ว ต้นใหม่ก็จะขึ้นมาแทนที่ในทันที มันเป็นอย่างนี้มาเกือบหนึ่งปีแล้วขอรับ จึงทำให้ของล้ำค่าที่จัดว่าหายากต้องกลายเป็นต้นไม้ดาดๆธรรมดาๆทั่วไป"


            "พวกสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ภายในเทือกเขาอสูรสวรรค์ก็ได้กินพวกมันเข้าไปทั้งหมด ไม่ว่าจะลูกหลานรุ่นหลังหรือรุ่นต่อๆไป สมุนไพรอสูรแปลงกายก็มีมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะมีศักดิ์ฐานะหรือสายพันธุ์อะไร พวกเขาก็จะได้รับมันฟรีๆโดยที่ไม่ต้องสูญเสียเลยสักนิด พวกข้าก็เช่นเดียวกัน ข้าเป็นสิงโตหางขาวและถือกำเนิดมานับพันปีแล้ว ในตอนนั่นเมื่อข้ามีชีวิตครบสิบปี ข้าก็ได้รับสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์มาต้นนึง"


            ทหารยามเอ่ยออกมาพร้อมกับทำท่าทางประกอบอย่างตื่นเต้น


            หลินตงกับจิ้งจอกน้ำแข็งถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ฟังที่เขาพูด ในใจทั้งสองถึงกับผันผวนอย่างรุนแรง เรื่องมันเป็นเช่นนี้เองหรอ เทือกเขาอสูรสวรรค์สามารถผลิตสมุนไพรอสูรแปลงกายออกมาได้อย่างไม่รู้จบ อย่าลืมนะว่าสมุนไพรนี้ล้ำค่าสำหรับสัตว์อสูรทั้งมวล เมื่อกินมันเข้าไปแล้วจะสามารถแปลงกายเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ แล้วในตอนนี้พวกเขาทั้งสองกับทราบว่าสมุนไพรที่ถูกจัดว่าหายากเมื่ออยู่โลกภายนอก เมื่ออยู่ที่เทือกเขาอสูรสวรรค์กลับด้กลายเป็นสมุนไพรธรรมดาที่ไร้ค่ายิ่งกว่าระดับหนึ่งซะอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นตะลึงนัก


            "เรื่องราวมันเหลือเชื่อมาก!! เทือกเขาอสูรสวรรค์เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้เองหรอ..!!"


            ชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างหนักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้แต่เขาที่อ่านตำราโบราณมามากมายก็ยังไม่สามารถอธิบายถึงเหตุการณ์นี้ได้ สมุนไพรแปลงกายระดับหกผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดมากมายนับไม่ถ้วน มันเพียงพอที่จะให้สัตว์อสูรนับล้านนับสิบล้านตนกินได้อย่างสบายๆ ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปยังภายนอกละก็ทวีปชิงหลงคงจะสั่นสะเทือนเลือนลั่นอย่างแน่นอน


            จิ้งจอกน้ำแข็งสามหางตอนนี้สบัดหางไปมาอย่างตื่นเต้น นางไม่รอช้าที่จะเอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบ


            "ละ.ละ.แล้วข้าต้องทำยังไงถึงจะได้สมุนไพรอสูรแปลงกายมาละ? ข้าอยากจะได้มันเต็มแก่แล้ว!!"


            นางตอนนี้บอกเลยว่าเก็บอาการไว้ไม่อยู่แล้ว หมาดที่เงียบขรึมเย็นชาตลอดมาพังไม่มีชิ้นดี ถึงนางจะเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์แต่การที่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวนี้มันก็ไม่เกิดจริงเลย ถ้าเจ้าพวกนั่นได้ทราบเรื่องละก็เผลอๆพวกมันคงจะตกใจจนหงายหลังเลยละมั้ง


            "ไปยังหอคอยอสูรสวรรค์ที่ตั้งอยู่ใจกลางขอรับ มันคือหอคอยขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่น สถานที่แห่งนั่นเป็นจุดแจกจ่ายสมุนไพรอสูรแปลงกายให้กับสัตว์อสูรที่เพิ่งมาใหม่หรือว่าเพิ่งเกิดและมันยังเป็นจุดศูนย์รวมของข่าวสารนครแห่งราชันย์อสูรด้วยขอรับ เพียงแค่ท่านไปยังสถานที่แห่งนั่นและรับทราบตัวตนถึงสายพันธุ์ แค่นี้ท่านก็ได้รับมันมาอย่างง่ายดาย"


            สิงโตหางขาวโค้งคำนับพร้อมกับพูดขึ้นอย่างเคราพ สำหรับนครแห่งราชันย์อสูรแล้ว สายพันธุ์สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์นั่นยิ่งใหญ่เสมอ ตลอดนับแสนปีมานี่ที่เทือกเขาอสูรสวรรค์ นอกจากราชันย์สิบอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้นำของพวกเขาแล้ว สัตว์อสูรสายพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ก็นับได้ด้วยจำนวนนิ้ว ทั่วทั้งเทือกเขาอสูรสวรรค์มีไม่ถึงยี่สิบตนเลยด้วยซ้ำแถมส่วนใหญ่ยังไม่แข็งแกร่งพออีกด้วย เพียงแค่นี้ก็ย่อมบ่งบอกได้ว่าอสูรสายพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นถือกำเนิดขึ้นมายากเพียงใด


            "เข้าใจแล้ว งั้นข้าขอบคุณพวกเจ้าด้วย"


            จิ้งจอกน้ำแข็งกำลังจะรุดหน้าเข้าไปอย่างเร่งรีบแต่ทว่าวินาทีนั่นทหารรักษาการณ์นับร้อยรวมถึงทหารคนที่อธิบานก่อนหน้าก็ออกมาขัดขว้างเอาไว้ ใบหน้าพวกเขาตอนนี้ไม่ได้เคร่งขรึม


            "พวกเจ้า? ทำไมถึงได้มาขว้างทางข้า!!"


    ร่างเงาสีฟ้าครามหรี่ตาลงอยู่นิดๆพร้อมกับอุทานออกมา ขณะเดียวกันกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับสิบก็แผ่กระจายออกมาอย่างช้าๆจนทำให้รอบบริเวณต้องเย็นยะเยือก บรรยากาศที่ครื้นเครงแปรเปลี่ยนเป็นไอหมอกที่หนาวเหน็บ


            "พะ.พลังระดับสิบ..!!"


            ทหารทั้งหมดถึงกับสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว ทุกคนที่อยู่ภายใต้สถานที่แห่งนี้มีพลังเพียงแค่ระดับหกถึงระดับเจ็ดเท่านั่นเองน่ะ พวกมันก็ไม่คิดว่าท่านผู้นี้จะมีพลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้ราชันย์สิบอสูรเลย แย่แล้วสิ


            แต่ถึงพวกเขาจะคิดแบบนั่นแต่ละคนก็ยังไม่ได้หลบหนีไปไหน สำหรับพวกเขาแล้วสัตว์อสูรนั่นมีเกียรติยิ่งกว่ามนุษย์ หน้าที่ของพวกเขาที่ได้รับมอบหมายมาก็จะต้องทำมันให้สมบูรณ์


            "ท่านผู้ยิ่งใหญ่จิ้งจอกน้ำแข็ง ท่านสามารถเข้าไปได้แต่มนุษย์ผู้นั่นไม่สามารถทำได้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ถือว่าเป็นศัตรูของพวกเรา ที่ข้าไม่พูดก่อนหน้านั่นก็เห็นแก่ของท่านแต่ทว่าถ้าท่านจะยืนกรานเข้าไปยังเมืองที่อยู่ด้านหลังให้ได้ ท่านต้องละทิ้งมนุษย์ผู้นี้ ถ้ามิเช่นนั่นเกิดราชันย์สิบอสูรรับรู้ได้ว่ามีมนุษย์เข้าไปยังเมือง ชายคนนี้จะต้องถูกขับไล่อย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะถูกสังหารเลยด้วยซ้ำ ส่วนพวกข้าก็คงจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก..!!"


            ทหารรักษาการณ์ยกมือของตนขึ้นและชี้ไปยังหลินตงที่นั่งอยู่บนหัวของเขา ถึงพวกมันจะไม่รู้ว่าทำไมมนุษย์ธรรมดาคนนึงถึงได้สามารถนั่งอยู่บนหัวของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่พวกมันเคราพได้แต่กฏก็ต้องเป็นกฏ นครแห่งราชันย์อสูรของพวกมันไม่ต้อนรับมนุษย์ ต่อให้ตัวตนเบื้องหน้าจะลงมือก็ตาม ถ้าทำเช่นนี้ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ


            ทั้งสองคนเมื่อได้ฟังแล้วก็พอจะเข้าใจได้ นครแห่งราชันย์อสูรนี้ก็มีกฏเกณฑ์ซึ่งไม่ต่างไปจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขามีวัฒนธรรมที่เคร่งครัด สำหรับพวกเขาแล้วเผ่าพันธุ์มนุษย์ถือว่าเป็นศัตรูก็เท่านั่น


            จิ้งจอกน้ำแข็งกรอกตามองบนอย่างไม่สู้ดี นัยน์สีฟ้าครามส่องประกายอย่างช้าๆ


            "ตะ.ตงน้อย จะทำยังไงต่อดีละ..?"


            น้ำเสียงของนางที่พูดออกมามันแสดงให้เห็นเลยว่านางก็ไม่อยากที่จะเข้าไปเช่นเดียวกัน นางนั่นคือสัตว์อสูรของหลินตง ในเมื่อชายหนุ่มไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ ตัวของนางใจจริงก็อยากจะได้สมุนไพรอสูรแปลงกายยิ่งนัก แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นเช่นนี้แล้วมันก็ช่วยไม่ได้ ถ้าสมมุติว่านางจะเข้าไปด้วยตัวคนเดียวแล้วออกมาละ


            หลินตงที่นั่งอยู่นิ่งๆเมื่อถูกเชื่อมโยงมาหาตนก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆ


            ทันใดนั่นกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่ของสัตว์อสูรโบราณก็ปะทุขึ้น เสียงมังกรคำรามดังก้องออกมาจนทำให้ทั่วบริเวณต้องสั่นสะเทือน กายาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนไป เกล็ดมังกรสีเพลิงที่ดูเป็นประกายผุดขึ้นตามผิวหนัง


            ทหารรักษาการณ์ทั้งหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงได้ถึงพลังของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ก็หน้าซีดเผือด ภาพที่พวกเขาเห็นตอนนี้คือมังกรเพลิงขนาดยักษ์ที่กู้ร้องคำรามก้องเข้ามาในหัว


            "ไม่น่าเชื่อ? เขาคือสัตว์อสูรสายพันธุ์มังกร?"


            "สะ.สะ.สายพันธุ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่..?!!"


            "พะ.พระเจ้า เขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสายพันธุ์สูงสุดของพวกเรา"


            แต่ละคนเมื่อเห็นเช่นนี้ก็รีบคุกเข่าลงอย่างเคราพ พวกเขาก้มหน้าลงอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลรินออกมา ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่มนุษย์แต่มันเป็นยิ่งกว่านั่น สายพันธุ์มังกรศักดิ์สิทธิ์ นี่คือสายพันธุ์ที่อยู่จุดสูงสุดของสัตว์อสูรทั้งมวล แย่แล้ว พวกเราเพิ่งไปดูหมิ่นท่านผู้นั่น เสียงกรีดร้องภายในใจแต่ละคนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง


            "ข้าน่าจะเข้าเมืองที่ด้านหลังของพวกเจ้าได้แล้วนะ"


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน