“ทุกคน ทุกโคนฟังทางนี้ วันนี้ฉันตงฟางจะพาเพื่อนของฉันไปแก้แค้น หากใครอยากดูให้ตามพวกเรามา ทุกโคนได้ยินไหม~!”
เสียงประกาศดังก้องไปทั่วเส้นทางเดินมุ่งหน้าไปหาเหล่าศิษย์ทั่วไปที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่ การร้องะโของตงฟางนี้ทำเอาลู่จิวสั่นกลัวเพราะผู้คนมากมายนับพันกำลังเดินตามพวกเขาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
การต่อสู้ในสถาบันเกิดขึ้นได้โดยง่ายจากเหล่าคนไม่เข้าใจกัน ยิ่งการอยู่ร่วมกันเป็จำนวนมากจากผู้คนนับหมื่นยิ่งทำให้เกิดเื่บาดหมางขึ้นโดยง่าย ถึงอย่างนั้นการต่อสู้กลับไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากว่าหากข้าวของเครื่องใช้ในสถาบันเสียหายพวกเขาจะต้องรับผิดชอบ
หากอยากจะใช้ความรุนแรงจนข้าวของเสียหาย พวกเขาจำเป็ต้องไปสนามประลองเท่านั้น ด้วยการประกาศของตงฟางทำให้ใครต่อใครอยากรู้ว่าศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้ามาจะเอาชนะรุ่นพี่อย่างไร
“ฮ่าๆๆ วันนี้ไม่คิดเลยว่าจะสบายไปอีกวัน”
“ใช่ๆ ไม่นึกว่าศิษย์ใหม่พวกนั้นจะอ่อนแอขนาดนี้ ฉันแค่ระดับััิญญายังเดินข่มเหงไปทั่วได้เลย ฮ่าๆๆ”
เสียงหัวเราะชอบใจจากคนราว 10 คนนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่รอบๆม้าหินอ่อน ทันใดนั้นพวกเขากลับมองไปยังจุดที่เต็มไปด้วยเสียงร้องและกลุ่มคนมากมายกำลังเดินมุ่งหน้ามา
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเยอะแบบนั้น”
“เดี๋ยวก่อน ฟังที่ไอ้คนนั้นร้องะโสิ มันบอกว่าจะมาจัดการรุ่นพี่”
“หืม หรือว่าจะเป็เรา ฮ่าๆๆๆ แค่มันเป็ระดับััิญญาขั้น 1 คนเดียว จะเอาอะไรมาสู้กับเราวะ”
ความรู้สึกสนุกสนานส่งผ่านใบหน้าของรุ่นพี่นับสิบ พวกเขาไม่รู้สึกเกรงกลัวคนจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้ามาเลยสักนิด หนำซ้ำยังเป็โอกาสดีที่พวกเขาจะได้แสดงพลังให้ศิษย์ใหม่ได้รู้อีก ว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่อยู่เหนือสุดของศิษย์ทั่วไป
“ลู่จิว ไอ้หมอนี่เหรอที่ต่อยหน้าแก”
ตงฟางไม่รอช้าหลังจากเดินมาถึงม้าหินอ่อนได้ชี้หน้าไปยังชายกล้ามโตที่กำลังเคี้ยวข้าวอย่างสบายใจ
“ใช่ ไอหมอนั่นก็ด้วย”
ลู่จิวค่อยๆชี้หน้าคนที่ต่อยใบหน้าของเขาจนบวมเป่ง กระทั่งครบทั้ง 10 ตงฟางจึงฉีกยิ้มภายในใจ เพราะเขากำลังก้าวเข้าสู่แผนการขั้นแรก
“ฮะ แค่ไอ้พวกกระจอกวันๆเอาแต่รังแกศิษย์ใหม่นี่เหรอต่อยแก ถรุย พวกมันน่ากลัวตรงไหนวะ”
น้ำลายพ่นออกจากปากลงไปในถ้วยซุป สร้างความใให้กับศิษย์ใหม่ที่เดินทางมาด้วยกัน เหล่าศิษย์พี่ที่กำลังตักน้ำซุปถ้วยเดียวกันถึงกับเืขึ้นหน้า
“ไอ้สารเลวตัวไหนมันพ่นน้ำลายสกปรกๆมา หา~!!!”
“ฉันเอง มีไรป่ะ” ตงฟางก้าวเท้าไปรับหน้าพร้อมส่งร้อยยิ้มกระชากใจให้พวกมันจนเขาสังเกตเห็นเส้นเืของชายกล้ามโตกำลังเกิดบนใบหน้า ทันใดนั้นมันได้ลุกขึ้นยืนแล้วหวดกำปั้นขนาดใหญ่ใส่ตงฟางด้วยความโกรธ ทว่าทุกคนกลับเห็นตงฟางโยกหลบง่ายๆแล้วสวนกลับด้วยหมัดเข้าใส่ชายโครงของมัน จนชายกล้ามโตล้มลงไปนอนกองบนพื้นไม่ต่างจากกุ้งแห้ง
“วาห์ตายจริง ไม่คิดว่าจะอ่อนแอขนาดนี้”
“นี่แก” ชายอีกคนเห็นเพื่อนลงไปนอนบนพื้นจึงคิดจะะโเข้าจู่โจม ทันใดนั้นเพื่อนของมันกลับขวางเอาไว้ก่อน หากระดับััิญญาสู้กันจะทำให้ม้านั่งเสียหาย
“ไง กลัวเหรอ ทำไมไม่เข้ามาล่ะ อ๋อใช่สิพวกแกมันอ่อนนี่หว่า เอางี้ไหม ฉันจะส่งเพื่อนของฉันไปสู้กับพวกแกบนสนามประลอง”
“เฮ่ยตงฟาง” ลู่จิวเบิกตากว้าง เมื่อครู่เขายังยืนยิ้มเพราะตงฟางกำลังจัดการปัญหา ตอนนี้เพื่อนของเขากลับโยนปัญหามาให้ เขาจึงแสดงความใออกมา
“เชื่อฉัน ฉันมีแผน นี่คือทางรอดของเรา แกจำเป็ต้องขึ้นสนามประลอง แล้วจากนั้นฉันจะจัดการทุกอย่างเอง”
“ไม่เจ็บตัวใช่ไหม” ลู่จิวรู้สึกไม่ปลอดภัย
“ใช่ ปลอดภัย หากผ่านไปได้แกจะกลายเป็มือขวาของฉันแล้วมีลูกน้องวิ่งตาม”
“จริงเหรอ” ลู่จิวแสดงความตื่นเต้นออกมาบนใบหน้า ระหว่างพวกเขาสองคนคุยกันรุ่นพี่ทั้ง 10 ต่างหันหน้ามองจ้องพวกเขาด้วยความโกรธ
“จริง”
“แล้วถ้ามันผ่านไปไม่ได้ล่ะ”
“ไม่มีทาง แกอย่าระแวงให้มาก อยู่กับฉันต้องเชื่อใจฉันสิ”
“ตกลง งั้นฉันจะขึ้นสนาม”
“ดี แกแค่ยืนเฉยๆอย่าต่อต้านฉันจะใช้วิชาลับกับร่างกายของแกให้เอาชนะรุ่นพี่พวกนี้”
“คุยกันเสร็จหรือยัง” ชายกล้ามโตคนเดิมะโถามตงฟางและลู่จิว พวกเขาสองคนจึงพยักหน้าให้กันแล้วหันกลับมามองรุ่นพี่ทั้ง 10 คน
“เสร็จแล้ว เอาล่ะไปเจอกันที่สนามประลองดีกว่า”
“ดี! ฉันจะหักกระดูกขาของแกให้เดินไม่ได้” กลุ่มคนนับพันเดินมุ่งหน้าสู่สนามประลอง ใครก็ตามที่เห็นการเคลื่อนที่ของคนมากมายต่างเข้ามามองจ้องจากนั้นก็เริ่มเดินตามไปเมื่อได้ยินข่าวว่าศิษย์ใหม่ที่มีพลังเพียงแค่ระดับชำระล้างขั้น 2 จะต่อสู้กับระดับััิญญา
“ฉันต้องทำอะไรบ้างนะตงฟาง”
“ยืนอยู่เฉยๆ ทักษะลับของฉันจะเข้าไปบังคับร่างกายของแก” ตงฟางกระซิบบอกลู่จิว แล้วผลักเพื่อนขึ้นไปยืนบนสนามประลอง ท่ามกลางสายตาของคนจำนวนมาก
“รุ่นพี่ หากเราสู้กันมันก็เป็การต่อสู้ที่เสียเปล่าใช่ไหม” ตงฟางะโไปยังฝั่งตรงข้าม
“แก้าอะไร”
“เรามาเล่นเกมกันไหม หากวันนี้เพื่อนผมชนะ รุ่นพี่ทั้งหมดจะต้องทำงานในส่วนของพวกเรา หากพวกเราแพ้พวกเราจะทำงานให้รุ่นพี่ทั้งหมดเลย”
“เอางั้นก็ได้ แกอย่าผิดคำพูดล่ะ ต่อหน้าคนนับพันหากแกไม่ทำตามที่พูดแกจะขายหน้าเอาได้”
“ไม่เพียงเท่านั้นนะรุ่นพี่ ใครก็ตามที่แพ้จะต้องถอดเสื้อผ้าให้เหลือแค่กางเกงในเป็เวลา 1 ปี”
“ฮ่าๆๆ” ผู้คนมากมายล้วนแล้วหัวเราะเยาะกับการพนัน ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับรอคอยการต่อสู้ที่กำลังเกิด ทุกคนล้วนแล้วอยากรู้ว่าระดับชำระชีพจรจะเอาอะไรไปสู้กับระดับััิญญาทั้ง 10 คน
“ปากดี แต่ก็ช่างเถอะ ทั้งหมดที่แกพูดมาฉันจะคืนให้พวกแกเอาล่ะ ฉันคนแรก”
ชายกล้ามโตะโขึ้นไปบนสนามประลอง พลางถอดเสื้อแสดงให้เห็นกล้ามมัดใหญ่ ทางฝั่งลู่จิวถึงกับสั่นไปทั่วทั้งตัวกับพลังมากมายของอีกฝ่ายที่ปลดปล่อยออกมากดดัน
“หมัดกระทิงคลั่ง”
เสียงร้องะโใช้ทักษะก้องกังวานไปทั่วสนาม ทำเอาตงฟางฉีกยิ้มหน้าบาน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโง่ขนาดนี้ เขานึกว่าตัวเองจะต้องรอให้อีกฝ่ายแสดงทักษะออกมาให้เห็นก่อนแล้วค่อยโต้กลับ ตอนนี้อีกฝ่ายกลับะโชื่อทักษะที่ใช้งานออกมาเอง
“รับมือ”
“ตงฟาง มันมาแล้ว” ลู่จิวแสดงท่าทางตื่นกลัว การก้าวเท้าของอีกฝ่ายรวดเร็วเป็อย่างมาก แม้จะมีร่างกายสูงใหญ่ความเร็วที่พุ่งเข้ามากลับมหาศาล แล้วยังมีพลังสีแดงเคลือบหมัดทำให้เขาหวาดกลัว
“ย่อตัวลงต่ำแล้วหลบไปทางขวาของศัตรู” เสียงร้องะโของตงฟางดังก้องไปทั่วสนาม สร้างความรู้สึกสงสัยให้กับคนหมู่มาก ว่าตงฟางกำลังทำอะไร ทันใดนั้นทุกคนก็เริ่มมองจ้องไปยังลู่จิวกำลังเคลื่อนไหวเหมือนที่ตงฟางะโบอก
“ตงฟางมันมาแล้ว” หมัดขนาดใหญ่เคลื่อนผ่านใบหน้าของลู่จิว แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงขยับไปเอง แต่หมัดกลับเฉียดฉิวใบหน้าของเขา ทันใดนั้นตงฟางได้ร้องะโอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับแขนขวาของลู่จิวชกออกไปโจมตีศัตรู
“อัดเข้าที่ใต้รักแร้ระยะห่างราว 1 กำปั้นจะทำให้ศัตรูาเ็”
ผั๊วะ~!
แรงหมัดของระดับชำระชีพจรอัดกระแทกเข้าไปยังใต้รักแร้ตามคำสั่งของตงฟาง แม้การชกจะเป็พลังระดับชำระชีพจร ชายกล้ามโตกลับร้องเ็ปทรมานสร้างความใให้ผู้คนรอบๆสนามในทันที
“เกิดอะไรขึ้น แค่หมัดเดียวถึงกับทำให้ชายกล้ามโตาเ็”
ย๊ากกก
เสียงร้องะโดังขึ้นจากชายกล้ามโตเป็จังหวะเดียวกันกับลู่จิวหลบหมัดไปยังด้านขวาของอีกฝั่ง หลังจากเขาหลบหมัดของอีกฝ่ายได้นั้น หมัดของเขาได้ชกออกไปสุดแรงพุ่งเข้าใส่ใต้รักแร้ จนชายกล้ามโตร้องออกมาด้วยความเ็ปจนลงไปนอนบนพื้นดิน สร้างความใให้ผู้คนเป็จำนวนมาก เพราะตอนนี้คู่ต่อสู้ที่มีพลังระดับสูงกว่าได้แพ้ให้กับผู้ที่มีระดับชำระชีพจรขั้น 2 เพียงเท่านั้น
“เป็ไปได้ยังไง เขาชนะเหรอ”
“ไม่หรอก มันอาจจะเป็เพราะโชค” การต่อสู้ของลู่จิวถูกพูดถึง ทุกคนรอบๆสนามประลองต่างคิดว่ามันเป็การชนะเพราะโชค ทันใดนั้นเองตงฟางก็ร้องะโจนทำให้ผู้คนเงียบเสียง
“ฮ่าๆ หมัดกระทิงคลั่งเต็มไปด้วยจุดอ่อน แกมันก็แค่หลงตัวเองว่ามีพลังสูง เป็ยังไงล่ะถูกโจมตีจุดอ่อนถึงกับไปไม่เป็เลยสิท่า เอาล่ะต่อไปใครจะขึ้นมาอีกล่ะ ฉันจะโจมตีจุดอ่อนของแกอีกคน”
หลังจากยกร่างกายกล้ามโตออกไปจากเวที ชายร่างผอมได้เดินขึ้นมาด้วยความโกรธ จากรูปร่างของมันทำให้ทุกคนรู้ว่ามันจะต้องมีความเร็วเป็เลิศอย่างแน่นอน
“ตั้งท่า ฉันจะทำให้แกหยุดปากดี” ท่าทางโกรธแสดงออกมาจากชายร่างผอมอย่างเห็นได้ชัด ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับทำเพียงฉีกยิ้มเห็นฟันส่งไปให้มันได้มองดู
“คิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ”
“กรงเล็บอินทรีย์”
“ลู่จิว ระวังด้วย ทักษะนี้เน้นข่วนด้วยความเร็วเป็หลัก แต่ไม่ต้องใ แกแค่พุ่งเข้าประชิดตัวมันให้ได้จากนั้นก็ย่อตัวลงสุดเข่าเลยแล้วแกจะเห็นช่องว่างจากแขนของมันที่ข่วนจนปิดมุมอับทางสายตา สุดท้ายแกก็ชกหมัดออกไปซะ ชกไปบริเวณเอวของมัน พยายามชกให้ต่ำกว่าเอวสักหน่อยก็ได้ มันจะทำให้อีกฝ่ายแพ้”
ตงฟางแนะนำเทคนิคการต่อสู้กับผู้ใช้ทักษะกรงเล็บอินทรีย์ ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วไม่ต่างจากการคาดการณ์ของตงฟาง เขาที่ใช้พลังจิตควบคุมร่างของลู่จิวเอาไว้นั้นได้บังคับร่างลู่จิวให้เดินถอยหลังหลบกรงเล็บ
หากเขาอยากให้การต่อสู้มันดูขาวสะอาด เขาจะต้องแกล้งทำเป็ให้ลู่จิวเหมือนถูกไล่ต้อนจนมุมบ้าง ถ้าเขาบังคับให้ลู่จิวชนะเลยจะทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับพลัง ดังนั้นเขาจึงจะสร้างสถานการณ์ต่อสู้ ที่ลู่จิวเป็ฝ่ายชนะด้วยการรอโอกาสโจมตีสวนกลับไป
ควับ ควับ ควับ
เสียงกรงเล็บข่วนลมดังก้องไปทั่วสนามประลอง ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่สามารถข่วนร่างของลู่จิวที่กำลังแสดงท่าทางหลบด้วยความยากลำบาก ทันทีที่อีกฝั่งร้องะโออกมาด้วยความโกรธเพราะไม่สามารถโจมตีเป้าหมายได้นั้น ตงฟางได้บังคับร่างของลู่จิวที่กำลังถอยไปทีละก้าวให้พุ่งเข้าหาอีกฝั่งจนมันใตื่นข่วนกรงเล็บโจมตีมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตงฟางจึงบังคับให้ลู่จิวเคลื่อนไหวโดยการก้มตัวลงไปจนหลบกรงเล็บพ้น แล้วมันก็เป็อย่างที่ตงฟางเคยพูด เมื่อลู่จิวก้มตัวหลบเขาจะเห็นช่องว่างขนาดใหญ่ใต้สะดือของอีกฝั่ง ด้วยช่องว่างที่เปิดอ้ากว้าง ลู่จิวได้ใช้หมัดอักกระแทกสุดแรงจนอีกฝั่งร้องเ็ปทรมานแล้วล้มตัวลงไปนอนขดบนพื้นดินไม่ต่างจากชายกล้ามโต
อร๊าก~!
“ฮ่าๆ พวกไก่อ่อน เร็วๆ ส่งคนใหม่ขึ้นมาเร็วเดี๋ยวก็ได้แก้ผ้าเล่าเรียนในสถาบันเฟยเทียนหรอก รุ่นพี่ ได้ยินที่ผมพูดไหม”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ตอนนี้ความโกรธของอีกฝั่งมีมากไม่ต่างจากูเาไฟกำลังรอการปะทุออกมา ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกดี หากอีกฝั่งยิ่งโกรธแผนของเขาก็ยิ่งสำเร็จง่ายขึ้น