รุ่งอรุณของวันที่ 3 เดือนเอนมูว์ทัวร์
ถึงแม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าเพียงใด จิตใจอยากจะผ่อนคลายแค่ไหน
แต่พวกเราไม่อาจที่จะนอนหลับผักผ่อนในสถานที่แห่งนี้ได้
สถานที่ซึ่งเรียกว่า [ป่าสีชาด]
หน้าผาจำนวนมากปรากฏไปทั่วทุกสารทิศสายตา
หุบเหวลึกตามริมผานั้น มีไอร้อนระอุพวยพุ่งปะทุอย่างมิขาดสาย
ความร้อนที่สุดแสนจะเกินจินตนาการณ์นั้น ได้แผดเผาริมเชิงผาจนกลายเป็นสีแดงฉาน
ลาวาจำนวนมากไหลกระจายไปทั่วทุกสารทิศราวกับเป็นแม่น้ำที่ลากผ่านแผ่นดิน
แผ่นดินแห่งนี้กำลังลุกเป็นไฟ
ไม่เพียงแค่มีสภาพแวดล้อมอันผิดเพี้ยน แม้แต่ผืนป่าที่ขึ้นบริเวณนี้ยังมีความน่าหวาดหวั่นไม่แพ้กัน
ต้นหญ้าดาบ ต้นหญ้าหอก ต้นด้ายดำ รวมไปถึงต้นสีชาด เหล่าต้นไม้ที่เคยมีชีวิตและโจมตีพวกเขาในยามราตรี มันได้ปรากฏขึ้นในพื้นที่นี้ด้วย
ยามเมื่อต้องแสงตะวัน พวกมันได้หยุดเคลื่อนไหวลง
แต่ภายในดินแดนแห่งนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีกฏที่ว่านั้น
ม่านหมอกจากเปลวไฟปะทุ ได้กลายเป็นชั้นบรรยากาศปกคลุมพื้นที่เพื่อบดบังแสงจากพระสุริยะ
เหล่าต้นไม้ต่างเคลื่อนไหวมีชีวิต พวกมันคือนักล่าของผืนป่าสีชาด เป็นภัยร้ายคอยโจมตีใส่ทุกชีวิตซึ่งเยื้องกรายเข้าไป
เศษซากและโครงกระดูกสัตว์กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้ว
ราวกับเป็นภาพของขุมนรกชั้นที่หนึ่ง [สัญชีวมหานรก] เช่นนั้น
***แม่สาวนมติดลบ [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
“เออ… ที่นี่มันคืออะไรกันเนี่ยดอง? ”
ฉันตั้งคำถามให้กับตัวเอง
พอสงบสติลง แล้วหันไปในทิศที่ไพไรต์กำลังมองไป ก็พบว่ามีภาพของมหาขุมนรกมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเสียอย่างงั้น
ปัจจุบันนี้พวกเรากำลังอยู่ขอบเขตระหว่างพื้นที่ป่ากับดินแดนนรกสีแดง
แค่ปรายตามองดู ก็รู้แล้วว่าไม่ควรเหยียบเข้าไปเด็ดขาด
“#@! $& ออกไปก่อน”
ชายสิงโตที่ชื่อไพไรต์หันมาตะโกนบอกพวกเราด้วยภาษาท้องถิ่นอย่างร้อนรน
… เป็นคนที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลยแฮะดอง
ล่อพวกเรามาสถานที่อันตรายเพื่อรีดข้อมูล แล้วตอนนี้มาเตือนพวกเราให้รีบหนี
เป็นคนยังไงกันแน่นะดอง?
แต่เขาเป็นเพื่อนของโทแพน ยังไงก็คงเป็นคนดีที่เชื่อใจได้ระดับหนึ่งอยู่แล้วละดอง
“อืม---!? ”
“แง้ว! ”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
วานาดิไนต์ ชายเผ่าหมีที่มีผมและขนสีแดง กับโทแพนแม่สาวเสือเพื่อนของฉัน สองคนนั้นกำลังถูกแส้สีดำยาวมัดร่างเอาไว้อยู่
พวกเขาทั้งสองคนถูกแส้สีดำลากเข้าไปในเขตที่เหมือนกับนรกอย่างรวดเร็ว
มันเกิดขึ้นเร็วมาก รวดเร็วจนไม่มีใครในกลุ่มของพวกเราไหวตัวได้ทัน
“โพแทน! ”
ไพไรต์กรีดร้องเสียงดังลั่น แล้ววิ่งตามเข้าไปในดินแดนนรก โดยมีโนอาร์วิ่งตามหลังไปติด ๆ
"เอาไงก็เอาฟะ! "
ซุนไกท์ตะโกนเช่นนั้น แล้ววิ่งตามเข้าไปอีกคน
"..."
เอาแล้วไง พวกคนท้องถิ่นวิ่งเข้ากันแล้ว
อืม… ควรจะตามไปดีมั้ยเนี่ยดอง?
"ถ้าเป็นยอดบุรุษบานา เขาจะไม่มีวันทิ้งเพื่อนเด็ดขาด! "
ฉันพูดกับตัวเอง แล้วรีบเตรียมออกตัวเพื่อตามพวกเขาไป
"เดียวก่อน นั่นเธอคิดจะทำอะไร? "
แต่ทว่าโฮปกลับหยุดฉันเอาไว้เสียก่อน
“เออ… ตามไปช่วยพวกเขานะสิดอง”
“ผมไม่เอาด้วยนะ เจ้าพวกนั้นไม่ใช่พวกพ้องของเราสักหน่อย ทำไมต้องเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงให้ด้วยละ? ”
คำพูดของโฮปช่างฟังดูแล้งน้ำใจ แต่ในอีกทางหนึ่งคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง
แต่ว่านะ…
“โทแพนคือเพื่อนของฉันดอง”
ในกลุ่มของชนเผ่าท้องถิ่น มีเพื่อนของฉันรวมอยู่ด้วยนะดอง
“แล้วเธอเก่งกาจสามารถมากพอจะเอาชีวิตรอดได้หรือ? เธอไม่ใช่บานา ไม่ใช่ยอดวีรบุรุษ สิทธิในการทำตามอำเภอใจ เป็นเฉพาะของผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น! ”
จริงของโฮป...
พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตแล้ว เจ้าโฮปจะดูฉลาดขึ้นมาทันตาเห็นเลยละดอง
“แต่จะให้ปล่อยไปแบบนี้…ดอง...”
“ถ้าอย่างงั้นเอาแบบนี้เป็นยังไงค่ะ เพราะดูทรงแล้ว ขืนพวกเรากลับไปแบบนี้ คุณลี่คงได้แอบหนีกลับไปช่วยคนเดียวแน่นอนค่ะ”
“เป็นไปได้สูงมากแฟต”
“นิสัยอย่างยัยนี่ ทำแน่นอนอยู่แล้วละ”
โฮปกับเอซต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับความเห็นของแฟต
ผู้ชายกลุ่มเรานี่มันช่าง...
“ก่อนอื่น ให้ไฮเจนกับจาวิสบินตรงกลับไปหาอาจารย์แจ้งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นค่ะ เพื่อให้พวกเขาส่งทีมช่วยเหลือมาให้เร็วที่สุด ส่วนพวกเรานั้น ก็รีบตามเข้าไปเพื่อช่วยพวกเขาออกมากันค่ะ”
“ตกลงตามนั้นดอง! ”
การแบ่งกลุ่มให้คนที่เคลื่อนไหวได้ว่องไวอย่างไฮเจนเป็นคนแจ้งความ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
แน่นอนว่าเขาต้องการคนคุ้มกัน ดังนั้นการให้จาวิสตามไปด้วยจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ส่วนกลุ่มของพวกเรามีเอซที่เก่งกาจเทียบเท่ากับจาวิสอยู่ ดังนั้นจึงสามารถรับประกันความปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง
เป็นตัวเลือกที่น่าจะดีที่สุดในเวลานี้แล้วละดอง
“ขอปฏิเสธ ผมไม่ยอมให้น้องสาวไปเจอเรื่องอันตรายเด็ดขาด! ”
แต่ดูเหมือนว่าเอซจะไม่ยอมแฮะ
“ท่านพี่ค่ะ…”
ดิวซ์เรียกเอซด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย
“ต่อให้น้องบอกว่าอยากตามไปช่วยพี่ก็ไม่ยอม! ถึงพี่จะเก่งกาจแค่ไหน แต่สถานที่ดูน่ากลัวแบบนี้ พี่จะไม่ยอมให้น้องสาวสุดที่รักของพี่ต้องไป---”
“คือว่า… เหมือนว่าจะโดนจับตัวแล้วค่ะ”
“เฮ้ย!? ”
ทั่วร่างของดิวซ์นั้นกำลังถูกแส้สีดำรัดเอาไว้อยู่
เอซรีบชักมีดสีดำออกมา พร้อมกับกระโจนเข้าหาดิวซ์
แต่ไม่ทันแล้ว
ร่างของน้องสาวสุดที่รักของเขาได้ถูกดึงหายเข้าไปในดินแดนที่เต็มไปด้วยเปลวไฟนั้นไปแล้ว
“ดิวซ์!!!!!! ”
เอซกรีดร้องลั่น น้ำตาไหลทะลักออกมาเป็นหยาดโลหิตสีแดง
“เอาน้องสาวข้าคืนมาาาาาา! ”
เปลวไฟแห่งความโกรธได้ลุกท่วมร่างของเขาจนเห็นเป็นออร่าอันน่ากลัว
วงแหวนควบคุมวัตถุเริ่มทำงานจนส่องเป็นแสงรัศมีขึ้นที่หัวของเขา
วัตถุทรงไข่สีดำจำนวนห้าสิบลูกลอยขึ้นสูง ก่อนจะหมุนวนเป็นพายุทะลวงป่าที่ขวางตรงหน้า
พายุก้อนไข่นั้นบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางมันเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ยักษ์รูปร่างจรเข้แปดขาที่มีเขี้ยวน่ากลัว ต้นไม้มีชีวิตที่เต็มไปด้วยหนามแหลม แผ่นดินที่ลุกเป็นเปลวไฟพวยพุ่ง ทุกสิ่งได้ถูกพัดจนมลายหายไปสิ้น
“ดิวซ์!!!! น้องสาวของข้าาาาาา! ”
เอซวิ่งไล่ตามร่างของดิวซ์พร้อมกับกรีดร้องเช่นนั้น
เอซมันบ้าไปแล้วดอง
สุดท้ายพวกเราจึงเข้าไปในดินแดนที่คล้ายกับนรกด้วยเหตุนี้ไป
“ดิวซ์!!! ”
เพราะมีเส้นทางที่เอซ์เปิดเอาไว้ให้ เลยทำให้พวกเราสามารถวิ่งฝ่าเป็นเส้นทางตรงได้อย่างสบาย ๆ
เพียงแค่ไม่กี่นาที พวกเราก็ตามกลุ่มของไพไรต์ทันแล้ว
ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังต่อสู้อยู่กับกลุ่มของสัตว์ร้ายรูปร่างงูที่มีขาแปดขา
มันมีลำตัวยาวเกือบห้าเมตร หนาหนึ่งฟุต และมีเขี้ยวยื่นออกมาจากปากราวสิบเซนติเมตร
พวกมันสามารถพ่นเมือกออกมาผ่านทางลิ้นที่ยื่นยาวออกมาได้
เมือกที่พ่นออกมานั้น ส่งกลิ่นเหม็นของกรดกำมะถันจนฉุนจมูก
ไพไรต์เหวี่ยงตัวเองหลบเมือกนั้นได้อย่างเส้นยาแดง ก่อนจะตวัดดาบฟันลิ้นของมันขาดออกเป็นสองท่อน
ด้านข้างของเขา มีบุรุษกอลิล่ายืนคู่คอยปกป้องแผ่นหลังของไพไรต์เอาไว้อยู่
เขาใช้ไม้พลองสีขาวเป็นอาวุธ
ทุกครั้งที่เขาทุบไม้พลองลงไปบนกลางกระหม่อมของสัตว์ร้าย หัวของมันก็จะจมลงไปในพื้นดินพร้อมกับเกิดเป็นบ่อเลือดสีดำ
เป็นภาพของเหล่าบุรุษเพศที่ร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหลจนชวนจิ้นวายได้อร่อยนักดอง
แน่นอนว่าโนอาร์เองก็ร่วมสู้อยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกัน
“อย่ามาขวางทางงงงง! ”
เอซกรีดเสียงดังลั่น แล้วปล่อยลูกไข่ทั้งห้าสิบลูกซัดใส่ฝูงของสัตว์ร้าย
การโจมตีที่ไม่คาดฝันนี้ ทำให้พวกสัตว์ร้ายถึงกับตั้งตัวไม่ทัน
พวกมันถูกไข่สีดำที่หนักอึ้งกระแทกใส่อย่างรุนแรง จนตายคาทีแทบจะในทันที
“ลี่ อันตราย! ”
“ไม่เป็นไรดอง! ”
พรุนส่งเสียงเตือนดังลั่น
มีเจ้าสัตว์ร้ายตัวหนึ่งมุดดินมาปรากฏตรงหน้าของฉันพอดี
ฉันรีบใช้ปีกภูติเปลี่ยนมวลดินตรงฝ่าเท้าให้กลายเป็นโคลนตม พร้อมกับทำให้ตัวเองบินเหนือพื้นขึ้นมาราวหนึ่งเซนติเมตร
“กี๊ส!? ”
ทันทีที่เจ้าสัตว์ร้ายหมายจะพุ่งตัวเข้ามางับฉัน เท้าของมันก็จมลึกลงไปในผิวดินแล้ว
“ตายซะดอง! ”
ฉันไม่ปล่อยโอกาสทองตรงหน้าให้หลุดมือ ชักปืนกระบอกดำสำหรับฝึกที่ได้รับมาจากโฮปในวันนั้น แล้วยิงกระหน่ำใส่มันในทันที
เนื่องจากฉันเอามันไปปรับดัดแปลงความแรงเล็กน้อย เลยทำให้กระสุนรังสีที่ยิงออกมาสามารถฆ่าเอาชีวิตของมันได้
บาดแผลของมันเต็มไปด้วยกลิ่นไหม้พุพอง
“ยาก ยาก ยาก! ”
ฉันขยายขอบเขตของพลังเวทมนตร์ แล้วทำการเปลี่ยนพื้นโดยรอบให้กลายเป็นโคลนตม ก่อนจะสาดกระสุนปืนรังสีใส่ที่ใจกลางกระหม่อมของพวกมัน
“ปืนเหมาะกับฉันที่สุดจริง ๆ ด้วยดอง…”
ฉันพูดพึมพำกับตัวเองเช่นนั้น
หลังจากที่ได้ลองฝึกอาวุธมาหลาย ๆ แบบ ฉันก็พบว่าอาวุธรังสีรูปร่าง [ปืน] มันเหมาะกับฉันที่สุดแล้ว
อาวุธรังสีของพวกเรานั้นทำได้หลากรูปแบบ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้มีรูปร่างเหมือนปืน
เพราะว่ามันไม่จำเป็นต้องมีรังเพลิงหรือกระสุนปืน
แต่เนื่องจากแรงแขนของฉันที่เป็นลูกครึ่ง มนุษย์-ภูติ นั้นช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดิน การใช้ดาบหรือหอกจึงนับว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
เพราะมันหนักแถมยังใช้เล็งโจมตียาก ถ้าหากว่าไม่ได้ชำนาญจริง
สุดท้ายก็มาลงตัวที่ปืนจากกระบอกที่โฮปให้มาในตอนฝึกวันนั้นนั่นละดอง
“นี่เธอยังเก็บปืนกระบอกนั้นเอาไว้อีกเรอะ? ”
“ใช่ ทำไมหรือดอง? ”
“เปล่า…”
โฮปเบือนหน้าหนีไปทางอื่นในตอนที่ถามฉันเช่นนั้น
แปลกคนจริงดอง
“ทำไมถึงมาช่วย…”
ไพไรต์หันมาถามพวกเราด้วยภาษาของเขา
ฉันเลยชี้ไปทางเอซ
“ดิวซ์!!!! ”
*บรึ๊มมม!? *
เกิดเสียงอะไรบางอย่างระเบิดดังขึ้นมาอย่างรุนแรง
เอซเรียกไข่สีดำทั้งห้าสิบก้อนกลับมารวมที่ข้างหน้าของเขา แล้วสั่งให้มันพุ่งทะลวงตัดผืนป่าตรงหน้า
ต้นไม้ที่มีชีวิตซึ่งกำลังเข้ามาขวางเส้นทางพวกเรานั้น ได้หักโค่นลงไปบนผิวดิน
“พี่มาแล้วดิวซ์! ”
ก่อนจะกรีดร้องดัง แล้ววิ่งหายลับเข้าไปในผืนป่า
“...เข้าใจแล้ว”
ไพไรต์พยักหน้าให้คำตอบฉันด้วยสีหน้าเอือมระอา
หลังจากยืนพักเหนื่อยกันเล็กน้อย พวกเราจึงเริ่มออกตัววิ่งกันอีกครั้ง
เส้นทางที่ถูกเปิดออกโดยฝีมือของเอซนั้นเป็นเส้นตรงยาว จึงทำให้ง่ายต่อการวิ่งไล่ตามไป
“ดีนะที่มีเอซมาด้วย ดอง~”
ฉันมองไปหยั่งป่าที่ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองตรงหน้า
ป่าแห่งนี้มีชีวิต และยังเป็นผู้ล่าที่ร้ายกาจ
การจะทำลายป่าทั้งหมดเพื่อบุกไปช่วยทุกคนนั้น ด้วยกำลังของพวกเราคงเป็นไปไม่ได้
ต่อให้ฉันใช้พลังเพื่อทำลายมัน แต่คงทำตัวเองหมดแรงจนเป็นปุ๋ยอยู่ใจกลางป่านั่นแหละ
การที่มีเอซอยู่ในกลุ่มในเวลานี้ นับว่าช่วยได้มากทีเดียวดอง
“เดียว… ทำไมเส้นทางถึงมาหยุดลงตรงนี้ละคะ? ”
พรุนกางมืออกเพื่อหยุดพวกเราเอาไว้
เส้นทางป่าที่ถูกเอซถ่างเอาไว้ ได้มาหยุดลงกลางทางเอาดื้อ ๆ
ด้านขวาคือแม่น้ำลาวาอันร้อนระอุที่กว้างกว่าห้าเมตร จึงไม่มีทางที่เขาจะกระโดดข้ามไปอีกฟากได้
ผืนป่าโดยรอบที่เคยเคลื่อนไหว ได้ฉับพลันนิ่งเงียบจนชวนน่าสงสัย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นดอง…
“มีหยดเลือดสีแดงบนพื้นค่ะ...”
แฟตชี้ไปที่กองเลือดสีแดงตรงพื้น
กองเลือดนั้นดูสดใหม่ราวกับพึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้
หยาดโลหิตนั้นหยดไหลลงมาจากข้างบน
และเมือแหงนมองขึ้นไปดู
“เอซ! ”
ก็พบร่างของเอซท่วมเลือดที่กำลังถูกเถาวัลย์สีดำรัดเอาไว้จนแน่น
เถาวัลย์นั้นเต็มไปด้วยหนามแหลม และมันกำลังทิ่มแทงลงไปในร่างกายของเอซอยู่
“อึ๊ก… ปล่อยผมนะ! ”
ดูเหมือนว่าเอซจะยังไม่ตาย
แต่สภาพเช่นนั้นคงขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
เจ้าต้นเถาวัลย์สีดำนั้นมีขนาดใหญ่มาก
มันกระจายไปทั่วผืนป่าด้านบน และมีเป็นจำนวนมาก
หากสังเกตุให้ดี ก็จะพบว่ามันแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่าเลยทีเดียว
*กร๊อบ แกร๊บ*
เสียงบดขยี้กิ่งไม้ใบหญ้าเริ่มดังขึ้นมา
“เส้นทางถูกปิดแล้ว ปิว!? ”
เส้นทางที่พวกเราเดินมาเมื่อกี้ ได้ถูกเถาวัลย์จำนวนมากปิดล้อมเอาไว้แล้ว
เจ้าเถาวัลย์นี้มันไม่คิดที่จะให้พวกเรามีชีวิตรอดออกไป
พวกเราคือเหยื่อของมัน
“มันล่า-พวกเรา-เตรียมรับมือ! ”
ไพไรต์กรีดเสียงดังลั่น
และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้ฉันได้รับรู้
ว่างานสำรวจ มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่หนังสือชวนเชื่อได้เขียนเอาไว้เลยสักนิด
ไม่เลยแม้แต่นิดเดียวดอง...