“อือ~” เว่ยเมิ่งลืมตาตื่นขึ้น เขาจะตื่นเสมอเวลาตายในความฝัน เว่ยหมิ่งยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยในบ่อน้ำร้อน ก่อนลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้า เขาไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนรู้แค่เพียงตอนนี้ยังเป็นยามค่ำคืนอยู่
‘คงไม่ใช่ว่าข้าหลับข้ามวันกระมัง?’ เว่ยเมิ่งยิ้มขำกับตนเอง ร่างของเว่ยเมิ่งค่อยๆพร่าเรือนหายไป เด็กน้อยใช้วิชาตัวเบาสุดพิสดารของตนวิ่งกลับบ้าน
ในขณะเดี่ยวกันนั้นเอง ณ มุมๆหนึ่งในป่าลึกของภูเขาตกสวรรค์ปรากฏร่างสองในชุดสีดำ หนึ่งในสองคนนั้นแบกถุงหนังขนาดใหญ่มาด้วย “เร็วกว่านี่!!” ชายชุดดำกล่าวกับอีกคนที่แบกถุงหนัง
“บัดซบ! ไอ้งั่งคนไหนบอกว่างานนี่เป็นงานง่ายๆกัน พี่ใหญ่! คนในหมู่บ้านนั้นพวกมันเป็นใครกันแน่! คนของพวกเราตายกันเกือบหมดทั้งๆที่ยังไม่ได้ลอบเข้าไปในหมู่บ้านด้วนซ้ำ พี่ใหญ่ข้าว่าเราทิ้งนังเด็กนี่หนีเอาตัวรอดแล้วค่อยกับมาแก้แค้นพวกมันทีหลังกันเถอะ” “ไม่ได้ เบื้องบนกำชับมาแล้วไม่ว่าจะต้องทำเช่นไร ก็ต้องนำตัวองค์หญิงลู่ลี่เอ๋อร์ไปให้ได้” ชายชุดกำผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยปฏิเสธ
ชายชุดดำที่ติดตามว่าสบทอย่างหัวเสียแต่ก็คงทำตามที่พี่ใหญ่มันบอก ทั้งสองเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านป่าทึบ เพียงแค่ดูวิชาตัวเบาของทั้งสองก็สามารถบอกได้เลยว่าพวกมันมีฝีมือที่ไม่ธรรมดา
“หยุดเดียวนี้!!” เป็นสามองค์รักษ์องค์หญิงแคว้นลู่ที่ติดตามมา หัวหน้าองค์รักษ์ส่งสัญญาณมือให้องค์รักษ์อีกสองคน ทั้งสามแยกตัวออก สองคนบุกไปข้างหน้าและอีกหนึ่งอยู่ข้างหลัง
ชายชุดดำที่แบกถุงหนังแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยม “ในเมื่อต้องการนัก บิดาคนนี้ก็พร้อมสนองให้!” มันโยนถุงหนังขึ้นฟ้าสูงลิ่วอย่างไม่ใยดี น่าแปลกมือสังหารอีกคนกลับไม่ห้าม
องค์รักษ์ทั้งสามอุทานอย่างตกใจแต่ก็ไม่ประมาท หัวหน้าองค์รักษ์มีวิชาสูงล้ำที่สุด พุ่งไปรับตัวองค์หญิงที่กำลังกรี้ดร้องอยู่ในถุงหนัง ส่วนอีกสองคนคอยเผชิญหน้ากับสองมือสังหารที่อยู่ตรงข้าม
หัวหน้าองค์รักษ์พุ่งไปรับถุงหนังกลางอากาศ ใช้กระบี่ฟันถุงหนังให้เปิดอย่างออกรวดเร็ว ข้างในเผยให้องค์หญิงแคว้นลู่ที่ถูกมัดมือเท้าอยู่ หัวหน้าองค์รักษ์รับตัวองค์หญิงมาลงบนพื้น “ถอย!” หัวหน้าองค์รักษ์ตวาดเสียงดัง
“พวกเจ้ารับพาตัวองค์หญิงหนีไป ข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้!” หัวหน้าองค์รักษ์บอกกับองค์รักษ์อีกสองคนเมื่อเห็นว่าพวกมือสังหารกำลังเข้ามา
“แล้ว หัวหน้า-”
“ไป!!” หัวหน้าองค์รักษ์ตวาดลั่น
องค์รักษ์อีกสองคนกัดฟันรับตัวองค์หญิงมา แล้วรีบกลับหลังพาองค์หญิงหลบหนี ทว่าขณะที่ทั้งสองกำลังหลบหนีนั้น กระบี่ของหัวหน้าองค์รักษ์กลับฟันไปที่หนึ่งในสององค์รักษ์ที่กำลังหลบหนี
“ท่าน!!” องค์รักษ์ที่กำลังอุ้มองค์หญิงเบิกตากว้าง เมื่อเห็นศีรษะของสหายกระเด็นออกจากบ่า พริบตาที่มันเสียสมาธิ มือสังหารที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ก็ปรากฏตัวที่ทางด้านข้างขวา และใช้กระบี่แทงศีรษะจนทะลุจนมันตาคาที่
“เพราะเจ้า! พี่น้องของข้าล้มตายกันไปเกือบหมด! หากเจ้าเตือนพวกเราก่อนเรื่องหมู่บ้านนั้น เรื่องทุกอย่างก็คงไม่เป็นเช่นนี้!” มือสังหารที่ดูอารมณ์ร้อนเดินเข้ามากระชากคอเสื้อหัวหน้าองค์รักษ์
หัวหน้าองค์รักษ์ไม่สนใจที่ถูกกระชากคอเสื้อแต่หันไปพูดกับพี่ใหญ่ของมือสังหารอารมณ์ร้อน “นำนางไปที่จุดนัดหมายก่อน แล้วข้าจะอธิบายทุกอย่าง”
“ได้” พี่ใหญ่มือสังหารพยักหน้า
“ซูอวิ้น! เจ้าต้องไม่ตายดี กล้าดียังไงถึงได้ทรยศข้า!” ในตอนนั้นเองเสียงแผดร้องขององค์หญิงที่อยู่ข้างๆศพขององค์รักษ์ก็ดังออกมา ซูอวิ้นหรือหัวหน้าองค์รักษ์ไม่แม้แต่จะเลือบตาไปมอง เพียงเริ่มเดินทางไปในป่าลึก
“หุบปาก!!” มือสังหารอารมณ์ร้อนหัวเสียที่ไม่ได้ระบายอารมณ์กับซูอวิ้นจึงหันมาลงกับองค์หญิงแทน
เพียะ!!.
มือสังหารตบไปที่ใบหน้าขององค์หญิงจนเลือดซึมออกมาที่ปาก “หากเจ้าปากมากอีกแค่ครั้งเดียว อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! บิดาจะดึงลิ้นของเจ้าออกมาเคี้ยวเล่น!”
องค์หญิงแคว้นลู่ตัวสั่น ปล่อยให้มือสังหารอุ้มตนเองพาดบ่าวิ่งเข้าไปในป่าลึก ‘ท่านแม่ช่วยลี่เอ๋อร์ด้วย ใครก็ได้ ได้โปรด’ ดวงตาหงส์ทั้งสองหลั่งน้ำตาลงมา ทำให้ตอนนี้นางเหมือนองค์หญิงผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไปหากแต่เป็นเด็กสาวธรรมดาผู้ทุกข์ทรมาน
พวกซูอวิ้นมาถึงจุดนัดหมาย ที่นั้นมีมือสังหารที่บาดเจ็บอยู่ราวๆสี่ห้าคน กำลังผัดกันทำแผล “พี่ใหญ่ แค่กๆ” มือสังหารหนึ่งออกไปรับพวกซูอวิ้น
“มีเหลือกันมาแค่นี้หรือ” พี่ใหญ่มือสังหารถาม
“ใช่แล้วพี่ใหญ่”
พี่ใหญ่มือสังหารสูดหายใจเข้าลึกๆ หันไปพูดกับซูอวิ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความอำมหิต “อธิบายมา”
ซูอวิ้นนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็เอ่ยปาก “ข้าเองก็ไม่มั่นใจว่าพวกมันคือใคร เท่าที่ข้าทราบมาลู่หลงเฟยเป็นคนวางแผนให้ข้านำองค์หญิงมาแวะพักที่นี้ ระหว่างเดินทางไปแคว้นต้าชิงเท่านั้น แต่หากข้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นฮ่องเต้แคว้นชิงที่แนะนำให้พวกเรามาที่หมู่บ้านแห่งนี้
“เหอะ เช่นนี้ก็เท่ากับเราเดินเข้าไปเหยียบหางเสือเข้าเต็มๆ” หนึ่งในมือสังหารที่กำลังทำแผลอยู่แค่นเสียงเบาๆ มันยังสั่นสะทานไม่หายเมื่อคิดถึงตอนลอบเข้าไปในหมู่บ้าน พวกมันยกกำลังมาที่หมู่บ้านนี้เกือบร้อยคน แต่เหลือกลับมาไม่ถึงสิบคน
“ยังจะมีพวกเราเหลือรอดมาอีกหรือไม่” หนึ่งในมือสังหารเอ่ยถาม
พี่ใหญ่มือสังหารส่ายหน้า “ไม่มีเวลาเหลือแล้ว พวกเจ้าเตรียมตัวซะ พวกเราจะออกเดินทางกันอีก.....นั้นอะไร?” พี่ใหญ่มือสังหารชะงัก มือสังหารคนหนึ่งลากตัวเด็กหญิงคนหนึ่งออกมา นางคือหลี่เยว์เอ๋อร์นั้นเอง เสื้อผ้าของนางสะบักสะบอมบนใบหน้าของมีรอยฟกช้ำอยู่หลายแห่ง
“ฮาฮาฮา ของดีเลยนะพี่ใหญ่ ข้าไปเจอมาระหว่างหนีพอดี นังเด็กนี่มีฝีมือไม่เลวอีกทั้งหน้าตายังสวยขนาดนี้คงขายได้หลายเงินแน่ๆ” มือสังหารใช้เชยคางนางขึ้นมา “เสียดายก็แต่หน้าตาเย็นชากับฤทธิ์เยอะไปซักหน่อย เอาละนังหนูถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ทำดีเข้าไว้ละ” มือสังหารกล่าวยิ้มๆ
ชอบไม่ชอบก็ comment เป็นกำลังใจให้หน่อยนะครับ