เสียงกรีดร้องดังกึกก้องจากความหวาดกลัว แผ่นดินที่เคยเป็สีน้ำตาลแทรกแซงด้วยหญ้าและพืชพรรณเขียวขจีกลับถูกย้อมไปด้วยโลหิต ร่างเล็กซ่อนอยู่ในโพรงไม้สั่นเครือด้วยความหวาดกลัว เสียงหายใจของอสูรร้ายดังใกล้เข้ามาจนไม่อาจคุมการเต้นของหัวใจ ดวงตาเล็กปิดแน่นไม่กล้ามองสิ่งใด เวลานี้เขาไม่เหลือแม้แต่สิ่งใด พวกเขาสูญสิ้นทุกสิ่งจนแทบสูญพันธุ์
ดวงตาสีทองมองลงมาจาก้า การกระทำของเหล่าปีศาจช่างโหดร้ายจนมิอาจให้อภัยได้ ขาเล็กๆ ของเหล่ามนุษย์ต่างวิ่งหนีราวกับเป็ปศุสัตว์ที่ถูกไล่ต้อน เสียงกรีดร้องอ้อนวอนของพวกเขาดังมาจนถึง์เบื้องบน ชายผู้อยู่จุดสูงสุดของดวงดาวหมดสิ้นความอดทน มิอาจทนมองได้อีกต่อไป
แสงสีทองสว่างขึ้นบนท้องฟ้าพร้อมรัศมีภาพอันนาอัศจรรย์เมื่อพระเ้าแห่งดวงดาวปรากฏขึ้นเป็ครั้งแรก พระองค์มิอาจเมินเฉยต่อการกระทำของปีศาจได้อีกต่อไป ทว่าจะลบล้างพวกเขาก็มิอาจทำได้ จึงได้แต่บังคับให้เผ่าปีศาจทำสนธิสัญญาและแบ่งแยกดินแดนออกเป็สองมิติกีดกันไม่ให้ทั้งสองเผ่าพบหน้า เหล่ามนุษย์ได้มิติที่อุดมสมบูรณ์ ต่างจากเหล่าปีศาจที่ต้องอาศัยในดินแดนแห้งแล้ง
‘เผ่าปีศาจจักไม่ทำร้ายมนุษย์ จักมิมีการบุกรุกและกระทำการใดที่เป็การภัยร้ายกับเผ่ามนุษย์เป็อันขาด หากมีการผิดสัญญา ขอพระเ้าจงลงทัณฑ์ให้ิญญามันผู้นั้นแหลกสลายและกลับคืนสู่ธาตุแห่งแผ่นดิน’
สนธิสัญญาที่ไม่เป็ธรรมถูกเหล่าปีศาจโต้แย้ง พวกเขาไม่อาจยอมรับช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากสัญญาฉบับนี้ได้ หากมนุษย์เป็ฝ่ายที่ทำร้ายพวกเขาล่ะ? พวกเขาไม่อาจตอบโต้ได้เลยหรือ? ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นทำให้พระเ้าต้องแก้สนธิสัญญาใหม่จนเป็ที่พึงใจ
‘เผ่าปีศาจจักไม่ทำร้ามนุษย์หากมนุษย์ไม่ทำร้ายปีศาจก่อน จักมิมีการบุกรุกและกระทำการใดที่เป็การภัยร้ายกับเผ่ามนุษย์เป็อันขาดหากมนุษย์ไม่เป็ฝ่ายกระทำก่อน เมื่อใดที่เผ่าปีศาจเป็ฝ่ายผิดสัญญาขอพระเ้าจงลงทัณฑ์ซึ่งปีศาจตนนั้นให้ิญญามันและเครือญาติแหลกสลายกลับคืนสู่แผ่นดิน แต่หากมนุษย์เป็ผู้ผิดสัญญา ขอพระเ้าทรงทำลายซึ่งมิติที่ขวางกั้นสองเผ่าพันธุ์ และละทิ้งซึ่งมนุษย์ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็ไปตามชะตากรรม’
เนื่องจากอายุขัยของสองเผ่า ทำให้เื่ราวของปีศาจกลายเป็เพียงตำนานของมนุษย์ ในขณะที่ฝั่งปีศาจต่างรับรู้การมีตัวตนของมนุษย์และพระเ้า แต่พวกเขากลับไม่สามารถกระทำการใดได้กับมนุษย์ เนื่องจากพระเ้าทรงได้บังคับให้เผ่าปีศาจทำสัญญากับตน
เมื่อได้สัญญาอันเป็ที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองเผ่าการทำสัญญาจึงบรรลุผล แม้อายุขัยที่น้อยนิดของมนุษย์จะทำให้ลืมเลือนเื่ราวของเผ่าปีศาจจนกลายเป็เพียงเื่เล่าตำนานหรือนิทานปรัมปราดั่งที่พระเ้าทรงคาดการณ์ แต่พระองค์ทรงมิคาดคิดเลยว่าจักมีมนุษย์ที่พบมิติปีศาจและละเมิดซึ่งสนธิสัญญาของโลกใบนี้
หลังการลงนามห้าพันห้าร้อยปีมิติปีศาจกลับตกอยู่ในความโกลาหลที่ไม่คาดคิดเมื่อเื่เหลือเชื่อบังเกิดขึ้นในดินแดน ข่าวการหายตัวไปของปีศาจนับร้อยต่างทำให้ผู้คนหวาดกลัว
ภายในห้องทำงานด้านในคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียด เส้นเืบนขมับชายที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานปูดโปนขึ้นจนน่าหวั่นเกรง เรือนผมสีม่วงอมดำยาวจรดเอวถูกรวบไว้ลวกๆ จนยุ่งเหยิง ดวงตาสีแดงฉานมองเอกสารตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
“บ้าเอ้ย! นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ย!” เขาคำรามออกมาลั่น รายชื่อผู้สาบสูญและเอกสารมากมายกองขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันจนบดบังสภาพภายในห้อง เสียงคำรามของเขาทำให้ชายทั้งสองคนที่ยืนพิจารณาแผนที่จำลองอยู่ต้องสะดุ้งเฮือก พวกเขาหันขวับมาโวยวายอย่างอดไม่ได้
“ท่านพี่! ร้อนใจไปก็มิได้อะไรเราควรจะหาจุดร่วมของเหตุการณ์นี้” ร่างหนาเ้าของผมสีม่วงอ่อน ดวงตาสีแดงอมม่วงภายใต้กรอบแว่นหันกลับมาพิจารณาภาพจำลองที่คนข้างตัวสร้างขึ้นมา
“ถ้าข้าหาเจอข้าจะมานั่งเครียดอยู่ที่นี่ทำไมกันโซล!” คนเป็พี่โวยวาย ทำให้ชายผู้ใช้เวทสร้างแผนที่จำลองผู้มีรูปลักษณ์เดียวกับชายอีกคนต้องเอ่ยมาบ้าง
“นี่มันไม่ปกติแล้วนะท่านพี่เซส! จำนวนประชากรที่หายสาบสูญในอาณาเขตเราเพิ่มขึ้นสูงจนน่าใ ข้าตรวจดูพื้นที่โดยรอบแล้วก็ไม่พบเบาะแสอะไร” แฝดของโซลรายงาน ทำให้ผู้เป็พี่ต้องสวนลั่น
“ข้ารู้แล้วน่าซีโร่! ข้าส่งซามิเอลออกไปตรวจสอบริเวณที่ประชากรของเราสูญหายไปมากที่สุดแล้ว!” เซสคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย พลันเสียงเคาะประตูจึงดังขึ้นก่อนร่างบางจะเดินเข้ามาพร้อมเอกสารปึกหนึ่งในมือ
“ท่านพี่ มีรายงานผู้สูญหายเพิ่มมาจากส่วนกลาง ท่านจะให้ข้าวางไว้ตรงไหน” ใบหน้าที่คล้ายคลึงกับสองแฝดช่างดูอิดโรยนัก
“รีบเอามาให้ข้าเร็วซีน!” เซสร้อนรน ซีนจึงต้องรีบเดินนำเอกสารไปยื่นให้พี่ชายคนโตทันที ดวงตาคมกริบกวาดตาอ่านเอกสารในมือก่อนจะคำรามอีกครั้ง
“บ้าเอ้ย! เื่แบบนี้มันเป็ไปได้ยังไงกัน! แม้แต่ไอ้พวกเสนาธิการหรือนายทหารระดับสูงยังหายไปเลย!” เซสทรุดตัวลงกุมขมับ
แม้แต่คนที่มีพลังมหาศาลยังหายตัวไปได้ แล้วนับอะไรกับประชาชนธรรมดาล่ะ
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การจราจล เวลานี้ประชาชนต่างไม่พอใจการบริหารและการคุ้มครองของราชวงศ์กระทั่งเกิดการประท้วงจนกระทบต่อเศรษฐกิจภายในราชอาณาจักร เราจำเป็ต้องยุติเื่นี้ให้เร็วที่สุด” ในฐานะที่เธอทำงานอยู่ในกระทรวงการคลังเธอไม่อาจเมินเฉยต่อเื่นี้ได้
“ทำได้ใช่ไหม?” เซสเงยหน้ามองเธอ หญิงสาวกระตุกยิ้ม
“เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น หากจำนวนผู้สูญหายไม่ลดน้อยลงหรือยุติข้าก็ไม่อาจทำอะไรได้” เธอกล่าว เซสจึงหันไปทางแฝดชายทั้งสอง
“เช่นนั้นข้าฝากเื่เศรษฐกิจไว้กับเ้าด้วย ซีโร่นำทัพของเ้าไปสลายการจลาจลซะ โซลเ้ามาช่วยข้าตรวจดูเอกสารเหล่านี้ที” เซสมอบหมายงานด้วยความคล่องแคล่ว สามแฝดโค้งกายรับคำสั่ง ทว่าไม่ทันที่พวกเขาจะขยับตัวประตุบานเดิมกลับถูกพลักกระแทกอย่างแรง
ปัง!
“ท่าน!..แฮ่กๆ ท่านเซสเซียรัสเกิดเื่ใหญ่แล้ว!” นายทหารวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรนและเหนื่อยหอบ ก่อนจะรีบรายงานโดยไม่ทันให้คนในห้องได้ตั้งตัว
“ท่านซามิเอลหายตัวไปแล้วครับ!” สิ้นเสียงของนายทหาร หัวใจทั้งสี่ดวงร่วงหล่น เอกสารที่เคยอยู่ในมือของซีนกระจัดกระจายลงมาบนพื้น ใบหน้าสวยซีดขาวร่างของเธอสั่นเทิ้มน้ำใสเอ่อนองดวงตา
ม..ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม? ท่านพี่ซามิเอลเนี่ยนะ? ท่านพี่ซามิเอลเนี่ยนะจะหายไป!
“เ้าว่ายังไงนะ! น้องข้าจะหายไปได้ยังไงกัน!” เซสคำราม ไม่มีใครคาดคิดถึงสถานการณ์ที่เป็ไปไม่ได้เช่นนี้
พลังของซามิเอลเทียบเท่าราชวงศ์ ไม่มีทางที่จะสาบสูญไปง่ายๆ แน่!
“พวก..พวกข้าไม่ทราบครับ เมื่อคืนนี้พวกเราต่างเดินเฝ้ายามตามปกติ แต่อยู่ดีๆ ท่านซามิเอลก็หายตัวไป หาอย่างไรก็หาไม่พบ!” ทหารนายรายงานด้วยใบหน้าไม่สู้ดี ไม่ต่างจากซีนที่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่จริง!! ไม่จริง! ท่านพี่..ท่านพี่ซามิเอลจะหายไปได้ยังไง! ข้าไม่เชื่อ! ไม่เชื่อ!” เธอแผดเสียงลั่นแล้วทรุดตัวลงกับพื้น
“ซีน!” พี่ชายทั้งสามร้องลั่นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของน้องสาว ไม่ทันที่พวกเขาจะเข้ามาดูอาการเธอกลับลุกขึ้นยืน
“ข้า..ข้าจะไปตามหาท่านพี่!” เธอตัดสินใจด้วยความแน่วแน่และก้าวขาหมุนตัวออกไปเพื่อตามหาคนสำคัญ ทว่ากลับถูกฝาแฝดทั้งสองคว้าตัวไว้ไม่ต่างจากเซสที่รีบะโข้ามโต๊ะมาหาเธอ
“ซีน! ใจเย็นก่อน ข้าเข้าใจนะว่าเ้าห่วงซามิเอล แต่หากเ้าบุ่มบ่ามทำอะไรลงไปเื่ทุกอย่างคงบานปลายแน่ ข้าจะส่งทหารไปตามหาซามิเอลเอง” คำพูดของเซสทำให้ซีนกำหมัดแน่น โซลจึงต้องปลอบเธอ
“ข้าเชื่อว่าท่านพี่สามารถเอาตัวรอดได้ เ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก” โซลปลอบน้องสาวตน ซีโร่จึงต้องเอ่ยออกมาบ้าง
“ใช่ เ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าท่านพี่ซามิเอลรักพวกเราขนาดไหน ต่อให้ต้องกลับมาจากนรกพี่แกก็ทำได้” ซีโร่ฉีกยิ้มกว้างเพื่อให้น้องสาวตนรู้สึกดีขึ้น
“สักวันความจริงย่อมต้องปรากฏ สิ่งที่เราทำได้มีเพียงค้นหามันเท่านั้น”
วันเวลาผ่านพ้นล่วงเลยมากว่าหกสิบปียังคงไร้ซึ่งเบาะแสและความหวัง แม้สถานการณ์จะดีขึ้นกว่าในอดีต แต่ความจริงก็ยังไม่ถูกค้นพบ
ค่ำวันหนึ่งภายในคฤหาสน์โบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอาณาเขตแวมไพร์ หญิงสาวเ้าของั์ตาสีม่วงประกายแดงกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องๆ หนึ่งด้วยความชื่นมื่น ผมสีม่วงที่ถูกรวบตึงปลิวสยายตามแรงเดิน ความงดงามของนางสะกดทุกสายตาของข้ารับใช้ที่มองตาม มือบางพลักประตูบานใหญ่เข้าไปโดยไม่แม้แต่จะเคาะให้สัญญาณคนด้านใน
“โซล ซีโร่! มาดูนี่สิ” หญิงสาวเปล่งเสียงหวานดุจระฆัง รอยยิ้มหวานของเธอทำให้โลกของผู้พบเห็นแทบส่องประกาย
“อะไรงั้นหรือ?” โซลพี่ชายฝาแฝดคนโตผู้นั่งไขว้ขาอยู่บนเก้าอี้นวมถามขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือเล่มโปรดและขยับแว่นเล็กน้อยเพื่อให้ความสนใจแก่น้องสาวอันเป็ที่รัก
“มีอะไรล่ะ ข้ายุ่งอยู่ไม่เห็นหรือ” ซีโร่ฝาแฝดคนรองขยี้ผมตัวเองเขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ ดวงตาสีม่วงประกายแดงของเขากำลังให้ความสนใจอยู่กับการซ่อมแซมอุปกรณ์บางอย่าง
จีนัวโซล เดอร์ ซินทีเรีย (Genurzoul The Zinteria) หรือ โซล ฝาแฝดชายคนโตผู้รอบรู้ เขาเป็ดั่งมันสมองของตระกูลดยุคซินทีเรียและถูกกล่าวว่าเป็มือขวาอำมหิตของผู้นำตระกูลอย่างเซสเซียรัส
ซีโรริส เดอร์ ซินทีเรีย (Zerorist The Zinteria) หรือ ซีโร่ แฝดชายคนกลางเ้าของสมญานาม อสูรร้ายหวงน้อง ด้วยนิสัยไม่อยู่นิ่งและรักการทำลายล้าง ประกอบกับอาการหวงน้องสาวเกินควรของเขาทำให้ใครต่อใครต่างมอบชื่อนี้ให้
ซินเอน่า เดอร์ ซินทีเรีย (Zinana The Zinteria) หรือ ซีน แฝดหญิงคนเล็กผู้เป็ดั่งศูนย์รวมความรักของตระกูล แม้เธอจะมีใบหน้าคล้ายคลึงกับแฝดชายทั้งสอง แต่เพราะเพศที่แตกต่างทำให้ใบหน้าของเธอมีความหวานและงดงามกว่าพวกเขา กระทั่งถูกยกยอให้เป็ดั่งอัญมณีของอาณาจักร แต่ด้วยนิสัยห้าวหาญและอยู่ไม่นิ่งของเธอมักทำให้ผู้คนสับสนกับซีโร่
“เหอะ! น้องสาวที่น่ารักมาทั้งที เ้ายังมีกระจิตกระใจสนใจอย่างอื่นอยู่หรือซีโร่?!” เธอเอ็ดเขาด้วยท่าทีแง่งอน ซีโร่กลอกตาครั้งหนึ่งก่อนจะหันมามองเธอ
“แล้วเ้ามีธุระอะไรล่ะ เลิกงานมาสักพักแล้วทำไมเพิ่งกลับถึงบ้าน” ไม่เพียงสนใจ แต่เขายังย้อนกลับมาดุเธอที่เถลไถล
“นี่เ้า! กล้าดียังไงมาว่าข้า ข้าเ้ารู้เหตุผลว่าทำไมข้าถึงกลับมาช้าเช่นนี้ เ้าจะต้องก้มกราบและบูชาข้าแน่ ฮ่าๆๆ” ซีนท้าวเอวหัวเราะด้วยความมั่นใจแม้ซีโร่จะล้อเลียนท่าทางของเธอ
“แล้วเ้าได้อะไรมาล่ะ?” โซลกล่าวถาม ซีนจึงดีดนิ้วครั้งหนึ่งพร้อมกับแคปซูลสีเงินที่ปรากฏขึ้นกลางห้อง ขนาดของแคปซูลนั้นใหญ่โตพอที่จะสามารถเข้าไปนอนได้
“อะไรน่ะ โลงใหม่เหรอ” ซีโร่ลุกขึ้นมาดู เขาก้มมองที่นอนที่อยู่ด้านในเครื่อง
“ไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง นี่คือเกมออนไลน์ของมนุษย์” ทั้งคู่ขมวดคิ้วเมื่อเธอเฉลย ซีนฉีกยิ้มเมื่อพวกเขาหันมาสนใจเธอ
“เกมออนไลน์? คืออะไรน่ะ?” ซีโร่หันไปทางโซลที่น่าจะสามารถให้คำตอบเขาได้
“ข้าเองก็ไม่ทราบ ไม่เคยได้ยินคำเช่นนี้มาก่อน” โซลคิดหนัก ทว่าไม่มีคำนี้อยู่ในหนังสือที่เขาเคยอ่านมาตลอดห้าร้อยปีเลย ซีนยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นพี่ชายของเธอไร้คำตอบ
“แน่นอนว่าพวกเ้าต้องไม่รู้จัก เพราะเกมออนไลน์เป็ของมนุษย์” ยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ
“ของมนุษย์งั้นหรือ? แล้วเ้าไปรู้มาได้เยี่ยงไร” ในเมื่อมิติของเราถูกตัดขาดเป็ไปไม่ได้ที่เธอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเผ่านมนุษย์ ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด
“ข้าพบรอยแยกมิติ” ทั้งคู่ตกตะลึงนิ่งค้างราวกับเป็อำพาต ซีนจึงอธิบายต่อ
“ตอนแรกข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงได้ใช้เวทมนตร์สำรวจ เมื่อเห็นว่าไม่เป็ภัยจึงลองเข้าไปดู ด้านหลังรอยแยกนั้นคือมิติมนุษย์ บริเวณรอยแยกนั่นมีเครื่องเกมวางเรียงราย ข้าได้ยินมาว่ามันเป็เครื่องที่สามารถนำเราไปสู่มิติเสมือนและพบเจอเจอกับผู้คนมากมายที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก ข้าเลยนำมันมาด้วยก่อนที่รอยแยกจะปิดตัวลง” โซลคิดหนักในขณะที่ซีโร่กำลังสำรวจเครื่องเกม
“เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าสิ่งที่เ้าทำเป็เื่อันตราย” ซีนพยักหน้า
“แน่นอนว่าข้ารู้ แต่ข้าไม่อาจปล่อยผ่านมันได้ ไม่แน่มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเหล่าปีศาจ” นั่นยิ่งทำให้โซลหน้าเครียด
“เ้ารู้ทั้งรู้แต่ก็ยังไป? ทำไมเ้าถึงไม่เรียกทหารแล้วรายงานเบื้องบน หากเ้าหายไปอีกคนพวกข้าจะทำยังไง” เขาไม่พอใจอย่างยิ่งที่น้องสาวทำเื่เกินตัว ซีโร่ละสายตาจากเครื่องเกมและหันมามองเธอ
“ถึงจะไม่ชอบหน้าโซลแต่เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับมัน เ้าไม่ควรเอาตัวเองไปเสี่ยงในเื่นี้” ซีนถอนหายใจก่อนเธอจะเสมองไปทางอื่น
“ก็รู้หรอกน่า แต่หากกว่าข้าจะไปรายงานทหารรอยแยกนั่นคงปิดตัว ช่างเถอะๆ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำแล้ว เลิกเทศน์ข้าได้แล้ว พวกเ้าช่วยหันมาสนใจเกมนี่หน่อยได้ไหม” เธอแกล้งโวยวายตัดรำคาญไม่ให้พวกเขาเอ็ดเธอไปมากกว่านี้ ซีโร่ถลึงตาอย่างรู้ทันก่อนเขาจะกล่าวว่า
“เครื่องเกมทำงานด้วยไฟฟ้าแต่ข้าสามารถเปลี่ยนให้มันทำงานได้ด้วยหินเวทมนตร์ ดังนั้นเ้าไม่ต้องห่วงข้าปรับมันได้” เขากล่าว แม้จะไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อน แต่โชคดีที่เคยอ่านหนังสือที่บรรพบุรุษกล่าวถึงเทคโนโลยีเหล่านี้
โซลเดินไปหยิบหนังสือคู่มือที่อยู่ด้านในขึ้นมาเปิดอ่าน ภาษาของมนุษย์ยังคงเหมือนเมื่อห้าพันปีก่อน หากเป็เช่นนี้เขาคงสามารถอ่านได้ไม่ยากนัก
“เช่นนั้นข้าจะดูรายละเอียดของเกมนี้เอง แต่ก่อนหน้านั้นข้ามีเื่ต้องยืนยัน” เขาปิดคู่มือและเงยหน้าขึ้นมาทางซีน
“เ้าคิดว่ารอยแยกนั้นเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพวกเราหรือไม่” ซีนส่ายหน้าทันที
“ไม่ ข้าไม่คิดเช่นนั้น เดิมข้าเองก็สงสัยว่าจะมีปีศาจหลุดไปจากรอยแยกไหม แต่หากเป็เช่นนั้นต้องมีคนแจ้งทางการแล้วว่าพบรอยแยก อีกอย่างตอนที่ท่านพี่ซามิเอลหายไปเหล่าทหารรอบข้างก็ไม่พบอะไรเช่นนั้น ด้วยนิสัยของท่านพี่เขาต้องรายงานก่อนที่จะเข้าไปด้านใน แล้วก็ข้าไม่คิดด้วยว่าพวกมนุษย์จะมีปัญญาทำร้ายพวกเรา เ้าพวกนั้นไม่มีเวทมนตร์และพละกำลังที่จะสู้เราได้” เธอวิเคราะห์
“แต่ยังไงเื่นี้ก็ต้องรายงานเบื้องบน ซีนเ้าจัดการด้วยล่ะ” โซลสั่งการ
“รับทราบ เดี๋ยวข้ากลับมา” ไม่ว่าเปล่าเธอจึงหันหลังและเดินออกประตูไป โดยไม่ลืมที่จะทิ้งเครื่องเกมอีกสองเครื่องให้กับพี่ชายเพื่อดัดแปลงมัน
ไม่นานนักร่างบางจึงกลับมาด้วยใบหน้าแง่งอน โซลมองท่าทางของเธอแล้วก็อดขบขันไม่ได้ คงโดยท่านพี่ดุมาจนหูชาไม่ผิดเพี้ยน ซีนหันไปมองซีโร่ที่กำลังดัดแปลงเครื่องเกมเครื่องที่สอง ก่อนจะเดินไปนั่งบนที่วางแขนของเก้าอี้นวมที่โซลนั่งอยู่พลางจ้องมองไปยังคู่มือที่เขาอ่าน
“ได้ความว่ายังไงบ้าง” เสียงหวานเปล่งถาม โซลจึงอธิบายให้พวกเขาฟัง
“เกมนี้มีชื่อว่าLinkAge Online เป็เกมแนวต่อสู้ผจญภัยภายในโลกเสมือน ในโลกนั่นพวกเราสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างอิสระ ภายในเกมผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเผ่าพันธุ์และอาชีพได้ตามที่้า” คิ้วของซีโร่กระตุกขึ้น เขาหยุดมือแล้วหันมาเพ่งมอง
“เช่นนั้นก็ไม่เห็นต่างจากโลกที่เราอยู่เลยนี่” ซีนกระตุกยิ้มเย้ยหยันพี่ชาย
“เ้าโง่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้า้าเสียหน่อย เวทมนตร์การเดินทางการต่อสู้ทุกอย่างหาได้จากมิติที่เราอยู่ แต่ที่ข้า้าจะรู้คือสังคมความนึกคิดของมนุษย์ เพราะพวกเราเกิดหลังจากการแบ่งแยกมิติทำให้พวกเราไม่รู้จักพวกเขาเลย ทุกสิ่งที่เรารู้ล้วนมาจากตำรา นั่นต่างหากที่ข้า้า” ดวงตากลมโตวาววับเมื่อคิดถึงเื่เ่าั้ โซลพยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ
“ใช่ ถึงจะเป็โลกที่มนุษย์สร้าง แต่ยังไงมันก็ถูกออกแบบมาโดยมนุษย์ ทั้งสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้าง อาหาร และผู้คนล้วนแล้วแต่เป็สิ่งที่พวกเราไม่รู้จัก เข้าใจไหมเ้าโง่?” โซลไม่ปล่อยโอกาสให้เสียเปล่า เขาดูแคลนแฝดชายผู้น้องผู้เป็ดั่งคู่กัดกับตน ซีโร่แยกเขี้ยวไม่พอใจที่ทั้งสองดูถูกเขา
“พวกเ้าอยากให้ข้าหยุดมือมากใช่ไหม ในที่นี้มีข้าคนเดียวที่ปรับแต่งสิ่งนี้ได้นะ” เขาข่มขู่แต่กลับไม่มีใครหวั่นเกรง
“ที่จะหยุดไม่ใช่ว่าเพราะน้อยใจ แต่น่าจะทำไม่ได้มากกว่า” โซลยังคงเหน็บกัดไม่หยุด ยิ่งทำให้ซีโร่เดือดดาล
“ใช่ๆ อย่าน้อยใจไปเลยน่าซีโร่ เ้าเป็ถึงหัวหน้าองครักษ์แล้วนะ” ซีนเองก็ไม่ต่างเธอไม่แม้แต่จะปลอบใจเขา
“ได้! ได้! พวกเ้าพูดเช่นนี้ใช่ไหม คอยดูเถอะแค้นนี้ต้องสะสาง!” ไม่ว่าเปล่าเขารีบลงมือสะสางงานตรงหน้า โซลละสายตาจากซีโร่เพื่อหันมาสนทนากับน้องสาว
“ซีน เ้าไปเตรียมเืมาที โชคดีที่พวกเราหยุดยาวพอดีจะได้ไม่ต้องออกเกมมาเติมพลังงาน” ซีนพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อสั่งหญิงรับใช้
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาในที่สุดเครื่องเกมทั้งสามจึงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซีโร่ฝีมือตัวเองด้วยความภาคภูมิใจก่อนจะเดินไปดื่มเืแก้วสุดท้ายในขณะที่โซลกำลังอธิบาย
“ในคู่มือบอกว่าให้เราสวมหมวกด้านในแคปซูลแล้วนอนลงและผ่อนคลายมากที่สุด ตัวเกมจะส่งคลื่นมายังสมองเพื่อประมวลผล เมื่อเราเข้าสู่ห้วงนิทราเกมจะเริ่มขึ้น การเลือกเผ่าพันธุ์สามารถกระทำได้จากการทำเควสเปลี่ยนเผ่าพันธุ์และสามารถเลือกได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ต้องเลือกให้ดี.. แต่เดาว่าพวกเราคงไม่ต้องเลือกสินะ” โซลเปิดแคปซูลและเข้าในด้านในก่อนจะหันไปยังสองแฝดที่พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา
“อย่าลืมเด็ดขาดล่ะว่าพวกเราเป็แวมไพร์ ไม่ควรหลงระเริงไปกับสังคมมนุษย์”