หลังจากวันนั้น ฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะรับโทรศัพท์จากพี่เจ เราไม่ได้คุยกันเกือบอาทิตย์แล้ว ฉันหยุดความคิดที่ว่าพวกเขาเหมาะสมกันมากจริง ๆ ไม่ได้สักที จนคิดว่าควรจะหยุดเื่ของเขาไว้ก่อน ซึ่งตอนนี้ก็เกือบจะครบหนึ่งเดือนแล้วหลังจากพี่เจไปต่างประเทศ สายเรียกเข้าปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลายครั้ง ชื่อของเขายังคงอยู่ที่เดิม ฉันทำได้แค่มองมันเงียบ ๆ ก่อนจะปล่อยให้เสียงเรียกนั้นดับลงไปเอง ไม่นานหลังจากนั้น ข้อความไลน์ก็มักจะเด้งขึ้นมาตามเคย
Jay : “ส้ม เป็อะไรหรือเปล่า”
Jay : “ทำไมไม่รับสายพี่”
Jay : “พี่ทำอะไรผิดรึเปล่า”
ฉันอ่านทุกข้อความแต่ไม่เคยตอบกลับไปเลยสักครั้ง ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุย แต่ฉันกลัว…กลัวว่าถ้ารับสายไปเสียงของเขาเพียงแค่คำเดียว มันอาจจะทำให้ฉันอยากจะถามออกไปว่า เราเป็อะไรกันคะพี่เจ พี่เจโทรหาส้มในฐานะอะไร แต่ฉันไม่มีความกล้ามากพอ…
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง ชื่อเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
พี่เจ ฉันวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ หลับตาลงปล่อยให้สายเรียกนั้นดังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดับไป
ฉันพยายามไม่เข้าไปอ่านข่าวพวกนั้นอีก สุดท้ายก็ห้ามตัวเองไม่ได้ มือเ้ากรรมก็กดเข้าไปอ่านจนได้ ครั้งนี้ในภาพพี่พิมพ์ยืนอยู่หน้าทางเข้า และข้าง ๆ เธอ คือพี่เจเดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน มีอีกภาพหนึ่งที่ทั้งสองคนเดินออกมาจากโรงแรมเดียวกันในตอนเช้า
ตอกย้ำข่าวลือ! แฟนคลับตาดีจับภาพ อักษรย่อ จ. นักธุรกิจหนุ่มทายาทหมื่นล้าน กับอินฟลูเอนเซอร์สาว อักษรย่อ พ. เข้าพักโรงแรมเดียวกันสี่วันติด
ฉันจ้องภาพนั้นอยู่นาน รู้ตัวอีกที…น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้ม ฉันยกมือขึ้นปาดมันออกลวก ๆ แต่ดูเหมือนว่าความรู้สึกที่เก็บสะสมมานานจะไม่ยอมฟังคำสั่งของตัวเองอีกต่อไป น้ำตายิ่งไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายฉันก็ได้แต่นอนกอดหมอนอยู่บนเตียง ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ
Jay’s Part
ผมวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะในห้องพักของโรงแรม หน้าจอยังคงแสดงสายที่ไม่ได้รับ
My Orange
ผมเพิ่งโทรไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่ก็เหมือนครั้งก่อน ๆ ไม่มีการตอบรับ ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเลื่อนเข้าไปที่หน้าต่างแชท ข้อความสุดท้ายยังคงเป็ของผม หลังจากนั่งมองหน้าจออยู่นาน จึงตัดสินใจพิมพ์ข้อความใหม่ลงไป
“วันนี้พี่ประชุมทั้งวันเลย เพิ่งว่าง” หยุดพิมพ์ไปครู่หนึ่งแล้วพิมพ์ต่อ
“ส้มเป็อะไรหรือเปล่า” ข้อความถูกส่งออกไปอีกครั้ง แต่หน้าจอก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม
ผมเอนหลังพิงเก้าอี้ช้า ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ั้แ่มาต่างประเทศ ส้มก็เงียบไปแบบนี้ อยากจะกลับไทยใจแทบขาด แต่อย่างน้อยผมก็ต้องรอให้การเจรจาครั้งนี้สำเร็จเสียก่อน การเจรจาครั้งนี้สำคัญกับอนาคตของบริษัทมาก มันเป็ความรู้สึกที่ทรมานไม่น้อยจริง ๆ
“คุณเจคะ หมดเวลาพักแล้วค่ะ” เสียงของเลขาทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา ผมพยักหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าจอไลน์ยังคงเปิดค้างอยู่ที่ชื่อเดิม ผมจ้องมันอยู่ก่อนจะพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ลงไป
Jay : “ว่างแล้วโทรกลับหาพี่หน่อยนะ”
End Jay’s Part
เสียงไลน์ก็เด้งแจ้งเตือนดังขึ้นอีก “ว่างแล้วโทรกลับหาพี่หน่อยนะ” ฉันมองมันอยู่นาน ก่อนจะปัดหน้าจอขึ้นอย่างไม่อยากใส่ใจ นิ้วมือชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
หรือฉันควรจะบล็อกเขาไปเลยดี ถ้าทำแบบนั้น…ทุกอย่างอาจจะง่ายขึ้นก็ได้ แต่สุดท้ายฉันก็ทำได้เพียงแค่วางโทรศัพท์ลงที่เดิม แล้วพยายามอ่านหนังสือต่อ
หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นอีกครั้ง ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมพี่เจถึงได้ว่างขนาดนี้ แต่ชื่อที่ปรากฏขึ้นกลับไม่ใช่อย่างที่คิด
แม่ ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบกดรับสาย
“ค่ะ แม่” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของแม่จะพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน
“ส้ม…แม่ว่าเราก็อยู่บ้านเมย์กับพี่เจมานานแล้วนะลูก” ฉันกำโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว แม่พูดต่อช้า ๆ
“ตอนนี้เราก็พอมีเงินเก็บกันอยู่บ้างแล้ว หนี้ก็ใช้ไปได้เยอะแล้ว ไม่ได้ลำบากเหมือนแต่ก่อน” ฉันเงียบฟังที่แม่พูด
“แม่ว่า…เราย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่กันดีไหม เกรงใจเขาน่ะลูก” ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง
ไม่รู้ว่าเป็เพราะคำพูดของแม่ หรือเพราะความรู้สึกบางอย่างในใจที่กำลังพังลงเงียบ ๆ สุดท้ายฉันก็พยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่รู้ดีว่าแม่มองไม่เห็น
“ค่ะแม่…ก็ดีเหมือนกันค่ะ” เสียงของฉันเบากว่าที่คิด
ราวกับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การย้ายที่อยู่ แต่มันถึงเวลาต้องออกมาจากชีวิตของเขาแล้วจริง ๆ
หัวใจฉันหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก เมื่อกลับถึงบ้านฉันยืนมองห้องนอนของฉันอยู่ครู่หนึ่ง บ้านที่เคยรู้สึกอบอุ่น ฉันมีความทรงจำในบ้านหลังนี้มากมาย วันนี้กลับดูเงียบเหงาและว่างเปล่า ฉันเริ่มเก็บของเงียบ ๆ ใส่กระเป๋าทีละชิ้น
ตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออกช้า ๆ สายตาสะดุดกับเสื้อตัวหนึ่งที่แขวนอยู่ด้านใน เป็เสื้อของพี่เจที่เคยถอดทิ้งไว้แล้วลืมเอากลับไป ฉันหยิบมันขึ้นมาถือไว้ หัวใจฉันบีบแน่นขึ้นมาทันที น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ สุดท้ายฉันตัดสินใจปาดมันทิ้งไป พร้อมกับเก็บเสื้อเขาไว้ที่เดิม ที่นี่เกือบจะกลายเป็บ้านของฉันแล้วจริง ๆ …
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่แม่จะเปิดประตูเข้ามา
“ส้ม พร้อมหรือยังลูก รถขนของจะมาถึงแล้วนะ” แม่เรียกจากหน้าห้องด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ฉันพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว”
ไม่นานนัก เราก็ขนกระเป๋าออกมาวางไว้หน้าบ้าน ป้าเมย์ยืนรออยู่หน้าบ้าน สีหน้าของป้าเมย์ดูอาลัยอาวรณ์อย่างเห็นได้ชัด
“จะรีบย้ายไปไหนกันล่ะ อยู่ต่ออีกหน่อยก็ได้ ไม่ได้ลำบากอะไรพวกฉันหรอก” แม่ยิ้มก่อนจะเข้าไปกอดป้าเมย์แน่น
“เกรงใจน่ะเมย์อยู่มานานแล้ว บ้านใหม่ก็ไม่ไกลจากนี้หรอก” ป้าเมย์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันมามองฉัน
“ไม่รอให้ตาเจกลับมาก่อนเหรอลูก” คำถามนั้นทำให้หัวใจฉันสะดุด ฉันฝืนยิ้มก่อนจะตอบออกมาเบา ๆ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะป้าเมย์…เดี๋ยวส้มค่อยบอกพี่เจเองค่ะ ่นี้พี่เจก็คงยุ่งมาก”
ฉันหันกลับไปมองบ้านหลังนั้นอีกครั้ง บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีบ้านจริง ๆ ดวงตาพร่าเลือนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ไปกันเถอะค่ะแม่…ส้มพร้อมแล้ว” ฉันรีบปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอย่างลวก ๆ แล้วเดินขึ้นรถ
ลาก่อนนะคะ…พี่เจ
มี E-book แล้วน้าา
จิ้มๆ https://www.mebmarket.com/ebook-441541-
