ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 7 บทที่ 187 มหาเซียนไม่ปรากฏ ท่านผู้นำตระกูลก็ไร้ผู้ต่อต้านทั่วหล้า!

            มู่อวี่เซิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนดาดฟ้ากว้างขวางของเรือเบื้องหน้าของเขามีแท่นบูชาเสวียนเทียนทอแสงพร่างพราวทว่าก็ส่งคลื่นพลังวิถีลึกลับและเข้าใจยากออกมาอยู่เนืองๆ

            อักขระวิถีแห่งมหาจักรพรรดิทั้งสามสิบหกที่สลักอยู่ในอากาศสะท้านก้องก่อตัวด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพื้นที่นี้ปกป้องเรือรบให้รอดจากผลกระทบของสงครามระดับเซียน

            ตูม!!!

            ทันใดนั้น แสงสีทองก็ทอดตัวลงมาใต้หล้า

            เซียนตระกูลจินแห่งเป่ยหยวนคำรามก้องฟ้าปลดปล่อยแสงเทพสีทองเจิดจรัสออกมา

            พลังโลหิตของเขาพลุ่งพล่านและประสานเคล็ดวิชาโบราณเปลวไฟเทพร้อนแรงเผาไหม้ทั่วร่างแล้วฟาดกระบองสีทองมหึมาที่หลอมจากทองคำศักดิ์สิทธิ์ใส่มู่เสินฉวน!

             ครืน!

            ผมดำของมู่เสินฉวนปลิวไสวนัยน์ตาเปล่งประกายคมกริบ ภายใต้อำนาจอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ กลับมิได้หลบเลี่ยงและเผชิญหน้าตรงๆ ด้วยกายเนื้อ!

            ตูม! ตูม!!!

            คลื่นพลังน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกในห้วงอากาศแผ่ขยายไปทุกสารทิศ

            วายุโหมกระพือเริ่มถาโถมไปทั่วผืนฟ้า

            แม้แต่เซียนแห่งเป่ยหยวนอีกสิบกว่าคนก็ถูกแรงปะทะจนร่างถอยร่นดุจเทียนไขต้องสายลมล้วนแต่จะดับแหล่มิดับแหล่!

            ‘กร๊อบ’ ทั้งสองปะทะกันยังไม่ถึงชั่วอึดใจเสียงเสียงหนึ่งก็ดังมาจากกระบองสีทอง

            กระบองสีทองที่ถูกเคลือบไปด้วยลวดลายต่างๆแตกสลายหายไปอย่างรวดเร็ว!

            "นี่มันอะไรกัน!!" เซียนแห่งตระกูลจินตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ

            ระดับพลังของมู่เสินฉวนยังมิได้ทะลวงสู่ขอบเขตเซียนเหตุใดจึงมีพลังกายเนื้อที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้?

            ถึงกับใช้มือเปล่าบดขยี้อาวุธของเขาจนพังพินาศช่างน่าเหลือเชื่อเกินไป!

            "อ๊าก!" มู่เสินฉวนแผดเสียงลั่นเคล็ดวิชามังกรสวรรค์สำแดง

            เสียงคำรามของมังกรและวิชามังกรสวรรค์สะกดฟ้าหมุนวนพร้อมกัน

            เซียนแห่งตระกูลจินหูอื้อตาลายในระยะประชิดเช่นนี้ชั่วพริบตาก็ถูกเสียงสะท้านจนเลือดทะลักออกทั้งเจ็ดทวารและได้แต่ทำสีหน้างงงวย

            และในขณะนั้นเองวิชามังกรสะกดฟ้าก็เข้าจู่โจม!

            กรงเล็บมังกรขนาดมหึมาฉีกกระชากท้องฟ้าในแนวขวางพลังอันยิ่งใหญ่เข้าทะลวงร่างของอีกฝ่ายทันใด เลือดสีทองมากมายสาดกระเซ็นแต่งแต้มสีสันให้ภาพอันสยดสยองนั้นสวยงาม!

             เซียนแห่งตระกูลจินสีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษบาดแผลทั่วร่างสาหัส ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตอย่างมิอาจเลี่ยง

            ส่วนเซียนที่เหลืออยู่ข้างๆย่อมมิอาจนิ่งดูดาย จากนั้นกฎแห่งเซียนก็สานต่อกัน สั่นสะเทือนฟ้าคำรน

            พลังอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้ามาเป็นระลอกคล้ายกระหน่ำซ้ำเติมลงใส่มู่เสินฉวนอย่างบ้าคลั่ง!

            ตูม!!!

            มู่เสินฉวนโบกมือหนหนึ่งพลังแห่งความโกลาหลก็พลันระเบิดออก

            ร่างของเขาส่องประกายเทพพิศวงเส้นผมที่ใสราวผลึกแต่ละเส้นกำลังแปรเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชาสังหารห่อหุ้มด้วยเมฆดำสนิทที่ไร้ขอบเขตชั้นแล้วชั้นเล่า แผ่ขยายไปทั่วสารทิศบดขยี้การจู่โจมทั้งหมดที่โถมเข้ามาจนสิ้น!

            ในขณะเดียวกันหว่างคิ้วของเขาก็ส่องแสงเจิดจรัสเคล็ดวิชาเทพคุนเผิงถูกกายาทองคำกระตุ้นจนถึงขีดสุด

            ในชั่วขณะนั้น ราวกับได้ก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว มู่เสินฉวนก็ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเซียนแห่งตระกูลจิน

            หมัดเทพที่ห่อหุ้มด้วยพลังเซียนเฉียบคมไร้ที่ติปะทะเข้าอย่างจัง!

            ตูม!!!

            เซียนแห่งตระกูลจินถูกระเบิดร่างจนโลหิตสีทองสาดกระเซ็นราวสายฝนงดงามราวภาพวาด

            พร้อมกับเสียงคร่ำครวญของวิถีที่กำลังสลายเซียนผู้นั้นก็สิ้นชีพลง!

            "เป็นไปได้อย่างไร!?"

            "เซียนแห่งตระกูลจินตายแล้ว!!!"

            เซียนที่เหลือตกตะลึงจนแทบสิ้นสติไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

            ตระกูลจินเป็นเผ่าพันธุ์โบราณบรรพบุรุษของตระกูลจินอภิเษกสมรสกับมนุษย์แต่ถูกจักรพรรดิโบราณขับไล่ให้มาอาศัยอยู่ในเป่ยหยวน!

            ถึงกระนั้นสายเลือดนี้ก็ยังแข็งแกร่งอย่างยิ่งได้รับพรสวรรค์ทางสายเลือดจากเผ่าพันธุ์บรรพกาลและมนุษย์ด้วยเหตุนี้จึงได้เปรียบในการฝึกฝนกายเนื้อ!

            คาดไม่ถึงว่าผู้สำเร็จเป็นเซียนมานานและสั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศจะถูกสังหารโดยเซียนกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่ามนุษย์ในเวลาอันสั้นโลหิตสีทองย้อมไปทั่วผืนดินเป่ยหยวน!

            พลังต่อสู้ของมู่เสินฉวนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

            เขายังไม่ได้ใช้อาวุธจักรพรรดิเลยด้วยซ้ำ…

            เมื่อคิดถึงตรงนี้เซียนบางคนก็บังเกิดความคิดจะถอยหนี ไม่กล้าเข้าไปสู้ด้วยอีกต่อไป!

            และในขณะนั้นเองเซียนจากตระกูลหวังก็ขมวดคิ้ว แล้วประกาศเสียงเย็น

            "มู่เสินฉวนเจ้าเป็นศัตรูต่อทั่วหล้าในตงฮวง เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาอาวุธจักรพรรดิมาด้วย!"

            "เช่นนั้นพวกเขาตระกูลมู่ที่อยู่ในทะเลไร้สิ้นสุด ย่อมต้องถูกกวาดล้าง!"

            เมื่อเซียนที่เหลือได้ยินดังนั้นดวงตาก็ส่องประกายทันใด รู้สึกว่าคำกล่าวนั้นมีเหตุผล

            ยิ่งไปกว่านั้น ผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ปรากฏพวกเขาย่อมเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและอยู่ใกล้ที่สุด

            หากไม่สู้สุดกำลังเสี่ยงโชคหนทางสู่มหาเซียน เกรงว่าตลอดชีวิตนี้จะหมดหวังที่จะสำเร็จ!

            ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกกาลเวลาบดขยี้และแปรเปลี่ยนเป็นวิถีแห่งอดีตกาล

            จากนั้นเซียนที่เหลืออีกสิบกว่าคนราวกับเห็นพ้องต้องกันเข้าโจมตีพร้อมกัน ซัดสาดกฎแห่งเซียนอันน่าสะพรึงมุ่งหน้าเข้าล้อมสังหารมู่เสินฉวน!

            ชั่วขณะหนึ่งสถานการณ์อันโกลาหลก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง

            พลังวิถีหลายสายส่องสว่างทั่วท้องฟ้าอานุภาพเทพสั่นสะเทือนโลกหล้า!

            เหล่าเซียนเริ่มเข้าสู่สมรภูมิรบอันดุเดือด!

            หนึ่งก้านธูปต่อมา

            เสียงร้องของทารกก็ดังขึ้นจากภูเขาน้ำแข็ง

            พลังปราณฟ้าดินที่ไหลเข้ามาราวกับพายุโหมกระหน่ำหยุดชะงักชั่วขณะหนึ่งผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ร่วงหล่นลงอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็หายลับเข้าไปในค่ายกล

            กายาที่แข็งแกร่งที่สุดในอดีตกาล!

            กายาวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด!

            ในที่สุดก็ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!!

            "ท่านแม่..." ทารกเทพเพิ่งถือกำเนิดก็สามารถเปล่งเสียงที่สดใสออกมาได้

            เขายื่นมือเล็กๆที่ใสดุจผลึกแก้วคว้าจับนิ้วเรียวของเหยาซีดวงตากลมโตที่กะพริบอยู่คู่นั้นสดใสยิ่ง

            ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยพลังความโกลาหลและกฎนับหมื่นวิถีพลังบ่มเพาะได้มาถึงระดับกึ่งเซียนอย่างน่าประหวั่นพรั่นพรึง!

            "เจ้าหนู" เหยาซีใจสั่นไหว รีบอุ้มเขาไว้ในอ้อมกอดใบหน้างามล้ำทอแสงแห่งความเป็นแม่ผู้รักใคร่

            ตูม!!!

            สงครามที่ดุเดือดนอกค่ายกลแม้จะถูกค่ายกลจำนวนมากปิดกั้นไว้ก็ยังได้ยินเสียงแจ่มแจ้ง

            เหยาซีจึงอดเป็นห่วงไม่ได้

            นางโบกมือเรียว เปลี่ยนชุดยาวสีม่วงชุดใหม่โอบอุ้มบุตรออกมาจากตำหนักในเรือรบขึ้นไปยังดาดฟ้า

            "ฮูหยิน"

            มู่อวี่เซิงเห็นเหยาซีโอบอุ้มผู้นำตระกูลน้อยที่เพิ่งถือกำเนิดออกมาดวงตาก็แข็งกร้าวขึ้นทันใด พร้อมเอ่ยออกมาเบาๆ

            "ลำบากเจ้าแล้ว" เหยาซีฝืนยิ้มน้อยๆ จากนั้นดวงตางามจับจ้องไปยังนอกภูเขาน้ำแข็ง

            "ฮูหยิน ท่านมิต้องกังวล"

            "มหาเซียนไม่ปรากฏท่านผู้นำตระกูลก็ไร้ผู้ต่อต้านทั่วหล้า!"

            "แม้จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นภายในสามอึดใจ อาวุธจักรพรรดิของตระกูลข้าจะต้องมาถึงแน่นอน!"

            มู่อวี่เซิงกล่าวด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว!