ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    การทดสอบเริ่มขึ้น

    ฟางเฉินในจิตวิญญาณดวงตาของตัวเองมองไปรอบ ๆ แต่สิ่งที่ฟางเฉินเห็นคือมีเส้นสีแดงกรายออกมารอบ ๆพื้นที่แห้งแร้งซึ่งเส้นสีแดงนี้เหมือนกับรากของต้นไม้ที่กระจายออกไปรอบ ๆพื้นดิน“นี่คือวิธีดูดซับพลังงานของเจ้าต้นสมุนไพรนั้นยังไงละ” ความโลภกล่าว“ไม่แปลกใจเลยที่ต้นไม้ใบหญ้าจะตกตายไปจนหมด แต่แบบนี้ข้าก็สามารถหาเจ้าต้นไม้นั่นไม่ยากสินะ” ฟางเฉินคิดแต่ในขณะที่ฟางเฉินและเย่เซียนกำลังเดินตามเส้นสีแดงไป ด้านหน้าของฟางเฉินอยู่ ๆก็ปรากฎชายชราคนหนึ่งเข้ามาขวาง“พวกเจ้าเป็นใคร ที่นี่เป็นพื้นที่ต้องห้ามของสำนักอู่ พวกเจ้ารีบใสหัวออกไปซะ” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ระดับสวรรค์ขั้นสูงสุด” ฟางเฉินคิดและขมวดคิ้ว“พวกเราเป็นศิษย์ของสำนักจู่หลงที่เข้าร่วมการประลองและพอดีพวกเราเดินเล่นแล้วเกิดหลงทางมาที่นี่” ฟางเฉินกล่าว“ถ้างั้นพวกเจ้าก็รีบออกไปซะ” ชายชรากล่าว“ตกลงพวกเจ้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับจูงมือของเย่เซียนออกไป“เกิดอะไรขึ้นทำไมเจ้าถึงได้ดูร้อนรนแบบนี้” เย่เซียนกล่าว“ชายชราคนนั้นอันตรายถ้าพวกเราดื้อด้านอยู่ต่อละก็เขาจะฆ่าพวกเราแน่” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับหลั่งเหงื่อออกมา“เจ้าเด็กนั่นหรือว่ามันจะรู้ว่าสมุนไพรนั่นอยู่ที่ใหน ไม่เป็นไปไม่ได้แม้แต่ข้าที่ใช้เวลามาถึง 50 ปีก็ยังไม่สามารถตามหามันพบได้” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้ายชายชราได้ออกตามหาสมุนไพรต้นี้มานานแต่สมุนไพรต้นนี้มันฉลาดและซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดทำให้ชายชราไม่สามารถหามันพบ และระดับสมุนไพรนั้นก็ถูกแบ่งตามระดับจาก ต่ำ กลาง สูง ปฐพี นภา สวรรค์ เซียน เทพ ซึ่งสำหรับสมุนไพรที่มีสติปัญญานั้นอย่างต่ำจะต้องอยุ่ระดับนภาหรือสูงกว่านั้นเพราะงั้นชายชราจึงไม่กล้าที่จะใช้กำลังบังคับให้สมุนไพรต้นนั้นออกมาเพราะเมื่อมันปรากฎตัวตนระดับสูงทั้งหมดในทวีปจะรับรู้ได้ทันทีและตอนนั้นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมุนไพรก็จะเริ่มขึ้นเมื่อพวกฟางเฉินออกมาแล้วฟางเฉินก็กลับที่พักทันที จากนั้นฟางเฉินก็ได้เล่าสิ่งที่พวกตนไปพบมาให้กับเย่เทียนฟังเพราะเรื่องนี้ฟางเฉินจัดการคนเดียวไม่ได้ สมุนไพรระดับนภาซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวตนระดับสวรรค์ต้องการเพราะมันจะช่วยให้พวกเขาทะลวงระดับกึ่งเซียนได้“นี่เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ” เย่เทียนกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น“แน่นอน แต่ว่าที่นั่นมีชายชราคนหนึ่งที่น่ากลัวเฝ้าอยู่” ฟางเฉินกล่าว“แบบนี้นี่เอง ดีแล้วที่พวกเจ้าไม่เป็นอะไร ส่วนเรื่องสมุนไพรข้าจะรองปรึกษาผู้พิทักษ์ทั้งสองดูเพราะเรื่องนี้อันตรายอย่างมากสำนักอู่คงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ถ้าเรื่องนี้รั่วใหล” เย่เทียนกล่าว“ก็จริง” ฟางเฉินกล่าว“เอาละพวกเจ้าไปพักผ่อนได้แล้วการประลองจะเริ่มพรุ่งนี้แล้ว” เย่เทียนกล่าวเวลาผ่านไปรุ่งเช้าก็มาถึง ขุมอำนาจทั้งหมดต่างมารวมตัวกันที่สนามประลอง และที่นั่งบนสุดซึ่งเป็นที่นั่งของผู้อาวุโสจากนิกายพฤกษาคราม และด้านหลังของผู้อาวุโสคนนั้นมีชายหนุ่มและหญิงสาวยินอยู่คาดว่าทั้งสองน่าจะเป็นศิษย์ของนิกายพฤกษาคราม“นั่นคือผู้อาวุโสของนิกายพฤกษาคราม” ฟางเฉินสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่หนักหน่วงของอีกฝ่าย“ใช่ นั่นคือผู้อาวุโสของนิกายที่ยิ่งใหญ่ และแรงกดดันนี้ก็คือระดับกึ่งเซียน” เย่เทียนกล่าวด้วยความหวาดกลัว“หืมดูนั่น นั่นมันหลิงเซี่ย ไม่ใช่เหรอทำไมนางถึงมาอยุ่ที่นี่ไม่ใช่ว่านางเข้าร่วมกับนิกายพฤกษาครามแล้วหรอกเหรอ” ศิษย์คนหนึ่งกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังหญิงสาวชุดแดงเพลิงที่นั่งอยู่กับเจ้าสำนักเว่ย“นั่นคืออัจฉริยะของสำนักเว่ยเมื่อครั้งก่อนได้รับชัยชนะในการประลองและได้เข้าร่วมกับนิกายพฤกษาคราม” เย่เทียนกล่าว“เพราะนี่สินะทำให้สำนักเว่ยทำตัวยโสแบบนี้” ฟางเฉินกล่าวเพราะตอนนี้สำนักเว่ยแสดงสีหน้าหยิ่งยโสออกมาให้เห็นอย่างเปิดเผย“เอาละในเมื่อขุมกำลังทั้ง 6 มากันครบแล้วข้าก็ขอเปิดงานประลองของทวีปฉางลั่ว ณ บัดนี้ ก่อนอื่น ข้าจะทำการทดสอบผู้มีคุณสมบัติในการขึ้นมาประลองเสียก่อน การทดสอบไม่ยากแค่เจ้าสามารถสังหารอสูรระดับ 5 ได้เจ้าก็จะมีคุณสมบัติในการขึ้นมาประลองทันที และกฎของการประลองก็เหมือนทุกปี ห้ามมีการสังหารอีกฝ่าย และห้ามไม่ให้ใช้เม็ดยาฟื้นฟูหรือเม็ดยาเพิ่มพลังในระหว่างการประลองอย่างเด็ดขาด” ผู้อาวุโสของนิกายพฤกษาครามกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลังกลิ่นอายของกึ่งเซียนกระจายออกมาทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน“เอาละเริ่มการทดสอบได้” เมื่อสิ้นเสียงอัจฉริยะของสำนักอู่ซึ่งเป็นเจ้าภาพก็เริ่มทดสอบก่อน ซึ่งอัจฉริยะของสำนักอู่ทั้ง 10 คนล้วนอยู่จุดสูงสุดของระดับนักรบทั้งสิ้น“นั่นมันตะขาบหลังเหล็กนี่” ศิษย์ของสำนักอู่หน้าเปลี่ยนสีเสื่อพบเจอกับอสูรตัวใหญ่ซึ่งมีความยาวถึง 20 เมตร“เอาละใครจะเริ่มก่อน” กรรมการกล่าว“ข้าเอง” ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมา“นั่นอู่ซวนอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักอู่ในปีนี้” เสียงพูดคุยเริ่มขึ้น“ก๊าซซซซซซ” ตะขาบหลังเหล๊กคำรามออกมาและพุ่งเข้าหาอู่ซวนทันที อู่ซวนยิ้มเย้ยหยันพร้อมกับปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองออกมา“จิตวิญญาณธาตุทองระดับสวรรค์ ไม่น่าเชื่อ จิตวิญญาณธาตุทองระดับสวรรค์” ผู้คนพากันตื่นตระหนกเมื่ออู่ซวนปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองออกมาร่างของอู่ซวนกลายเป็นสีทอง อู่เซียนยิ้มออกมาและชกหมัดที่ทรงพลังออกไป หมัดของอู่เซียนปลดปล่อยกลิ่นอายของราชันออกมาทำให้ตะขาบหลังเหล็กต้องหวาดกลัว“แข็งแกร่งมาก” เย่เซียนกล่าวออกมาตะขาบหลังเหล็กถูกบดขยี้ทันที ด้วยพลังที่แข็งแกร่งของอู่ซวนทำให้ศิษย์สำนักอู่พากันส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้น“หึ สมกับเป็นสำนักอู่ มีศิษย์ที่มีพรสวรรค์ใช้ได้อยู่ด้วย” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าวขึ้น“แต่ในนิกายของเราพรสวรรค์ระดับนี้ก็หาได้ทั่วไป” ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก“เพราะที่นั่นมีทรพยากรที่สมบูรณ์ต่างหาก แต่ที่นี่ต่างกัน ทรัพยากรของที่นี่มีจำกัดและการที่เขามาถึงระดับนี้ได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว” แต่หญิงสาวอีกคนกลับกล่างค้าน“แล้วยังไง โชคชะตาของพวกเขานั้นได้ถูกลิขิตให้กลายเป็นแบบนี้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยันในขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกัน ศิษย์ของสำนักอู่ก็เริ่มทดสอบทีละคนแต่ก็มีเพียง 8 คนเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบต่อไป จากนั้นขุมอำนาจอื่น ๆก็เข้ามาทดสอบ“นั่นคือองค์ชายสองจากราชวงศ์ ลู่ ได้ข่าวว่าเขาเป้นคนที่มีพรสวรรค์แต่มีนิสัยบ้ากามและชอบลักพาตัวหญิงสาวที่ถูกใจเข้าตำหนักของตัวเองอีกด้วย” เย่เซียนกล่าวและมองไปที่ชายหนุ่มซึ่งมีหน้าตาชั่วร้าย“การทดสอบที่น่าเบื่อแบบนี้ข้าจะให้จบในพริบตา” ลู่เฮ่ยคำรามออกมาและปลดปล่อยจิตวิญญาณหอกสีดำของตัวเองออกมา ซึ่งแรงกดดันของจิตวิญญาณออกทำให้ฟางเฉินต้องหรี่ตาลง เพราะลู่เฮ่ยเองก็มีจิตวิญญาณระดับสวรรค์เช่นกัน