“ย่า!”
หลี่หานโฮ่ว ที่คว้าข้อเท้าของ เซียวเฉิน คำรามเสียงดัง เขาพยายามใช้มือซ้ายเหวี่ยงอีกฝ่ายให้ลอยกระเด็นออกไป
ร่างกายของ เซียวเฉิน เตี้ยกว่าอีกฝ่ายอยู่เล็กน้อย เขาพยายามบังคับขาซ้ายให้สลัดออกจากมือซ้ายของ หลี่หานโฮ่ว แล้วแกว่งกำปั้นขวาออกไปปะทะกับอีกฝ่าย!
มือซ้ายของ หลี่หานโฮ่ว เกิดอาการชาหนึบ แต่เขาหาได้ก้าวถอยไปแต่อย่างใด เขาเหวี่ยงหมัดทั้ง 2 ข้างทุบลงไปราวกับเป็นหมีป่าที่แสนดุร้าย!
ปังๆๆๆ!
ทั้ง 2 ฝ่ายแลกหมัดกันอย่างต่อเนื่องและดุเดือด แกมาข้าไม่ถอย ก่อเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่ว
เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ด้านข้างจ้องมองตาค้าง ทำไมเจ้ายักษ์โง่ร่างโตผู้นี้ถึงร้ายกาจนัก? ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกโชคดีที่หัวหน้าเซียวมาได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นหากถูกหมัดนี้เข้าไปคงเดินไม่ได้อีกนาน!
“ล้มไปซะ!”
ทันใดนั้น หลี่หานโฮ่ว แผดเสียงตะโกน ร่างกายอันใหญ่โตของเขากระโดดขึ้น กุมหมัดทั้ง 2 เข้าด้วยกัน จากนั้นเคลื่อนไหวเหมือนกับธนูที่พุ่งออกมาจากคันศร ราวกับเป็นสายอัสนีฟาด ทุบลงมายังทิศทางที่ เซียวเฉิน อยู่
“เข้ามาเลย!”
เซียวเฉิน ขยับไหล่อย่างรวดเร็ว รูปแบบของหมัดเปลี่ยนไป จากความดุร้ายรุนแรงแปรเปลี่ยนชนิดที่เรียกว่ากลับตาลปัตร ฝ่ามือขวาอยู่ติดกับกำปั้นของ หลี่หานโฮ่ว เขาใช้อ่อนสยบแข็งกร้าว
“อิงภูผา!”
หลี่หานโฮ่ว ควบคุมไหล่ของเขาพุ่งกระแทกเข้าใส่ เซียวเฉิน เขาทุ่มพละกำลังทั้งหมดผนวกกับร่างกายที่เหมือนกับรถถังของเขา ราวกับกำลังแสดงแสนยานุภาพบดขยี้ศัตรูให้สิ้นซาก!
เซียวเฉิน เลิกคิ้วขึ้น เขาพลันถอยหลังออกไปเพื่อหลบเคล็ดอิงภูผาของมวยปาจี๋ (มวยแปดปรมัตถ์) และตัวเขาเองไม่อยากที่จะปะทะกำลังกับอีกฝ่ายตรง ๆ ...โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายมีรูปร่างใหญ่โตราวกับสัตว์ร้ายแบบนี้ การปะทะกันตรง ๆ มีแต่จะทำให้เขาต้องเจ็บตัวเปล่า ๆ !
อย่างไรก็ตามในขณะที่เซียวเฉิน กำลังก้าวถอยหลังไป ขาขวาของเขาก็กวาดออกเป็นรูปครึ่งวงกลม เตะเข้าที่ขาของ หลี่หานโฮ่ว ทำให้ไม่อาจจะทรงตัวได้ ต้องเดินเซและเกือบจะล้มลงไปกองบนพื้น
“สะใจจริง ๆ เข้ามาเลย!”
หลี่หานโฮ่ว ที่พบเจอกับความเจ็บปวดนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี เขากลับวิ่งเข้าใส่อย่างดุเดือด หลี่หานโฮ่ว เพิ่งจะมาที่หลงไห่ได้เพียงไม่กี่วัน และเขาก็ไม่มีพื้นที่สำหรับฝึกฝนการต่อสู้เลย อาจจะกล่าวได้ว่าเขาอยู่ในอาการหงุดหงิดเต็มที!
ตอนนี้เมื่อพบกับคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ ทำไมเขาจะไม่รู้สึกตื่นเต้น และเพลิดเพลินกับการต่อสู้ที่น่าสนุกเช่นนี้ละ?
“ได้ มาอีกรอบ!”
เครื่องของ เซียวเฉิน เริ่มติด ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยความต้องการต่อสู้อันเข้มข้น เหมือนกับเทพแห่งสงครามลงมาจุติ!
“เปิดภูเขา! ”
หลี่หานโฮ่ว ยืดแขนทั้ง 2 ข้างออกเป็นเส้นตรง พุ่งทะยานเข้าใส่เซียวเฉิน ร่างกายเหมือนกับลูกปืนใหญ่ แขนทั้ง 2 ข้างเปรียบเหมือนกับแส้เหล็ก ระเบิดพลังปะทะกับสายลมอย่างรวดเร็วและดุดัน!
“หรือว่านี่คือ ฝ่ามือพีกว้า( ฝ่ามือสับงัด)อย่างงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เคยเรียนเคล็ดวิชานี้ได้มองเห็นการเคลื่อนไหวของ หลี่หานโฮ่ว ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างตกตะลึง
“ฝ่ามือพีกว้า? อะไรคือฝ่ามือพีกว้า?”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“ฝ่ามือพีกว้ามีคำนิยามว่า ยิ่งยาวหนึ่งชุ่นก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น… มันเป็นหนึ่งในสุดยอดเพลงหมัดที่ร้ายกาจที่สุดของประเทศจีน มีประโยคหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่า ปาจี๋ผนวกรวมกับพีกว้า แม้แต่เทพมารยังต้องสะท้านกลัว!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พูดขึ้นก่อนหน้านี้ มองไปที่การต่อสู้ระหว่าง เซียวเฉิน กับ หลี่หานโฮ่ว แล้วพูดขึ้น “หากเดาไม่ผิด ชายหนุ่มคนนี้จะต้องฝึกฝนวิชามวยปาจี๋กับฝ่ามือพีกว้ามาแน่นอน!”
“ฟังเหมือนว่าคนที่ฝึกฝนวิชาหมัดทั้ง 2 อย่างนี้จะต้องร้ายกาจมากอย่างงั้นแหละ! ให้ตายเถอะ ทำไมยักษ์เซ่อตัวนี้ถึงร้ายกาจได้ขนาดนี้กัน?”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ
“กำราบมังกรสยบพยัคฆ์!”
และในตอนนี้ หลี่หานโฮ่ว ร้องคำรามออกมาอีกครั้ง พยายามเข้าไปใกล้ เซียวเฉิน แม้ว่าการโจมตีจะรุนแรง แต่ว่าวิชาหมัดมวยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ตลอดเวลา
“ถูกต้อง นี่คือท่ากำราบมังกรสยบพยัคฆ์ของวิชามวยปาจี๋ และยังมี ‘ห้าจันทราครองฟ้า’ กับ ‘หกทิศสยบพสุทา!” ดวงตาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเบิกโพลง และพูดต่อว่า “บุ๋น มีไท่จี๋ปราบใต้หล้า บู้ มีปาจี๋ปรามฟ้าดิน… หัวหน้าเซียวกำลังตกอยู่ในอันตราย!”
“อะไร? แม้แต่หัวหน้าเซียวยังเอาชนะเจ้าโง่คนนี้ไม่ได้งั้นเหรอ?”
“อย่าเสียงดังไป ถ้าเขาได้ยิน เขาสามารถจัดการนายได้ถึงขั้นที่แม่นายต้องอึ้งเลยนะ!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหันไปมองเพื่อนร่วมงานแล้วเอ่ยเตือนขึ้น
เพื่อนร่วมงานคิดอยากจะเปิดปากพูด แต่เมื่อมองเห็นท่าทางอันดุร้ายของ หลี่หานโฮ่ว ก็กลืนคำพูดทั้งหลายกลับลงไป ปากของเขาแห้งผาก เจ้ายักษ์คนนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ตูม!
ฝ่ามือของ เซียวเฉิน รับหมัดของ หลี่หานโฮ่ว อย่างยากลำบาก ร่างกายของเขาถอยร่นไปหลายก้าว ในเวลาเดียวกันแขนทั้งสองข้างของเขายังเกิดอาการชาหนึบ สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเขาแอบโอดครวญขึ้น ให้ตายเถอะ เจ้ายักษ์ตัวนี้พลังมากเหลือเกิน!
“ทรราชไร้เทียมทาน! ”
การโจมตีรุกคืบของ หลี่หานโฮ่ว เหมือนกับคลื่นยักษ์แผ่ปกคลุมท้องฟ้า ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...เมื่อรวมเข้ากับร่างกายอันใหญ่โตของเขา ทำให้ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาร้ายกาจเป็นพิเศษ!
“ย้ากกก ยังไม่ยอมแพ้อีกเหรอ? ล้มลงไปซะ!”
ขาทั้งสองข้างของ เซียวเฉิน งอลงไปนั่งยอง ๆ จากนั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง พูดได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเป็นกระบี่แหลมคม ทว่าในตอนนี้เขาได้กลายเป็นกระบี่ทื่อที่ไร้พิษภัยไปแล้ว เรียกได้ว่า ‘หนักไร้คม ทักษะมากมายไร้ซึ่งประโยชน์’
ปังๆ!
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอีกครั้ง ในขณะที่ทุกคนคิดว่า เซียวเฉิน ถูก หลี่หานโฮ่ว รุกไล่กดดันและตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ฉับพลันนั้นเองก็มองเห็นร่างหนึ่งลอยปลิวออกไป
ตูม!
ร่างนั้นตกลงไปบนพื้นอย่างหนักหน่วงจากนั้นก็กลิ้งไปอีกหลายตลบ แล้วค่อยหยุดลง
เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตา นี่หัวหน้าเซียวเฉินแพ้เหรอ? พวกเขาทั้งหมดเพ่งมองไป จากนั้นสายตาก็เบิกกว้าง คนที่ลอยไปไม่ใช่หัวหน้าเซียว ทว่ากลับเป็น หลี่หานโฮ่ว ที่มีร่างกายใหญ่โตราวกับหมีป่า!
หลี่หานโฮ่ว นอนทอดกายอยู่บนพื้น ท่าทางของเขาราวกับไร้จิตวิญญาณ ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะถูกซัดจนปลิวกระเด็นออกมา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ในตอนที่เขาล่าสัตว์อยู่ที่บ้านเขาเคยเจอกับหมีดำในป่า เขาอาศัยหมัดคู่นี้จัดการสังหารมันได้ถึง 2 ตัว!
ความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ด้อยกว่าหมีดำเลยแม้แต่น้อย!
แต่ว่าตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายแพ้ ถูกอีกฝ่ายซัดจนปลิวกระเด็น ในมุมมองของเขาแล้วเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจทำใจยอมรับได้!
เมื่อหันไปมอง เซียวเฉิน ก็เห็นว่าใบหน้าของเขากลับซีดขาว เกิดเป็นความเจ็บปวดขึ้น ราวกับว่ามีเข็มนับไม่ถ้วนกำลังทิ่มแทงไปที่เขา!
แต่ว่าเขาก็ฟื้นกลับมาเป็นดังเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว เขาค่อยๆก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับยิ้มขึ้น “ต้าหาน นายแพ้แล้ว”
“ความแข็งแกร่งของนายยังมากกว่าฉันอีกอย่างงั้นเหรอเนี่ย?”
หลี่หานโฮ่ว ค่อยยันกายลุกขึ้นมา เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ หนึ่งเป็นเพราะว่า เซียวเฉิน ควบคุมพลังของเขาเอาไว้ สองก็เพราะว่าเขาเคยฝึกซ้อมเพลงหมัดกับต้นไม้มาก่อนทุกวัน จึงทำให้ร่างกายของเขาค่อนข้างทนทาน
“ฮ่าๆๆ มันแปลกตรงไหนเหรอ?”
“ฉันแพ้แล้ว ฉันไปก็ได้”
เมื่อ หลี่หานโฮ่ว นึกย้อนไปก็เกิดความรู้สึกผิดหวัง เขาเกาหัวพร้อมกับหันกายเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อน!”
“เรียกฉันทำไมหรอ?”
หลี่หานโฮ่ว หยุดก้าวเดิน เขาหันย้อนกลับไปมอง เซียวเฉิน
“นายผ่านการทดสอบแล้ว จากนี้ไปนายได้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทนี้!”เซียวเฉิน พูดออกมาพร้อมกับหัวเราะ
หลี่หานโฮ่ว นิ่งอึ้ง เขากระโดดโลดเต้นแสดงความยินดี “จริงเหรอ?”
“แน่นอน”
“ยอดไปเลย ขอบคุณนายมากนะ!”
หลี่หานโฮ่ว เปี่ยมล้นไปด้วยความดีใจ ท่าทางของเขาเหมือนกับเด็กที่ได้ของเล่น กระโดดโลดเต้นไปทั่ว
เซียวเฉิน ก็หัวเราะไปกับเขา ใบหน้าของเขาเป็นประกายขึ้นด้วยความชื่นชม แม้ว่าเพิ่งจะรู้จักกัน แต่เขาก็เริ่มรู้สึกชอบเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนี้ขึ้นมาแล้ว!
“ต้าหาน ไปขอโทษเพื่อนร่วมงานซะ จากนี้ไปพวกนายจะได้ทำงานร่วมกันแล้ว พวกนายจะต้องสามัคคีกันเอาไว้ เข้าใจไหม?”
เซียวเฉิน หันไปมองที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลายที่อยู่ด้านข้าง แล้วพูดกับ หลี่หานโฮ่ว
“อื้อ!”
หลี่หานโฮ่ว รีบพยักหน้าตอบรับ เขาวิ่งไปที่ด้านหน้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลาย แล้วก้มหัวลง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “เมื่อครู่นี้ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง ฉันไม่ควรลงมือตีพวกนาย… หากว่าพวกนายอยากจะตีฉัน ฉันก็จะไม่ตอบโต้เลย!”
เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลายจ้องมอง หลี่หานโฮ่ว แล้วยิ้มขึ้น ใครจะอยากไปมีเรื่องกับเขากันละ?
“เอาละ ในเมื่อทุกคนให้อภัยนายแล้ว ก็พอแค่นี้เถอะ! ไป ไปห้องทำงานกับฉัน พวกเรามาคุยกันสักหน่อยมา!” เซียวเฉิน เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
“อื้อ” หลี่หานโฮ่ว พยักหน้า
เซียวเฉิน หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ จากนั้นก็หันไปกำชับกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลาย “ทุกคนกลับไปเข้าเวรเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาต้าหานเข้าไปเอง”
“ครับ!”
“ไปเถอะ”
เซียวเฉิน เพิ่งจะเดินออกไปไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียง “โครกคราก” ซึ่งมันดังราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่ายังไงอย่างงั้นเลยทีเดียว
“เสียงอะไร?”
เซียวเฉิน หยุดเดินต่อ เขาหันไปถามด้วยความสงสัย
“หัวหน้า เป็นเสียงท้องร้องของฉันเอง”
หลี่หานโฮ่ว พูดออกมาด้วยท่าทางเขินอาย
“......”
เซียวเฉิน ไร้คำจะพูด เขามองไปที่ท้องของ หลี่หานโฮ่ว “หิวงั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้กินอะไรมา 2 วันแล้ว แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ รอสักพักมันก็ไม่ร้องแล้วหล่ะ” หลี่หานโฮ่ว ส่ายหน้า
เซียวเฉิน งุนงง “ทำไมไม่กินข้าวละ?”
“ฉันไม่มีเงิน...” หลี่หานโฮ่ว เกาหัว เขาอ้าปากขึ้น แต่ก็ไม่ได้พูดต่อ
เซียวเฉิน พูดไม่ออก ไม่มีเงินกินข้าวงั้นรึ? งั้นอย่าเพิ่งพาเขาไปที่ห้องทำงาน พาเขาไปโรงอาหารก่อนดีกว่า!
“ไป ฉันจะพานายไปกินข้าวที่โรงอาหาร”
“กินข้าว?” แววตาของ หลี่หานโฮ่ว เป็นประกาย เขากลืนน้ำลายลงดังเอื้อก
“ใช่!” เซียวเฉิน ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ขนาดไม่ได้กินข้าวมา 2 วันเจ้านี่ยังร้ายกาจขนาดนี้ ถ้าเขากินอิ่มแล้วจะมีแรงมากขนาดไหนกัน!
เซียวเฉิน พา หลี่หานโฮ่ว มาที่โรงอาหาร เขาให้พ่อครัวจัดอาหารหลายอย่างมาให้
“ต้าหาน กินเถอะ!”
“ได้!”
หลี่หานโฮ่ว หยิบตะเกียบขึ้นมา คีบลูกชิ้นยักษ์ขึ้นมาหนึ่งลูก ในขณะที่เขาเกือบจะเอาลูกชิ้นใส่เข้าไปในปากแล้ว แต่หลังจากที่คิดอะไรบางอย่างออก เขาก็วางมันลง
“ต้าหาน เป็นอะไร? ไม่ชอบกินเหรอ?”
เซียวเฉิน เกิดความสงสัย ลูกชิ้นยักษ์นี้อร่อยมาก ตอนเที่ยงเขากินมันไปถึง 2 ลูกแน่ะ
“ไม่ใช่ หัวหน้า ลูกชิ้นเนื้อนี้ ฉันห่อกลับไปให้แม่ฉันกินด้วยได้ไหม?”
เซียวเฉิน ตกตะลึง “เอากลับไปให้แม่นาย?”
“ใช่ แม่ฉันป่วยอยู่ เธอไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ฉันอยากจะเอาไปให้เธอกินบ้าง ร่างกายเธอจะได้แข็งแรง” หลี่หานโฮ่ว พยักหน้า เขาหันไปถาม “หัวหน้า ฉันขอเก็บไปได้ไหม?”
เซียวเฉิน มองไปที่ใบหน้าอันแสนใสซื่อของ หลี่หานโฮ่ว ทันใดนั้นเขาก็เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ เขาหัวเราะขึ้นแล้วพูดว่า “ต้าหาน นายกินอาหารพวกนี้ให้หมดได้เลย หลังจากที่กินเสร็จแล้ว ฉันจะไปหาแม่นายพร้อมกับนาย และจะเอาของที่อร่อยกว่านี้ไปให้เธอด้วย!”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ นายก็กินเถอะ!”
“อื้อ!”
หลี่หานโฮ่ว พยักหน้าแล้วคีบลูกชิ้นขึ้นมา เขากินเข้าไปในคำเดียว “อร่อยสุดยอดไปเลย!”
“ฮ่าๆๆๆ ค่อยๆกิน ยังมีอีกเยอะเลยนะ!”
“อื้อๆ ” หลี่หานโฮ่ว ไม่พูดไม่จาอะไรอีก เขาโกยข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว
แม้ว่า เซียวเฉิน จะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังอดรู้สึกตะลึงกับการกินของ หลี่หานโฮ่ว ไม่ได้ แม้ว่าเขาไม่ค่อยกินกับเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เขาซัดข้าวไปมากกว่า 7 ชามแล้ว!
ในเวลาปกติอย่างมากเขาก็กินข้าวแค่ 2 ชามเท่านั้นเอง!
“ต้าหาน กินอิ่มหรือยัง? ถ้าไม่พอข้างในยังมีอีกนะ”
เซียวเฉิน เห็นว่าข้าวในหม้อหมดลงไปถึงก้นแล้ว ก็หัวเราะแล้วเอ่ยถาม
“นี่แค่ครึ่งท้องเอง ยังกินได้อีกงั้นเหรอ?” หลี่หานโฮ่ว พูดพร้อมกับข้าวที่อยู่เต็มปาก
“เอ่อ นายรอแป๊ปนึง เดี๋ยวฉันจะไปเอาข้าวมาให้อีก”
เซียวเฉิน เสิร์ฟข้าวไป 7 ชามแล้ว เพิ่งจะครึ่งท้องของเขาเองงั้นเหรอ? ให้ตายเถอะ ดูถูกความแข็งแกร่งของเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่ได้จริงๆ!
หลังจากกินข้าวชามที่ 11 หลี่หานโฮ่ว ก็วางตะเกียบลง จากนั้นก็ตบไปที่พุงของตัวเอง “อ้า อิ่มแล้ว เป็นเวลากว่าเดือนหนึ่งแล้วที่ไม่ได้กินข้าวจนอิ่มแบบนี้”
เซียวเฉิน มองดูท่าทางของหลี่หานโฮ่ว แล้วนึกอยากจะยิ้ม แต่เขาก็ยิ้มไม่ออก “ต้าหาน มาคุยกันต่อเถอะ แล้วตอนนี้แม่นายอยู่ที่ไหนเหรอ?”