ไม่สิ สตรีที่อยู่ลานกว้างหน้าเรือนคนนั้นน่ะหรือคืออันเยว่? เหตุใดจู่ ๆ นางถึงสวยขึ้น? ความรู้สึกที่ให้กับผู้คนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
เมื่อกล่าวถึงอันเยว่ นางกลัวสามีในเรือนเป็ที่สุด ข้างนอกที่นางก่นด่าผู้อื่นอย่างสบายใจก็เพื่อสนุกปากไปวัน ๆ ยามอยู่ในเรือนนางไม่กล้าผายลมด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าครั้งนี้นางถึงกับกล้าขายสามี!
คนติดการพนันอย่างนาง ทุกครั้งที่เล่นเสียจะให้คนมาหาสามีเพื่อชำระหนี้ให้ ไม่กี่วันก่อนนี้เองสามีนางก็เพิ่งใช้หนี้พนันให้ไปยี่สิบตำลึงเงิน หลังจากหยุดอยู่บ้านได้สองวัน นางก็ถือโอกาสตอนที่ไม่มีใครสนใจขโมยสมุนไพรของสามีคนที่สองไปเล่นพนันอีกอย่างนั้นหรือ?
“ไม่ได้ ข้า้าคน ไม่ได้้าเงิน!” หลินต้าเหนียนกำลังจะไปคว้าตัวคนขณะที่พูด “เ้าคือซูจือฉือสามีอันเยว่ใช่ไหม นางขายเ้าให้ข้าแล้ว ไปกับข้า!”
เื้ั เซียวสิงเยี่ยนและหยูยวนโมโหจนดวงตาแดงก่ำ พวกเขาอยากฆ่าอันเยว่ให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น ใครมอบความกล้าให้นางกันถึงกับกล้าขายคนเช่นนี้!
“จือฉือ” อันเยว่สบเข้ากับดวงตาสงบของเขาที่ไม่มีอารมณ์ผันผวนใด ๆ แต่เป็นางเองที่รู้สึกทรมานยิ่งนัก “ข้าไม่มีอะไรจะแก้ตัว ข้าแค่อยากให้เ้ารู้ว่านี่เป็เื่ยุ่งเหยิงที่ข้าทำไว้เมื่อสองวันก่อน ไม่ใช่เมื่อวาน”
“ไปเถอะ!” สายตาของหลินต้าเหนียนพึงพอใจมากเมื่อได้เห็นซูจือฉือ รูปหน้าเช่นนี้ต่อให้เปลี่ยนมือก็ยังขายได้เงินมากมาย นางเอื้อมมือออกไปหวังจะจับตัวเขา
ร่างของซูจือฉือแข็งทื่อไม่ขยับ
ทว่าจู่ ๆ อันเยว่กลับคล้ายคลุ้มคลั่ง นางหยิบไม้พลองขึ้นมาจากมุมกำแพงแล้วฟาดใส่หลินต้าเหนียน “ไสหัวไป อย่าแตะต้องเขา!”
หลินต้าเหนียนยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกอันเยว่ฟาดไม้พลองใส่ นางแหกปากร้องทันที “อันเยว่ เ้าอยากตายรึ!”
“ข้าจะบอกเ้า หลินต้าเหนียน ข้าจะไม่ขายคนและจะคืนเงินให้เ้า! หากเ้าไม่อยากได้เงิน เ้าก็เอาชีวิตข้าไปเถอะ!” อันเยว่เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกคนยั่วให้โกรธ และกำลังขวางตัวซูจือฉือไว้อย่างโเี้
“ได้ เมื่อเ้าไม่ขายคน สองวันก่อนเงินห้าสิบตำลึง ตอนนี้เป็หนึ่งร้อยตำลึงแล้ว ถ้าเ้านำเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาได้ ข้าจะปล่อยเ้าไป” หลินต้าเหนียนโกรธจัดจนหน้าเขียว และไม่กล้าแข็งข้อกับอันเยว่เช่นกัน เห็นได้ชัดว่ายามนี้อันเยว่กำลังคลุ้มคลั่ง อีกทั้งนางมั่นใจว่าอันเยว่ไม่สามารถนำเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาได้อย่างแน่นอน
“ได้!” อันเยว่พูดจบก็หมุนตัวมองไปยังเซียวสิงเยี่ยนและหยูยวนด้วยสีหน้าอ้อนวอน “ขอข้ายืมพวกเ้าหนึ่งร้อยตำลึงเถอะ!”
แววตาของเซียวสิงเยี่ยนมีความเหี้ยมโหด เขาอยากถีบนางให้ตายจะได้สิ้นเื่ “เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งใช้หนี้พนันให้เ้าไปยี่สิบตำลึงเงิน ข้าไม่มีหรอก”
ทว่าหยูยวนกลับยิ้มพราวเสน่ห์ ดวงตาดอกท้อของเขาเป็ประกาย ริมฝีปากแดงขยับเล็กน้อย “อยากได้เงินหรือ ข้ามี”
อันเยว่มองเขาอย่างจริงจัง “เ้าให้ข้ายืมหนึ่งร้อยตำลึง ข้าจะคืนให้เ้าสองร้อยตำลึง ห้าร้อยตำลึง พันตำลึงเลยก็ได้ ให้ข้ายืมเถอะนะ!”
หยูยวนเหลือบมองนาง “ขอร้องข้าสิ”
“หยูยวน!” อันเยว่มองเขาราวกับไม่อยากเชื่อ
“ขอร้องข้า!” รอยยิ้มของหยูยวนงดงามน่าหลงใหลและปนความเย้าหยอกไปจนถึงกระดูก
อันเยว่หลุบตาลงเล็กน้อย ความเ็าในดวงตาวาบผ่าน ความรู้สึกอัปยศทำให้ร่างของนางสั่นเทา นางกำมือแน่นแล้วคุกเข่าลงบนพื้นจนเกิดเสียงดัง ยามที่เงยหน้าอีกครั้งรอยยิ้มของนางกลับเจิดจ้า และสีหน้ามีความจริงใจ “หยูยวน ข้าขอร้อง ให้ข้ายืมเงินหนึ่งร้อยตำลึงเถอะ”
หยูยวนนึกไม่ถึงว่านางจะคุกเข่าขอร้องเขาจริง ๆ อย่างไรเสีย ต่อให้นางไม่ขอร้อง พวกเขาก็จะไม่ทนมองเ้าสี่ถูกพาตัวไปโดยไม่ทำอะไรเลย สีหน้าของเขาจึงสับสนไปชั่วขณะ เขาล้วงตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาแล้วส่งให้นางเหมือนให้ทาน ด้วยสายตาเหมือนมองขยะ “อันเยว่ นี่จะเป็หนสุดท้าย!”
“นี่ก็เป็คำที่ข้าอยากพูดกับเ้าเช่นกัน” อันเยว่เก็บตั๋วเงินขึ้นมา ยามที่นางยืนขึ้นอีกครั้ง แผ่นหลังของนางยืดตรง
ไม่เป็ไร นางบอกกับตัวเอง
ซูจือฉือมองดูนางคุกเข่าและรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงอารมณ์ของนางที่ถูกระงับไว้ ร่างของนางสั่นเทาน้อย ๆ ในใจเขารู้สึกตะลึงสุดขีด ตกลงนางคิดจะทำอะไรกันแน่? เหตุใดเขากลับรู้สึกว่ามองไม่เห็นถึงความคิดของนาง!
เซียวสิงเยี่ยนนึกไม่ถึงเช่นกันว่าอันเยว่จะทำเช่นนั้น ไม่รู้ว่าเส้นประสาทส่วนไหนของนางเชื่อมต่อผิดปกติ เขาไม่เชื่อหรอกว่านางกลับเนื้อกลับตัวแล้ว หากแม้แต่คนเสเพลประเภทนี้ยังสามารถสำนึกได้โดยสิ้นเชิง เช่นนั้นบนโลกนี้ยังจะมีอะไรที่เป็ไปไม่ได้
“หนึ่งร้อยตำลึง คืนสัญญาขายตัวให้ข้า” อันเยว่ส่งเงินให้หลินต้าเหนียน นางมองแล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงเยียบเย็น
หลินต้าเหนียนสบถสองคำแล้วโยนสัญญาขายตัวให้อันเยว่ “อันเยว่ หากแพ้ไม่เป็ก็ไม่ต้องเล่นพนัน ดูท่าทางไร้สัจจะเหมือนสุนัขของเ้าสิ นึกไม่ถึงว่าเ้าจะคุกเข่าให้บุรุษเช่นนี้!”
“คุกเข่าให้บุรุษแล้วอย่างไร? เขาเป็สามีข้า ข้ากล่อมเขาให้มีความสุขไม่ได้หรือ?” อันเยว่หัวเราะอย่างเ็า “กลับดี ๆ ล่ะ!”
ทัศนคติของเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูพากันแตกกระเจิง ช่างขายหน้าสตรีอย่างพวกนางจริง ๆ ไม่คิดว่านางจะคุกเข่าให้บุรุษ เพ้ย!
“ขอโทษด้วย ให้พวกเ้าเห็นเป็เื่ตลกแล้ว ไหน ๆ ทุกท่านก็อยู่พอดี ในยามนี้ข้ามีเื่จะประกาศให้ทราบ” อันเยว่ยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าแล้วมองชาวบ้านที่กำลังมุงดู “ข้าอันเยว่ ต่อไปจะกลับเนื้อกลับตัว จะไม่ก่อเื่ยุ่งและเลิกเล่นพนัน หากข้าทำผิดอีก ข้าจะสับแขนทั้งสองของข้า! พวกที่คิดจะเข้ามายุ่งก็อย่ามายุแหย่ข้า มิฉะนั้นข้าจะทุบตีทุกครั้งเมื่อเจอ
“โอ้ อันเยว่ นี่เ้าคิดได้แล้วหรือ?”
“เชื่อนางกับผีน่ะสิ หากนางไม่เล่นพนันและไม่กินดื่ม ข้าหลี่จื้อจะกลับหัวเขียนหนังสือ”
“ใช่ ถ้านางไม่เล่นพนันจริง ๆ เราไปกินขี้ด้วยกัน คำพูดของนางเชื่อได้ที่ไหน ไปกันเถอะ เดี๋ยวสามีนางก็ออกมาไล่ตะเพิดอีก”
“ข้าเหมือนเห็นนางเปลี่ยนไปแล้ว แววตาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน”
“เปลี่ยนไปกับก้นเ้าน่ะสิ สันดานหมาชอบกลับไปกินขี้!”
……
บรรดาชาวบ้านจากไปพร้อมกับคำวิพากษ์วิจารณ์
อันเยว่มองเซียวสิงเยี่ยน “ขอข้ายืมพู่กันกับหมึกหน่อยได้หรือไม่?”
เซี่ยวสิงเยี่ยนแสดงสีหน้าเ็าภายใต้ใบหน้างาม “ไม่มี”
อันเยว่ชำเลืองมองเขาอย่างเ็า นางเอ่ยว่าข้ารู้แล้ว จากนั้นฉีกชายอาภรณ์ตัวเองแล้วกัดนิ้วมือจนได้เื และเริ่มเขียนหนังสืออย่างชัดแจ้ง
หลักฐานการยืม : วันนี้อันเยว่ได้ยืมเงินหยูยวนหนึ่งร้อยตำลึง และจะชำระคืนให้หนึ่งพันตำลึงในวันข้างหน้าแน่นอน ทำสัญญานี้เพื่อใช้เป็หลักฐานการยืม (อันเยว่)
เซียวสิงเยี่ยนและหยูยวนมองนางเหมือนมองตัวประหลาด เห็นนางดูดนิ้วที่เืไหลและพ่นเืออกมาหนึ่งคำ
“ไม่ว่าอย่างไร ข้ายังต้องกล่าวขอบคุณเ้าอยู่ดี” อันเยว่ยื่นหลักฐานการยืมให้กับหยูยวน เอ่ยจบนางก็หมุนตัวไปหาซูจือฉือ
ซูจือฉือเข้าห้องไปแล้ว อันเยว่จึงไปเคาะประตู “จือฉือ ข้ารู้ว่าข้าสารเลว สมควรตายและไม่ใช่คน ไม่ว่าข้าจะพูดอะไรในตอนนี้เ้าก็ไม่เชื่อข้าทั้งสิ้น เื่เหลวไหลที่ข้าทำลงไปนั้นต่อให้ตายก็ไม่น่าให้อภัย ข้าไม่ขอให้เ้ายกโทษ แต่ข้าจะคุกเข่าอยู่ตรงนี้เพื่อแสดงการขอโทษต่อเ้า”
หยูยวนยกริมฝีปากขึ้นอย่างเยาะเย้ยแล้วมองดูหลักฐานการยืมในมือ “หรือนางจะโดนผีเข้า?”
เซียวสิงเยี่ยนนึกถึงแผ่นหลังที่ยืดตรง สายตาแน่วแน่และดวงตาสดใสของอันเยว่ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าหากนางเปลี่ยนตัวเองได้จริง ก็จะเป็การดีที่สุด มิเช่นนั้น หากมีชีวิตเช่นนี้ไปตลอด ใครจะทนไหว
อันเยว่คุกเข่าอยู่กับพื้น ตอนที่ซูจือฉือเดินผ่านเขาไม่มองนางเลยสักนิด หากไม่เห็นก็จะไม่รู้สึกกวนใจ เขาจึงขึ้นเขาไปพร้อมกับเซียวสิงเยี่ยนและหยูยวน
เซียวสิงเยี่ยนไปล่าสัตว์ ส่วนหยูยวนไปเก็บสมุนไพร
กว่ากู่หยางจะกลับมาก็บ่าย เมื่อเขาก้าวเข้ามาในลานกว้างหน้าเรือนก็เห็นอันเยว่คุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูห้องซูจือฉือ นางคุกเข่าตัวตรงด้วยท่าทางสง่างาม เห็นดังนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและไม่ได้สนใจ เลือกที่จะเดินเข้าห้องของตัวเอง
เป็แมลงสาบที่ตีไม่ตายจริง ๆ สร้างความหายนะมาเป็พัน ๆ ปี เมื่อวานเพิ่งถูกเขาทุบตีจนกลายเป็สุนัขเจียนตาย วันนี้กลับฮึกเหิมและเริ่มก่อเื่เสียแล้ว