The Organian

    บทที่8 ตอนที่49 : เหล่าอินเทอร์นอลเริ่มเคลื่อนไหว

    กลับไปยังมหาวิทยาออแกเนียน ณ หอพักของเหล่านักศึกษา          เมื่อตกดึก ในขณะที่นักศึกษาทุกคนได้ปฏิบัติตามคำพูดของผู้อำนวยการอย่างเคร่งคัด แต่แล้วก็มีคนกลุ่มหนึ่ง ออกมายืนตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ที่หน้าหอพัก          “ฉันต้องการคุยกับเกษม สืบสายนัยน์ตรา และ แฮปิส ซูแป็งแปร์!! พวกคนอื่นที่ไม่เกี่ยวจะไปไหนก็ไสหัวไปซะ!” เซียวซินฉีในชุดกี่เพ้าสีดำลายมังกรที่มาพร้อมกับเหล่าพรรคพวกของเธอประกาศกร้าว          “ไอ้พวกบ้า!! ทำอย่างนี้เดี๋ยวก็โดนคุณเวิร์ดลงโทษเอาหรอก!!” อลันเปิดหน้าต่างตะโกนโต้ตอบกลับลงมาจากหอพัก          แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้น สาวหมวยกลับแสยะยิ้มออกมาในทันที “ป่านนี้หมอนั่นคงจะสลบเหือดไปแล้วล่ะ!.. ก็เล่นใช้พลังไปเยอะซะขนาดนั้น ใช่ว่าเป็นคนของตระกูลสปีช แล้วจะสามารถใช้พลังเท่าไหร่ก็ได้หรอกนะ มันก็มีขีดจำกัดเหมือนกันแหละน่า!” เธอพูดราวกับเธอได้วางแผนล่วงหน้ามาก่อนแล้ว เพื่อให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้          “ตอนนี้ไม่มีใครปกป้องพวกแกได้แล้ว..” เธอเผยยิ้มอันน่าสยดสยอง          “ฉันจะให้เวลาเกษมกับแฮปิสออกมาหาฉันก่อน.. ถ้าไม่ยอมออกมาเจอฉันภายในสิบนาทีนี้ ทุกคนจะต้องโดนถล่มจนไม่เหลือซาก!” นางตัวร้ายยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง          ณ ขณะเดียวกันนั้นเอง ภายในห้องพักของไทรซ์          “คะ..คุณไทรซ์ คุณกำลังทำอะไรน่ะ?” โพซิเออร์ ไทเรจ พูดขึ้นหลังจากเห็นบอดี้การ์ดของเขากำลังเก็บของใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ          “ก็เก็บของเพื่อออกไปจากที่นี่น่ะสิ! ฉันไม่อยากจะวุ่นวายเกี่ยวกับไอ้มหาลัยฯบ้านี่อีกแล้ว! ถึงแม้อยากจะลองซัดกับไอ้โบมานี่ดูอีกสักครั้งก็เถอะ.. นายเองก็รีบไปเก็บของซะ ฉันโทรไปบอกไบซ์แล้วว่าเราจะออกไปจากที่นี่ในตอนที่ยังมีโอกาส!” ไทรซ์พูดกับผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาพลางเก็บของไปด้วย          “ตะ..แต่ว่า ผมไม่อยากหนีเกษมไปเลยครับ..” โพซิเออร์ก้มหน้าลงด้วยความกังวล          ปั้ง! ไทรซ์ที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ถึงกับขัดใจเป็นอย่างมากจนต้องระบายออกด้วยการทุบโต๊ะลงไปอย่างแรงจนโต๊ะนั้นหักครึ่ง “นายอย่าทำตัวเป็นคนโลกสวยไปหน่อยเลย! นายเองก็รู้ไม่ใช่หรือไง? ว่าพวกมันแข็งแกร่งแค่ไหน!? รีบไปเก็บของซะเรามีเวลาไม่มาก!” เขายังคงยืนยันคำเดิม          “ผมก็แค่อยากจะแสดงออกว่าผมเป็นเพื่อนที่ดีเหมือนที่คุณเวิร์ดสอน.. ไม่ใช่จะคบกับพวกเขาแค่เพียงต้องการผลประโยชน์ ในตอนที่เรากำลังแย่ เกษมและเพื่อน ๆ ของเขาก็มาช่วยพวกเราไว้ และในตอนนี้ที่เขากำลังแย่ ผมก็อยากจะช่วยเหลือเขาเหมือนกัน แล้วผมก็มั่นใจว่าในตอนนี้เพื่อน ๆ ของเกษมทุกคนยังคงอยู่ข้าง ๆ เขา ผมอยากมีเพื่อนแบบคนพวกนั้นบ้าง ช่วยผมด้วยเถอะครับคุณไทรซ์!!” ชายร่างจ้อยกลั้นใจพูดสิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในใจของเขาออกก่อนจะก้มหัวเพื่อขอร้อง          โพซิเออร์ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ได้เป็นคนที่พูดเยอะอะไรมากมายเป็นนิสัยอยู่แล้ว ดังนั้นการพูดของเขาในครั้งนี้จึงทำให้ชายผู้กำลังเก็บของอยู่อย่างเร่งรีบหยุดชะงักไปในทันที          ฟาน เดอร์ อาร์ม ผู้พี่ยืนนิ่งพลางครุ่นคิดสิ่งที่โพซิเออร์พูดอยู่สักพัก “ถ้าอยากจะเป็นคนดีถึงขนาดไม่รักชีวิตตัวเอง.. ก็เรื่องของนาย!” เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้านิ่งสงบก่อนจะแบกเป้ที่แพ็คเรียบร้อยขึ้นบ่า ซึ่งการกระทำนั้นทำให้โพซิเออร์ผิดหวังในตัวบอดี้การ์ดของเขาเป็นอย่างมาก..          และไม่นานหลังจากสาวร่างเพรียวในชุดกี่เพ้าสีดำประกาศเจตนารมณ์ เกษมก็ได้เดินออกมาจากหอชายเพื่อไปเผชิญหน้า แต่กลับไร้วี่แววของสาวหน้ากลมแห่งตระกูลซูแป็งแปร์..          เวลาได้ดำเนินต่อไปจนจวนจะครบสิบนาทีตามที่กำหนด ซึ่งถ้าครบตามกำหนดการแล้วนั้น มันก็จะเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดี          “ถ้ายัยนั่นไม่ออกมา รู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เซียวซินฉีเอ่ยพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู โดยที่ทางด้านของโบมานี่ก็ได้เริ่มเคลื่อนตัวไปในตำแหน่งที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าแล้ว          “ห้า.. สี่.. สาม.. สอง.. หนึ่ง..” นางนับถอยหลังจนครบเวลา ก่อนจะหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับพี่บึ้กที่ประจำการอยู่          กร่อบ.. กร่อบ.. ชายผิวสีนิลร่างยักษ์หักข้อนิ้วและเริ่มง้างหมัดอันน่าสะพรึง          แต่ทันใดนั้นเอง.. “เดี๋ยวก่อนจ้ะ!!” สาวน้อยผู้เป็นเป้าหมายก็ได้โผตัวออกมาจากอาคารหอพักหญิงจนได้          “ว้าว.. นางเอกของเราออกมาแล้ว ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพร์สมาก ๆ เลยนะ ที่ในกองยูสเลสพวกนั้นมีคนของตระกูลซูแป็งแปร์อยู่ด้วย” เซียวซินฉีเปรย          “แต่ต้องให้รอจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยหรือไงถึงจะยอมออกมา กลัวฉันมากนักเหรอ?” เธอเย้ยหยันต่อ          “ไม่ใช่สักหน่อย.. เพื่อน ๆ น่ะ.. รั้งฉันไว้ไม่ให้ออกไปต่างหาก พวกเขาพร้อมจะสู้!” แฮปิสตะโกนเสียงสั่น          “แน่ใจเรอะ? แต่ทำไมฉันรู้สึกถึงความกลัวของเธอที่มันกำลังฟุ้งไปทั่วเลยล่ะ กำลังกลัวอะไรอยู่หรอสาวน้อย?” สาวหมวยหน้าคมพูดพลางเดินเข้าไปหาคุณหนูจากฝรั่งเศส..          “เธอจะทำอะไรแฮปิสน่ะ!?..” เกษมตะโกนถามมาจากฝั่งหอชาย          แต่เซียวซินฉีก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับ.. ส่วนทางฝั่งหนุ่มหน้าเนิร์ดเองก็ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากมี ลี คา ฮอง และลี คา เพค คอยกันท่าอยู่          “อ๋อ.. ฉันรู้แล้ว..” เซียวซินฉีเอ่ยขึ้นลอย ๆ  ก่อนที่เธอจะตะโกนสั่งการขึ้น! “จัดการมัน!!”           ซึ่งหลังจากสิ้นสุดประโยค ก็มีอะไรบางอย่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงไปยังเดอะคลาสซี่ฟายผู้หวาดกลัว!           พึ่บ!.. แต่สิ่งนั้นกลับพุ่งเลยผ่านเธอไป ทิ้งไว้เพียงแค่กระแสลมที่กระทบกับเส้นผมจนทำให้ปลิวไสวขึ้นเพียงเท่านั้น..          ซึ่งหลังจากรู้ตัวอีกทีก็ปรากฏเป็นภาพสันมือของลี คา ฮอง กำลังกระแทกลงบนท้ายทอยของซีรินญ่าที่กำลังซุ่มซ่อนตัวอยู่ด้านหลังประตูหอหญิงจนหมดสติไป          “รู้แล้ว.. ว่าแกกำลังกลัวอะไร กลัวแผนที่อุตส่าห์เตรียมกันมาจะแตกสินะ ฉันให้เวลาพวกแกตั้งสิบนาที แต่กลับคิดแผนได้แค่นี้อย่างนั้นเหรอ? น่าผิดหวังจริง ๆ ” ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีอยู่นั้น เซียวซินฉีก็บ่นพล่ามไปตามบท          “และในเมื่อฉันให้โอกาสพวกแกแล้ว แต่พวกแกดันเลือกที่จะไม่เล่นตามเกมส์ ความปรานีของฉันก็จะจบลงเช่นกัน ไอ้พวกสวะ..” น้ำเสียงของสาวชุดดำลายมังกรอำมหิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด          “ไปหาที่หลบซะ” เซียวซินฉีหันไปกระซิบชายชุดนักวิจัยร่างผอมกะหร่องที่มีใบหน้าแดงก่ำและสะพายเป้ใบโต          “ส่วนแกน่ะกลัวเข้าไปเยอะ ๆ  กลัวให้มากขึ้นกว่านี้อีก ฉันจะฆ่าเพื่อนของแกให้หมด พวกมันจะต้องตายอย่างทรมาน” นางวายร้ายรุกคืบเข้าหาแฮปิส “นั่นแหละ.. นั่นแหละ.. ให้กลิ่นความกลัวมันฟุ้งขึ้นมามากกว่านี้อีก!! ฮ่า ๆ  ๆ  ๆ ” เธอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เสียวสันหลังวาบ          “อึ้ก!..” แต่ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ สาวน้อยหน้ากลมก็ได้ล้มทรุดลงไปกองกับพื้นก่อนที่จะหมดสติไป          เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก..           “เฮ้ย! สติ!” “ตอนนี้เหตุการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ว่าเราจะยอมหรือจะสู้ ยัยบ้านั่นมันก็จะทำลายทุกอย่างอยู่ดี!!” จิมมี จามิกอส เดอะไอรอนนลังตั้งสติขึ้นได้ก่อนจะกระตุ้นเพื่อน ๆ           “นี่แกทำอะไรกับแฮปิสน่ะ!!” เหล่าผองเพื่อนที่เคยเป็นสมุนของดันทัวร์ด้วยกัน วิ่งออกมาจากหอพักอย่างรวดเร็ว เพื่อเข้าไปประคองร่างของสาวน้อยเอาไว้พลางหันไปหาเซียวซินฉีด้วยความโกรธ          “เธอไม่เป็นอะไรหรอก” อาหมวยมาดเข้มฉีกยิ้มเล็ก ๆ ออกมาจากมุมปาก          และทันใดนั้น ลี คา ฮองก็ได้ใช้ความเร็วของเขาวิ่งกลับมายืนเคียงกับผู้นำของกลุ่ม “เดอะแฟนทาสติกเรด ‘The Fantastic Red’ คนนี้ จะจัดการพวกมันเอง!” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่ตั้งท่าพร้อมจะปะทะ          “จัดการพวกมันยังไงก็ได้.. แค่ทำให้พวกมันกระจายกันออกไป ฉันต้องการจะอยู่กับเกษมแค่สองคน” เซียวซินฉีกระซิบสั่งการ          เมื่อได้ยินเช่นนั้น.. ก็เหมือนเป็นการปลดโซ่ตรวนปิศาจผู้หิวกระหายการนองเลือดให้อาละวาดได้อย่างเต็มที่          และภายใต้แสงจันทร์อันนวลผ่องนั้นเอง.. ชายเกาหลีสูทแดงก็ได้วิ่งเข้าหากลุ่มคนที่พยายามปกป้องแฮปิส! โดยมีน้องชายของเขาผู้มีฉายาเดอะแฟนทาสติกไวท์ ‘The Fantastic White’ วิ่งประคองอยู่ห่าง ๆ           ก่อนที่จะมีของแหลมบางอย่างลักษณะคล้ายเข็มจำนวนมากพุ่งออกมาจากร่างของลี คา ฮอง!          “เฮ้ย! ! นั่นมันพลังอวัยวะพิเศษของฉันหนิ!!” เจค ซีริคสันตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ           ซึ่งทางฝั่งของเดอะไวกิ้งซันเอง ก็ได้ใช้พลังที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษตอบโต้กลับในทันที! “มันจะหยามกันมากเกินไปแล้วนะโว้ย!”           “ฟิ๊ง ๆ  ๆ  ๆ ~” การปะทะกันของขนที่เป็นดั่งเข็มแหลมกำเนิดขึ้น           แต่กลับเป็นฝ่ายต้นตำหรับของพลังแพ้ในการดวลนี้ไปอย่างราบคาบ! “ฉึก ๆ  ๆ  ๆ ! !” เสียงของของแหลมพุ่งทะลุเสื้อคลุมขนสัตว์ของเจคจนเลือดกระฉูด!          “ไอ้พวกเอ็กซ์เทอร์นอลสวะ.. แกมันก็หวังพึ่งแค่พลังของไอ้ดันทัวร์ ถ้าไม่มีไอ้ฟันโง่ ๆ นั่น แกก็เป็นแค่ไอ้พวกกระจอก!” ชายหน้าหล่อชาวเกาหลีพูดเย้ยหยัน          “ทุกคน!! ถอยไปตั้งหลักก่อน ดูแลแฮปิส แล้วก็คนที่ไม่สามารถใช้พลังได้ด้วย!!” จิมมี่ตะโกนบอกเพื่อน ๆ ก่อนจะพ่นลมที่มีควันบุหรี่อบอวนออกมาเพื่อเป็นการพรางตัวก่อนจะประคองชายชุดขนสัตว์ร่างเล็กที่กำลังบาดเจ็บไปกับเขาด้วย          “ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของคุณเซียวซินฉีแล้ว..” น้องชายฝาแฝดผู้ใส่ชุดสูทสีขาวยิ้มกริ่มก่อนจะวิ่งตามพี่ชายของเขาที่กำลังไล่กวดพวกอดีตสมาชิกขององค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบตไปติด ๆ           ซึ่งหลังจากวิ่งตามเหยื่ออันโอชะไปสักพัก.. เมื่อควันเหม็นของบุหรี่ก็เริ่มจางลง รอบกายของสองพี่น้องชาวเกาหลีก็เงียบสงัด จนทำให้พวกเขาต้องย่างเดินแต่ละก้าวด้วยความระมัดระวัง          “หนั่บ! !..” ขาของลี คา ฮองที่เดินนำมา อยู่ ๆ ติดเข้ากับอะไรบางอย่างจนเสียหลัก! ก่อนที่ร่างกายของเขาจะค่อย ๆ เอนลงไปทับบนตาข่ายที่ดูเหนียวเหนอะหนะ ใช่แล้ว.. สิ่งนั้นคือใยของป๊อบปี้ มวายูรูอี สาวผิวสีหัวโล้นที่แต่งกายด้วยผ้าทอสีสีนฉูดฉาดนั่นเอง          และในชั่วพริบตานั้น! อานาพาสที่กำลังซุ่มอยู่ก็ได้พ่นพิษเข้าใส่ ลี คา ฮองในทันที เสมือนกับว่าชายชาวเกาหลีกำลังเป็นเป้านิ่งของเขา          พิษของหนุ่มนักผจญภัยพุ่งตรงไปโดนเป้าเข้าอย่างจัง!! โดยความรุนแรงของพิษนั้นมันก็ทำให้เนื้อผ้าของชุดสูทสุดเนี้ยบตรงบริเวณท้องโหว่เป็นรู            “หึ!.. แกมันก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าพวกเราหรอก!!” ทายาทตระกูลโบพรอยต์เย้ยกลับ          “หึ ๆ ..” ชายผู้มีซิ๊กแพคอ่อน ๆ บนท้องอันขาวเนียนยิ้มมุมปากออกมาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย แม้ว่าในขณะนั้นเขากำลังห้อยต่องแต่งอยู่บนใยของของป๊อบปี้.. พิษของอานาพาสถูกดูดซึมเข้าไปในผิวหนังของชายสูทแดงจนหมด          “นั่นมัน.. ความสามารถอวัยวะพิเศษของผม!!” ฟาคาราดีนที่จับพลัดจับผลูวิ่งตามมาด้วยพูดขึ้นหลังเห็นลี คา ฮองสามารถทนพิษของอานาพาสได้อย่างสบาย ๆ           ก่อนที่เดอะแฟนทาสติกเรดจะควบคุมขนที่แหลมเสมือนหนามของเขาให้ตัดเส้นใยของสาวแอฟริกันขาดเป็นจุลได้ภายในทีเดียว ก่อนจะเดินเข้าไปหาเหล่าผู้ที่ใช้อุบายซุ่มโจมตีด้วยใบหน้าที่ท้าทายให้โจมตีใส่เข้ามาอีก          “มันใช้พลังของอวัยวะพิเศษของพวกเราได้หมดเลยอย่างนั้นเหรอ!!? แถมยังแข็งแกร่งกว่าอีกด้วย! แล้วเราจะสู้กับมันยังไงดีล่ะเนี่ย!?” อดีตแรงค์เอแห่งองค์กรอักขระแห่งความมืดพ่นบุหรี่ที่กำลังคาบทิ้ง ก่อนพูดพลางกางแขนกันเพื่อนที่อยู่ด้านหลังให้ถอยร่นออกมาเรื่อย ๆ           “ฉันคิดว่าเรายังคงมีโอกาสที่จะชนะมันได้อยู่..” ฟาคาราดีนปลุกให้ความหวังลุกโชนขึ้นอีกครั้ง          “ฉันว่ากลไกการใช้พลังอวัยวะพิเศษของมันคือ มันจะส่งเม็ดเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะส่วนที่มันต้องการ ทำให้มันสามารถใช้พลังพิเศษจากอวัยวะเหล่านั้นได้!” ชายหน้าคมอธิบายจากการประมวลผลของเขา          “แล้วเราจะเอาชนะมันได้ยังไงล่ะ!?” ชาชาเดียร์ หญิงสาวรัสเซียหุ่นเซ๊กซี่ยังคงสงสัย          “ฉันว่ามันจะต้องมีขีดจำกัด.. อวัยวะพิเศษของมันคือเม็ดเลือดแดง ซึ่งแสดงว่าร่างกายส่วนอื่น ๆ  ของมันก็เป็นเหมือนกับคนปกติทั่วไป.. การหักโหมใช้พลังแบบนั้น อีกไม่นานร่างกายของมันจะพังไปเอง!” ชายชาวอาหรับอธิบายต่อ          “เฮ้เพื่อนเอ๋ย! ดูนั่นสิ!! เป็นอย่างที่ฟาคาราดีนพูดจริง ๆ ด้วย!! ตัวของมันแดงแจ๋แล้ว!!” อานาพาสชี้ไปที่ลี คา ฮอง          “วิเคราะห์ได้ดีหนิเจ้าทึ่ม.. ที่แกอธิบายมาเกือบจะถูกทั้งหมดแล้ว แต่มันผิดไปแค่นิดเดียวเอง” หนุ่มเกาหลีสุดหล่อผู้ซึ่งผิวของเขากลายเป็นสีแดงฉานไม่ต่างอะไรกับชุดสูทที่เขากำลังสวมใส่อยู่เอ่ยขึ้น          “และสิ่งเดียวที่แกวิเคราะห์ผิดนั่นก็คือ.. แกวิเคราะห์ว่าจะมีหนทางที่เอาชนะฉันได้ยังไงล่ะ!! ฮ่า ๆ  ๆ  ๆ !!” ลี คา ฮองพูดพลางกระดกขวดที่บรรจุเลือดของผู้เป็นน้องชายเข้าปาก.. และหลังจากนั้นเพียงครึ่งอึดใจสภาพร่างกายของเดอะแฟนทาสติกเรดก็ได้กลับมาปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง!          “ให้ตายสิ! ฉันลืมคิดถึงลี คา เพคไปเลย” หนุ่มเครางามตะลึงจนหน้าถอดสี          “งั้นก็จัดการไอ้หน้ากิมจิชุดขาวนั่นซะก่อนก็จบเรื่อง!!” อานาพาสลั่นวาจาก่อนจะฉวยโอกาสพ่นพิษของเขาออกไปหวังจะโจมตีชายเกาหลีผู้น้องทีเผลอ!           แต่ทันใดนั้นเอง! “ฝึ่บ!~” ลี คา ฮองก็ได้ใช้เม็ดเลือดแดงของเขาอัดพลังลงไปที่ขาก่อนจะพุ่งไปรับพิษแทนน้องชายได้อย่างทันท่วงที!          “ถ้าคิดว่ามีปัญญาแตะต้องน้องชายของฉันได้.. ก็ลองดู..” ชายชุดแดงพูดขึ้นด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะพ่นพิษจำนวนมหาศาลออกมาจากปากลงบนพื้น และเจ้าพิษนั้นมันก็ค่อย ๆ เซตรูปขึ้นกลายเป็นงูขนาดมหึมา           เขาหยิบขวดเลือดของน้องชายขึ้นมากระดกต่อ ก่อนจะใช้พลังอีกครั้ง           ซึ่งในคราวนี้เขาได้ปลดปล่อยเส้นขนของตัวเองก่อนจะให้มันไปรวมร่างกันจนกลายเป็นอัศวินชุดเกราะสุดน่าเกรงขาม และได้มอบดาบกับโล่อันแข็งแกร่งที่สร้างขึ้นจากเล็บไว้เป็นอาวุธให้กับมัน เพื่อคอยปกป้องลี คา เพค          “ฉันปกป้องน้องชายของฉัน น้องชายของฉันคอยช่วยเหลือฉัน แค่นี้ก็ไม่มีใครทำอะไรเราได้แล้ว!!” ลี คา ฮองพูดก่อนจะกระดกเลือดเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งขวดหลังจากใช้พึ่งพลังอันมหาศาลออกไป..