" สามี ท่านคิดจะสยบเราห้าภรรยารึ " หลางจี้เสวี่ยยิ้มยั่วหลังจากศึกหนักคืนที่ผ่านมา
" ท่านพี่ มิมีทางที่ท่านจะสยบพวกเราได้หรอก " หลันอิงเย่กล่าวพร้อมใช้ลิ้นชอนไชใบหูของนนท์
" อ๊าาาา " มังกรน้อยทะยานร่างเข้าชนภายในรอยแยกของหลางจี้เสวี่ย นนท์จัดการห้าภรรยาอีกคนละครั้งก่อนจะพาห้าภรรยาไปที่อ่างอาบน้ำ
เมื่ออาบน้ำเสร็จสิ้นนนท์มาที่ห้องฝึก " สามี ท่านจะทำอันใด " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยถาม
" ข้าจะกลั่นโลหิตให้กับพ่อตา พี่ภรรยาทั้งสาม พี่หวังและอาซ้อ " นนท์กล่าว
" อ้อ เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าว่าเจ้ากลั่นโลหิตสามหยดให้กับอาซ้อจะดีกว่า " นนท์บอกหลางจี้เสวี่ย
" เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ ซือเอ๋อร์ เจ้าก็กลั่นโลหิตออกมามากหน่อยเพื่อให้กับคนที่บ้านของเจ้า " นนท์บอกห้าภรรยา
" เอาล่ะเสร็จสิ้น ไปที่วังดีกว่า "
ที่วังเจ้าเมือง
" ท่านพ่อตา ข้าได้โลหิตมังกรมาสิบสองหยด ข้ามอบให้แด่ท่านและองค์ชายทั้งสามขอรับ " นนท์ยื่นโลหิตเสมือนมังกรของตนให้กับพ่อตา
" ขอบใจ ลูกเขยตัวแสบ " พ่อตาเจ้าเมืองยื่นมือรับเอาโลหิตเสมือนมังกรทองของนนท์ด้วยใบหน้าที่เป์้อนยิ้มและมือที่สั่นเทา
" ท่านพ่อตา ท่านมิเปิดดูรึ " นนท์หยอกพ่อตา
" ข้ารับรู้ได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของมังกรทอง เวลานี้เลือดในกายของข้านั้นเดือดพล่าน " พ่อตาเจ้าเมืองบอกนนท์
" พระบิดา นี่คือโลหิตของหงษ์เพลิง สิบห้าหยดเจ้าค่ะ " จูเม่ยเสียนยื่นโลหิตเสมือนหงษเพลิงของตนให้กับบิดา
" ขอบใจลูกหญิง " เจ้าเมืองรับขวดหยกบรรจุโลหิตของบุตรีตนไว้ ใช้มือเปิดขวดหยก ควันสีชาดพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วหั้งห้อง
ความร้อนของเพลิงกระจายออกลามทั่ว โลหิตสีแดงชาดลอยออกมาหนึ่งหยด กลิ่นอายหงษ์เพลิงร้อนแรงแผดเผา คนทั่วห้องพลันเช็ดเหงื่อ
" คว๊า " เสียงร้อนแผดเผาไหม้ดังลอยออกมา ควันสีชาดหมุนวนกลับกลายเป็นหงษ์เพลิง
ร่างเงาหงษ์เพลิงโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิงร้อนแรง บินวนทั่วห้อง ผู้คนถึงกับหน้าถอดสี เจ้าเมืองจึงรีบเก็บหยดโลหิตหงษ์เพลิงลงในขวดหยก
" ลูกหญิง เจ้าไปเอาโลหิตหงษ์เพลิงมาจากที่ใด " เจ้าเมืองเสียงสั่น
" พระบิดา ขออภัยที่ข้ามิสามารถบอกที่มาของโลหิตนี้ได้ " จูเม่ยเสียนปฏิเสธที่จะตอบ
" ท่านพ่อตาเจ้าเมืองขอรับ เสร็จธุระแล้วข้าคงต้องขอตัว " นนท์กล่าว
" ลูกเขยต้วแสบเจ้าอยู่กับเสียนเอ๋อร์นานหลายปีเหตุใดเจ้าจึงยังมิมีหลานให้ข้า " พ่อตาเจ้าเมืองกล่าว
" เรียบท่านพ่อตา ข้าได้วางแผนไว้แล้ว หากข้าและเสียนเอ๋อร์เข้าสู่เขตแดนปฐพีเมื่อใดข้าจึงจะให้เสียนเอ๋อร์กำเนิดบุตรขอรับ
หากเขตแดนปฐพีให้กำเนิดบุตร บุตรนั้นก็จะแข็งแกร่งยิ่ง ท่านมิต้องกังวล เมื่อเสียนเอ๋อร์ให้กำเนิดบุตรข้าจะนำมาให้ท่านเลี้ยงดูขอรับ " นนท์กล่าว
" ดี ดี ดี ฮ่าๆๆ ข้าจะรอ " พ่อตาเจ้าเมืองกล่าวอย่างพอใจ นนท์และห้าภรรยาออกมาจากวัง แล้วไปที่บ้านของหวังเหอจัดแจงเรื่องราวทุกอย่างแล้วเสร็จ
" พี่เหอ อาซ้อ ข้าไปแล้วขอท่านดูแลสุขภาพตัวเองด้วย มีเหตุอันใดรีบแจ้งข้าแล้วข้าจะรีบมาในทันใด " นนท์กล่าวลา
นนท์พาห้าภรรยาเข้ามาในเจดีย์แปดเหลี่ยม แล้วออกเดินทางตามความนึกคิดของฟางจื่อซิน
" ออกเดินทางครั้งนี้มิรู้ว่าจะได้กลับมาวันใด " จูเม่ยเสียนกล่าวด้วนน้ำตา
" เจ้าอย่าได้เสียใจหากข้าจดจำเส้นทางได้แล้ว เราก็เข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยมเพื่อมาที่เมืองจางได้เร็วเท่าความคิด " นนท์บอกพร้อมกับยื่นมือเช็ดน้ำตาของจูเม่ยเสียน
" ซินเอ๋อร์เจ้าอย่าได้กังวล มิมีใครทำอะไรเจ้าได้ขั้นฝึกของเจ้าอยู่ถึงกายนิรันดร์ " นนท์ลุกขึ้นไปโอบเอวของฟางจื่อซินไว้
ที่ชายป่าใกล้ประตูเมืองอี้ นนท์นำฟางจื่อซินออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม
" ไปกัน " นนท์กล่าว
ที่หน้าประตูเมืองอี้
" ผู้เข้าเมืองจ่ายคนละหนึ่งเหรียญเงิน " เสียงของทหารยามดังขึ้น นนท์ยื่นให้หนึ่งเหรียญทองแล้วจึงเข้าเมืองพร้อมกับฟางจื่อซิน
" ซินเอ๋อร์ ไปบ้านเจ้า " นนท์กล่าว
" ตระกูลฟาง " นนท์พึมพำ
" คุณหนูจื่อซินมาแล้ว " เสียงของยามหน้าตระกูลดังขึ้น พร้อมกับร่างที่พุ่งเข้าไปภายในตระกูลอย่างรวดเร็ว
" นังลูกไม่รักดี เจ้ายังมีหน้ากลับมาอีกรึ " เสียงสตรีสูงวัยดังลอยออกมา นนท์และฟางจื่อซินยังคงอยู่ที่หน้าประตู
" หึ เจ้ามาแล้วยังกล้าพาผู้ชายมาที่นี่อีกงั้นรึ " เสียงสตรีสูงวัยคนเดิมยังคงดังลอยมา
" คารวะแม่รองเจ้าค่ะ " ฟางจื่อซินย่อตัวคารวะแม่รอง
" คารวะผู้อาวุโสขอรับ " นนท์ค้อมตัวคารวะ
" เข้ามาคุยกันในบ้าน " เสียงทรงพลังดังลอยออกมาจากข้างใน ฟางจื่อซินเดินนำนนท์เข้าไปในบ้าน
" คารวะท่านพ่อ " ฟางจื่อซินย่อตัวคารวะบิดาตนด้วยน้ำตาที่ไหลนอง
" คารวะท่านพ่อตา " นนท์คารวะพ่อตาคนที่สามของตน
" ซินเอ๋อร์ นี่เจ้า " บิดาของฟางจื่อซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีโทษะ
" ท่านพ่อตา ข้ามีนามว่าโจวนนท์ เป็นสามีของซินเอ๋อร์ขอรับ " นนท์แนะนำตนเอง เสียงอื้ออึงของเหล่าผู้อาวุโสประจำตระกูล
" ท่านพ่อตาข้ามิอยากจะพูดคุยเรื่องราวให้มากความ นี่คือสินสอดที่ข้าได้เตรียมมาขอรับ " นนท์เตรียมยื่นแหวนมิติที่บรรจุสินสอดให้กับพ่อตาคนที่สามของตน
" น้ำหน้าเช่นเจ้าน่ะรึจะมีสินสอดมากมายเท่าตระกูลโอหยาง " แม่รองของฟางจื่อซินเริ่มก่อกวน
" ข้าว่าท่านอยู่เงียบๆดีกว่า ข้าเชื่อว่าสินสอดที่ข้าจะให้นั้นย่อมมากกว่าตระกูลโอหยางแน่นอน " นนท์กล่าวอย่างมั่นใจ
ข่าวการกลับมาของฟางจื่อซินเร็วดั่งพายุ
" จื่อซิน " เสียงหนึ่งลอยเข้ามา นนท์หันมองตามเสียง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา จมูกคม คิ้วหนา สวมชุดสีเหลือง เดินเข้ามาหาฟางจื่อซิน
" คุณชายโอหยาง " ฟางจื่อซินทักทาย
" จื่อซินเราเป็นคู่หมั้นกัน ไฉนเจ้ากล่าวอย่างห่างเหินเช่นนี้ " คุฯชายโอหยาง หรือโอหยางเทียนกล่าวตัดพ้อ
" คุณชายโอหยาง นี่คือสามีของข้า โจวนนท์ " ฟางจื่อซินแนะนำนนท์ให้รู้จักโอหยางเทียน
" เจ้าบอกข้านี่คือสามีของเจ้างั้นรึ " โอหยางเทียนระเบิดโทษะ แรงกดดันระดับราชันย์เทวะขั้นที่หกพุ่งใส่นนท์
เหล่าผู้อาวุโสตระกูลโอหยางต่างกระหยิ่มในใจ แต่ต้องพลันแข็งค้างเมื่อนนท์เพียงสะบัดมือ แรงกดดันระดับราชันย์เทวะขั้นที่หกหายวับไป
" คุณชายโอหยาง เราพบกันครั้งแรกท่านทักทายข้าหนักไปรึไม่ " นนท์กระแทกน้ำเสียงอันทรงพลัง
" อั่ก " โอหยางเทียนตัวปลิวลอยไปกระแทกผนัง
" ตึง " เลือดแดงฉานไหลออกจากปากพร้อมร่างกายที่บาดเจ็บสาหัส
" คุณชายๆๆ " เหล่าผู้อาวุโสตระกูลโอหยางต่างเร่งเข้าไปดูอาการของโอหยางเทียน
" คุณชายโจว นี่มิรุนแรงไปหน่อยรึ " ผู้อาวุโสตระกูลโอหยางทักท้วง
" ผู้อาวุโส ท่านก็เห็นก่อนนี้เป็นคุณชายโอหยางส่งแรงกดดันมาที่ข้า ท่านมิเห็นจะทักท้วงอย่างนี้บ้าง " นนท์สวนกลับ
" หากคุณชายโอหยางมีดีแค่นี้ก็อย่าหวังจะได้สาวงามไว้ครอบครอง " นนท์กล่าวต่อ
" ข้าว่ารีบพาคุณชายของพวกเจ้าไปรักษาเสียหากช้าคุณชายของเจ้าจะตายก่อน " นนท์เร่งไล่เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลโอหยาง
" เอาล่ะจบเรื่องแล้ว ท่านพ่อตา นี่เป็นสินสอดที่ข้าเตรียมไว้ให้กับท่าน " นนท์ยื่นแหวนมิติให้กับฟางจงบิดาของฟางจื่อซิน ฟางจงรับแหวนมิติไปดูพร้อมกับดวงตาที่แข็งค้าง
" นี่มัน " ฟางจงถึงกับอึ้งเมื่อมองเห็นสินสอดที่นนท์เตรียมไว้
" ท่านพ่อตาหวังว่าท่านจะพอใจ " นนท์กล่าว
" สินสอดที่ข้ามอบให้นั้น มันจะทำให้ตระกูลฟางเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองอี้ได้ " นนท์กล่าวพร้อมเดินออกไปข้างนอกเพื่อวางค่ายกลสังหาร
" ท่านพ่อตานี่คือค่ายกลสังหารต่ำกว่าเขตแดนปฐพีสังหารสิ้น " นนท์เล่าวิธีใข้งานให้กับฟางจงฟัง พร้อมมอบค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน ค่ายกลเร่งเวลาห้าสิบเท่าและบอกรานละเอียดวิธีใช้งาน
" ท่านพี่ เอาสิ่งนั้นมาให้ข้า " แม่รองร้องบอกฟางจง นนท์แปลกใจเหตุใดแม่รองนางนี้จึงมีอำนาจมากยิ่ง จึงส่งเสียงทางจิตถามเกี่ยวกับแม่รองของฟางจื่อซิน
" ผู้อาวุโส ที่ท่านกำลังทำคือสิ่งใด ท่านคิดจะนำเอาสินสอดของข้าที่ให้ต่อตระกูลฟางไปให้กับตระกูลของท่านสินะ
เหมือนกับสินสอดตระกูลโอหยางท่านก็นำไปให้กับตระกูลของท่าน เวลานี้ท่านเป็นคนของตระกูลใด " นนท์เริ่มมีโทษะ
" นี่มิใช่เรื่องของเจ้า " แม่รองไม่สนใจนนท์
" เหตุใดมิใช่เรื่องของข้า ข้าเป็นสามีของซินเอ๋อร์ก็เท่ากับว่าข้าเป็นคนของตระกูลฟางดวยเช่นกัน " นนท๋สวน
" ท่านพ่อตาเหตุใดท่านจึงได้ยอมให้นางกดขี่เช่นนี้ " นนท์ถามพ่อตาฟางจง
" นั่นเพราะตระกูลของข้านั้นอ่อนแอยิ่งนัก " ฟางจงถอนหานใจยืดยาว
" ท่านพ่อตา ข้าอยากให้ท่านประกาศออกไปว่าว่านสุ่ยเอ๋อร์ผู้นี้มิใช่คนของตระกูลฟางอีกต่อไป ท่านได้ทำการหย่ากับนางเสร็จสิ้นแล้ว " นนท์บอกพ่อตาฟางจง
" ทำเช่นนี้มิได้ " ฟางจงเสียงสั่น
" ท่าพ่อตา อย่าได้กังวลข้าและซินเอ๋อร์อยู่ที่นี่จะมิมีผู้ใดมาทำอันตรายได้ " นนท์กล่าวอย่างหนักแน่น
" ได้ ข้าเชื่อเจ้า ว่านสุ่ยเอ๋อร์ต่อจากนี้เจ้ากับข้าขาดจากกัน ประกาศออกไปให้รู้ทั่วเมืองอี้ว่า ข้าฟางจงของหย่าขาดจากว่านสุ่ยเอ๋อร์ " ฟางจงแม้นจะกล่าวอย่างหนักแน่น แต่แววตานั้นหาได้หนักแน่นไม่
" ฟางจง เจ้าจงระวังให้ดี ตระกูลของเจ้าจะเหลือเพียงแต่ชื่อ " ว่านสุ่ยเอ๋อร์ จากไปด้วยความอาฆาต
" ฟางจง เจ้าจงมารับโทษตายเดี๋ยวนี้ " เสียงกึกก้องที่หน้าประตู
" เป็นผู้ใดที่มาส่งเสียงเช่นนี้ " ผู้อาวุโสหนึ่งร้องตะโกนออกไปพร้อมทั้งทะยานร่างออกไป นนท์จึงเร่งตามไป
" ท่านเจ้าตระกูลโอหยาง เหตุใดท่านทำเช่นนี้ " ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยถาม
" มันเป็นผู้ใดที่กล้าทำร้ายหลานชายของข้า " ผู้นำตระกูลโอหยางเดือดดาล
" เป็นข้าเอง โจวนนท์ " นนท์เดินออกมาอย่างองอาจ
" เจ้ารึ ดี เจ้าแย่งหลานสะไภ้ของข้า แล้วยังทำร้ายหลานของข้า เจ้าคงมิอยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ " ว่าจบจึงฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ นนท์หาได้กลัวแต่อย่างใด ฟากฝ่ามือสวนกลับ
" ตูม "ร่างของผู้นำตระกูลโอหยางปลิวออกไป นนท์เดินตามออกไปอย่างเชื่องช้า
" เจ้าเฒ่าเจ้ารู้จักตระกูลเจียงแห่งเมืองจางรึไม่ " นนท์ทบทวนความทรงจำ
" ตระกูลเจียง แห่งเมืองจาง โจวนนท์ " ผู้นำตระกูลโอหยางหน้าเปลี่ยนสี
" หากเจ้ารู้จัก เจ้าคงมิอยากให้ตระกูลของเจ้าต้องเป็นเช่นนั้นใช่รึไม่ " นนท์เริ่มกดดัน
" ไม่ ไม่ อาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ดโจวนนท์ เป็นข้าและหลานของข้าที่แสดงกิริยาไม่ดีต่อท่าน
ขอท่านโปรดให้อภัยข้าและตระกูลของข้าด้วยเถิด " ผู้นำตระกูลโอหยางกล่าวต่อนนท์อย่างกลัวสุดใจ
เหล่าผู้อาวุโสตระกูลฟางได้ยินต่างพากันแข้งขาสั่น " ดีแล้วที่มิได้ล่วงเกินหลานเขย มิเช่นนั้นคงมองหน้าลำบาก "
" ได้ เพียงเจ้าคิดได้ข้าก็จะถือว่าเรื่องนี้มิเคยเกิดขึ้น และนี่เป็นค่าชดใช้สินสอดที่ของเจ้า และนี่เป็นโอสถเหลวทิพย์ปฐพีจงนำไปให้กับหลานของเจ้ากินเสีย
แล้วต่อไปนี้หากตระกูลโอหยางล่วงเกินตระกูลฟาง ข้าโจวนนท์จะลบระกูลโอหยางออกจากเมืองอี้ " เสียงกึกก้องของนนท์ดังทั่วเมืองอี้