บทที่ 41 พี่ใหญ่เสด็จมาแล้ว
ในใจเยี่ยเจียอี๋ยังคงโกรธจนไม่ยอมพูดด้วยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หานชิงอวี่กลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย หลังจากรักษาคนไข้บางรายกับเจิ้งอวิ๋นแล้ว เวลาในหนึ่งวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก็ถึงเวลาเลิกงานเพียงชั่วพริบตา
ทันทีที่หานชิงอวี่เพิ่งลงมาถึงชั้นล่าง สายจากวีแชตในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขารับสายแล้วยกขึ้นแนบหูด้วยความเคยชิน โดยไม่ทันได้ดูว่าใครโทรมา
เป็นผลให้เสียงกังวลพร้อมเสียงกดต่ำดังจากฝั่งนั้นมาถึงหูของหานชิงอวี่
“พี่อวี่ ช่วยด้วยย!!”
หากคนปกติได้ยินประโยคนี้จะต้องสีหน้าตึงเครียดทันทีแน่นอน และถามอีกฝ่ายว่าต้องการให้ช่วยโทรหาตำรวจไหม
แต่คนปลายสายอีกด้านของโทรศัพท์คือหลี่หยาง และคนที่รับโทรศัพท์คือหานชิงอวี่
ในฐานะคนที่คอยเช็ดก้นให้หลี่หยางตลอดทั้งปี หานชิงอวี่ได้คิดหาสถานการณ์สมมติที่เหมาะสมสำหรับท่าทางย่ำแย่นี้ของหลี่หยาง
โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่เจ้าเด็กคนนี้รู้ตัวว่าไปทำเรื่องอะไรไม่ดีมา ก็จะรอให้เขาไปช่วย
ดังนั้นหานชิงอวี่จึงถอนหายใจยาว ดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องกลับบ้านแล้วละ
“บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น?”
หานชิงอวี่เพิ่งพูดจบ หลี่หยางที่อยู่ปลายสายอีกด้านก็รีบพูดอย่างร้อนรน
“พี่อวี่ พี่รีบมาเถอะ คืนนี้ผมเข้าเวร แล้วมีเรื่องเกิดขึ้น!!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ร้อนรนของหลี่หยาง หานชิงอวี่ก็เข้าใจทันที ครั้งนี้เจ้าเพื่อนตัวดีไม่ใช่แค่ก่อเรื่อง เพราะปัญหาที่เขาก่อน่าจะค่อนข้างใหญ่มากทีเดียว
“นายรอก่อน ฉันจะรีบไป”
หลังจากนั้นไม่นาน หานชิงอวี่ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องเข้าเวรที่คุ้นเคยของแผนกฉุกเฉิน
บริเวณนอกห้องเข้าเวร หลี่หยางกำลังเดินไปรอบ ๆ อย่างกังวล เมื่อเห็นหานชิงอวี่มาถึง ก็ทำสีหน้าราวกับว่าเห็นผู้ช่วยชีวิต เขารีบสาวเท้าวิ่งยาว ๆ เข้ามาหา
“พี่อวี่ ในที่สุดพี่ก็มาแล้ว!”
ตั้งแต่หลี่หยางโทรมา ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีหานชิงอวี่ก็วิ่งมาถึง แต่เมื่อดูจากสีหน้าหลี่หยาง กลับเหมือนว่าผ่านไปแล้วห้าปี
“หยุดพูดเพ้อเจ้อ แล้วบอกฉันมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ขณะที่หานชิงอวี่รับเสื้อกาวน์สีขาวที่หลี่หยางส่งให้พร้อมทั้งติดบัตรทำงานบนหน้าอก เขาพลางพูดกับเพื่อนซี้ตรงหน้าไปด้วย
“ผม ผมทำการผ่าตัดพลาด...”
หลี่หยางหลบสายตา แต่ไม่รู้ว่าทำไม เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม
“ฉันจำได้ว่าคนเข้าเวรในแผนกฉุกเฉินต้องมีอย่างน้อยสองคนไม่ใช่เหรอ แล้วอีกคนหนึ่งล่ะ?” เวลานี้หานชิงอวี่ก็สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงถาม
พอได้ยินคำถามนั้นขึ้นมา หลี่หยางก็กลายเป็นคนพูดไปด่าไปทันที
หลังจากฟังหลี่หยางเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว หานชิงอวี่ถึงรู้ว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น หานชิงอวี่ผู้ไม่ค่อยโกรธ เวลานี้ในใจก็คุกรุ่นไปด้วยความโกรธเช่นกัน
“ไอ้ขยะ เดิมทีเป็นเพราะในแผนกคนไม่พอ เราสองคนจึงถูกปล่อยให้เข้าเวรที่นี่ชั่วคราว ถ้าทำตามการวางแผนของพี่ปิง วันนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องขึ้นแล้ว”
“แต่พอมีคนไข้มา เฉินฟาก็ยืนกรานว่าเขาสามารถรับมือเองได้ แทนที่จะขอให้คนอื่นช่วย”
“คนอื่นก็คิดว่าเขาเป็นมืออาชีพ วางใจให้เขาจัดการบาดแผลได้ แต่ไม่ใช่เลย ทำได้แค่ครึ่งหนึ่งก็ทิ้งปัญหาเละเทะไว้ให้ผม ผมโคตรจะ...”
เมื่อหลี่หยางพูดไปได้ครึ่งทาง ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าตอนนี้เหมือนกำลังสร้างปัญหาให้กับหานชิงอวี่ ดังนั้นจึงเอามือลูบหัว พูดด้วยน้ำเสียงขอโทษ
“พี่อวี่ พี่คงไม่โทษผมที่นำเรื่องยุ่ง ๆ นี้มาให้พี่ใช่ไหม?”
“พูดอะไรน่ะ? หรือในช่วงหลายปีที่ผ่านมาฉันช่วยนายจัดการเรื่องยุ่ง ๆ น้อยเกินไปหรือเปล่า? และนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของนาย ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเฉินฟาที่ไม่รู้จักประเมินความสามารถตัวเอง” ขณะที่หานชิงอวี่หัวเราะเยาะเย้ยเเละต่อว่าบุคคลที่สาม พลางลูบหัวหลี่หยางแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไปกันเถอะ พาฉันไปดูคนไข้”
เมื่อได้ยินหานชิงอวี่พูดอย่างนั้น หลี่หยางก็รู้สึกโล่งใจทันที แต่เขายังคงพูดเสริมด้วยสีหน้าลำบากใจอีกว่า
“พี่อวี่ พี่ต้องระวังตัวหน่อยนะ คนไข้วันนี้ เหมือนจะไม่ธรรมดานิดหน่อย…”
หลังจากหานชิงอวี่ได้ยินคำพูดนี้ ในใจก็อดที่จะรู้สึกแปลกไม่ได้ แม้ว่าเขาจะเป็นแค่นักศึกษา ST เหมือนกับหลี่หยาง แต่ช่วงนี้ก็ได้เจอคนไข้ที่ถือว่าค่อนข้างมาก จะบอกว่าไม่มีประสบการณ์เลยก็คงไม่ได้
ไม่ธรรมดา? ไม่ธรรมดาแบบไหนกัน?
แต่วินาทีต่อมา เริ่มตั้งแต่วินาทีที่หลี่หยางเปิดประตูห้องเข้าเวร หานชิงอวี่ก็เข้าใจแล้วว่ามันไม่ธรรมดายังไง
ในห้องเข้าเวร เขาเห็นชายวัยกลางคนที่สวมแจ็คเกตหนังคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ และสองข้างของเขาขนาบไปด้วยชายผอมแห้งหน้าตาดุดัน ตัดผมสกินเฮดสามคนยืนอยู่
หากคาดเดาอายุแล้ว น่าจะน้อยกว่าชายสวมแจ็กเกตหนังไม่มาก
แต่บนร่างกายของพวกเขาต่างมีลวดลายมังกรและฟีนิกซ์พาดขวาง ส่วนบางคนก็มีรอยสักบนหัวด้วยซ้ำ และบริเวณรอยสักบนผิวหนังที่มีรอยกระดำกระด่างกลายเป็นแผล ถือว่าเป็นฝันร้ายของหมอเลยทีเดียว
ท้ายที่สุดจะดูก็เห็นไม่ชัด และความยากในการลงมือจัดการก็เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
ตอนนี้พวกเขาเห็นหลี่หยางกลับมาแล้ว คนเหล่านี้ก็ล้อมรอบเขาทันที แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถืออะไรไว้ในมือ แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงการข่มขู่จึงรีบหลบไปด้านหลัง
“ที่นี่พวกมึงตกลงเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานหรือเปล่าวะ? เมื่อกี้ยังอยากจะรักษาขาของลูกพี่กูอยู่เลย แต่หมอคนหนึ่งทำไม่ได้ แล้วหมอสองคนจะยังทำไม่ได้อีกรึเปล่าฮะ!”
“วันนี้ถ้าพวกมึงทำให้ลูกพี่กูเจ็บอีก จะถล่มโรงพยาบาลให้เละเลย!”
ชายหนุ่มที่มีลายมังกรและฟีนิกซ์บนร่างกายพูดด้วยความมั่นใจ ขณะที่พูด เขาก็ชกหมัดไปที่หลี่หยางราวกับจะข่มขู่เขา
หลี่หยางจึงลดเสียงพูดกับหานชิงอวี่ที่อยู่ด้านข้าง
“พี่อวี่ เมื่อกี้ตอนผมลงมือทำแผล ไม่ระวังทำลูกพี่ของพวกเขาเจ็บ เกือบโดนต่อยแล้ว พี่อวี่ พี่ระวังด้วยนะ!”
หานชิงอวี่มองไปที่คนเหล่านั้นอย่างไม่ได้สนใจพวกเขา แต่กลับดึงเก้าอี้มานั่งข้างหน้าชายที่สวมแจ็กเกตหนัง ก่อนจะโน้มตัวลงไปตรวจดูบาดแผลที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียด
เขาเห็นบาดแผลลึกที่ค่อนข้างน่ากลัวบนน่องของชายสวมแจ็กเกตหนัง ผิวหนังถูกอะไรบางอย่างกรีดจนเผยให้เห็นเนื้อของกล้ามเนื้อด้านใน สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือมีทั้งทราย กรวด ฝุ่น และเศษอื่นๆ อยู่บนแผล
หากยังไม่ล้างแผลก็ไม่มีใครรู้ว่าจะมีความเสี่ยงที่บาดแผลจะแย่ลงหรือไม่
หานชิงอวี่มองไปที่แผลแล้วถามก่อนว่า “แผลนี้ลึกมาก ไปโดนอะไรมาครับ?”
ลูกน้องที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ก้าวมาข้างหน้าทันที ก่อนจะพูดเสียงดัง “ไม่เกี่ยวอะไรกับแก รีบช่วยรักษาแผลให้ลูกพี่ฉันเร็ว ไม่งั้นแกได้เห็นดีแน่!”
หานชิงอวี่มองไปที่พวกอันธพาลที่อยู่ด้านข้างด้วยสายตารังเกียจ “ถ้าไม่ทราบสาเหตุของแผลชัดเจน แล้วทำให้ลูกพี่คุณเจ็บ คุณจะรับผิดชอบไหม?”
เมื่อเห็นลูกน้องตัวเองถูกหานชิงอวี่ตอกกลับจนพูดไม่ออก ทันใดนั้นชายสวมแจ็กเกตหนังก็รู้สึกสนใจ “ดูเหมือนคุณจะไม่กลัวพวกเราเลยนะ?”
หานชิงอวี่ยิ้ม “ผมกำลังรักษาให้คุณ หากพวกเขาเข้ามายุ่งในเวลานี้ นั่นไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับลูกพี่อย่างคุณเหรอ?”
ชายสวมแจ็กเกตหนังหัวเราะเสียงดังหลังจากได้ยินคำพูดของหานชิงอวี่
“บอกตามตรง แผลนี้ของฉันเกิดจากถูกลวดเหล็กข้างถนนเกี่ยวตอนขี่มอเตอร์ไซค์ ตอนนี้แผลค่อนข้างใหญ่ และยังมีแผลอื่น ๆ ตามตัวด้วย”
“คุณลองดูว่าควรจัดการยังไงเถอะ”