บทที่ 26 ให้เปล่างั้นหรือ?!
ในระหว่างที่คนสกุลเจียงกำลังเก็บกวาดสนามรบ เจียงหลิงเทียนก็ได้ปรับสภาพของตนเองจนถึงขีดสุด พลังกายของเขาบรรลุถึงพลังแห่ง 3 ดาราแล้ว และจิตััในโลกแห่งความว่างเปล่านั้นก็แผ่ขยายไปได้ไกลถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นลี้!
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เจียงหลิงเทียนได้ขัดเกลากระดูกสันหลังัสำเร็จจากการเข่นฆ่าสังหาร!
ในขณะนี้ อักขระวิถี 9,999 สายบนกระดูกทั่วร่างของเขาได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น หลอมรวมกันจนเหลือเพียงสายเดียว!
ณ บริเวณกระดูกสันหลัง ปรากฏแสงสีแดงฉานอันอบอุ่นเรืองรองแผ่ออกมา กระดูกสันหลังั เป็สิ่งที่หนึ่งในร้อยล้านสิ่งมีชีวิตก็ยากที่จะได้เห็น!
หากใช้กระดูกสันหลังัเพื่อกระตุ้นเจตจำนงกระบี่ จะแข็งแกร่งกว่าตัวเขาในอดีตกว่า 10 เท่า!
จากนี้ไป เพียงแค่หาวัตถุดิบเสริมบางอย่าง ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดโกลาหลได้แล้ว
ถึงเวลากลับไปแลกเปลี่ยนทรัพยากรแล้ว~
……
นอกเมืองซวีหยวน บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน นับั้แ่ที่เจียงหลิงเทียนนำคนในตระกูลบุกเข้าไปในโลกแห่งความว่างเปล่า สมรภูมิที่เจ็ดก็ไม่เคยมีคลื่นอสูรโผล่มาอีกเลยเป็เวลาสามเดือนเต็ม!
หากจะถามว่าคลื่นอสูรหายไปไหน?? ก็ต้องถูกฆ่าจนเกลี้ยงแล้วน่ะสิ!
ตามข่าวที่เล็ดลอดออกมาจากจวนเ้าเมือง คลื่นอสูรขนาดใหญ่ที่กำลังจะปะทุขึ้นก็ยังถูกสกุลเจียงสังหารจนแตกกระเจิงไป!
เมื่อได้ยินข่าวนี้ มีใครบ้างที่จะยังนั่งอยู่เฉย ๆ ได้ ต้องรู้ก่อนว่า คลื่นอสูรขนาดใหญ่นั้นสิบปีถึงจะเจอครั้งหนึ่ง ในนั้นมีอสูรห้วงมิติระดับ 3 อยู่กว่าสิบตัวคุมทัพ ต่อให้เมืองซวีหยวนจะอาศัยค่ายกลใหญ่ในการป้องกัน ก็ยังต้องมีศิษย์จากตระกูลต่าง ๆ ล้มตายาเ็
อัจฉริยะรุ่นเดียวกันที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ พวกเขาย่อมต้องไปดูให้เห็นกับตาสักครั้ง!
“ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว สกุลเจียงคงไม่ได้ฆ่าล้างเผ่าอสูรห้วงมิติไปจนหมดแล้วใช่หรือไม่?!”
“ไหนเลยจะง่ายดายถึงเพียงนั้น อสูรห้วงมิติระดับ 3 นั้นเทียบเท่ากับขอบเขตแปลงเทพเชียวนะ บางทีคลื่นอสูรอาจจะกำลังไล่ล่าสกุลเจียงอยู่ก็เป็ได้”
ศิษย์จากตระกูลต่าง ๆ ที่ประจำการในสนามรบมานานหลายปี ไม่เคยได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของเจียงหลิงเทียนที่แท่นเทพโบราณด้วยตาตนเอง
ใน่เวลาสั้น ๆ เช่นนี้จึงยังคงรู้สึกยากที่จะเชื่อ
ครืนนนน!
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส พลันเกิดเสียงดังสนั่นมาจากส่วนลึกของห้วงมิติ เหล่าศิษย์จากตระกูลต่าง ๆ ถึงกับใจนะโตัวลอย
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนกลับมาแล้ว?!”
เป็จริงดังคาด เรือรบขนาดมหึมาลำหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏสู่สายตาของทุกคน อีกทั้ง เรือรบทั้งลำยังเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งจิติญญา ธงรบโบกสะบัดสง่างาม ไม่ปรากฏร่องรอยความเสียหายแม้แต่น้อย
สกุลเจียงกลับมาจริง ๆ ด้วย!
เหล่าอัจฉริยะต่างมองตาค้าง
สภาพเช่นนี้ไม่เหมือนกับไปสู้รบมาเลยสักนิด แต่กลับเหมือนเพิ่งไปเดินเล่นชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิกลับมาเสียมากกว่า
“เหลียนไห่ นำคนในตระกูลกลับไปพักผ่อนที่ฐานที่มั่นก่อน เหลียนซาน ตามข้าไปที่เมืองซวีหยวนเพื่อแลกเปลี่ยนแต้มผลงานการรบ”
เจียงหลิงเทียนออกคำสั่ง เจียงเหลียนไห่และเจียงเหลียนซานรีบพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน
ว้าว!
และเมื่อเจียงหลิงเทียนก้าวเท้าลงจากเรือรบ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดเสียงฮือฮา!
ร่างในชุดคลุมจิ้งจอก์เก้าหาง ท่วงท่าดุจั กลิ่นอายกระบี่พุ่งสู่ฟ้าแต่กลับไม่เผยคมปรายออกมา นี่มันเซียนกระบี่ผู้บรรลุวิถีกระบี่อย่างสมบูรณ์แบบชัด ๆ!
ไม่รู้ว่ามีเด็กสาวกี่คนที่ขาอ่อนระทวยในพริบตานั้น ได้แต่กอดลูกบอลหนังของตนเองไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยประกายดาวระยิบระยับสบตาเพียงครั้งเดียว มอบใจให้ชั่วชีวิต
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนจะไปแลกเปลี่ยนแต้มผลงานการรบหรือ? พวกเ้าลองทายดูสิว่า การเดินทางครั้งนี้บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนจะได้รับแต้มมาเท่าไหร่?”
“ได้ยินมาว่าจินเสวียนหู่จากสกุลจินนั้นฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งในสนามรบห้วงมิติมากว่าหกสิบปี ตอนนี้ก็ใกล้จะถึง 1 ล้านแต้มแล้ว!”
“อะไรนะ? 1 ล้านแต้ม? นั่นมันทำลายสถิติในประวัติศาสตร์เลยไม่ใช่หรือ?”
“บางทีการเดินทางครั้งนี้บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนอาจจะได้มาถึง 1 ล้านแต้มก็ได้ ก็แหม ตอนนั้นกระบี่เดียวของเขาก็กวาดไปหมื่นกว่าแต้มแล้วนะ”
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ท่ามกลางฝูงชน กลุ่มทหารในชุดเกราะทองก็แหวกทางออกมา
“เจิ้งเทียนิ พ่อบ้านแห่งจวนเ้าเมืองซวีหยวน ขอน้อมต้อนรับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน” ชายชราผู้มีลักษณะคล้ายพ่อบ้านซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่ม ได้โค้งคำนับต่อเจียงหลิงเทียน
“โอ้? จวนเ้าเมือง?”
เจียงหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจอยู่หลายส่วน ไม่คิดว่าจวนเ้าเมืองจะส่งคนมาต้อนรับเขาเป็พิเศษ
“ข้ากำลังจะไปที่คลังของจวนเ้าเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนแต้มพอดี เดี๋ยวท่านช่วยข้าคำนวณหน่อยแล้วกันว่าแลกได้เท่าไหร่”
พูดจบ เจียงหลิงเทียนก็โยนป้ายหยกผลงานในมือไปให้เจิ้งเทียนิ
เจิ้งเทียนิรีบใช้สองมือรับป้ายหยกไว้ เมื่อก้มลงมองดู ร่างของเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที แทบจะทำป้ายหลุดมือ!
“68 ล้านแต้ม!”
เขา! เผลออุทานออกมาเสียงหลง!
ใจริง ๆ นะ!
เจียงหลิงเทียนเพิ่งจะมาถึงสมรภูมินอกเขตแดนได้นานเท่าไหร่กัน? นี่มันเทียบเท่ากับการสะสมของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งเป็พันปีเลยนะ!
??!
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั่วทั้งลานก็เงียบกริบลงในทันที
“ข้าไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม พ่อบ้านเจิ้งบอกว่า 68 ล้านแต้ม? มันหมายความว่าอะไร? ใครช่วยอธิบายให้ข้าฟังที?”
“อธิบายง่าย ๆ ก็คือ มันหมายถึงอสูรห้วงมิติระดับ 1 จำนวน 68 ล้านตัว หรืออสูรระดับ 2 จำนวน 6.8 ล้านตัว หรืออสูรระดับ 3 จำนวน 6,800 ตัว...”
ฝูงชนที่เพิ่งจะมึนงงกับตัวเลขมหาศาลที่จู่ ๆ ก็โผล่มา ก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนอานุภาพไร้เทียมทาน เป็หนึ่งเดียวในปฐี!”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็ความคลั่งไคล่อย่างรวดเร็ว ต่างพากันเดินตามกลุ่มของเจียงหลิงเทียนเข้าไปในเมืองซวีหยวน
พวกเขาอยากจะรู้ใจจะขาดว่า บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนเตรียมจะแลกอะไร และจะแลกได้มากแค่ไหน!
เมืองซวีหยวน บริเวณด้านนอกของคลังจวนเ้าเมือง ในขณะนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนน้ำก็ยังลอดผ่านไม่ได้
ทว่าในระยะสามจั้งหน้าประตูคลัง กลับไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว
ไม่ใช่เพราะทหารยามที่อยู่โดยรอบ แต่เป็เพราะชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองคนหนึ่ง เขาคือเ้าเมืองซวีหยวน ‘ลิ่นเฟยฝาน’
เมืองซวีหยวน สกุลสิ่นแห่งจวนเ้าเมือง เฝ้ารักษาเมืองแห่งนี้มานับล้านปี สืบทอดตำแหน่งโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากจักรพรรดิชิงในยุคโบราณ!
สกุลสิ่นไม่ได้ขึ้นตรงต่อพันธมิตรอวิ๋นฮวง มีเอกราชเป็ของตนเอง นับล้านปีที่ผ่านมา ทรัพย์สมบัติในคลังของสกุลสิ่นนั้นทำให้แม้แต่ตระกูละบางตระกูลยังต้องทึ่งในความมั่งคั่ง
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าปล้น เพราะสกุลสิ่นมีความเชื่อมโยงทางเหตุและผลกับมหาจักรพรรดิยุคโบราณ ถึงแม้ว่าจักรพรรดิจะไม่มีข่าวคราวมานับล้านปี แต่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยงพนันมหาจักรพรรดิจะไม่กลับมา
และยิ่งตระกูลที่มีฐานะมั่นคงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใจถึงคุณค่าของอัจฉริยะผู้เป็เลิศมากเท่านั้น!
ดังนั้นเ้าเมืองซวีหยวนทุกรุ่น จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อลงทุนในอัจฉริยะที่มีศักยภาพมากที่สุด
ในขณะนี้ ลิ่นเฟยฝานได้รับข่าวมานานแล้ว ถึงกับมารอต้อนรับการมาถึงของเจียงหลิงเทียนด้วยตนเอง
เพื่อบุตรจักรพรรดิคนหนึ่ง มันคุ้มค่า!
ในความเป็จริง เจียงหลิงเทียนเองก็สนใจอย่างมากว่าตนเองจะแลกอะไรได้บ้าง
สำหรับคนทั่วไป การทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกำเนิดโกลาหลนั้นไม่ใช่เื่ยาก เพียงแค่ใช้ของล้ำค่าจากฟ้าดินธรรมดา ๆ ก็สามารถทะลวงผ่านได้ แต่เจียงหลิงเทียนนั้นแตกต่าง รากฐานของเขาไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อน ไม่มีใครรู้ว่าของล้ำค่าระดับไหนจึงจะทำให้เขาทะลวงผ่านได้
ดังนั้นเมื่อได้ทราบถึงจุดประสงค์การมาของเจียงหลิงเทียน ลิ่นเฟยฝานก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดหาของที่ดีที่สุด! แพงที่สุด! ยอดเยี่ยมที่สุดมาให้ทันที!
“อยู่ในนี้แล้ว เชิญบุตรจักรพรรดิเลือกได้ตามสบายเลย” ลิ่นเฟยฝานสะบัดมือ คลังสมบัติก็เปิดออก ห้องลับขนาดมหึมาปรากฏสู่สายตาของทุกคน
ของล้ำค่าจากฟ้าดินนับพันชนิด หลากสีสัน ถูกจัดวางแยกประเภทไว้อย่างเป็ระเบียบบนโต๊ะ!
“โอ้์~”
เจียงเหลียนซานที่เดินตามมาข้างหลังสุด อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
“น้ำทิพย์ิญญาหมื่นลักษณ์ น้ำค้างโกลาหลเบญจธาตุ หยาดอัสนีเก้าชั้นฟ้า...”
ล้วนเป็ของล้ำค่าจากฟ้าดินระดับสูงสุดทั้งสิ้น!!
เจียงหลิงเทียนก็มองเข้าไปเช่นกัน ถึงกับต้องใช้ััเทพอย่างเนตรทลายมายา
เนตรทลายมายา สามารถมองทะลุผ่านทุกสิ่งลวงตา การจำแนกสมบัติล้ำค่ายิ่งเป็เื่ง่ายดาย
ในที่สุด เขาก็เห็นขวดของเหลวสีดำขวดหนึ่ง กลิ่นอายแห่งจิติญญาของมันไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่กลับทำให้เนตรทลายมายาของเจียงหลิงเทียนมองไม่ทะลุ
หือ? ของสิ่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก
“ท่านเ้าเมืองลิ่น ของสิ่งนี้คือ?” เจียงหลิงเทียนหยิบขวดเล็กสีดำขึ้นมา
ลิ่นเฟยฝานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะประหลาดใจอย่างมากที่เจียงหลิงเทียนเลือกของสิ่งนี้
“ของสิ่งนี้มีนามว่า หยาดสยบิญญาสุญญตา เป็สิ่งที่จักรพรรดิชิงเมื่อล้านปีก่อนได้บุกเข้าไปในโลกแห่งความว่างเปล่า และสังหารบรรพชนระดับะของเผ่าห้วงมิติไปสิบตนจึงได้มา หลังจากที่จักรพรรดิชิงได้ของสิ่งนี้มา ก็ให้ความสำคัญกับมันอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่า้าจะศึกษามัน แต่ของสิ่งนี้ถึงแม้จะศักดิ์สิทธิ์และได้รับการยกย่องว่าเป็ของสืบทอดจากบรรพชนของเผ่าห้วงมิติ
แต่จักรพรรดิชิงก็พบว่านอกจากจะสามารถกดข่มจิติญญาของเผ่าพันธุ์มนุษย์เราได้แล้ว สรรพคุณอื่น ๆ นั้น แม้แต่ผู้ที่มีพลังบำเพ็ญระดับจักรพรรดิอย่างท่านเองก็ยังไม่อาจหยั่งถึงได้ ภายหลัง ของสิ่งนี้จึงถูกเก็บไว้ที่ตระกูลของข้า บุตรจักรพรรดิลองพิจารณาของอย่างอื่นดูดีกว่าหรือไม่?”
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเจียงหลิงเทียนก็เป็ประกาย สมบัติล้ำค่าที่แม้แต่จักรพรรดิยุคโบราณยังให้ความสนใจ แถมยังเป็สิ่งที่แม้แต่จักรพรรดิก็ยังไม่อาจหยั่งถึง คนทั่วไปย่อมแตะต้องไม่ได้
แต่เขาแตกต่าง ขอแค่แก้ไขมันหน่อย ก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่หรือไง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหลิงเทียนก็แย้มยิ้มออกมา “ข้าเอาชิ้นนี้แหละ นอกจากนี้ แต้มผลงานการรบในป้ายหยกนี้ แลกของล้ำค่าได้เท่าไหร่ก็แลกมาให้หมด ข้าเอาทั้งหมดเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
เอาทั้งหมดเลย???
ลิ่นเฟยฝานรับป้ายหยกของเจียงหลิงเทียนมาจากมือของเจิ้งเทียนิ เพียงแค่มองดูแวบเดียว ม่านตาของเขาก็หดแคบลงเล็กน้อย จากนั้นจึงยิ้มให้กับเจียงหลิงเทียน
“หากบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน้า ก็เชิญหยิบไปได้ตามสบายเลยไม่จำเป็ต้องใช้แต้มแลกเปลี่ยนแล้ว”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั่วทั้งลานก็เงียบกริบลงทันที
ทุกคนต่างยืนอึ้ง งงเป็ไก่ตาแตก
ไม่ต้องแลก? ได้...ได้เปล่า ๆ เลยงั้นรึ?