ตอนพิเศษ ตอนที่ 1 เรื่องของนัน
หกปีก่อน
“เอ่อ....เจ๊ครับมีคนมาขอสมัครงานน่ะครับ” เสียงยามที่ตัวเองจ้างที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้สาวใหญ่เจ้าของโรงงานเย็บผ้าที่ยืนคุมคนงานอยู่ต้องหันมามอง
แล้วสาวร่างเล็กหน้าตาสะสวยแถมผิวพรรณก็ขาวนวลตามแบบฉบับสาวเหนือที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยกมือไหว้พร้อมกล่าวทักทายเธอ“สวัสดีค่ะเจ๊”
“สวัสดีจ๊ะ” สาวใหญ่รับไหว้พร้อมกล่าวทักทายไปก่อนจะถามต่อ“จะมาสมัครงานหรอ....แล้วเธอมีวุฒิอะไรหล่ะ”
“ม.3 ค่ะ” สาวร่างเล็กตอบมา
“แล้วเย็บผ้าเป็นไหม” เจ๊เจ้าของโรงงานถามกลับ
“ไม่เป็นค่ะ” สาวร่างเล็กตอบ ก่อนจะพูดต่อ “แต่หนูคอยทำความสะอาดปัดกวาดให้ได้นะคะ”
“เฮ้อ.....ขอโทษจริงๆนะถ้าตำแหน่งแม่บ้านที่นี่มีแล้วหล่ะ....ตอนนี้ฉันต้องการแต่คนเย็บผ้าเพิ่มน่ะ” พอเจ๊เจ้าของโรงงานพูดอย่างนั้นสาวเหนือร่างเล็กที่ไม่เคยเย็บผ้ามาก่อนก็หันก้มหัวลาสาวใหญ่คนนั้นก่อนเดินออกมาจากโรงงานนั่นอย่างรวดเร็ว
‘เฮ้ออออ.....นึกว่ามากรุงเทพแล้วจะหางานง่ายขึ้นไม่เห็นจะต่างกับที่ลำปางเลยนี่นา’ นันพูดบ่นขึ้นมาในใจในขณะที่เดินออกมาจากโรงงงานเย็บผ้าแห่งนั้น
นันเด็กสาววัยใสที่มีวุฒิการศึกษาถึงแค่ชั้นมัธยมต้นแต่เหตุที่เธอมีวุฒิอยู่แค่นั้นมันไม่ได้เกิดจากการเธอเรียนไม่เก่งแต่มันเป็นเพราะข้อจำกัดทางด้านการเงินของครอบครัวและถึงแม้จะพูดว่าครอบครัวแต่เธอก็มีพ่อเหลืออยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นเพราะแม่ของเธอนั้นทิ้งเธอกับพ่อไปเมื่อสี่ปีก่อนแต่แม่ก็ยังใจดีที่ทิ้งหนี้ก้อนใหญ่เอาไว้ให้พวกเธอพ่อลูกดูต่างหน้า
ด้วยสาเหตุที่ว่ามันเลยทำให้นันที่มีผลการเรียนดีจนติดอันดับหนึ่งของชั้นเรียนตัดสินใจไม่เรียนต่อแล้วออกมาหางานทำเพื่อช่วยพ่อหาเงินมาชดใช้หนี้ที่แม่เธอก่อจะดีกว่า
แต่หลังจากที่ออกมาทำงานได้ไม่นานนันก็เริ่มรู้สึกว่าเงินเดือนที่ตัวเองหาได้ที่บ้านเกิดนั้นมันน้อยกว่าที่เธอคาดไว้และพอเธออายุครบสิบแปดขวบบริบูรณ์นันจึงตัดสินใจขอพ่อมาทำงานในกรุงเทพและถึงแม้ว่าพ่อจะคัดค้านเหมือนกับตอนที่เธอบอกเค้าว่าจะไม่เรียนต่อแต่นันก็ใช้เวลาเกลี่ยกล่อมเค้าไม่นาน
แต่ชีวิตของเด็กสาวต่างจังหวัดที่ต้องมาใช้ชีวิตในเมืองหลวงโดยไร้ญาติมิตรคอยเกื้อหนุนเลยนั้นมันยากเสมอเพราะนอกจากที่เธอจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆในการเดินหาห้องเช่าแล้วงานที่เธอคิดไว้ว่ามันจะเยอะมันก็เยอะอย่างที่เธอคาดหวังจริงๆ หากแต่ว่าบางงานมันก็ต้องการวุฒิการศึกษาหรือวิชาชีพเฉพาะทางที่เธอไม่เคยจะเรียนรู้มันเลยจึงทำให้เธอไม่ได้รับการว่าจ้าง
‘หึ.....อย่าท้อซิ ยัยนัน แกน่ะมันแกร่งกว่าที่คนอื่นเห็นนะยะแกจะต้องหางานได้ แล้วก็หาเงินส่งไปให้พ่อเยอะๆด้วย’ นันคิดขึ้นมาพร้อมเชิดคางเงยหน้าขึ้นมองฟ้าก่อนจะเดินตระเวนหางานทำต่อ……
เวลา 18.57 น.
‘เฮ้อออ....ทำไมงานมันหายากอย่างนี้นะเฮ้อออ.....แต่วันนี้ช่างมันก่อนเถอะมืดค่ำแล้วด้วยกลับห้องก่อนดีกว่า’
นันคิดพลางเดินเลียบมาตามริมทางที่เริ่มมืดและเปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆแต่เธอเดินมาได้ไม่นานก็เจอเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นห้าหกคนที่ตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่ริมทางแซวเข้า
“เฮ้.....น้องสาว...จะไปไหนน่ะ....ไปคนเดียวดึกดื่นมันอันตรายนะจ๊ะคนสวย แหม....แถมตัวก็เล็กอุ้มง่ายซะด้วยนะเนี่ย” วัยรุ่นชายคนแรกแซว
“เออหว่ะ ตัวเล็กอย่างนี้สเปคกูเลยหว่ะ” คนสองก็เสริมขึ้นมา
แต่พอพูดจบวัยรุ่นชายคนที่สองก็เดินตรงมาขวางเธอพร้อมกับถาม“น้องเพื่อนพี่ถามไม่ได้ยินหรือไง”
นันก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาก่อนพูดออกไป“เอ่อ....ขอโทษค่ะ....ขอทางด้วยนะคะ”
พอนันพูดจบ วัยรุ่นชายอีกห้าคนที่เหลือก็กรูกันเข้ามายืนล้อมตัวเธอก่อนที่คนที่เข้ามายืนดักเธอเป็นคนแรกจะพูดขึ้นมา “แต่งตัวเชยๆอย่างนี้เด็กต่างจังหวัดใช่ไหมเนี่ย แล้วจะไปไหนเนี่ย ถ้าไม่มีที่ไปมานั่งกินเหล้ากับพวกพี่ก่อนไหมหล่ะ”
นันกลัวเนื้อตัวสั่นไม่ใช่ เพราะว่าเธอเพิ่งจะมาเจอเหตุการณ์ผู้ชายคุกคามเป็นครั้งแรกหากแต่ว่าถ้าเป็นที่บ้านเกิดเธอก็พอจะวิ่งกลับบ้านหรือร้องเรียกให้คนบ้านใกล้เรือนเคียงให้เข้ามาช่วยเหลือกันได้แต่กลับในเมืองหลวงที่เธอไม่รู้จักใครเลยนั้นมันแตกต่างกันเกินไป
“เฮ้ย! กูคุยกับมึงอยู่ ทำไมมึงไม่ตอบวะ อีโง่” วัยรุ่นชายคนนั้นตะคอกใส่หน้านันอีกครั้ง
“เฮ้ยยย! พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกันเนี่ยถึงได้ไปยืนล้อมผู้หญิงตัวคนเดียวน่ะ หา!” เสียงเข้มขลังของผู้ชายคนนึงที่จู่ๆก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของนันทำให้วัยรุ่นชายทั้งหกรวมถึงนันต้องหันไปมองทางเค้าเป็นตาเดียว
และพอนันมองข้ามไหล่ของวัยรุ่นชายคนนึงที่มายืนล้อมเธอไปสาวน้อยร่างเล็กก็ได้เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำท่าทีน่าเกรงขามแต่งตัวภูมิฐานแถมหล่อเหลายืนอยู่ตรงนั้น
“คะ...คุณโทนทะ....ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้หล่ะครับ” วัยรุ่นชายที่มายืนขวางหน้านันเอ่ยถามผู้ชายคนนั้นไปด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
“ไอ้แก่นี่ใครวะ ไอ้แดง” วัยรุ่นชายที่ดูตัวใหญ่สุดที่ดูจะเป็นหัวโจกของกลุ่มหันมาถามผู้ชายคนที่ยืนขวางนันอยู่
แดงรีบหันขวับไปมองเพื่อนคนนั้นก่อนตอบ “จะ....เจ้านายกู ไอ้เหี้ยบอล”
“โถ่ ไอ้เหี้ยแค่เจ้านายมึงก็กลัวจนหน้าซีดเลยหรอ ไอ้สัสเอ๋ย กระจอกฉิบหายเลย” บอลพูดตอกหน้าแดงไปชุดใหญ่
พอบอลพูดจบโทนก็เดินแทรกผ่านเด็กหนุ่มที่ยืนขวางเค้าอยู่ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าดึงนันให้ออกมาจากวงล้อมนั้นอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย ไอ้แก่ มึงจะเอาอีนั่นไปไหนวะ” บอลพูดก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับปล่อยหมัดฮุคขวาตรงใส่โทน
แต่หมัดขวาอันแสนเชื่องช้าของบอลนั้นมันช่างเอื่อยเฉื่อยเกินกว่าที่โทนที่เคยต่อยตีกับนักเลงดังมาทั่วทั้งเมืองหลวงจะหลบไม่พ้นชายแก่รีบใช้มือซ้ายรั้งร่างนันให้เข้ามาหลบที่ด้านหลังของตัวเองก่อนจะยกเท้าขวาขึ้นมาเตะตัดไปที่ส่วนลำตัวของบอลเข้าเต็มแรง
“โอ๊ย! หะ....เหี้ยเอ๋ย เต็มชายโครงกูเลยโอ๊ยยย จะ...จุกชิบหายเลย โอ๊ยยยย” บอลร้องลั่นโอดโอยก่อนจะทิ้งตัวลงไปนั่งกุมท้องอยู่ที่พื้น
“ว่าไงพวกมึงที่เหลือมีใครอยากจะลองดีกับกูอีกไหม” โทนถามขึ้นมาพร้อมตั้งการ์ดเตรียมพร้อมและพอเห็นคนที่เหลือเดินถอยฉากกันไปแล้วโทนก็พูดกับคนงานหนุ่มในโรงงานของตัวเองต่อ “แดง มึงอยากจะทำงานที่โรงงานกูต่อไหม”
“ยะ...อยากครับ คุณโทน” แดงรีบตอบ
“ถ้ายังอยากทำอยู่....วันหลังอย่าให้กูเห็นมึงมานั่งสุมหัวกับไอ้กุ๊ยพวกนี้แล้วก็อย่าให้กูเห็นมึงไปยืนล้อมผู้หญิงคนไหนอีกนะ....กูไม่ชอบเข้าใจไหม” โทนพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขลัง
“คะ...ครับ เข้าใจแล้วครับ” แดงรีบยืดตัวตรงพร้อมรับคำอย่างแข็งขัน
“ถ้าเข้าใจแล้ว....งั้นก็รีบกลับห้องมึงไปได้แล้ว” พอโทนพูดจบแดงก็รีบวิ่งแจ้นไปขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไปจากริมทางนั้นอย่างรวดเร็ว
พอแดงไปแล้ว โทนก็หันกลับมาพูดกับนันต่อ “ไปหนู....มากับฉัน”
พอโทนพูดจบ เค้าก็พานันเดินข้ามถนนเพื่อตรงมายังรถของเค้าที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วแล้วนันที่เพิ่งจะหายจากอาการตกใจก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้พูดขอบคุณโทนจึง “ขอบคุณมากนะคะ....ที่มาช่วยหนูไว้”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ๊ะ เรื่องเล็กน้อย” โทนตอบไปก่อนจะถามต่อ “ว่าแต่ทำไมดึกดื่นป่านนี้ถึงได้มาเดินแถวนี้ได้หล่ะเนี่ย”
“หนูกำลังเดินกลับบ้านค่ะ” นันตอบ
“แล้วบ้านหนูอยู่ไหนหล่ะ” โทนถาม
“ลำปางค่ะ” นันตอบซื่อๆ
“ไม่....ไม่ใช่บ้านเกิด....ฉันหมายถึงห้องพักที่พักอะไรพวกนั่นน่ะ” โทนถามพร้อมยิ้มอ่อนในความไร้เดียงสาของสาวน้อยร่างเล็กที่ตัวสูงแค่เพียงหัวไหล่ของเค้า
นันหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มก่อนจะตอบไป“ห้องหนูอยู่....อยู่สุดซอยนี่เลยค่ะ”
“โหวว...ไกลมากเลยนะนั่น” โทนเผลอร้องออกมาเพราะระยะทางจากที่ที่พวกเค้ายืนกันอยู่จนไปถึงท้ายซอยที่นันว่ามันคงเป็นระยะทางกว่าหลายกิโลอย่างแน่นอนก่อนจะพูดขึ้นมา “ถ้าไม่รังเกียจให้ฉันไปส่งไหมหล่ะ”
ถึงผู้ชายใจดีคนนี้จะพูดกับเธอดีแถมเพิ่งจะช่วยเหลือเธอมาจากลุ่มวัยรุ่นแต่ถ้าจะให้เธอขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้าสองต่อสองนันก็ยังคิดว่ามันน่าจะอันตรายเกินไปอยู่ดี
“พ่อ.....เมื่อไหร่จะกลับบ้านกันซะทีเนี่ย” เสียงของใครซักคนดังลอดช่องหน้าต่างรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านหลังโทนทำให้โทนรีบหันไปมองเด็กชายที่วัยน่าจะอ่อนกว่านันเพียงไม่กี่ปีที่นั่งอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับแล้วพูดตอบไป“เอ็งจะรีบไปไหนไอ้เท่ห์ ถ้ารีบกลับบ้านขนาดนั้น แล้วทำไมเอ็งถึงได้ไปนั่งมั่วสุมอยู่กับรุ่นพี่พวกนั้นจนดึกดื่นป่านนี้จนพ่อต้องไปรับน่ะ หา!”
พอโทนพูดจบ เด็กหนุ่มที่ยังคงอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่นั่งอยู่ในรถก็เงียบไปในทันทีพอเคลียร์กับลูกชายเสร็จโทนก็หันกลับมาพูดกับนันด้วยเสียงหวานต่อ “เอ้า หนู ว่าไงจะให้ฉันไปส่งไหม”
พอได้เห็นว่ายังมีเด็กชายอีกคนอยู่บนรถด้วยนันจึงตอบ“ไปค่ะ....รบกวนด้วยค่ะ”………
“แล้วที่มาอยู่กรุงเทพ....นี่คือมาเรียนหรือว่ามาทำงานหล่ะ” โทนหันมาถามนันที่นั่งอยู่บนเบาะหลังเมื่อเค้าขับรถออกมาได้ซักพักแล้ว
“ทำงานค่ะ” นันตอบ
“แล้วทำงานที่ไหนเนี่ย....ทำไมถึงได้เลิกงานดึกๆดื่นๆป่านนี้” โทนถามก่อนจะละสายตากลับไปมองทางข้างหน้าต่อ
นันนิ่งงันไปครู่ใหญ่ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ยะ...ยังหางานทำไม่ได้เลยค่ะ”
คราวนี้เป็นโทนที่นิ่งงันไปบ้างก่อนจะตั้งใจขับรถมาตามทางที่นันบอกจนมาจอดอยู่ที่ลานจอดรถของแมนชั่นที่ตั้งอยู่ที่ท้ายซอยเดียวกันกับซอยของหมู่บ้านของโทนที่โทนไม่เคยจะรู้มาก่อนว่ามีมันอยู่
“โหว เปลี่ยวน่าดูเลยนะเนี่ย” โทนพูดขึ้นในขณะที่เดินลงจากรถมาส่งนันที่หน้าแมนชั่น
“ขอบคุณมากนะคะ ทั้งที่เข้าไปช่วยหนูทั้งที่ขับรถมาส่งแล้วก็....ทั้งที่เดินมาส่งถึงนี่ด้วยน่ะค่ะ” นันหันมาพูดพร้อมยกมือไหว้โทนในขณะที่เดินมาถึงหน้าแมนชั่นของเธอแล้ว
“โอ้ย ไม่ต้องคิดมากหรอกน่ะ” โทนพูดพร้อมกับรับไหว้นันไปก่อนจะถามต่อ “เอ่อ...ว่าแต่เธอชื่ออะไรนะ”
“นันค่ะ...นัน” สาวร่างเล็กรีบตอบ
“นัน....เดี๋ยวพรุ่งนี้เจ็ดโมงครึ่งฉันจะมารับนันที่นี่นะ” โทนพูด
“หา? รับ...รับไปไหนคะ” นันรีบถามด้วยความงุนงง
“ฉันจะมารับนันไปทำงานที่โรงงานไม้ของฉันไง” โทนตอบพร้อมยิ้มแย้มออกมา…………
เวลา 8.04 น. ที่โรงงานไม้ของโทน
“เต่า มานี่ดิ๊” โทนที่เดินเข้ามาในโรงงานโดยมีนันเดินเคียงตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิทดังลั่น
หัวหน้าคนงานร่างใหญ่รีบวิ่งตรงมาหาเจ้านายก่อนจะถาม“มีอะไรครับคุณโทน....เอ๊ะ? แล้วเด็กผู้หญิงนั่น....ใครครับเนี่ย”
“เด็กคนนี้ชื่อนันน่ะ” โทนแนะนำนันสั้นๆ
“อ๋อ....แล้วไปเจอมาจากไหนครับเนี่ย” เต่าถาม
“อยากรู้หรอ มึงลองไปถามไอ้แดงดูซิ...เมื่อวานมันไปนั่งกินเหล้ากับไอ้พวกกุ๋ยที่ไหนก็ไม่รู้ริมทางแล้วก็ไปยืนล้อมแม่หนูคนนี้เอาไว้....โชคดีว่าเมื่อวานกูขับรถกลับมาบ้านดึกพอดีก็เลยเข้าไปช่วยไว้ได้ทันน่ะ” โทนตอบ
“หือ? กลับดึก....อ๋อ อย่าบอกนะครับว่าเมื่อคืนก็ต้องออกไปตามคุณเท่ห์กลับบ้านอีกแล้วน่ะ” เต่าถาม
“ใช่” โทนตอบพร้อมพยักหน้าก่อนจะพูดต่อ “เออ....เกือบลืมไปเลย กูจะบอกว่า...ต่อไปนี้นันจะมาทำงานที่นี่นะ”
“แต่นักบัญชีกับฝ่ายขายโรงงานเราเต็มแล้วนะครับ” เต่าพูดสวนขึ้นมา
“งั้นก็ให้นันเค้าทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่หล่ะกัน” โทนตอบ
“แม่บ้าน....แบบทำกับข้าวให้คุณโทนอย่างนี้หรอครับ...แต่ว่าโรงงานเราไม่มีครัวนี่ครับ” เต่าพูดออกมา
โทนที่เริ่มจะรำคาญเต่าที่ถามมากความจึงหันมาพูดกับนันแทน“เอาเป็นว่าต่อจากนี้ฉันจะให้นันคอยซื้อข้าวมาจัดใส่จานแล้วก็ยกเข้าไปให้ฉันในห้องทำงานก็แล้วกันนะส่วนเงินเดี๋ยวฉันจะให้นันติดตัวไว้ซักหกพันหล่ะกัน...แยกกับเงินเดือนต่างหากถ้าขาดก็ออกไปก่อนเดี๋ยวฉันจ่ายคืนให้ทีหลังส่วนหน้าที่อื่นๆก็เก็บกวาดเช็ดถูโรงงานเท่าที่จะทำไหวก็แล้วกันนะ”
“เดี๋ยวครับ....คุณโทนแต่หน้าที่ซื้อข้าวให้คุณโทนมันหน้าที่ผมไม่ใช่หรอครับ” เต่ารีบถามแทรกขึ้นมาด้วยความที่หวงหน้าที่นี้มากแต่ไม่ใช่เพราะว่าเค้านั้นรักที่จะเดินไปซื้อข้าวมาจัดใส่จานให้กับโทนหากแต่เค้านั้นรักในเงินทอนที่โทนจะให้เค้าทุกๆเดือนต่างหาก
โทนจึงหันไปทำตาขวางใส่เต่าจนทำให้เต่าถึงกลับยิ้มแหยออกมาก่อนที่โทนจะหันกลับมาถามนันต่อ “แล้วตกลงว่านันทำได้ไหม”
“ดะ....ได้ค่ะ คุณโทน” นันตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความดีใจ…………….
หนึ่งเดือนต่อจากนั้นนันก็ทำงานที่โรงงานแห่งนั้นอย่างมีความสุข และถึงแม้ว่าการดูแลความสะอาดโรงงานไม้อันกว้างใหญ่มันจะหนักหนาไปซะหน่อยแต่โทนก็คอยพร่ำบอกเธออยู่เสมอว่าทำเอาเท่าที่ทำได้ก็พอ
ส่วนในเรื่องของเงินเดือนมันก็มากกว่าที่เธอเคยได้จากงานก่อนๆเยอะมากจนเธอสามารถจะส่งกลับไปให้พ่อของเธอได้เอาไปใช้กินและใช้หนี้ของแม่ได้ด้วยส่วนคนงานในโรงงานทุกคนก็ใจดีกับเธอเสมอไม่ว่าจะทั้งเต่าหัวหน้าคนงาน หรือแดงที่เคยยืนดักหน้าเธอมาแล้วก็ตาม แต่คนที่ใจดีกับเธอที่สุดจนเธอคิดว่าในชีวิตนี้คงจะไม่มีใครที่จะใจดีกับเธอได้มากเท่านี้มาก่อนก็ยังคงเป็นโทนอยู่เหมือนเดิม……………….
วันอาทิตย์ เวลา 11.12 น. ที่ตลาด
นันเดินดูของกินเพื่อจะได้ซื้อกลับไปกินที่ห้องตามปรกติแต่แล้วเมื่อเธอเดินมาถึงเขียงหมู เธอก็เห็นเจ้านายของตัวเองยืนอยู่ที่นั่นนันจึงเดินเข้าไปหาพร้อมยกมือไหว้ทักทายไป “คุณโทน สวัสดีค่ะ”
โทนรีบหันมามองก่อนจะยกมือรับไหว้พร้อมทักกลับ “หวัดดี...นัน...มาซื้อของกินหรอ”
“ค่ะ....คุณโทน” นันรีบตอบก่อนจะถามกลับ “แล้วนี่คุณโทนมาซื้อหมูไปทำกับข้าวหรอคะ”
“ใช่” โทนตอบนันก่อนจะหันไปรับถุงเนื้อหมูจากพ่อค้า
“ออกมาซื้อหมูกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน....แสดงว่าคุณโทนนี่มีความเป็นพ่อบ้านน่าดูเลยนะคะเนี่ย” นันพูดกับโทนหลังจากพากันเดินออกมาจากเขียงหมูนั่นแล้ว
“เอิ่ม....มันก็ต้องทำหล่ะนะก็เพราะว่าฉันมันเป็นพ่อม่ายเมียตายนี่” โทนหันมาตอบพร้อมฝืนยิ้มเมื่อพูดถึงเมียรักที่เพิ่งจะตายจากไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
พอโทนพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ทำให้นันถึงกลับเศร้าตามจนไม่กล้าจะถามอะไรต่อเพราะว่าเธอก็พอจะรู้มาจากเต่าและคนงานในโรงงานมาบ้างว่าเมียของโทนเพิ่งจะเสียไปก่อนที่เธอจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพียงไม่นาน
“แต่ถึงนันจะเรียกฉันว่าพ่อบ้านแต่ฉันก็ทำกับข้าวห่วยแตกมากเลยนะ” คำพูดของโทนทำให้นันเงยหน้าขึ้นมามองเค้าอีกครั้งก่อนที่เค้าจะพูดต่อ “เจ้าเท่ห์มันบ่นทุกวันเลยน่ะ.....แต่ว่าถ้าจะให้สั่งมากินทุกวันมันก็เปลืองเงินไงนัน เข้าใจใช่ไหม”
แล้วนันที่นึกอะไรขึ้นมาได้ก็ตัดสินใจพูด “งั้นให้นันไปทำกับข้าวให้กินไหมคะ”
โทนรีบส่ายหน้าก่อนจะตอบ “ไม่เอาอ่ะ”
“เอ๊ะ? ทำไมหล่ะคะ....คุณโทนคิดว่านันทำกับข้าวไม่เป็นหรอคะ” นันถามกลับก่อนจะนึกถึงถุงแกงที่ซื้อติดมือมาจึงพูดต่อ“อ๋อ...คุณโทนเห็นว่านันซื้อกับข้าวมากินก็เลยคิดว่านันทำกับข้าวไม่ได้ใช่ไหมคะ...ที่นันต้องซื้อกับข้าวไปกินมันเป็นเพราะว่าที่ห้องพักเค้าห้ามทำกับข้าวหรอกค่ะ....เนี่ย...ถ้าที่โรงงานมีครัวนันก็ทำกับข้าวให้คุณโทนกินได้ค่ะ...เห็นงี้แต่นันทำกับข้าวให้พ่อกินมาตั้งแต่เด็กๆแล้วนะคะแถมพ่อก็ชมนันเป็นประจำด้วยค่ะ”
โทนนึกขำในท่าทีเง้างอนของสาวน้อยร่างเล็กจึงรีบพูดขึ้นมา“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น.....ฉันแค่คิดว่านันน่ะทำงานมาทั้งสัปดาห์จนน่าจะเหนื่อยแล้ววันอาทิตย์ก็ควรจะหยุดพักผ่อนไง ไม่ใช่ยังจะต้องมาทำกับข้าวให้ฉันกินอีก...ก็แค่นั้นแหล่ะ”
“นันไม่เหนื่อยหรอกค่ะ นันทำได้ให้นันลองไปทำให้กินซักมื้อไหมคะ” นันยังคงเซ้าซี้
โทนนิ่งงันไปอีกครั้งก่อนจะตอบ “ไม่เอาหรอก ฉันไม่ชอบใช้งานใครฟรีๆน่ะ”
นันเงียบไปครู่นึงก่อนจะพูด “งั้นเอางี้ไหมหล่ะคะเดี๋ยววันนี้ให้นันลองไปทำให้กินซักมื้อดูก่อน แล้วถ้าคุณโทนกับน้องเท่ห์บอกว่าอร่อยก็จ้างนันให้ไปทำให้กินทุกวันอาทิตย์ดีไหมคะ”……………….
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่บ้านโทน
“โอ้โหว อร่อยอย่างที่ว่าจริงๆด้วยนะเนี่ยนัน” โทนพูดขึ้นหลังจากกินแกงเขียวหวานหมูที่เธอทำให้กินแล้วก่อนจะหันไปถามลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆกัน“เป็นไงเท่ห์ แกงพี่นันอร่อยไหม ลูก”
“อร่อย” เท่ห์ตอบพ่อก่อนจะหันไปหานันที่ยืนอยู่ใกล้ๆแล้วพูดบอกเธอ“อร่อยมากพี่นัน....อร่อยกว่าที่พ่อทำเยอะเลยครับถ้าวันไหนว่างๆเข้ามาทำให้กินหน่อยดิ ผมกินกับข้าวห่วยๆของพ่อไม่ไหวแล้วจริงๆอ่ะ”
นันยิ้มรับอ่อนๆต่อคำชมของลูกชายเจ้านายก่อนจะพูดขึ้นมา“ขอบคุณค่ะคุณโทน...น้องเท่ห์”
แล้วโทนที่เพิ่งจะทำให้อารมณ์ตัวเองเย็นลงมาได้หลังจากที่โดนลูกชายว่าแดกเรื่องฝีมือการทำอาหารไปก็หันมาพูดกับนัน “งั้นอาทิตย์หน้า ฉันรบกวนด้วยนะ นัน”………………
จากนั้นเป็นต้นมาทุกวันอาทิตย์นันที่ปรกติก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนอยู่แล้ว เพราะว่าเงินส่วนใหญ่นอกจากที่เอาใช้จ่ายแล้วเธอก็ส่งมันไปให้พ่อทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้เก็บไว้เองเลยก็ได้เข้ามาทำอาหารให้โทนกินที่บ้านเรื่อยมาโดยที่โทนก็จะจ่ายค่าแรงให้เธอเป็นการตอบแทน
“หือ? นัน...นั่นนันกำลังทำอะไรอยู่น่ะ” โทนที่เพิ่งจะเดินลงมาที่ชั้นล่างเอ่ยถามลูกน้องสาวที่กำลังถูพื้นเช็ดบ้านอยู่
สาวร่างเล็กที่วันนี้ก็ยังคงสวมใส่เสื้อยืดธรรมดาคู่กับกางเกงขายาวธรรมดาๆที่ไม่ได้ดูเซ็กซี่หวือหวาอะไรเลยซักนิดที่กำลังก้มๆเงยๆทำความสะอาดพื้นบ้านอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ“เช็ดบ้านอยู่ไงคะ”
“เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว” โทนรีบพูดก่อนจะถามต่อ “แต่ที่ฉันถามก็คือนันทำไปทำไม.....ใครสั่งนี่ต่างหากที่ฉันถามน่ะ”
นันตกใจเมื่อได้ยินประโยคท้ายด้วยกลัวว่าโทนจะดุขึ้นมาจึงก้มหน้างุดก่อนจะตอบ“ไม่มีใครสั่งค่ะ...นันแค่เห็นพื้นมันไม่ค่อยสะอาดนันก็เลยทำให้เฉยๆน่ะค่ะ”
“แล้วจะก้มหน้าทำไมหล่ะนั่น...ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อยฉันแค่ถามเฉยๆเอง” พอโทนพูดจบนันถึงได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแล้วโทนก็พูดกับเธอต่อ “ถ้าเป็นอย่างนี้ฉันก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้นันเพิ่มอีกน่ะซินะ”
“เอ๊ะ? ไม่...ไม่ต้องหรอกค่ะ...แค่ที่คุณโทนให้นันทุกอาทิตย์มันก็เยอะมากแล้วค่ะ” นันรีบตอบกลับมา
“ฉันว่าฉันเคยพูดกับนันไปแล้วนี่....ว่าฉันไม่ชอบใช้งานใครฟรีๆน่ะใช่ไหม” โทนพูดขึ้นพร้อมยิ้มออกมา……………….
หลังจากนั้นนันก็เลยรับหน้าที่ทั้งทำกับข้าวและแม่บ้านที่คอยปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดให้บ้านของโทนอยู่เรื่อยมาซึ่งโทนก็จ่ายค่าตอบแทนให้เธอเยอะขึ้นเพื่อตอบแทนความขยันของเธอเช่นกัน
และด้วยเงินเดือนที่ได้จากงานแม่บ้านที่โรงงานรวมถึงเงินทอนจากเงินค่าข้าวทุกเดือนที่โทนคอยให้เธอซื้อข้าวเที่ยงให้จนมาถึงเงินที่เธอได้ทุกอาทิตย์จากการที่มาทำงานบ้านให้กับโทนมันก็เลยทำให้นันมีเงินส่งกลับไปให้พ่อเพื่อที่จะได้ให้เค้านำไปใช้หนี้ที่แม่ของเธอทิ้งไว้ได้มากขึ้นตามไปด้วย
และถึงแม้ว่านันจะหาเงินได้มากขึ้น แต่ด้วยที่ว่านอกจากค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่มากล้นบวกกับที่เธอจะต้องส่งเงินไปให้พ่อมันก็เลยไม่ได้มากพอที่จะทำให้เธอพอจะซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่ตามแบบที่สาวเมืองหลวงใส่กันเลยซักนิด
“นัน” เสียงของโทนที่ดังขึ้นทำให้นันที่กำลังยืนมองเสื้อผ้าที่แขวนเรียงรายอยู่ในร้านเสื้อผ้าในตลาดที่เธอกับโทนจะต้องแวะมาซื้อวัตถุดิบเพื่อกลับไปทำข้าวเที่ยงที่บ้านกันต้องหันขวับมาหาโทนก่อนจะตอบ“คะคุณโทน”
“ซื้อของเสร็จหรือยัง” โทนถาม
“เสร็จแล้วค่ะ” นันรีบตอบ
“ไป....งั้นกลับบ้านกันเถอะ” พอโทนพูดจบพวกเค้าทั้งคู่ก็ต่างพากันเดินออกมาจากตลาดเพื่อกลับมาบ้านอย่างเร็วไว…………………
เย็นวันนั้น เวลา 17.34 น. ที่บ้าน
นันที่เพิ่งจะทำข้าวเย็นรวมถึงงานบ้านทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวจะกลับบ้านตามปรกติ นันจึงเดินตรงไปที่ห้องรับแขกเพื่อจะได้ไปลาเจ้านายแต่ปรากฏว่า ณ ที่แห่งนั้นมีเพียงเท่ห์ที่นั่งเล่นเกมอยู่เพียงเท่านั้น
“เอ่อ....น้องเท่ห์งั้นพี่กลับบ้านก่อนนะคะ” นันพูดลาลูกชายเจ้านายด้วยเสียงหวานไป
“อืมม” เท่ห์ตอบรับในลำคอ แต่ตาก็ยังคงจดจ้องมองจอทีวีอยู่ไม่วางตา
พอได้พูดลาตามมารยาทแล้ว นันก็เตรียมตัวจะเดินออกไปหน้าบ้านแต่แล้วทันใดนั้นเอง เสียงของโทนก็ดังขึ้นมา “เดี๋ยวก่อน นัน แป๊บนึง อย่าเพิ่งกลับ”
สาวน้อยร่างเล็กรีบหันไปมองตามเสียงก่อนจะเห็นเป็นโทนที่เพิ่งจะวิ่งลงมาจากชั้นบนเพื่อมาหาเธอและพอโทนมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว นันจึงถามขึ้น “คุณโทน มีอะไรหรือปล่าวคะ”
โทนยื่นถุงกระดาษที่เค้าหิ้วติดมือมาส่งให้กับเธอพร้อมกับพูด“อ่ะ...เอาเสื้อผ้านี่ไปลองใส่ดูนะ”
“เอ๊ะ? เสื้อผ้าหรอคะ” นันพูดพร้อมกับยื่นมือมารับถุงจากมือโทนก่อนจะก้มมองเสื้อผ้าผู้หญิงที่อยู่ในนั้น
“ใช่....เป็นเสื้อผ้าของเมียฉันเองน่ะ” โทนตอบ
“เอ๊ะ? แล้วให้นันมันจะดีหรอคะ” นันถาม
“หา? พ่อเอาเสื้อผ้าแม่ให้พี่นันหรอ...ทำไมทำงั้นอ่ะ” เท่ห์รีบตะโกนถามมา
โทนจึงหันไปตอบ “ถ้าทิ้งไว้ในตู้แล้วเอ็งจะเอามาใส่หรือไงหล่ะ ไอ้เท่ห์”
ในขณะที่ทั้งสองพ่อลูกกำลังถกเถียงกันตามประสาอยู่นั่นเองนันที่ก้มมองเสื้อผ้าสวยๆที่ราคาน่าจะแพงที่นอนอยู่ก้นถุงก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับโทนอีกครั้ง“แต่ว่าเสื้อผ้าพวกนี้น่าจะแพงน่าดูเลยนะคะเนี่ย”
“อืมม...เรื่องราคาน่ะจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะถ้านันใส่ได้ก็เอาไปใส่ซะ ถ้าใส่ไม่ได้นันจะเอาไปขายก็ได้นะฉันไม่ว่า.....อย่างน้อยก็ดีกว่าเก็บเอาไว้ในตู้เยอะเลย” โทนตอบมาพร้อมยิ้มแย้ม………….
วันอาทิตย์ต่อมา เวลา 7.32 น. ที่บ้านของโทน
กิ๊ง ก่อง
เสียงออดจากหน้าบ้านทำให้โทนที่กำลังนั่งกินกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโต๊ะกินข้าวต้องวางทุกอย่างลงแล้วเดินตรงไปที่รั้วบ้านอย่างเร็วไว
และที่หน้ารั้วบ้านโทนก็ได้เห็นลูกน้องสาวร่างเล็กของตัวเองที่ตอนนี้ท่อนบนสวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนกุดคู่กับกระโปรงยาวลายสก๊อตสีขาวดำที่เคยเป็นของเมียเค้าอยู่บนร่างของเธอและพอเธอเห็นโทนเดินมาจึงยกมือไหว้พร้อมกล่าวทักทาย “คุณโทน สวัสดีค่ะ”
“หวัดดีจ๊ะ” โทนก็ยกมือรับไหว้ก่อนจะเปิดรั้วบ้านให้เธอเข้ามาในบ้าน
“เป็นไงคะ คุณโทนนันใส่ชุดนี้แล้วสวยเหมือนสาวชาวกรุงไหมคะ”นันถามเมื่อพวกเค้าเข้ามาในบ้านกันแล้ว
“ไม่อ่ะ” โทนรีบตอบก่อนจะพูดต่อ “ทำไมถึงจะต้องไปสวยเหมือนใครเค้าด้วยหล่ะนันก็สวยแบบที่นันเป็นไปนั่นแหล่ะ ดีแล้ว”
นันนิ่งงันไปนิดหน่อยด้วยเพราะงุนงงกับคำพูดที่เหมือนจะชมแต่ก็ไม่ชมของโทนก่อนจะถามเมื่อไม่เห็นเท่ห์อยู่ที่ชั้นล่างเหมือนปรกติ “แล้วน้องเท่ห์ไปไหนหล่ะคะ”
“ไปเข้าค่ายวิชาการที่โรงเรียนน่ะไปตั้งแต่เย็นวันศุกร์แล้ว.....เย็นวันนี้ก็น่าจะเสร็จน่ะ” โทนตอบ
“อ๋อ” นันรับคำก่อนจะถามต่อ “งั้นก็แปลว่านันต้องทำกับข้าวเพื่อน้องเท่ห์แค่มื้อเย็นก็พอใช่ไหมคะ”
“อ๋อ....ไม่ต้องหรอก เห็นมันบอกว่าวันนี้น่าจะเลิกเย็นมากมันเลยจะไปนอนบ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียนน่ะ พรุ่งนี้จะได้ไปเรียนต่อเลย....ไม่ต้องกลับมาที่นี่ให้วุ่นวาย” โทนตอบคำถามนันจบก็พูดต่อ “งั้นฉันขอขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะ”
พูดจบโทนก็เดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองอย่างรวดเร็วส่วนนันก็เดินตรงเข้าไปในครัวเพื่อที่จะได้เริ่มทำข้าวเช้าให้โทนต่อแต่แล้วเธอก็เกิดนึกขึ้นมาได้ว่าเช้านี้เธอคิดจะทำข้าวต้มกุ้งให้กินแต่ด้วยที่ว่าเธอนั้นไม่รู้ว่าโทนแพ้กุ้งหรือเปล่า สาวน้อยจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปที่ชั้นบนจนไปถึงที่หน้าห้องของโทนที่เธอทำความสะอาดให้เป็นประจำในช่วงหลังแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ยกมือขึ้นมาเคาะประตู เสียงอะไรบางอย่างก็ดังลอดออกมาจากในห้องนั้น……………………….