THE ONE

    ตอนที่ 58 จัดการพยัคฆ์เพลิงหางดาบ


            ทันทีที่สองพี่น้องซินเหยียนและไหเจินปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของตัวเองออกมา บรรยากาศของกลุ่มก็ดีขึ้น ส่วนสัตว์อสูรที่รายล้อมอยู่ก็มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นไม่ได้บุกจู่โจมกันอย่างสะเปะสะปะอีกต่อไป แต่พวกมันเริ่มที่จะจัดรูปขบวนของกลุ่มแล้ว

                  

            นั่นแสดงให้เห็นว่ามันสามารถรับรู้ได้ว่า คู่ต่อสู้ของมันแข่งแกร่งขึ้นกว่าที่พวกมันรับรู้ในตอนแรก และเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการศัตรูด้วยพวกมันไม่กี่ตัวแต่ต้องรวมตัวกันโจมตีอย่างเป็นระบบ เพราะพวกมันยังคงได้เปรียบเรื่องจำนวน

                  

            ซินเหยียนเห็นแบบนั้นก็ต้องตกใจเพราะก่อนหน้านี้ พวกสัตว์อสูรจะไม่รวมกลุ่มกันโจมตีอย่างมีแบบแผนถ้าหากไม่มีหัวหน้าฝูง ซึ่งตอนนี้หัวหน้าฝูงของมันก็คือพยัคฆ์เพลิงหางดาบดังนั้นตอนนี้พวกมันไม่ควรทำแบบนี้ได้

                  

            แต่ถ้าหากมันทำได้ แสดงว่าพวกมันมีลำดับขั้นย่อยที่ต่ำกว่าอีกในฝูงย่อยตอนนี้

                  

            นางพิจารณารอบด้านอย่างถี่ถ้วนแต่ก็ไม่พบสัตว์อสูรตัวไหน ที่พอจะระบุได้ว่าเป็นหัวหน้าของพวกมันในตอนนี้เลย

                  

            ทางด้านเทียนคง เขามาถึงจุดที่รองหัวหน้าชายฉกรรจ์คนนั้นแล้วและก็ต้องพบว่า ตอนนี้คน 5 คนที่คอยรับมือกับพยัคฆ์เพลิงหางดาบ เหลือเพียงเขาคนเดียวซึ่งจริง ๆไม่ได้เรียกว่ารับมือหรอก ดูเหมือนเขากำลังถูกเล่นโดยพยัคฆ์เพลิงหางดาบมากกว่า

                  

            ส่วนอีก 4 คน เท่าที่เห็นคือนอนสิ้นสภาพอยู่ 2 และน่าจะหมดลมหายใจไปแล้ว เพราะสภาพนั้นมีบาดแผลเหวอะหวะจนอวัยวะภายในทะลักออกมาบางส่วนส่วนอีก 2 คนไม่ทราบหายไปไหน

                  

            เทียนคงพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก็คิดว่าอีกสองคนที่หายไปน่าจะตัดสินใจทรยศแล้วหนีไปเหมือนสามคนของกลุ่มเขา

                  

            เทียนคงไม่รอช้าอีกต่อไป เขาใช้ทักษะดรรชนีเอกสุริยันผสานเข้ากับปราณเทพนักรบแปลงพลังให้กลายเป็นกระสุนขนาดเท่าหัวแม่มือ ยิงออกไปยังจุดข้อต่อของพยัคฆ์เพลิงหางดาบทำให้มันสะดุดและล้มคะมำ และงุงงงว่าเกิดอะไรขึ้น

                  

            แต่มันก็ช้าไป เพราะกว่าจะรู้ตัวเทียนคงก็ถึงตัวชายฉกรรจ์แล้วพาเขาออกมาจากอุ้งมือขนาดใหญ่ที่เหยียบเขาอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

                  

            “ทะ ท่าน กลับมาทำไม ......ดะเดี๋ยวก่อนนะ นี่ท่าน .....”

                  

            “อย่าเพิ่งพูดอะไร ท่านหนีไปก่อนพาศพคนของท่านไปด้วย เดี๋ยวข้าตามไป” เทียนคงไม่ให้ชายฉกรรจ์ได้พูดอะไรต่อ แน่นอนว่าเขาต้องสงสัยและตกในมากแน่ๆ เพราะตอนนี้พลังที่เทียนคงแสดงออกมานั้นคือระดับเชี่ยวชาญขั้น 5แม้จะยังไม่ใช่ระดับสูงสุดของเขาแต่นี่มันก็มากเกินพอที่จะจัดการกับพยัคฆ์เพลิงหางดาบตัวนี้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงพลังทั้งหมดออกมาให้คนอื่นรู้

                  

            ชายฉกรรจ์ไม่พูดมากอีกแล้วรีบพาร่างที่บาดเจ็บของตัวเองแบกศพคนของเขาทั้งสองร่างออกไป

                  

            ทางด้านซินเหยียนและไหเจินตอนนี้พวกเขาล้มสัตว์อสูรไปได้มากกว่า 30 ตัวแล้ว แต่นี่ก็เป็นงานที่ยากเอาการเพราะไม่เพียงต้องสู้กับสัตว์อสูรจำนวนมาก ยังต้องคอยปกป้องคนที่เหลืออีกนั่นทำให้พวกเขาตอนนี้ใกล้มาถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้วเช่นกัน

                  

            “ท่านพี่ ยังไหวไหม”

                  

            “ยังได้อยู่ ... เจ้าเถอะดูเหมือนแรงจะไม่ค่อยมีแล้วนะ”

                  

            สองพี่น้องที่แม้จะรู้กันอยู่ว่าขีดจำกัดของพวกเขาอยู่ที่ตรงไหนพวกเขาคงรับมือกับสัตว์อสูรพวกนี้ได้อีกอย่างมากก็ 10 นาที หากนานกว่านั้นพลังของพวกเขาจะต้องถูกใช้จนหมดแน่นอน และถ้าถึงตอนนั้นเทียนคงยังไม่กลับมาล่ะก็พวกเขาก็คงต้องหนีเอาตัวรอดเพียงสองคนแล้ว เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่จะให้เอาชีวิตตัวเองมาทิ้งเพราะคนเหล่านี้ก็คงไม่ใช่เรื่อง

                  

            ตอนนี้เทียนคงยืนประจันหน้ากับพยัคฆ์เพลิงหางดาบตัวต่อตัวมันสั่งให้สมุนของมันทั้งหมดที่เหลือตามพวกมนุษย์ที่หนีไปสองคนก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือมันกับเทียนคงเท่านั้นแม้ขนาดจะต่างกันหลายเท่า และแม้แต่พลังของมันก็สูงกว่ามนุษย์คนนี้อยู่มากโข แต่พยัคฆ์เพลิงหางดาบก็สัมผัสได้ว่ามนุษย์คนนี้ไม่ธรรมดา และมันจะประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาดมันรู้ได้ทันทีว่าตอนที่ขาของมันเกิดบาดเจ็บเมื่อครู่ ต้องเป็นฝีมือของมนุษย์คนนี้แน่นอน

                  

            เทียนคงยิ้มแล้วพูดว่า “ดูเหมือนนายจะฉลาดอยู่นะ”

                  

            พอได้ยินที่เทียนคงพูดมันถึงกับโมโหเดือดดาล ราวกันฟังภาษามนุษย์ออก มันระเบิดพลังระดับปรมาจารย์ออกมา แถมยังเป็นขั้นสองด้วยแล้วพุ่งโจมตีเทียนคงทันที

                  

            ขนสีเพลิงบนหลังของมันโบกลู่ไปด้านหลังตามความเร็วของมันที่พุ่งออกไปกรงเล็บแหลมคมทั้งห้าวาดเป็นเส้นโค้งหมายจะฟาดฟันมนุษย์คนนี้ให้แหลกขามือแต่พอกรงเล็บฟาดลงไป กลับเป็นความว่างเปล่า เทียนคงเพียงฉากหลบเบา ๆ

            

            ในสายตาของพยัคฆ์เพลิงหางดาบ มันเห็นชัดๆว่าเทียนคงไม่ได้ขยับไปไหน แต่ทำไมมันถึงโจมตีไม่โดนมันแทบไม่เชื่อสายตาของมันเอง มันตะปบไปมาไม่หยุด ในระหว่างที่ใช้อุ้งมือโจมตีหางของมันก็สะบัดไปมาเป็นท่าแทงและฟันไปมาด้วย แต่ถึงอย่างนั้น การโจมตีทั้งหมดก็ไม่โดนเทียนคงเลย

            

            ช่วงเวลาทั้งหมดนี้ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที เทียนคงไม่อยากเสียเวลาไปกับมันมากกว่านี้เพราะเกรงว่าสองพี่น้องจะพลาดท่าไปเสียก่อน

            

            ระหว่างที่หลบการโจมตี เทียนคงก็ยิงดรรชนีเอกสุรียันออกไปอีกหลายครั้งและในครั้งนี้มันเป็นการผสานอีกสองทักษะเข้าไปด้วย คือปราณเทพนักรบ และเพลิงผลาญพิภพทำให้ดรรชนีที่ยิงออกไปเป็นใบเบิกทางที่เจาะทะลุผิวหนังของพยัคฆ์เพลิงหางดาบเข้าไปในตัวมันและฝังอยู่ในอวัยวะภายในที่สำคัญของมันหลายจุดจากนั้น ปราณเทพนักรบทำหน้าที่เป็นเหมือนภาชนะและตัวจุดฉนวนของเพลิงผลาญพิภพ

            

            และทำให้ดรรชนีที่ถูกส่งเข้าไปในร่างของพยัคฆ์เพลิงหางดาบระเบิดออกจากข้างในจนมันทั้งงุนงงและเจ็บปวดเกินจะทานทน แล้วตกตายไปอย่างรวดเร็ว

            

            ที่เทียนคงโจมตีแบบนี้เพราะจะทำให้ร่างของสัตว์อสูรเสียหายน้อยที่สุดโดยเฉพาะเลือดของพวกมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับการหลอมยาที่ใช้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งยิ่งสัตว์อสูรระดับสูงยิ่งมีประโยชน์มากดังนั้นแล้วเลือดของสัตว์อสูรระดับปรมาจารย์จึงมีค่ามากเช่นกันดังนั้นเทียนคงจึงไม่คิดจะปล่อยให้มันสูญเปล่าอย่างแน่นอน

            

            หากเขาต้องการสังหารมันเพียงอย่างเดียว เพียงแค่ให้ทักษะการโจมตีที่รุนแรงอย่าง17 ท่าราชามังกร อย่างที่เคยใช้เมื่อตอนที่เขาออกล่าสัตว์อสูรเพียงลำพังตอนนั้นก็เกินพอแล้วแต่ท่าเหล่านั้นจะทำลายร่างกายของสัตว์อสูรเสียจนนำไปใช้ทำอะไรไม่ได้อีกเลย

            

            เทียนคงจัดการเก็บซากพยัคฆ์เพลิงหางดาบเข้าไปในอุปกรณ์มิติของเขาอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงตามไปสมทบกับสองพี่น้องทันที

            

            ทางด้านสองพี่น้อง พวกเขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว แต่จู่ๆพวกสัตว์อสูรที่รุมล้อมพวกเขาอยู่ก็เหมือนโดนอะไรบางอย่างสะกิดเข้า พวกมันพากันสะดุ้งจากนั้นสีหน้าพวกมันก็ดูกระวนกระวาย จากนั้นก็พากันละทิ้งพวกเขาและวิ่งหนีกันออกไปจนหมด

            

            “เกิดอะไรขึ้น”

            

            “ดูเหมือนพวกมันจะถูกเรียกตัวกลับนะ”

                  

            “เป็นไปได้ไหมว่ารองหัวหน้าสามารถเอาชนะพยัคฆ์เพลิงหางดาบได้ และทำให้มันบาดเจ็บจนต้องล่าถอยไป”

                  

            “เป็นไปไม่ได้หรอก เผลอๆเขาอาจเสียสละชีวิตไปแล้วก็ได้”

                  

            เสียงคนของสำนักมังกรเหินและนักรบระดับเชี่ยบชาญหลายคนถกเถียงกันสภาพพวกเขาตอนนี้ต่างกับตอนแรกที่มาอย่างสิ้นเชิง เสื้อผ้าพวกเขาฉีกขาดจนกลายเป็นผ้าขี้ริ้วเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งสาหัสและเล็กน้อยปะปนกันไป แต่อย่างไรก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิตใดๆ มากที่สุดก็เพียงสูญเสียอวัยวะบางส่วนไปเช่น แขนหรือขา

                  

            แต่พวกเขาก็ถือว่าภารกิจประสบความสำเร็จที่ไม่มีนักรบระดับสูง เสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว

                  

            “เทียนคง ท่านกลับมาแล้วเป็นท่านหรือเปล่าที่จัดการพยัคฆ์เพลิงหางดาบไม่อย่างนั้นพวกสมุนของมันคงไม่ล่าถอยออกไป” ซินเหยียนรีบวิ่งไปหาเทียนคงทันทีที่เห็นเขากลับมาแล้วถามอย่างสนอกสนใจ เพราะถ้าหากเขาจัดการพยัคฆ์เพลิงหางดาบได้จริง ๆนั่นหมายความว่าเขาแข่งแกร่งมากๆและระดับพลังของเขาจะต้องสูงกว่าที่เคยแสดงให้เห็นตอนพบกันครั้งแรกแน่ ๆ

                  

            “เอ่ออ ว่างั้นก็ได้ ข้าไล่มันไปแล้ว” เทียนคงจงใจที่จะไม่บอกว่าเขาสังหารมันไปแล้ว เพราะการที่นักรบระดับเชี่ยวชาญสังหารสัตว์อสูรระดับปรมาจารย์ได้นั้นมันมากเกินไป และพวกเขาคงจะตกใจกันใหญ่แน่นอน ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

                  

            “นั่นไง ข้าว่าแล้วแล้วท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหนไหม”

                  

            “ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณนะว่าแต่ท่านเถอะ เจ็บหนักอยู่เหมือนกันนี่ ให้ข้ารักษาท่านเถอะ”

                  

            เทียนคงกับซินเหยียนคุยกันสองคนและเทียนคงก็ทำการรักษาซินเหยียนเดี๋ยวนั้น ราวกับโลกรอบข้างนั้นมีแต่พวกเขา จนไหเจินเองถึงกับเอามือกุมขมับพวกท่านสองคนนี้ก็นะ ลืมแล้วหรือว่าข้ากับอีกหลายสิบคนอยู่ตรงนี้น่ะจะจีบกันก็รอหลังจากนี้ก็ได้

                  

            “เอาล่ะ ใช้ได้แล้ว” เทียนคงยิ้มให้ซินเหยียนอย่างอบอุ่น

                  

            “ท่านก็รักษาแบบปัจจุบันได้นี่แล้วทำไมตอนนั้นถึงได้ใช้วิธีแบบโบราณล่ะ” ซินเหยียนงุนงง เพราะการรักษาที่เทียนคงทำให้นางนั้นมันก็คือทักษะที่นางใช้แม้จะระดับต่ำกว่า แต่ก็เป็นวิชาประเภทเดียวกัน

                  

            “เรื่องมันยาวน่ะไว้ข้าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ... ว่าแต่ รองหัวหน้าไม่ได้มาทางนี้เรอะ .... ถ้างั้นตอนนี้เรากลับเมืองกันก่อนเถอะ...” เทียนคงเพิ่งสังเกตได้ว่ารองหัวหน้าชายฉกรรจ์ที่เขาให้หนีออกมาก่อนหน้านี้ไม่อยู่ตรงนี้ถ้าอย่างนั้นเป็นไปได้ว่าเขาคงกลับเมืองไปแล้วในอีกทางหนึ่งซึ่งก็คงเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะเส้นทางที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นเส้นทางที่พวกสังกัดมังกรเหินสามคนนั้นพามา....