เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 84: สู่การเป็นนินจาสาว (Became to the Kunoichi)

    โทคุฮิเมะรู้สึกเสียใจมากจึงเขียนจดหมายระบายความในใจให้กับโนบุนากะ ผู้เป็นบิดาของเธอ ทางด้านโนบุนากะเมื่อได้อ่านจดหมายที่บุตรสาวของเขาได้เขียนส่งมานั้น เขาก็ได้รู้แล้วว่า สึกิยามะกับโนบุยาสึนั้นได้คิดคดทรยศด้วยการร่วมกันสมคบคิดกับตระกูลทาเคดะ และนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้เธอต้องสูญเสียโนบุยาสึ ผู้เป็นสามีที่เธอรักมากที่สุดไปอย่างไม่มีวันกลับ และจมอยู่กับความรู้สึกผิดนั้นนับแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากที่สูญเสียโนบุยาสึ ผู้เป็นชายคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยความรู้สึกผิด โทคุฮิเมะจึงได้ปลีกตัวออกมาจากคฤหาสน์โตกุกาว่าและไม่กลับมาอีกเลย หลังจากที่เธอเดินเร่ร่อนมาได้สักระยะ เธอก็ถูกห้วงมิติแห่งกาลเวลาดึงตัวมายังช่วงปลายปี 1599 และได้พบกับโมจิซุกิ ชิโยเมะ อดีตภรรยาของโมริโทกิ บริวารคนสำคัญของทาเคดะ ชินเก็นที่ได้ตายจากไปเมื่อประมาณ 30 กว่าปีก่อนหลังจากนั้นต่อมา โทคุฮิเมะได้เปลี่ยนชื่อเป็นโอคัทสึ และได้รับการฝึกฝนให้กลายเป็นคุโนะอิจิ และได้รับการถ่ายทอดวิชานินจาโมจิซุกิแห่งกลุ่มนินจาโคงะมาจากนางชิโยเมะ อดีตคุโนะอิจิผู้ก่อตั้งองค์กรลับใต้ดินที่คอยรับใช้ทาเคดะ ชินเก็น พร้อมกับอาศัยอยู่กับนางที่กระท่อมในกลางป่าไผ่แห่งหนึ่งหลังจากที่ชินเก็นได้สิ้นใจลง องค์กรใต้ดินของนางนั้นก็ได้กลายเป็นองค์กรอิสระภายใต้การนำของชิโยเมะ จนวันเวลาผ่านไป ชิโยเมะก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเป็นคุโนะอิจิ จึงได้ปลีกตัวออกมา และใช้ชีวิตอย่างสงบที่กระท่อมในกลางป่าไผ่แห่งหนึ่งโดยที่ไม่มีใครรู้ และหลังจากนั้นต่อมาก็ไม่มีใครเห็นหน้านางอีกเลยโอคัทสึสามารถฝึกฝนวิชานินจาโคงะจนสำเร็จ และได้กลายมาเป็นคุโนะอิจิอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นไม่นาน ชิโยเมะผู้เป็นอาจารย์ของเธอนั้นก็ได้ถูกนางเทวีอสูรฯ ฆ่าตายต่อหน้าต่อตา บ้านกระท่อมนั้นก็ได้ถูกเผาไหม้ด้วยน้ำมือของนางหลังจากที่ชิโยเมะได้สิ้นใจลง โอคัทสึก็ได้ทำการขุมหลุม และฝังร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นอาจารย์ลงไปในดิน ก่อนที่เธอจะเริ่มออกเดินทางไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อตามล่านางเทวีอสูรฯ และล้างแค้นให้กับชิโยเมะ ผู้เป็นอาจารย์ ในระหว่างทาง โอคัทสึก็ได้พบกับฮัตโตริ ฮันโซ หัวหน้านินจาแห่งหมู่บ้านอิงะ และทั้งสองได้เข้าปะทะกันด้วยวิชานินจาโอคัทสึรู้สึกได้ว่าวิชานินจาของฮันโซนั้นอยู่เหนือกว่ามาก จึงขอร้องให้เขารับเธอไปเป็นศิษย์เพื่อฝึกฝน และพัฒนาวิชานินจาให้เก่งกาจยิ่งขึ้น โอคัทสึได้รับการฝึกฝนวิชานินจา พร้อมกับได้รับการถ่ายทอดวิชานินจาอิงะมาจากฮันโซ โอคัทสึใช้เวลาในการฝึกฝนวิชานินจากับเขาอยู่นานพอสมควร จนทำให้เธอนั้นสามารถพัฒนาวิชานินจาได้อย่างก้าวกระโดดโอคัทสึนั้นเป็นคุโนะอิจิเพียงคนเดียวที่สามารถใช้วิชานินจาแบบผสมผสานระหว่างวิชานินจาอิงะกับวิชานินจาโคงะได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เธอก็ได้ลาจากหมู่บ้านอิงะ และออกเดินทางเพื่อตามล่านางเทวีอสูรฯ ต่อไป“ศิษย์ของฮัตโตริ ฮันโซอย่างงั้นหรือ เจ้าอย่ามาพูดเพ้อเจ้อไปหน่อยเลยน่า”อินะฮิเมะค่อยๆ ลดอาวุธประจำกายลง ก่อนที่เธอจะพูดกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้ากับน้ำเสียงที่เย้ยหยัน“เจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เรื่องของเจ้าเถอะ ข้าไม่ได้บังคับใครอยู่แล้ว”โอคัทสึเอ่ยน้ำเสียงยียวนด้วยสีหน้าเย็นชาที่ยิ้มแย้มออกมานิดๆ ทางด้านอินะฮิเมะก็รู้สึกคล้ายกับว่าถูกกวนประสาทก็ไม่ปาน แต่เธอก็พยายามทำหน้านิ่งเข้าไว้“เรื่องนั้นหน่ะ ใครเชื่อก็โง่แล้ว”“เดี๋ยวก่อนอินะฮิเมะ...” โทโมเอะรีบเอ่ยห้ามอินะฮิเมะ ก่อนที่เธอจะถามโอคัทสึไปว่า“เจ้าคือศิษย์นินจาของฮัตโตริ ฮันโซจริงๆ อย่างงั้นล่ะสินะ”โอคัทสึพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ อันที่จริงแล้ว โทโมเอะรู้เรื่องเกี่ยวกับคุโนะอิจิสาวที่อยู่ตรงหน้ามากกว่านั้นอีก แต่ถึงกระนั้น เธอก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน เพราะไม่อยากให้เธอนึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวดเหล่านั้น“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถิด ตอนนี้เราต้องจัดการสะสางกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ก่อน”โอคัทสึพลางมองไปที่ประตูเจ้าปัญหาบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหยิบมีดคุไนออกมา 12 เล่ม ข้างละ 6 เล่ม และเขวี้ยงมีดคุไนไปที่ประตูบานนั้นกระจายออกเป็นวงกว้าง โอคัทสึรีบทำท่ามือประสานอินด้วยความรวดเร็ว เพื่อใช้วิชานินจาในการทำลายมนต์อสูรของอุนไงเคียว-อายาคาชิที่กำลังปกคลุมประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าในขณะนี้“วิชาพันแสง สลายมนต์อสูร”หลังจากนั้น มีดคุไนทั้ง 12 เล่มที่ปักอยู่บนประตูบานใหญ่นั้นก็เกิดเรือนแสงสีขาวออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะเกิดกระแสไฟฟ้าสีขาวขึ้นไหลเวียนไปทั่วทั้งบาน สักพัก กระแสไฟฟ้าสีขาวนั่นก็ค่อยๆ เลือนหายไป มนต์อสูรของอุนไงเคียว-อายาคาชินั้นก็ได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์“ตอนนี้หล่ะ”ทางด้านอินะฮิเมะนั้นก็ไม่รอช้า จึงรีบเขวี้ยงดาบโค้งขนาดใหญ่ไปที่ประตูบานใหญ่เข้าอย่างจัง จนทำให้ประตูบานนั้นถูกแง้มออกมาเพียงเล็กน้อย ดาบโค้งขนาดใหญ่นั้นได้วกกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของราวกับบูมเมอร์แรง อินะฮิเมะสามารถรับดาบโค้งนั่นไว้ได้ทางด้านโทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลิงกอริลล่า มันกู่ร้องคำรามพลางทุบอกเสียงดังสนั่นประมาณ 7 ที ก่อนที่มันจะรีบพุ่งเข้าไปทุบประตูบานนั้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องด้วยกำปั้นที่มีแรงอันมหาศาล เสียงทุบประตูนั้นดังสนั่นกึก ก้องไปทั่วบริเวณตรงนั้น ในขณะเดียวกัน ตรงพื้นที่ใกล้ๆ นั้นก็เกิดการสั่นสะเทือนอยู่บ้างเล็กน้อย จนในที่สุด ประตูบานใหญ่นั้นก็ได้เปิดออกมา พวกเธอทั้งหมดต่างก็รีบออกตามหายูกินะที่อยู่ชั้นบนทันทีส่วนทางด้านยูกินะนั้น การปะทะกันกันระหว่างเธอกับอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด สภาพแวดล้อมในตอนนี้เต็มไปด้วยความกดดันอย่างสุดขีด จนทำให้เธอต้องนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเคร่งเครียด คิ้วบางบนใบหน้างามนั้นพลางขมวดเข้าหาเพียงเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน ปากคู่งามของเธอนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่เป็นจังหวะ จากความรู้สึกเหนื่อยล้าที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาทีละน้อย มีหยาดเหงื่อไหลออกตามใบหน้า ลำคองามระหง ไปจนทั่วเรือนร่างงามขาวผ่องในขณะที่อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นก็ยังคงแสยะยิ้มออกมาด้วยความอำมหิตบนใบหน้างามที่เปี่ยมไปด้วยความเย็นชา“ฝีมือมีแค่นี้เองหรือ องเมียวจิฮิเมะตัวจริง”อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะพูดจายียวนด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยันใส่เธอที่เป็นร่างจริง ยูกินะจึงรีบทำการร่ายเวทย์ธาตุลมลงบนคมดาบ จนกลายเป็นคมดาบสายลมที่คมดาบพลังแสงนั้นถูกแทนที่ด้วยลูกพายุขนาดย่อม จากนั้น เธอก็รีบตวัดดาบปล่อยลูกพายุที่มีขนาดย่อมใส่มันที่เป็นร่างเงาสะท้อนอย่างต่อเนื่องแต่มันก็รีบทำการร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมขึ้นป้องกันการโจมตีจากอีกฝ่าย ก่อนที่มันจะร่ายเวทย์ธาตุน้ำลงบนคมดาบ จนกลายเป็นคมดาบวารีที่คมดาบพลังแสงนั้นถูกแทนที่ด้วยหยดน้ำที่มาในรูปทรงของคมดาบคาตานะ และมีละอองน้ำปกคลุมไปทั่วคมดาบ จากนั้น มันก็ปล่อยคลื่นแรงดันน้ำออกมาโจมตีใส่ยูกินะเข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างงามที่เปียกปอนของเธอนั้นแทบจะทรุดลงที่พื้น ยูกินะเริ่มจะรู้สึกว่าร่างกายของเธอนั้นค่อยๆ หนักอึ้งทีละน้อย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน