“จริงหรือ? ขอบคุณแม่นางเหลือเกิน!”
หลี่ลี่จื้อกล่าวขอบคุณฝานเมิ่ง
ฝานเมิ่งส่ายหน้า “ไม่เป็นไรเพคะ! ท่านเป็นถึงองค์หญิงแห่งแผ่นดินต้าถัง หม่อมฉันจะปล่อยให้ท่านทั้งสองถูกอันธพาลจากหอบุปผารังแกได้อย่างไรกัน?”
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงกลับส่ายหน้าด้วยความดื้อรั้น “ไม่มีทาง! จะให้ข้าออกจากถนนฉางอันโดยไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นรึ? ข้าไม่ยอมหรอก!”
“อย่าสร้างปัญหาไปเลยน้องพี่ เจ้าคนเดียวจะไปรับมือกับอันธพาลเหล่านั้นได้อย่างไร? เว้นเสียแต่ว่าจะหาตัวใต้เท้าหลิวชิงเทียนผู้ตรวจการณ์ประจำเมืองฉางอันพบ ผู้ตรวจการณ์คนนี้รู้จักข้า เขาจะให้ความคุ้มครองเราอย่างแน่นอน!”
“ฮึ่ม ช่างเถอะ! เมื่อกลับไปถึงวังหลวง ข้าจะนำท่านหูกว๋อกงฉินฉงมาที่นี่ด้วยตนเอง ข้าจะแก้แค้นพวกหอบุปผา! คนเหล่านั้นไม่ตายดีแน่!”
ครั้งนี้หลี่เฉิงเฟิงโกรธมาก
พวกหอบุปผา... อันธพาลเหล่านั้นต่ำทรามชั่วช้าเกินกว่าจะบรรยาย
ก่อปัญหาทำเรื่องต่ำทราม บานปลายจนถึงขั้นรังแกเชื้อพระวงศ์แห่งต้าถัง!
หลี่เฉิงเฟิงมองฝานเมิ่ง “เถ้าแก่เนี้ย! คนของหอบุปผากล้าทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้ เหตุใดผู้ตรวจการณ์แห่งเมืองฉางอันหลิวชิงเทียนไม่จัดการพวกมัน?”
ฝานเมิ่งส่ายหน้า: “เขาจะจัดการพวกมันได้อย่างไรเพคะ? ว่ากันว่าพวกหอบุปผามีเบื้องหลังเป็นคนใหญ่คนโต ถ้าหม่อมฉันเดาไม่ผิด คนใหญ่คนโตที่ว่า คงจะเป็นข้าราชการระดับสูงซึ่งมีตำแหน่งใหญ่กว่าผู้ตรวจการณ์ เพราะอย่างนี้ท่านหลิวชิงเทียนจึงไม่กล้ายุ่งกับพวกมันเพคะ!”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้ ฮึ่ม! ในเมื่อหลิวชิงเทียนไม่กล้าจัดการพวกมัน อย่างนั้นหลี่เฉิงเฟิงผู้นี้จะเป็นคนจัดการเอง!”
หลี่เฉิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
เขาไม่เคยกลัวความชั่วร้าย หอนางโลมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกล้าดีอย่างไรมาทำเรื่องชั่วช้าเหนือหัวผู้มีอำนาจเช่นเขา!?
กล้าดีอย่างไรมาจับตัวองค์หญิงฉางเล่อไปขังไว้ในกรงไม้?
ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนชั่วเหล่านี้? หลี่เฉิงเฟิงจะล่าหัวมันมาให้ได้!
......
ณ พระราชวังแห่งต้าถัง
คืนนี้เป็นอีกคืนที่ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมินหลับไม่ลง
บ่ายของวันนี้หลี่ซื่อหมินเห็นองค์ชายน้อยหลี่เฉิงเฟิงบินหายไปจากวังหลวงด้วยพระเนตรของพระองค์เอง
เด็กคนนั้นสวมปีกไม้ไผ่ ปีนขึ้นไปบนกำแพงมังกรก่อนจะกระโดดลงมา และแล้วเขาก็บินหายไปบนท้องฟ้าอย่างที่ปากว่าจริง ๆ?
“เจ้าลูกกระต่ายจอมดื้อรั้น! เหลือเกิน เจ้าเด็กคนนี้มันเหลือเกินจริง ๆ!”
“ฮึ่ม! ตอนนี้เราส่งหูกว๋อกงกับหลูกว๋อกงออกไปที่ถนนฉางอันเพื่อตามหาเด็กคนนั้นแล้ว! กลับมาที่วังหลวงเมื่อไหร่ ได้เจอดีแน่เจ้าลูกกระต่าย!”
เคราของหลี่ซื่อหมินกระตุกด้วยความกริ้ว ความร้อนพระทัยที่สุมอกทำให้พระองค์ไม่สามารถนอนหลับได้
ไม่ว่าอย่างไร องค์ชายหลี่เฉิงเฟิงก็เป็นบุตรของพระองค์
เวลานี้ไม่มีผู้ใดทราบความเป็นความตายของหลี่เฉิงเฟิง เด็กชายคนนี้จู่ ๆ ก็บินหายไปจากสายตา? เป็นเช่นนี้หลี่ซื่อหมินจะไม่กังวลได้อย่างไรกัน?
ขณะที่พระองค์กำลังทุกข์ร้อนใจ ขันทีที่อยู่ด้านนอกได้ร้องรายงานขึ้นว่า “ทูลฝ่าบาท! ฮองเฮาจ่างซุนมาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ!”
“เข้ามา!”
ขณะโบกมือให้อนุญาต พระองค์ยังคิดในใจว่า ‘ที่องค์ชายแปดมักจะต่อต้านเรา หรือเป็นเพราะเขาขาดความรักจากแม่กันนะ?’
‘หรือเราจะขอร้องฮองเฮาจ่างซุนดี ให้นางสนิทกับองค์ชายแปดเข้าไว้ เผื่อองค์ชายแปดที่ดื้อรั้นจะเป็นเด็กดีขึ้นมาบ้าง?’
ไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ฮองเฮาจ่างซุนถลันเข้ามาในห้องของหลี่ซื่อหมินด้วยน้ำตาและเสียงร้องไห้
หลี่ซื่อหมินตกใจมาก รีบถามนางไปว่า “ฮองเฮา เกิดอะไรขึ้น? ผู้ใดทำให้เจ้าไม่พอใจอย่างนั้นหรือ?”
พระพักตร์ของนางซีดเผือด ตอบกลับพระสวามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แย่แล้วฝ่าบาท หม่อม... หม่อมฉันทำองค์หญิงฉางเล่อหายไป!”
“อะไรนะ!? มันเกิดอะไรขึ้น?” คิ้วของหลี่ซื่อหมินขมวดแน่น
ฮองเฮาจ่างซุนอธิบายต่อไป “เช้าของเมื่อวาน หม่อมฉันพาลูกหญิงลงใต้ไปยังเมืองฉางอัน นางบอกหม่อมฉันว่า นางจะไปหาซื้อของขวัญให้องค์ชายแปดเฟิงเอ๋อร์ กลับวังแล้วจะได้ไปเยี่ยมองค์ชายแปดที่จวนเจิ้นอ๋อง! หม่อมฉันรอนางอยู่นานจนต้องตามหา แต่ถึงขณะนี้หม่อมฉันก็ยังหานางไม่พบ!”
“อะไรนะ! จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“หม่อมฉันสงสัยว่าจะเกิดเรื่องร้าย ๆ กับฉางเล่อบนถนนฉางอัน! นางน่าจะถูกอันธพาลลักพาตัวไป! ทำอย่างไรดีฝ่าบาท! หม่อมฉันผิดเอง หากไม่ใช่เพราะความประมาทเลินเล่อของหม่อมฉันที่ดูแลฉางเล่อไม่ดี นางคงไม่ถูกอันธพาลจับตัวไปเช่นนี้!”
สิ้นเสียงคร่ำครวญของจ่างซุนอู๋โก้ว พระพักตร์ของหลี่ซื่อหมินหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นพระองค์ฟาดฝ่ามือลงบนเตียง และตะโกนว่า “ฮึ่ม! เราอยากรู้นัก พวกอันธพาลที่ไหนใจกล้าถึงขนาดลงไม้ลงมือกับองค์หญิงฉางเล่อ!? มีอย่างนี้ที่ไหนกัน!”
วันนี้หลี่ซื่อหมินต้องร้อนอกร้อนใจเพราะการกระทำของหลี่เฉิงเฟิง แต่ความทุกข์ไม่จบลงง่าย ๆ องค์หญิงฉางเล่อหายตัวไปอีกคน ถูกลักพาตัว? ข่าวนี้ทำให้พระองค์หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
เวลานี้ฟ้ายังไม่สว่าง หลี่ซื่อหมินส่ายหน้า ถอนหายใจด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง
ยิ่งได้เห็นจ่างซุนอู๋โก้วร้องไห้อยู่ข้าง ๆ พระองค์ยิ่งไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
หลี่ซื่อหมินตบไหล่ของจ่างซุนอู๋โก้วเบา ๆ และตรัสว่า “ฮองเฮาอย่ากังวลไปเลย! คืนนี้พักผ่อนเสียก่อน พรุ่งนี้เช้าเราจะไปที่ถนนฉางอันด้วยตนเอง เราสัญญาจะตามหาองค์หญิงฉางเล่อให้พบ! เราอยากเห็นเหลือเกิน คนชั่วเหล่านั้นเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายองค์หญิงฉางเล่อของเรา! ฮึ่ม...”
“ฝ่าบาท หม่อมฉันกลัว... กลัวว่าฉางเล่อจะเป็นอะไรไปแล้ว!”
ไหล่ของจ่างซุนอู๋โก้วสั่นไหว น้ำตาไหลอาบแก้ม
หลี่ซื่อหมินถอนหายใจและส่ายหน้า “ฮองเฮาอย่าคิดมากไปเลย ร่างกายของเจ้าสำคัญที่สุด! คืนนี้พักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าเราจะลงใต้ไปยังเมืองฉางอันในทันที!”
“เพคะฝ่าบาท!”
“หวังเต๋อเฉวียน!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ทันทีที่หลี่ซื่อหมินร้องเรียก ขันทีประจำพระองค์หวังเต๋อเฉวียนรีบเข้ามาหาพระองค์ด้วยกิริยาที่นอบน้อม
หลี่ซื่อหมินตรัส “ไปเตรียมรถม้าไว้ให้เรา พรุ่งนี้ไปแจ้งหลี่จิ้งแต่เช้าตรู่ บอกเขาให้ติดตามเราลงใต้ไปยังเมืองฉางอัน!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท บ่าวจะจัดการเดี๋ยวนี้!”
หวังเต๋อเฉวียนถอยออกมาหลังจากรับคำสั่ง
หลี่ซื่อหมินรู้ดี คืนนี้ตนเองไม่สามารถข่มตาหลับได้อย่างแน่นอน
แต่พระองค์ทรงงานหนักมาตลอดทั้งวัน ไม่ว่าเรื่องใดก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนจะจัดการ จะได้มีพลังทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
และเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว พระองค์ไม่สามารถไปที่เมืองฉางอันเพียงลำพังเพื่อตามหาองค์หญิงฉางเล่อ หลี่ลี่จื้อได้
องครักษ์ของต้าถังก็นอนหลับพักผ่อนไปหมดแล้ว การระดมพลในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้า และสั่งให้เทพสงครามหลี่จิ้งนำทหารไปยังเมืองฉางอันเพื่อตามหาองค์หญิงฉางเล่อจะดีกว่า! ด้วยวิธีนี้ แม้จะใช้ความพยายามน้อยกว่า แต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าหลายเท่า!
หลี่ซื่อหมินพิจารณาอยู่ในใจ นอกจากจะได้ตามหาองค์หญิงฉางเล่อแล้ว ด้วยวิธีนี้ เขาอาจจะจับตัวเจ้าเด็กเหลือขอหลี่เฉิงเฟิงได้ที่ถนนฉางอันด้วยก็เป็นได้!
ดังนั้นพระองค์จะเสด็จลงใต้ไปยังถนนฉางอันด้วยตนเองอย่างแน่นอน!
……
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น หลี่ซื่อหมินลุกจากที่นอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
ฮองเฮาจ่างซุนที่นอนอยู่ด้านข้างปาดน้ำตาออกจากใบหน้า และลุกจากที่นอนตามพระสวามี
ทันใดนั้นเสียงของหวังเต๋อเฉวียนได้ดังขึ้น “ฝ่าบาท! เว่ยกว๋อกงหลี่จิ้งมาเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ!”
“ให้เข้ามา!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
“เว่ยกว๋อกงหลี่จิ้งให้เข้าเฝ้า!”
ทันใดนั้น บุรุษกำยำร่างใหญ่สูงแปดชุ่น สวมชุดเกราะ เหน็บดาบไว้ที่เอวได้เดินเข้ามาในห้องของหลี่ซื่อหมิน
บุรุษผู้นี้คือเทพสงครามผู้ไม่เป็นสองรองใครแห่งแผ่นดินต้าถัง เว่ยกว๋อกงหลี่จิ้ง!
หลี่จิ้งคุกเข่าลงหนึ่งข้าง ทูลต่อหลี่ซื่อหมินว่า “ฝ่าบาท รถม้าพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทัพเกราะทมิฬสามพันนายก็พร้อมแล้ว ฝ่าบาทโปรดสั่งการ!”
“อืม หลี่จิ้ง! จงนำทัพเกราะทมิฬลงใต้ มุ่งหน้าสู่ถนนเมืองฉางอัน!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
ในฐานะที่หลี่จิ้งเป็นเทพสงครามแห่งต้าถัง ไม่ว่าเรื่องอะไร เขาล้วนทำด้วยความแน่วแน่และเด็ดขาด
เมื่อคืนเขาได้ทราบข่าวจากหวังเต๋อเฉวียน ว่าองค์หญิงฉางเล่อหายตัวไปจากถนนฉางอัน ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เขานำทหาร มุ่งหน้าไปยังถนนฉางอันแต่เช้าตรู่เพื่อตามหาองค์หญิงฉางเล่อ!
ทันทีที่หลี่จิ้งได้ทราบว่าองค์หญิงฉางเล่อหายตัวไป เพราะถูกคนชั่วบนถนนฉางอันลักพาตัว หลี่จิ้งถึงกับนั่งไม่ติดที่