บทที่ 32 สนับสนุนเต็มกำลัง (100%)
หลังเทศกาลเปิดภูผาล่าสมุนไพรจบลงได้ห้าวัน อดีตฮองเฮาถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยสาเหตุสั่งฆ่าคนบริสุทธิ์หลายสิบชีวิต ส่วนอดีตองค์หญิงเจ็ดถูกตัดสินโทษให้ไปอยู่ในอารามชีหลวงเพื่อสำนึกผิดเป็นเวลาสิบปี แต่นางไม่ยินยอมและได้จบชีวิตตัวเองด้วยวิธีวิ่งเอาหัวชนผนังคุก สภาพศพหลังเสียชีวิต ปรากฏรอยเวทคำสาปสีดำที่บริเวณหน้าผากสองรอย โม่ฟ่านที่พาเหล่าศิษย์เดินทางกลับสำนักได้เพียงไม่กี่วัน ถูกฮ่องเต้เชิญกลับมาที่วังหลวงอีกครั้ง หลังโม่ฟ่านไปดูศพเฟิ่งหรูเสร็จ ก็กลับมาหาฮ่องเต้ที่ศาลาหกเหลี่ยมริมสระบัว“รอยเวทคำสาปบนหน้าผากเป็นเวทโบราณขั้นสูงมาก ผู้ร่ายเวทต้องเป็นจอมเวทมหาเทวะช่วงกลางขึ้นไป คาดว่าคำสาปสองบทนี้ น่าจะเป็นสาเหตุที่สัตว์อสูรรุมโจมตีและการพูดถึงความลับของอดีตฮองเฮาอย่างเสียสติพ่ะย่ะค่ะ” โม่ฟ่านกล่าวรายงานฮ่องเต้“เหตุใดต้องร่ายคำสาปถึงสองครั้ง จอมเวทระดับนี้ถ้าต้องการฆ่าคนก็ทำได้ง่ายดายยิ่งกว่าฆ่ามดปลวก หรือว่าเขาโกรธแค้นเรา จึงตั้งใจทรมานลูกสาวเราให้ตายทั้งเป็น” ฮ่องเต้เอ่ยถามด้วยความสงสัย“บางทีคำสาปบทแรก อาจจะเป็นแค่การให้บทเรียนกับเด็กเกเร แต่คำสาปบทที่สอง น่าจะเป็นการลงโทษที่แท้จริง เพราะอดีตฮองเฮากับเฟิ่งหรูยังคิดรังแกคนไม่เลิกราพ่ะย่ะค่ะ” โม่ฟ่านตอบเสียงเบา“อาจารย์รู้อะไรมากกว่าที่เรารู้ใช่หรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถาม พร้อมหรี่ตามองอย่างไม่ชอบใจ“กระหม่อมแค่คาดเดาเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ เวทคำสาปลึกลับก็ปรากฏที่สำนักกระหม่อมเช่นกัน และผู้ที่โดนเวทคำสาปก็คืออาจารย์เจียงปิน”โม่ฟ่านเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในสระทิพย์ให้ฮ่องเต้ฟังอย่างละเอียด พร้อมอธิบายเหตุผลที่ไม่บอกเรื่องนี้แต่แรก เพราะไม่มีหลักฐานบ่งชี้ผู้กระทำผิด และหวั่นเกรงอิทธิพลมืดของอดีตฮองเฮา จะทำให้ศิษย์ในสำนักเดือดร้อน“จอมเวทลึกลับปกป้องตุ๊กตาน้อย..”“กระหม่อมคาดเดาว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น ซู่มินมีพรสวรรค์เหนือมนุษย์ ในอนาคตนางอาจจะกลายเป็นราชินีแห่งจอมเวททั้งปวงพ่ะย่ะค่ะ”“เราจะให้หน่วยองครักษ์เสื้อแพรไปสืบเรื่องราวของครอบครัวซู่ให้ละเอียด ส่วนท่าน..จงดูแลตุ๊กตาน้อยของเราให้ดี สนับสนุนนางให้สุดความสามารถ ในการประลองฝีมือระหว่างแคว้น สองพี่น้องอาจจะช่วยให้แคว้นซิง ขึ้นเป็นแคว้นอันดับหนึ่งของสี่แคว้นเล็ก”“พ่ะย่ะค่ะ”สำนักนภากาฬ...โม่ฟ่านเรียกหัวหน้าหอทั้งสามและเหล่าศิษย์เอกทุกคนมาพบทันทีเมื่อกลับจากวังหลวง“ทุกคนคงจะรู้ข่าวเรื่องการประหารอดีตฮองเฮากับการเสียชีวิตของเฟิ่งหรูแล้ว จงใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียนต่อการดำเนินชีวิตของตนเอง มีอำนาจบารมียิ่งใหญ่เพียงใด ก็หนีเวรกรรมไม่พ้น”แม้คำพูดของโม่ฟ่านจะเป็นการเอ่ยเตือนทุกคน แต่สายตากลับจ้องมองไปทางเจียงปินที่ยืนอยู่คนเดียว ทำให้เจียงปินรู้สึกเย็นวาบที่กระดูกสันหลัง“องค์ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ข้าดูแลและสนับสนุนลูกศิษย์ที่มีความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประลองฝีมือในศึกแปดสำนัก ผู้ชนะจะได้ร่วมเป็นตัวแทนไปประลองศึกชิงอันดับแคว้น นับแต่นี้ ข้าอนุญาตให้ศิษย์เอกทุกคนสามารถเข้าสระทิพย์ได้ตลอดเวลา และถ้ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในสำนัก หน่วยองครักษ์เสื้อแพรจะเป็นผู้มาสอบสวนเอง”โม่ฟ่านประกาศก้อง พร้อมเรียกซู่มินน้อยเข้ามาหา“องค์ฮ่องเต้ทรงเอ็นดูเจ้ามาก มีรับสั่งให้ข้าดูแลตุ๊กตาน้อยของพระองค์ให้ดี นี่คือพู่หยกห้อยที่มีสัญลักษณ์ประจำพระองค์สลักอยู่ เจ้าสามารถนำหยกนี้ ไปขอให้นักปรุงโอสถหลวงปรุงยาให้เจ้าได้”โม่ฟ่านเอ่ยอย่างเอ็นดู พร้อมผูกพู่หยกห้อยเอวให้เด็กน้อย“ขอบคุณท่านปู่เจ้าสำนัก ข้าจะตั้งใจศึกษาเวทอาคมและเพิ่มพลังของตัวเองให้มาก ๆ ข้าจะไม่ทำให้ท่านปู่เจ้าสำนักกับองค์ฮ่องเต้ผิดหวังเจ้าค่ะ”ซู่มินเอ่ยขอบคุณเสียงใส แล้ววิ่งกลับไปยืนที่เดิม สองมือเล็กจับพู่หยกสีสวยขึ้นมาพลิกดู อี้หานกับถานฟงก็ร่วมวงดูกับศิษย์น้องด้วยเหว่ยจงมองสามศิษย์ตัวแสบสุมหัวเล่นหยกพระราชทานด้วยกัน ก็ส่ายหน้าแล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันไปคุยกับโม่ฟ่าน“ไปล่าสมุนไพรคราวนี้ เจ้าตัวแสบทั้งสามของข้าทำผลงานได้ดีเกินคาด ได้สมุนไพรล้ำค่ากลับมาเจ็ดสิบห้าต้น ข้าจะเก็บไว้เองยี่สิบห้าต้นและแบ่งให้หอจิตตะวันยี่สิบห้าต้น สมุนไพรส่วนที่เหลือมอบให้สำนักทั้งหมด ท่านเจ้าสำนักสามารถแจกจ่ายให้ศิษย์ในสำนักได้ตามความเห็นควร”“สมุนไพรทั้งหมดเป็นศิษย์เจ้าที่เสี่ยงชีวิตไปล่ามา ไม่จำเป็นต้องให้แบ่งใคร” เฉิงจินเอ่ยค้าน“ข้าเคยสัญญาว่าจะแบ่งของที่ล่าได้ให้ศิษย์เจ้า และสมุนไพรวิญญาณ เมื่อนำไปหลอมเป็นยาแล้ว จะได้ปริมาณยามากกว่าสมุนไพรทั่วไปเป็นสิบเท่า มันเพียงพอที่จะแบ่งปันให้ศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นด้วย”โม่ฟ่านเข้าใจเจตนาของเหว่ยจงดี แม้จะชอบขัดแย้งกับคนหอจิตเมฆา แต่ก็รู้จักให้อภัย และด้วยจิตวิญญาณความเป็นอาจารย์ เหว่ยจงจะคิดถึงศิษย์ในสำนักเสมอ“ขอบใจหอจิตดาราที่คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ข้าขอแบ่งสมุนไพรให้หอจิตเมฆาสิบต้น ส่วนอีกสิบห้าต้นที่เหลือเมื่อหลอมเป็นยาแล้วจะใช้ส่งเสริมศิษย์ภายในที่มีความสามารถ”หลังแบ่งของกันเรียบร้อยแล้ว คนทั้งสามหอก็แยกย้ายกันกลับหอตนด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน คนหอจิตตะวันและหอจิตดารากลับหอด้วยความสุขใจ แต่หัวหน้าหอจิตเมฆากลับหอไปด้วยความอับอายและแค้นใจเจียงปินเดินเข้าห้องฝึกยุทธ์ส่วนตัวด้วยสีหน้าดำทะมึน ด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยวเพราะความริษยา เจียงปินมองความหวังดีของเหว่ยจงกับโม่ฟ่านที่แบ่งสมุนไพรให้ตน เป็นการรวมหัวกันเยาะเย้ยเขา“สิ่งที่พวกเจ้าทำกับข้า ข้าจะจดจำไปตลอดชีวิต ..คนสำนักนภากาฬ..ฮ่องเต้แคว้นซิง..ข้าจะรอดูวันพวกเจ้าโดนจอมเวทจากแคว้นอันดับหนึ่งบดขยี้จนไม่เหลือซาก”ตอนนี้เจียงปินสูญเสียศิษย์เอกที่มีอำนาจตระกูลหนุนหลังไปทั้งหมด ศิษย์เอกคนโตซ่านมัวกลายเป็นคนเสียสติ เพราะความหวาดกลัวจากการโดนฝูงสัตว์อสูรรุมทำร้าย จึงโดนส่งตัวคืนครอบครัว ศิษย์เอกคนรองเวิ่นอิ่วเสียชีวิตเพราะธาตุไฟเข้าแทรกตอนไปซับพลังในสระทิพย์ ศิษย์เอกคนสุดท้ายเฟิ่งหรูเสียชีวิตเพราะฆ่าตัวตาย เขาจึงไม่คิดจะอยู่ในสำนักนภากาฬต่อ เขาเอาสมุนไพรไปคืน แล้วขอลาออกจากสำนัก โม่ฟ่านก็ไม่เอ่ยคัดค้านแม้เพียงครึ่งคำทันทีที่ร่างของเจียงปินก้าวพ้นออกจากสำนักนภากาฬ ลำแสงสีดำตรงหน้าผากก็ระเบิด ร่างเขากลายเป็นหมอกเลือด ไม่เหลือแม้กระทั่งเศษวิญญาณ อดีตหัวหน้าจิตเมฆาสูญหายไปจากโลกตลอดกาล.. “เราจะทำยังไงกับสมุนไพรที่เหลือเจ้าคะ” ซู่มินเอ่ยถามสองศิษย์พี่ที่นั่งมองกองสมุนไพรอยู่ในถ้ำที่พักของตัวของ “สมุนไพรพวกนี้คงต้องเก็บซ่อนเอาไว้ก่อน ตอนนี้พลังของพวกเรายังมีน้อยเกินกว่าจะใช้ยาดี ๆ ให้เสียของ แล้วที่สำคัญเราต้องหานักหลอมโอสถจากเมืองอื่นมาหลอมยาให้ มิเช่นนั้นเรื่องเราแอบซ่อนสมุนไพร ต้องรู้ถึงหูฮ่องเต้แน่” ถานฟงบอกซู่มิน พลางชี้ให้เก็บสมุนไพรซ่อนไว้ในถุงวิเวทตามเดิม “พรุ่งนี้พวกเราไปซับพลังปราณในสระทิพย์กันเถอะเจ้าค่ะ” ซู่มินเอ่ยชวน “ตกลง” สองศิษย์พี่ตอบรับพร้อมกัน ตอนล่าอยู่ในหุบเขา พวกเขาทั้งคู่ใช้พลังจิตและพลังกายอย่างเต็มที่จนพลังใกล้จะบรรลุถึงช่วงต่อไป ถ้าได้ซับพลังปราณศักดิ์สิทธิ์เข้มข้นในสระทิพย์ คาดว่าไม่เกินอาทิตย์ พวกเขาคงจะบรรลุเป็นจอมเวทระดับหลอมจิตช่วงกลาง เมื่อศิษย์พี่ทั้งสองกลับไปแล้ว ซู่มินก็เข้าสมาธิถอดร่างจิตไปหาเสวี่ยหยางในจุดเสินถิง “อาจารย์ ข้าคิดถึงท่านเจ้าค่ะ” ซู่มินน้อยพูดอ้อนอาจารย์มังกรขาวทันที “มีแต่คนอุ้ม คนโอ๋ จะมาคิดถึงมังกรตัวยาวน่าเกลียดเช่นข้าทำไมกัน” เสวี่ยหยางแกล้งงอนเด็กน้อย “ใครบอกท่านน่าเกลียด ท่านเป็นเทพมังกรขาวที่งดงามมาก ๆ ตั้งหาก และข้าก็รักท่านมากที่สุดด้วยเจ้าค่ะ” ซู่มินน้อยใช้สองแขนเล็กโอบกอดท่อนหางของเสวี่ยหยาง นางรักอาจารย์มังกรขาวมากที่สุด เพราะมีอาจารย์คอยปกป้อง นางและครอบครัวจึงปลอดภัยจากแผนร้ายของคนชั่ว เสวี่ยหยางใช้ปลายหางลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ อย่างเอ็นดู เขาไม่เคยถูกใครกอดมาก่อน อ้อมกอดจากแขนเล็กจึงอบอุ่นไปถึงหัวใจมังกร “มินเอ๋อร์ เจ้านั่งสมาธิฝึกจิตอยู่จุดเสินถิงตั้งแต่คืนนี้เลย จงจดจำเวทคาถาของจอมเวทระดับหลอมจิตทั้งสี่ร้อยเก้าบทให้ได้โดยเร็ว อาจารย์จะเข้าครองร่างเนื้อ แล้วลงไปแช่ตัวสระทิพย์ คาดว่าแช่ตัวไม่เกินสามเดือน เจ้าจะบรรลุทั้งยุทธ์และเวทในระดับขั้นต่อไปได้ ถ้าอยากปกป้องคนที่รักจากอันตราย ก็ต้องรีบแข็งแกร่ง” “ทราบแล้วเจ้าค่ะ” ซู่มินน้อยตัดขาดทุกสิ่ง แล้วเข้าสมาธิอย่างมุ่งมั่นวิญญาณมังกรขาวมองเด็กน้อยด้วยสายตาที่อ่อนโยน แล้วออกจากจุดเสินถิงมาครองร่างเนื้อ เขาตั้งใจจะแช่ตัวในสระทิพย์นานสามเดือน พลังปราณเข้มข้นน่าจะทำให้ร่างเนื้อของซู่มินแข็งแกร่งขึ้น จนบรรลุขั้นเทพยุทธ์ได้ภายในสองเดือน ส่วนอีกหนึ่งเดือนที่เหลือ เขาจะซับพลังปราณเข้าแก่นวิญญาณของตนเอง