สลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 38 เปิดกิจการ

            “ถ้าแก่หวัง ฮูหยินหวัง พวกท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ เชิญเข้ามานั่งในร้านก่อนเจ้าค่ะ” หนิงลี่ออกไปต้อนรับเถ้าแก่หวังกับฮูหยินหวังอย่างคุ้นเคย

            “ฮูหยินบอกกับข้าว่าวันนี้เจ้าเปิดกิจการวันแรก ข้าก็เลยอยากมาอวยพร และยังอยากรู้ด้วยว่าเจ้าเปิดร้านขายอาหารชนิดใด” เถ้าแก่หวังยิ้มตอบ

            ก่อนที่หนิงลี่จะทันได้ตอบคำถาม เถ้าแก่หลี่ก็เดินเข้ามาอีกคน แล้วแสร้งพูดอย่างไม่พอใจ “ข้ายังนึกว่าข้าจะมาเป็นลูกค้ารายแรกของเจ้าเสียอีกแม่นางน้อย แต่ยังช้ากว่าเจ้าอีกนะเถ้าแก่หวัง”

            “พี่หลี่ก็มาอวยพรแม่นางหนิงลี่เช่นกันหรือขอรับ” เถ้าแก่หวังกับเถ้าแก่หลี่เป็นสหายที่เคยศึกษาอยู่สำนักศึกษาเดียวกันเมื่อครั้งยังอยู่ในวัยหนุ่ม แต่เถ้าแก่หลี่มีอายุมากกว่า

            “ข้าตั้งใจจะมาชิมอาหารฝีมือแม่นางน้อยน่ะ” เถ้าแก่หลี่ตอบ

            “ร้านของข้าขายเป็ดย่างกับเป็ดพะโล้ พวกท่านจะรับเป็นข้าวหรือบะหมี่ดีหรือเจ้าคะ รายการอาหารของข้าก็จะมีบะหมี่เป็ดย่าง บะหมี่เป็ดพะโล้ ข้าวหน้าเป็ดย่าง แล้วก็ข้าวหน้าเป็ดพะโล้เจ้าค่ะ” หนิงลี่แนะนำรายการอาหาร

            เถ้าแก่หลี่กับเถ้าแก่หวังฟังรายการอาหาร และตาก็มองไปที่ผนังที่หนิงลี่จ้างให้บัณฑิตวาดรูปอาหารทั้งสี่อย่างขึ้นมาให้ลูกค้าเอาไว้ดู โดยหนิงลี่เป็นคนจัดหาสีสำหรับระบายมาให้ รูปที่ออกมาจึงมีสีสันสวยงาม และอาหารก็ดูน่ากิน

            “เจ้าแนะนำมาให้พวกเราก็แล้วกัน ข้าตัดสินใจไม่ถูกจริงๆ หรือเจ้าคิดว่าอย่างไรหรืออาหวัง” เถ้าแก่หลี่หันไปถามเถ้าแก่หวัง

            “ข้าก็ตัดสินใจไม่ถูกเหมือนกันขอรับ แต่ข้าอยากลองกินบะหมี่เป็ดพะโล้ กลิ่นน้ำซุปที่โชยออกมาช่างหอมน่ากินนัก”

            “เช่นนั้นข้าจะทำบะหมี่เป็ดพะโล้ให้พวกท่านคนละหนึ่งชาม และจะเอาเป็ดย่างเปล่าๆ มาให้พวกท่านลองชิมด้วยอีกหนึ่งจาน คราวหน้าท่านก็จะตัดสินใจได้แล้วว่าจะรับเป็นข้าวหรือเป็นบะหมี่เจ้าค่ะ” หนิงลี่แนะนำ

            หนิงลี่ออกแบบเคาน์เตอร์ประกอบอาหารให้เหมือนกับร้านอาหารในยุคปัจจุบัน ซึ่งผิดกับยุคนี้ที่อาหารมักจะปรุงเสร็จจากในห้องครัว เถ้าแก่หลี่กับเถ้าแก่หวังมองดูด้วยความสนใจ การจัดร้านของหนิงลี่นับว่าแปลกใหม่และยังเรียกความอยากอาหารได้ไม่น้อย กลิ่นน้ำซุปส่งกลิ่นหอมไปทั่วร้าน เป็ดย่างที่แขวนอยู่ในตู้กระจกก็มองดูน่ากิน เมื่อได้เห็นหนิงลี่ลวกเส้นบะหมี่ขึ้นมาทีละชาม ยิ่งเพิ่มความอยากอาหารขึ้นไปได้อีกหลายเท่า

            ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เมื่อได้กลิ่นอาหารหอมยั่วใจโชยออกไปนอกร้านก็อดที่จะมองเข้ามาไม่ได้ บางคนสนใจถึงขั้นที่หยุดดูอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นหนิงลี่กำลังลวกเส้นบะหมี่หรือแม้แต่ตอนที่เซียวหยางฟางกำลังสับเป็ดย่างเสียงดัง พวกเขาก็อดที่จะน้ำลายสอไม่ได้ ทำให้ต้องเดินเข้ามาลองสั่งอาหารกิน ซึ่งรสชาติอาหารก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาผิดหวังเลย บางคนยังสั่งเป็ดย่างกลับไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย

            “แม่นางน้อย เชื่อเถอะว่าร้านอาหารของเจ้าจะเป็นที่นิยมในไม่ช้า เจ้าเตรียมรับมือกับลูกค้าจำนวนมากให้ดีเถอะ” เถ้าแก่หลี่ยังชินที่จะเรียกหนิงลี่ว่าแม่นางน้อย

            “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของท่านนะเจ้าคะ ข้าก็หวังว่าร้านของข้าจะขายดีเหมือนกับร้านของเถ้าแก่หลี่และเถ้าแก่หวังเหมือนกันเจ้าค่ะ” หนิงลี่ยิ้มรับ 

            หนิงลี่ไม่มีเวลามาต้อนรับเถ้าแก่ทั้งสองนานนัก เพราะลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสายจริงๆ ซึ่งทั้งเถ้าแก่หลี่และเถ้าแก่หวังเมื่อกินเสร็จก็รีบขอตัวกลับ เพราะเกรงใจลูกค้าท่านอื่นที่ยืนรออยู่หน้าร้าน

            เลยมื้อเที่ยงไปแค่หนึ่งชั่วยาม เป็ดย่างและเป็ดพะโล้ที่เตรียมไว้ก็ถูกขายไปจนหมด และสภาพแต่ละคนก็ยืนกันแทบไม่ไหว

            “ยังดีที่พี่ใหญ่กับพี่เขยทำอาหารจนชำนาญแล้วนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องนำอาหารออกมาส่งลูกค้าตามโต๊ะไม่ทันแน่” หนิงหลันนั่งทุบขาตัวเองอยู่ด้วยความเมื่อย

            “ต่อไปข้าจะให้ท่านแม่ดูแลเรื่องน้ำดื่ม หลันเอ๋อประจำอยู่ที่โต๊ะเก็บเงิน เจี๋ยเอ๋อก็คอยช่วยท่านแม่ส่งเครื่องดื่มไปตามโต๊ะก็แล้วกัน ส่วนคนส่งอาหารกับคนล้างจาน ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากเถ้าแก่หลี่ให้ช่วยหาคนมาให้ และจะให้จื่อจิ้งมาช่วยงานด้วยอีกคน” หนิงลี่พูดพร้อมกับทุบแขนตัวเองไปด้วย

            หลังจากเก็บร้านเสร็จ หนิงลี่ก็ไปขอความช่วยเหลือจากเถ้าแก่หลี่ เซียวหยางฟางกลับหมู่บ้านเพื่อไปแจ้งข่าวแก่หวงจื่อจิ้ง หวังหวั่นกับหนิงหลันล้างถ้วยชามที่มีอยู่กองโต ส่วนหนิงเจี๋ยก็ไปเรียนสมุนไพรกับท่านหมอฉีต่อ

     

            เมื่อหนิงลี่วางระบบในร้านและหาคนงานในแต่ละหน้าที่มาครบแล้ว งานบริการในร้านก็เป็นไปอย่างราบรื่น ผ่านไปสองเดือนหนิงลี่ก็หยุดให้หนิงเจี๋ยออกมาช่วยงานที่หน้าร้าน เพราะนางคิดว่าน้องชายคงเรียนรู้การค้าได้มากพอสมควรแล้ว นางจึงอยากให้น้องชายมุ่งมั่นไปที่วิชาแพทย์ตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งท่านหมอฉีดูจะดีใจเป็นที่สุด ความจริงเขาก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดของหนิงลี่ แต่เขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องในครอบครัวของลูกบุญธรรมมากนัก เขาก็เลยได้แต่ต้องปล่อยผ่านไป

     

            “พี่เซียว! ร้านอาหารร้านนี้เป็นของท่านเองหรือขอรับ” ว่านเฉียงกับสหายตั้งใจมาลองกินเป็ดย่างกับเป็ดพะโล้ตามคำแนะนำของสหายท่านอื่น กลับไม่คิดว่าร้านนี้จะเป็นของเซียวหยางฟาง

            “คุณชายว่านเป็นท่านเองหรือ เชิญเข้ามานั่งในร้านก่อน” เซียวหยางฟางทักว่านเฉียงอย่างคุ้นเคย 

            ตั้งแต่ที่เซียวหยางฟางเข้าไปสอบถามเรื่องของหนิงเอ้อหลานที่สำนักศึกษา เขาก็ได้รู้จักกับว่านเฉียงและรู้ว่าว่านเฉียงเป็นน้องชายของสะใภ้ใหญ่แห่งจวนผู้ว่าการตำบล อีกทั้งว่านเฉียงก็รู้จากพี่สาวของตนด้วยว่าเซียวหยางฟางและหนิงลี่เป็นคนฝากปลาอบกรอบกับเม็ดอัลมอนด์ของดีจากเมืองหลวงไปบำรุงครรภ์ให้กับพี่สาว จากนั้นว่านเฉียงและเซียวหยางฟางก็สานสัมพันธ์เป็นสหายกันมาตั้งแต่นั้น

            “มีคนร่ำลือกันไปทั่วว่ามีร้านเป็ดย่างหนังกรอบกับเป็ดพะโล้แสนอร่อยมาเปิดให้บริการ แต่บางครั้งพวกเขาก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวังเพราะสินค้ามีไม่พอขาย ตัวข้ากับสหายก็ผ่านมาตั้งหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ลอง แต่วันนี้โชคดีที่พวกข้าตัดสินใจมากันเร็วขึ้น พี่เซียว...พี่ต้องจัดเป็ดย่างจานใหญ่ให้ข้าได้ลองชิมเสียแล้ว ท่านนี้คงเป็นพี่สะใภ้ใช่หรือไม่ขอรับ” ว่านเซียงหันไปยิ้มให้หนิงลี่ “น่าอิจฉาพี่เซียวนะขอรับ ที่ได้ภรรยาทั้งสวยทั้งเก่งอย่างนี้”

            หนิงลี่ยิ้มให้กับว่านเฉียงอย่างจริงใจ “คุณชายว่านช่างมีอารมณ์ขันนัก หากหน้าตาอย่างข้าเรียกว่าสวย ผู้หญิงทุกคนคงเป็นนางฟ้ามาจุติทั้งนั้นแล้วเจ้าค่ะ”

            “ที่คุณชายว่านพูดมาก็ถูกต้องแล้ว ข้าโชคดีที่ได้แต่งกับภรรยาที่ทั้งสวยและเก่งอย่างเจ้า ชาตินี้ข้าคงหาภรรยาที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว” เซียวหยางฟางหันไปส่งยิ้มให้ภรรยา เรียกสายตาความอิจฉาจากบรรดาชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงานอย่างกลุ่มของคุณชายว่านเฉียงได้อย่างไม่ต้องสงสัย

            “สหายทั้งหลาย กลับบ้านไปวันนี้ ข้าต้องไปขอร้องให้ท่านแม่ไปหาแม่สื่อเพื่อหาหญิงสาวอย่างพี่สะใภ้เซียวมาแต่งด้วยให้ได้เสียแล้ว ดูอย่างพี่เซียวสิ เขาแต่งกับพี่สะใภ้มาได้สองปีกว่าแล้ว แต่พวกเขาก็ยังทำตัวเหมือนเพิ่งแต่งงานกันไม่มีผิด วาสนาของข้าจะดีอย่างพี่เซียวหรือไม่หนอ” ว่านเฉียงแสร้งถอนหาย แต่สหายของเขากลับถอนหายใจออกมาอย่างจริงจัง เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนที่อยู่ในร้านได้ไม่น้อย

            หนิงลี่มองดูพวกเขาแล้วก็ได้แต่แอบขำอยู่ในใจ คุณชายที่ทั้งหล่อ รวย และเป็นบัณฑิตเช่นพวกเขาจะหาหญิงสาวมาแต่งด้วยได้ยากอย่างนั้นหรือ หากไม่เป็นเพราะพวกเขาเรื่องมากกันเอง ป่านนี้อายุเท่าพวกเขาคงมีลูกกันไปนานแล้ว 

            “วันนี้ข้าลองทำรายการอาหารใหม่ออกมา ยังไม่ได้นำออกมาขายหน้าร้าน ข้าต้องขอความร่วมมือพวกท่านให้ช่วยชิมอาหารจานนี้สักหน่อยแล้ว” หนิงลี่ยกอาหารถาดใหญ่ออกมา

            “สิ่งนี้คืออะไรหรือขอรับพี่สะใภ้” ว่านเฉียงถามเมื่อเห็นอาหารที่จัดวางอยู่ในถาดใบใหญ่อย่างน่ากิน

            “เส้นบะหมี่สีเขียวคือบะหมี่หยกราดน้ำซอสสูตรลับเฉพาะของข้าเอง ส่วนที่วางอยู่รอบๆ คือเป็ดย่าง หมูแดง แล้วก็หมูกรอบเจ้าค่ะ พวกท่านทานคู่กับผักลวกและขิงดองจะยิ่งอร่อยมากขึ้น” หนิงลี่อธิบายอาหารที่อยู่ในจาน

            ว่านเฉียงและสหายไม่รอช้า พวกเขาขยับตะเกียบแย่งกันคีบอาหารในถาดกินอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ลูกค้าคนอื่นที่อยู่ในร้านมองดูอาหารน่าตาน่ากินค่อยๆ หมดไปอย่างนึกอิจฉา หนิงลี่จึงรีบอธิบายว่าวันพรุ่งนี้จะเพิ่มอาหารจานนี้เข้าไปในรายการอาหารด้วย ลูกค้าที่ได้ยินจึงมีสีหน้าดีขึ้น และบอกว่าพวกเขาจะมาจองโต๊ะกันเร็วขึ้นกว่าวันนี้อีก

    คล้ายกับเรื่องสลับร่างไปสร้างครอบครัวให้ร่ำรวยในยุคโบราณ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน