เสียงตะโกนที่ตื่นตระหนกของเซิงกวงทำให้ศิษย์ต่างๆที่อยู่โดยรอบต่างก็หันมามองด้วยความสนใจ เเละเมื่อพวกเขาเห็นชิงเฟิงที่พุ่งทะยานขึ้นไปบนลานประลองพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสัย
"นั่นใครกันน่ะ ทำไมเขาถึงได้ขึ้นไปบนลานประลองกัน"
"มีคนขึ้นไปบนลานประลองอย่างงั้นหรอ?หรือว่าจะมีการประลองเป็นตายเกิดขึ้นกัน"
"นี่มันก็นานมากแล้วหลังที่มีการประลองเป็นตายครั้งล่าสุด ไม่คิดว่าจะมีการประลองเกิดขึ้นอีกครั้ง"
"รีบแจ้งเรื่องนี้กับผู้อาวุโสเหยียนเร็ว!"
"..."
หลังจากที่ขึ้นมาบนลานประลองชิงเฟิงก็เหลือบไปมองที่เซิงกวงเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าที่ตื่นตระหนกของเซิงกวงเขาก็เผยรอยยิ้มเล็กน้อย
"ศิษย์น้องชิงนี่เจ้าคิดจะทำอะไร!รีบลงมาเดี๋ยวนี้!ลานประลองเป็นตายไม่สามารถขึ้นไปมั่วซั่วได้!"เซิงกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนกในขณะที่จ้องไปที่ชิงเฟิง
ศิษย์ทุกคนต่างก็รู้กันเป็นอย่างดีว่าเมื่อขึ้นไปบนลานประลองเป็นตายแล้วจะต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้น! ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติลานประลองและดูหมิ่นกฏของสำนัก
เขาลืมกล่าวเรื่อวนี้กับชิงเฟิง!!
"เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไร"ชิงเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเพื่อไม่ให้เซิงกวงเป็นกังวล ศิษย์พี่คนนี้เขารู้สึกถูกใจเล็กน้อย
"ศิษย์น้องชิง..."
เซิงกวงอยากจะกล่าวอะไรบางอย่างเพียงแต่ว่าในขณะนั้นเองจู่ๆแรงกดดันสายหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นมาที่บริเวณลานประลอง เมื่อสัมผัสถึงแรงกดดันนี้เขาก็เผยสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา
ผสานลมปราณ!!
ในเวลานี้ตรงด้านล่างลานประลองปรากฏชายชราผมขาวคนหนึ่งขึ้นมา หลังจากที่ชายชราคนนี้ปรากฏขึ้นศิษย์โดยรอบต่างก็พากันมองและกล่าวทักทายออกมาอย่างเคารพ
"คาราวะผู้อาวุโสเหยียน!"
"คาราวะผู้อาวุโสเหยียน!"
เสียงกล่าวทักทายดังขึ้นมาท่ามกลางลานประลองเป็นตาย ชิงเฟิงจ้องมองไปที่ชายชราหรือก็คือผู้อาวุโสเหยียนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไม่มีอารมณ์ใดปรากฏขึ้น
'ผสานลมปราณขั้นที่9 พอใช้ได้'ชิงเฟิงกล่าวออกมาภายในใจ
ถ้าคนอื่นได้ยินคำกล่าวนี้ของชิงเฟิงพวกเขาคงจะต้องคิดว่าชิงเฟิงอวดดีแน่นอน สำหรับสำนักมังกรทะยานแห่งนี้ตัวตนของผู้บ่มเพาะระดับผสานลมปราณนั้นเกือบจะไร้เทียมทานภายในใจของพวกเขา ตัวตนระดับนี้ไม่สามารถที่จะล่วงเกินได้
ผู้อาวุโสเหยียนหรือเหยียนโจวมองไปที่ชิงเฟิงที่อยู่บนลานประลองด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมเล็กน้อยเขาเปิดปากเอ่ย"เจ้ารู้ความหมายสำหรับการขึ้นไปบนลานประลองเป็นตายหรือไม่"
หลังจากได้ยินคำถามของผู้อาวุโสเหยียนชิงเฟิงก็ส่ายศรีษะเล็กน้อยพร้อมกับตอบ"ไม่รู้"
"ไม่รู้?"ได้ยินคำตอบที่เรียบง่ายของชิงเฟิงผู้อาวุโสเหยียนก็ระเบิดแรงกดของผู้บ่มเพาะระดับผสานลมปราณออกมา เกิดเป็นลมกรรโชกขนาดแรงขึ้นมาทำให้ศิษย์โดยรอบต่างก็หน้าเปลี่ยนสี!
"เจ้าไม่รู้ยังมีหน้าขึ้นไปอีก! เจ้าหนุ่มข้าจะบอกอะไรให้หลังจากที่เจ้าขึ้นไปบนสนามประลองแล้วเจ้าจำเป็นที่จะต้องต่อสู้!ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเจ้าไม่ให้เกียรติสนามประลอง''ผู้อาวุโสเหยียนกล่าวออกมาน้ำเสียงที่แข็งกร้าว"ครั้งนี้ข้าจะถือว่าเจ้าไม่รู้กฏ ลงมาซะจากนั้นก็ไปสำนึกผิดที่คุกของสำนักสามวัน"
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสเหยียนชิงเฟิงก็เผยรอยยิ้มออกมา"เจ้าคิดว่าขึ้นมายืนบนนี้เล่นๆอย่างงั้นหรอ"ชิงเฟิงมองไปที่ผู้อาวุโสเหยียนขณะกล่าว
แน่นอนว่าเมื่อขึ้นมาบนนี้แล้วเขามีความตั้งใจที่จะสู้! หลังจากรับรู้ว่ามีสถานที่แบบนี้อยู่เขาก็เกิดแผนการบางอย่างขึ้นมา
"เจ้าหมายความว่ายังไง?เจ้าต้องการจะสู้อย่างงั้นหรือ?เจ้าอยากจะสู้กับใคร?"ผู้อาวุโสเหยียนแสดงท่าทางประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดของชิงเฟิง เจ้าเด็กนี่ต้องการที่จะใช้สนามประลองเป็นตาย?
แต่ว่าน้ำเสียงที่เจ้าเด็กนี่พูดกับเขานี่มันอะไรกัน ทำไมถึงได้ไร้มารยาทกับเขาผู้ซึ่งเป็นผู้อาวุโสเช่นนี้
ทางด้านศิษย์โดยรอบเมื่อได้ยินคำพูดของชิงเฟิงพวหเขาก็ได้ระเบิดเสียงสนทนาทันที
"อะไรน่ะ เจ้าคนนี้คิดจะใช้สนามประลองเป็นตายจริงๆงั้นหรอ เขามีความแค้นกับใครกันทำไมถึวคิดที่จะใช้สนามประลองเป็นตาย"
"บ้าไปแล้ว! นี่เจ้านี่คิดจะใช้สนามประลองจริงๆ นี่มันก็นานมากแล้วที่ไม่มีใครใช้สนามประลองเป็นตาย!"
"ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าเจ้าหมอนี่ต้องการจะสู้กับใคร ใครกันที่ทำให้เจ้าเด็กคนนี้แค้นถึงกับต้องตายกันไปข้าง!"
"..."
ชิงเฟิงเหลือบไปมองที่ฝูงชนอย่างเงียบสงบไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังไม่เบา"ข้าชิงเฟิงต้องการที่จะท้าประลองเป็นตายกับเฉี่ยวตง!!"
เมื่อเสียงของของชิงเฟิงประกาศขึ้นมาเหล่าศิษย์ด้านล่างต่างก็พูดคุยกันอีกครั้ง
"เฉี่ยวตง!! ปรากฏว่าเจ้านี่ต้องการจะประลองกับเฉี่ยวตง"ในเวลานี้ศิษย์ชายคนนี้ที่มีพลังบ่มเพาะระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามก็ได้อุทานออกมา เมื่อคนที่ยืนอยู่ข้าได้ยินเช่นนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะถาม"ใครคือเฉี่ยวตง?"
ชายคนนั้นได้ยินคำถามเขาก็ตอบออกมา"เจ้าอาจไม่คุ้นชื่อของเฉี่ยวตงแต่ว่าข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องคุ้นชื่อของเฉี่ยวกังแน่นอน"
"เฉี่ยวกังที่เป็นศิษย์หลักคนนั้นน่ะหรอ?ทั้งสองคนเกี่ยวอะไรกัน"ชายคนนั้นอุทานออกมา
"เฉี่ยวตงก็คือน้องชายของเฉี่ยวกัง!"
"อะไรน่ะ!! งั้นเจ้าหนุ่มนี่ก็เจอศึกนักเลยไม่ใช่หรอ"
ฟังเสียงของทั้งสองคนที่คุยกันเหล่าศิษย์ที่อยู่โดยรอบต่างก็รับรู้ได้ในทันทีถึงคือต่อสู้ของชายที่อยู่บนลานประลองคนนี้
ในขณะนี้ผู้อาวุโสเหยียนก็แสดงท่าทางที่จริงจังมากยิ่งขึ้น ถึงแม้เขาจะไม่รู้จักว่าเฉี่ยวตงคนนี้คือใครแต่เขาก็พอจะรู้จักกับเฉี่ยวกังอยู่บ้าง
ได้ยินมาว่าชายคนนั้นเป็นคนบ้าคลั่งอย่างแท้จริง
"เจ้าหนุ่มเจ้าแน่ใจอย่างงั้นหรอ?"ผู้อาวุโสเหยียนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาอีกครั้ง ในฐานะที่เขาเป็นผู้อาวุโสเขาย่อมไม่อยากที่จะให้ศิษย์ของตัวเองมาฆ่าแกงกัน ถึงแม้บุคลิกภายนอกของเขาจะแข็งกร้าวแต่ภายในใจของเขานั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ชิงเฟิงพยักหน้าพร้อมกับเผยเจตนาสังหารออกมาเล็กน้อยขณะที่เขากล่าว"ข้ากับเฉี่ยวตงนั้นมีความแค้นที่ยากจะลืมเลือนต่อกัน ในพวกเราทั้งสองคนไม่ข้าก็เขาที่จะต้องตาย!"
แน่นอนว่าชิงเฟิงไม่คิดอยู่แล้วว่าตัวเองจะตาย สำหรับเขาเฉี่ยวตงเป็นตัวตนที่เล็กกะจ๋อยราวกับมด ที่เขากล่าวเช่นนั้นออกมาก็เพื่อให้ผู้อาวุโสเหยียนยอมรับ
ได้ฟังคำพูดของชิงเฟิงเเล้วผู้อาวุโสเหยียนก็ได้แต่ถอนหายใจอแกมา"เฮ้อ...ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า"
หลังจากนั้นผู้อาวุโสเหยียนก็ได้หันไปมองที่ศิษย์คนหนึ่ง"เจ้าไปตามเฉี่ยวตงมาซะ!"
"ขอรับ"ศิษย์คนนั้นพยักหน้าจากนั้นก็รีบไปอย่างรวดเร็ว
"ข้าต้องขอบอกไว้ก่อนน่ะ ถ้าเฉี่ยวตงไม่รับคำท้าของเจ้า เจ้าก็ไม่สามารถที่จะประลองกับเขาได้"ผู้อาวุโสเหยียนกล่าวออกมา
"วางใจได้เขาจะต้องรับคำท้าของข้าแน่นอน"ชิงเฟิงเผยรอยยิ้มที่มั่นใจออกมา