“ท่านไม่สามารถฆ่าผมได้ ที่นี่คือฐานหลินไห่ตระกูลหลินมีกฎว่านักรบทุกคนไม่สามารถฆ่าผู้อื่นตามอำเภอใจได้ในฐานหลินไห่มิเช่นนั้นจะต้องรับโทษจากตระกูลหลินและตระกูลอื่นๆ!”
โม่หยวนเร่งกล่าวด้วยความหวาดกลัว
“ตอนนี้คุณไม่เพียงแต่จะไม่อ้อนวอนขอความเมตตาแต่คุณยังคิดจะข่มขู่ผมอีกหรือ? ดูเหมือนว่าคุณจะเคยชินกับการใช้อำนาจของตระกูลโม่มากเกินไปนะคุณถึงได้ดูไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย และเพื่อให้คุณเข้าใจวันนี้ผมจะสั่งสอนคุณให้แล้วกัน”
พูดจบเย่เทียนก็คว้าแขนของโม่หยวนและบีบมันเบาๆ
กร๊อบ!!!
อ๊ากกกกกก
ทันใดนั้นโม่หยวนก็กรีดร้องออกมา
ตอนนี้แขนของโม่หยวนได้พิการไปแล้ว หากเขาต้องการที่จะรักษามันให้หายดีเขาจะต้องเสียค่ารักษามูลค่ามหาศาลแต่ตระกูลโม่จะยอมจ่ายค่าตอบแทนให้กับนักรบที่ไม่มีโอกาสก้าวหน้าต่อไปในอนาคตหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่!
ตระกูลโม่ไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่!
“ไสหัวไปซะ!”
เย่เทียนตวาดอย่างเย็นชา
โม่หยวนไม่กล้าที่จะข่มขู่เย่เทียนอีกต่อไปเขาอดทนต่อความเจ็บปวดและรีบคลานหนีออกจากบ้านของเย่เทียนอย่างน่าสังเวช
“ตระกูลโม่ ฉันหวังว่าพวกแกจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ ไม่เช่นนั้น…”
จิตสังหารสายหนึ่งปรากฏขึ้นในดวงตาของเย่เทียน
เมื่อโม่หยวนกลับไปถึงคฤหาสน์ของตระกูลโม่ เขาก็ได้เข้าพบผู้นําตระกูลโม่โม่ฉางเซิงทันที
โม่ฉางเซิงไม่ได้มีพรสวรรค์มากนักเขามีเพียงพรสวรรค์ระดับเริ่มต้นเท่านั้น แต่หากใช้ทรัพยากรมหาศาลของตระกูลโม่เขาที่เพิ่งจะอายุเพียงสามสิบปีก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนักรบชั้นยอดขั้นต้นได้ถึงแม้ว่ามันจะยากที่จะพัฒนาต่อเพราะพรสวรรค์ของเขา แต่สถานะของเขานั้นก็สูงพอส่วนเหตุผลที่เขาได้ขึ้นครองบัลลังก์ของตระกูลโม่
นั่นเพราะเขาเป็นบุตรชายของโม่ฉางชิงนักรบชั้นยอดของตระกูลโม่!
โม่ฉางชิงมีบุตรชายและบุตรสาวมากมายแต่ส่วนมากพวกเขาล้วนมีพรสวรรค์ระดับรอง และมีพรสวรรค์ระดับเริ่มต้นเพียงไม่กี่คนและในบรรดาพรสวรรค์ระดับเริ่มต้นพรสวรรค์ของโม่ฉางเซิงถือได้ว่าเป็นพรสวรรค์ที่ดีที่สุดแล้ว
“ท่านผู้นํา ท่านผู้นํา ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับผม!”
โม่หยวนลากแขนที่หักของเขาเดินเข้าไปหาโม่ฉางเซิงและคุกเข่าลงอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้นกับแขนของนาย? หรือว่านายไปเชิญเย่เทียนแล้วมีปัญหา?”โม่ฉางเซิงขมวดคิ้ว
“เย่เทียนจะดูถูกตระกูลโม่ของเราเกินไปแล้ว!”
โม่หยวนร้องไห้และเล่าถึงความหยิ่งยโสของเย่เทียนให้ฟัง
จากปากของเขา เขากลายเป็นคนน่าสงสารและไร้เดียงสาและความผิดทั้งหมดเป็นเพราะเย่เทียน อีกทั้งเย่เทียนยังโหดเหี้ยมอำมหิตทำร้ายเขาจนแขนข้างหนึ่งของเขาพิการ
เมื่อโม่หยวนพูดจบโม่ฉางเซิงก็ให้คนพาโม่หยวนออกไปโดยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับการรักษาทั้งนั้น
“ขยะ!”
โม่ฉางเซิงสบถออกมา
เขาด่าโม่หยวน แค่ให้ไปทำงานง่ายๆ แค่นี้ก็ไม่สำเร็จหากไม่เรียกว่าขยะแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อคําพูดของโม่หยวนทั้งหมด ในฐานะผู้นําตระกูลเขารู้ดีว่าโม่หยวนมีนิสัยอย่างไร อีกฝ่ายต้องล่วงเกินเย่เทียนอย่างแน่นอน
แต่เย่เทียนเองก็จะต้องปฏิเสธคําเชิญของโม่หยวนเช่นกัน ไม่อย่างนั้นโม่หยวนคงจะไม่ล่วงเกินเย่เทียนหรอก
“ฮึ่ม แค่นักรบชั้นยอดคนหนึ่งกลับกล้าปฏิเสธตระกูลโม่ของพวกเราถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อใช้วิชาลับจนทำให้เสียอายุไขไปมาก และเขาเหลือเวลาไม่มากแล้วฉันคงไม่ต้องเชิญคนนอกมาเข้าตระกูลแบบนี้!” โม่ฉางเซิงสถบด้วยความโกรธ
เรื่องนี้มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลโม่เองก็ไม่รู้
โม่ฉางชิงกลับมาแล้ว แม้เขาจะไม่ได้ตายในภารกิจกวาดล้างมดจอมพลังแต่โม่ฉางชิงก็ต้องใช้วิชาลับเพื่อเพิ่มความเร็วในการหลบหนีซึ่งมันเป็นวิชาลับที่ต้องแลกด้วยอายุขัยแต่มันก็ทำให้เขาหนีรอดจากการไล่ล่าของมดจอมพลังระดับสูงมาได้
จากการตรวจสอบ โม่ฉางชิงสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น
โม่ฉางเซิงเข้าใจสถานการณ์ของตระกูลโม่ตอนนี้ดีหากว่าตระกูลโม่ไม่มีนักรบผู้เชี่ยวชาญคอยคุมสถานการณ์สถานการณ์ของตระกูลโม่ก็จะไม่สู้ดีนัก ถึงอย่างไรตระกูลโม่ก็ล่วงเกินตระกูลอื่นๆไว้มากมาย หากว่าตระกูลเหล่านั้นต้องการกำจัดตระกูลโม่ ตระกูลโม่จะต้องเดือดร้อนเป็นแน่
ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของตระกูลโม่
เย่เทียนเป็นตัวเลือกที่ดี!
เย่เทียนยังเด็กมาก จากการตรวจสอบ เขาพบว่าเย่เทียนมีอายุเพียง 16 ปี เท่านั้น แต่ตอนนี้เขากลับอยู่ในระดับนักรบชั้นยอดเเล้วพรสวรรค์ของเย่เทียนต้องเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงแน่นอกจากนี้เขายังมีพรสวรรค์ด้านความเร็วอีกด้วยนี่เป็นสิ่งที่ถูกเปิดเผยในภารกิจมดจอมพลัง และนักรบหลายคนก็ได้เห็นมัน
พรสวรรค์ด้านความเร็วบวกกับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง อีกทั้งกุญแจสำคัญก็คือภูมิหลังที่เรียบง่ายอัจฉริยะเช่นนี้ต้องมีขุมกําลังจำนวนมากที่ยินดีจะดึงตัวอีกฝ่ายไปเข้าร่วมขุมกำลังแน่
ตระกูลโม่ไม่เพียงแต่ต้องการดึงตัวเย่เทียนเข้ามาเท่านั้นแต่เขายังต้องการที่จะควบคุมเย่เทียนอีกด้วย หากประสบความสำเร็จตระกูลโม่ก็จะมีไพ่ตายอีกใบ และอีกหลายสิบปีข้างหน้า ตระกูลโม่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของตระกูลอีกต่อไป
การจะควบคุมเย่เทียนได้นั้นต้องใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เย่เทียนยังไม่เติบโตขึ้นและตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด
โม่ฉางเซิงหันร่างเดินออกไปด้านนอกมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องลับใต้ดินที่อยู่ลึกเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลโม่
ไม่นานเขาก็ได้พบกับโม่ฉางชิงผู้เป็นบิดาที่ตอนนี้กําลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่
“พ่อครับ โม่หยวนจัดการเรื่องที่เราสั่งไม่สำเร็จ!” โม่ฉางเซิงรายงาน
“มันทำพังเหรอ? ก็เป็นไปตามที่คาดฉันคิดเอาไว้แล้วว่าไอ้พวกอัจฉริยะพวกนี้ต่างก็หยิ่งยโสเป็นอย่างมากการไม่ยอมรับคําเชิญของเราก็เป็นเรื่องปกติแต่ว่าต่อให้เขาไม่ยอมรับใช้ตระกูลโม่ของพวกเราพวกเราก็ยังสามารถบีบบังคับเขาได้!” โม่ฉางชิงกล่าวอย่างเย็นชา
“พ่อ เราบอกให้คนของตระกูลหลินลงโทษเย่เทียนก่อนดีไหมเขาเพิ่งทำให้โม่หยวนพิการ นี่เป็นข้ออ้างที่ดีเลย!” โม่ฉางเซิงรีบกล่าว
“เจ้าโง่!”
โม่ฉางชิงตวาด “โม่หยวนเป็นใคร? มันเป็นแค่นักรบธรรมดาคนหนึ่งพรสวรรค์ของเย่เทียนอยู่ในขั้นอัจฉริยะในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญอย่างแน่นอนและไม่ใช่นักรบผู้เชี่ยวชาญธรรมดาเหมือนอย่างฉันด้วยเขาจะกลายเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุด อัจฉริยะเช่นนี้ตระกูลหลินคงไม่ทำอะไรมันหรอกอีกทั้งตอนนี้ตระกูลหลินกําลังหงุดหงิดกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสองฐานทัพอยู่ถ้าพวกมันจัดการเรื่องนั้นเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เราคงหมดหวังเรื่องเย่เทียนแล้ว!”
โม่ฉางเซิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาก้มหน้าลง “ขอบคุณพ่อที่สั่งสอนผมจะสั่งให้คนไปจับตัวเย่เทียนเดี๋ยวนี้!”
“เดี๋ยวก่อน! นี่คือยาพิษลบสติปัญญา ฉันใช้เงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะได้มันมาหลังจากที่แกจับเย่เทียนได้ แกก็เอายาพิษนี้ให้มันกินมันจะกลายเป็นคนความจำเสื่อมไปชั่วขณะ ความทรงจำของมันจะหายไปบางส่วนแต่นั่นไม่ส่งผลกระทบต่อพรสวรรค์ของมันจากนั้นเราจะฝึกฝนมันให้กลายเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของตระกูลโม่ ซึ่งถึงตอนนั้นเราก็จะสามารถควบคุมเย่เทียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ!” โม่ฉางชิงกล่าวอธิบาย
“นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากวิธีนี้มันดีกว่าการวางยาพิษและมอบยาถอนพิษให้เป็นครั้งคราวเป็นไหนๆ!”
โม่ฉางเซิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
หลังจากรับเอายาพิษลบสติปัญญามาแล้ว โม่ฉางเซิงก็จากไปจากนั้นก็ออกคำสั่งให้คนไปจับกุมเย่เทียน
กลางดึก
ตระกูลโม่ได้ส่งนักรบชั้นยอดสิบคนออกไปซึ่งสองในนั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์พิเศษ
หนึ่งในสองคนนี้มีพรสวรรค์ด้านพิษระดับรองอีกคนหนึ่งมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับเริ่มต้นอีกทั้งพวกเขายังได้ฝึกฝนทักษะดาบระดับเหล็กดำที่แข็งแกร่งซึ่งมันเป็นทักษะดาบที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้
แม้ว่านักรบชั้นยอดสองคนที่มีพรสวรรค์พิเศษจะเป็นเพียงนักรบชั้นยอดขั้นต้นแต่ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาเทียบได้กับนักรบชั้นยอดขั้นกลาง
นอกเหนือจากนั้นยังมีนักรบชั้นยอดอีก 2 คนที่อยู่ในขั้นกลางเมื่อคํานวณดูแล้วคนที่ตระกูลโม่ส่งมาทั้งหมดระดับขั้นจะเทียบเท่ากับนักรบชั้นยอดขั้นกลาง 4 คนและนักรบชั้นยอดขั้นต้นอีก 6 คน
พลังเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับนักรบชั้นยอดขั้นปลายได้แค่จะไปจัดการกับนักรบชั้นยอดที่มีพรสวรรค์ด้านความเร็วสำหรับพวกเขาไม่นับว่าเป็นปัญหา
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขากําลังจะไปจัดการกับสัตว์ประหลาดที่ท้าทายสวรรค์