ณ พระราชวังหลวง แคว้นจิ่งหลง
ภายในห้องทรงอักษรที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้กฤษณา ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิง ประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์ัทองคำ แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาทำให้ฉลองพระองค์ลายัฟ้าดูเหมือนมีชีวิต ปราณสีทองจางๆ วนเวียนอยู่รอบพระวรกายอย่างมั่นคงและน่าเกรงขามประดุจฟากฟ้าที่ไร้ก้นบึ้ง แม้ประทีปชีพจรขององครักษ์วังหลวงจะหรี่มัวลงจนเกือบดับ แต่ดวงพระเนตรของพระองค์กลับยังคงสุขุมนิ่งสนิท
"องครักษ์พวกนี้ไร้ประโยชน์นัก... แต่ก็นับว่าได้พิสูจน์บางอย่าง" น้ำเสียงของพระองค์ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยบารมี "ลมปราณที่สามารถ 'กลืนกินและส่งเสริม' รากฐานปราณัฟ้าได้ มีเพียงสิ่งนั้นที่ตกทอดมาในสายเืจวนอ๋องหลี่"
ที่มุมมืดของห้อง เงาร่าง3ร่างที่แฝงกายอยู่อย่างเงียบงันค่อยๆ ก้าวออกมาตามเสียงตรัสของฮ่องเต้ผู้ถือครองปราณัฟ้า
คนแรกคือ ราชครูเทียนอวี่ ชายชราในชุดขาวบริสุทธิ์ที่มีดวงตาบอดสนิทแต่กลับถือไม้เท้ากระดูกัน้ำโบราณ เขาคือผู้กุมความลับแห่งดวงดาวและคอยพยากรณ์ชะตากรรมของราชวงศ์มา3รัชกาล
คนที่2คือ แม่ทัพหญิง หลันซิง แห่งหน่วย 'ปักษา์' นางสวมเกราะเบาสีคราม ใบหน้าโฉมสะคราญทว่าเ็าดุจน้ำแข็ง ร่างกายของนางแผ่ปราณวายุที่เฉียบคมจนอากาศรอบข้างคล้ายจะถูกตัดขาด นางคืออาวุธลับที่ฮ่องเต้เก็บไว้ใช้จัดการกับยอดฝีมือระดับสูงโดยเฉพาะ
และคนสุดท้ายที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างบัลลังก์คือ องค์ชายใหญ่ หลี่เสียน พี่ชายต่างมารดาของหลี่กวง ผู้ที่มีพร์ด้านปราณัฟ้าที่สมบูรณ์ที่สุดในบรรดาโอรส ใบหน้าของเขาหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความทะนงตน "เสด็จพ่อ... องครักษ์เ่าั้เพียงแต่อ่อนแอเกินไป หากเป็ลูก ลูกจะสยบมันให้หมอบราบอยู่ใต้ฝ่าเท้าภายในสามกระบวนท่า"
"เสียนเอ๋อร์ อย่าได้ประมาทเงาที่มองไม่เห็น" ฮ่องเต้ตรัสแ่เบาพลางปัดมือเรียก ฉู่เฟิง ที่ยืนคุกเข่าอยู่หน้าประตูให้เข้ามา "ฉู่เฟิง รายงานมา ปรมาจารย์จื่อหยวนขวางเ้าไว้ด้วยวิชาใด?"
"ทูลฝ่าา... ท่านปรมาจารย์เพียงใช้ปราณกดดันกระหม่อมและกองทัพพ่ะย่ะค่ะ แต่สิ่งที่แปลกไปคือแรงสั่นะเืจากจวนร้าง มันไม่ใช่พลังที่รุนแรง แต่มันทำให้ปราณในร่างของเหล่าองครักษ์แปรปรวนเหมือนถูกบางอย่างสูบฉีดออกไป"
ฮ่องเต้หลี่เทียนเฉิงลุกขึ้นยืนสีหน้าของพระองค์ยังคงเรียบเฉย "หลี่จางเย่ว... เ้าพี่ชายผู้แสนดี เ้าแสร้งทำเป็คนขี้โรคเพื่อรอวันนี้สินะ หลบซ่อนสิ่งนี้ไว้ทั้งชีวิต ในที่สุดก็เปิดเผยออกมา"
"ราชครู... ท่านเห็นสิ่งใดในดวงชะตาของพวกมัน?"
ราชครูเทียนอวี่ เคาะไม้เท้าลงกับพื้นเบาๆ "ฝ่าา... ัดำที่เพิ่งตื่นนั้นยังไร้เขี้ยวเล็บ แต่มันมี 'สิ่งแปลกปลอม' บดบังดวงชะตาอยู่ สิ่งนั้นรวดเร็วและลื่นไหลจนดาราพยากรณ์มองไม่เห็น... ทว่า ดวงชะตาของพระองค์ยังคงเป็ฟากฟ้าที่ปกคลุมแผ่นดิน ตราบใดที่พระองค์ยังถือครอง 'ตราหยก' พวกนั้นก็เป็ได้เพียงแค่เงาที่มิอาจก้าวพ้นแสงอาทิตย์พ่ะย่ะค่ะ"
"ดี..." ฮ่องเต้แสยะยิ้มที่ดูสง่างามทว่าน่าขนลุก "หลันซิง จงนำหน่วยปักษา์ไปเฝ้าดูจวนอ๋องหลัง อย่าให้พวกมันรู้ตัว หากพวกมันอยู่นิ่งๆ ก็ปล่อยไป แต่ถ้าหากหลี่จางเย่วคิดจะเริ่ม ลงมือเมื่อใด... จงดับลมหายใจพวกมันเสีย
"น้อมรับพระบัญชาเพคะ" หลันซิงคุกเข่าลงก่อนจะเลือนหายไปในสายลม