ก่อนงานแต่งเพียงหนึ่งอาทิตย์องค์ฮ่องเต้ได้ประกาศเชิญเหล่าขุนนางเข้าร่วมงานเลี้ยงหลังประชวร แม้ว่าหนังสือเชิญนั้นจะมาอย่างกระชั้นชิดแต่ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้ไปงานนี้และเหล่าสตรีต่างเตรียมชุดกันอย่างเร่งรีบ
“เถียนเถียน เร็วเข้ารีบส่งคนไปร้านอวิ๋นฮวาเพื่อเอาผ้ามาตัดชุด”
จางหยุนผิงเอ่ยกับบุตรสาวอย่างเร่งรีบด้วยว่ากลัวจะมิทันซื้อผ้า แต่เฉินฟางซินกลับยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะให้หลิวหลงหยิบกล่องเสื้อผ้าออกมา
“ชุดนั้นข้าได้จัดเตรียมไว้แล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้ารู้หรือว่าวังหลวงจะจัดงาน”
“เปล่าเจ้าค่ะ ลูกเพียงอยากตัดชุดก็เท่านั้น”
ความจริงแล้วหญิงสาวพอจะจำได้ว่าชาติก่อนนั้นมีงานเลี้ยงกระชั้นชิดเช่นนี้ก่อนแต่งงาน…ตอนนี้เหล่าสตรีต่างทะเลาะกันเพื่อแย่งซื้อผ้าและแย่งกันตัดชุดจนเกิดการทะเลาะและเป็นเรื่องตลกทั่วเมืองหลวง หญิงสาวจึงตัดสินใจทำชุดขึ้นมาตั้งแต่เนิ่น ๆ หลังจากเสร็จงานแต่งของพี่ชายนาง
“งดงาม ๆ ไร้ที่ติจริง ๆ”
สตรีมีอายุคลี่ผ้าออกมาดูก่อนจะอดที่จะชมบุตรสาวมิได้ แม้ว่านางนั้นจะเป็นคนสอนบุตรสาวเย็บปักแต่ลายปักยาก ๆ และลายปักที่นางทำในตอนนี้นั้นกลับพัฒนาไปมากจากที่นางสอน
“มีของท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ และอาเซี่ยด้วยนะเจ้าคะ แต่ของพี่สะใภ้นั้นไว้ให้ใส่ในบ้านเพราะคงไม่สามารถไปงานกับพวกเราได้”
“เจ้าช่างใส่ใจพวกเราจริง ๆ”
เฉินฟางซินมิตอบกลับเข้าไปสวมกอดมารดาแทน ชาติก่อนนางทุ่มทุกอย่างให้สามีแต่ชาตินี้ไม่ว่าก่อนหรือหลังแต่งงานครอบครัวและสามีจะไม่มีสิ่งใดเหนือกว่ากัน
“แล้วเครื่องประดับล่ะ แม่จะให้คนหามาให้เจ้า”
“ท่านแม่ชุดเหล่านี้เข้ากับเครื่องประดับที่อาอิงส่งมาให้เจ้าค่ะ”
คำเรียกนั้นทำให้สตรีมีอายุอดทีจะยิ้มไม่ได้ แม้ชิวจิ้นอันจะเป็นแม่ทัพแดนเหนือและเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของชิวอ๋องน้องชายขององค์ฮ่องเต้ที่ดูแลปกป้องแดนเหนือ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องแม้จะไม่เลวแต่ก็ไม่ชัดเจน
“เถียนเถียน…แม่ทัพชิวดีต่อเจ้าหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
สตรีมีอายุที่รับรู้ว่าบุตรสาวออกไปกับชิวจิ้นอันบ้างเป็นครั้งคราวเอ่ยถามบุตรสาวอย่างห่วงใย รอยยิ้มที่ได้รับจากบุตรีนั้นทำให้นางมั่นใจว่าบุรุษผู้นี้คงจะไม่เลวอย่างแน่นอน
มือเรียวค่อย ๆ ลูบผ้าที่เพิ่งได้รับ ริมฝีปากบางกระตุกน้อย ๆ อย่างลืมตัว เฉาหรงที่เข้ามายืนมองอยู่นานได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะหันไปหาฮุ่ยเหอและฮุ่ยเจียงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“เป็นแบบนี้นานหรือยัง”
“ตั้งแต่ได้ของมาขอรับ”
“ได้มาเมื่อไหร่”
“เมื่อเช้าขอรับ”
“งานมีเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้ขอรับ”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราไปพักกันเถอะ นายของพวกเจ้าคงอยากจะดื่มด่ำกับชุดนี้อีกนาน”
พูดจบเฉาหรงได้เดินออกไปทิ้งชิวจิ้นอันที่ยังคงลูบ ๆ คลำ ๆ ผ้านั้นอยู่ที่เดิม
ผู้คนต่างเดินเข้าวังเพื่อร่วมงานกันอย่างคับคั่ง แต่สิ่งที่ทำให้ฝีเท้าของฝูเหวินห้าวถึงกับชะลอลงเพราะเห็นชิวจิ้นอัน แต่ที่เขาชะลอนั้นมิใช่เพราะเรื่องอื่นใดแต่สายตาของเขากลับจ้องไปยังชุดที่ชายหนุ่มสวมใส่
“ฝีปักนี้ข้าจำได้”
ชาติก่อนเขามีชุดที่เมื่อสวมใส่แล้วมักจะเป็นที่ชื่นชมของทุกคน แต่ตอนนั้นเขากลับไม่เห็นค่าและมิได้สนใจแม้สักครั้ง มือของชายหนุ่มได้เอื้อมไปจะสัมผัสฝีปักนั้นอย่างลืมตัว แต่ยังมิทันที่จะได้จับชายผ้านั้นกลับถูกดึงไปเสียก่อน
“คุณชายฝู มีอะไรกับชุดข้าหรือ”
ฝูเหวินห้าวรีบปรับสีหน้าก่อนจะเอ่ยชมชุดที่ชิวจิ้นอันสวม
“ข้ามิเคยเห็นฝีปักเช่นนี้มาก่อน มิทราบว่าแม่ทัพชิวจ้างตัดชุดร้านใดหรือ”
“เป็นคู่หมั้นของข้าที่ทำให้”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงอันดัง นั่นทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างหันมาดูแต่ยังไม่ทันจะกล่าวอันใดเสนาบดีเฉินพร้อมด้วยฮูหยินและบุตรชายหญิงต่างเดินเข้ามาพร้อมกัน นั่นเรียกสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี
“ดูนั่น ๆ ดูชุดพวกนั้นสิช่างงดงามยิ่งนัก”
“ใช่ ๆ พวกเขาทั้งห้าสวมใส่แล้ว…เหมือนเป็นชุดครอบครัวเลย ช่างเข้ากันยิ่ง”
เฉินฟางซินมองรอบ ๆ ก่อนจะกระซิบถามพี่ชายและน้องชายของตนเอง
“พวกท่านอายหรือไม่ที่ต้องใส่อะไรเช่นนี้”
“ไม่เลย พวกเราภูมิใจมาก ท่านพ่อและท่านแม่ก็เช่นกัน”
รอยยิ้มที่ปรากฏยามทักทายผู้คนนั้นทำให้เฉินฟางซินรับรู้ได้ว่าคำพูดเมื่อสักครู่นั้นมิใช่ถ้อยคำปลอบใจ แต่เป็นเรื่องจริงและความรู้สึกจริง ๆ ของพวกเขา
“เจ้าเห็นเครื่องประดับของคุณหนูสามเฉินหรือไม่…นั่นเป็นของที่แม่ทัพชิวมอบให้ ได้ยินมาว่ามีสามชุดสำหรับใส่งานระดับใหญ่ ระดับกลางและใส่เล่นนะ”
“งดงามเข้ากับชุดจริง ๆ”
ผู้คนต่างเอ่ยขึ้นก่อนจะพยักหน้าให้แก่กัน ชิวจิ้นอันที่ยืนอยู่ได้เดินเข้าไปทักทายครอบครัวภรรยา ทันทีที่ชายหนุ่มเข้าไปสมทบชุดของเข้าได้เข้ากับชุดที่ทั้งห้าสวมใส่จนเป็นที่อิจฉา
“นี่ยังมิทันแต่งเข้าจวนเสนาบดีเฉินก็มีชุดครอบครัวเสียแล้ว….”
“นี่พวกเจ้าอิจฉาใช่หรือไม่ ดูฝีปักนั่นสิงดงามทุกฝีเข็ม”
“เท่าที่ข้ารู้มาคุณหนูสามเป็นคนปักเองทุกชุด”
“รวมถึงชุดแม่ทัพชิวด้วยงั้นหรือ”
“เจ้าลองดูสิ…คิดว่าใช่หรือไม่”
“เข้ากันถึงเพียงนี้…จะมิใช่ได้อย่างไรกัน”
ฝูเหวินห้าวกำมือแน่น ชาติก่อนเรื่องดี ๆ ต่างเกิดกับเขาแต่ชาตินี้หลังจากมิได้หมั้นหมายกับเฉินฟางซินสิ่งดี ๆ กลับหลุดลอยไปจากเขาเสียสิ้น
“ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าไม่มีเจ้าแล้วข้าจะอยู่ไม่ได้”
ชายหนุ่มคิดก่อนจะเดินหัวเสียจากไป ในมุมหนึ่งของกำแพงสายตาที่มองลงมาปรากฏรอยยิ้มอย่างมิสามารถปกปิดได้
“ดูสิ…พวกเขาช่างเหมาะสมกันจริง ๆ ไม่ผิดหวัง ๆ”