ตอนที่97 ฆาตกร
เมิ่งเทียนฮัวและซ่งเจียเหอมาที่บ้านของครอบครัวฟู่ในช่วงเย็นวันที่สองฟู่เยี่ยนเลิกเรียนกลับมาแล้วจึงรอพวกเขาอยู่ที่บ้าน
เมื่อเมิ่งเทียนฮัวเห็นฟู่เยี่ยนเขาก็ประหลาดใจไปชั่วขณะ เขาปรับอารมณ์ของตนเองแทบจะในทันทีเพราะเขาไม่คิดว่าคนที่ทำนายให้เขาจะเป็นเด็กสาวแบบนี้
และในชั่วขณะนั้นเองความระแวงของเมิ่งเทียนฮัวหายไปเกือบครึ่ง เพราะหากคนตรงหน้าเป็นชายชราอายุประมาณ50 ปี เขาก็จะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ทันที และไปพาคนมาจับกุมชายคนนั้นไปแต่หากเป็นเด็กสาวอายุน้อยขนาดนี้เมิ่งเทียนฮัวคิดว่าบางทีเธออาจจะช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้จริง ๆ
ฟู่เยี่ยนมองดูปฏิกิริยาของเมิ่งเทียนฮัวผู้ชายคนนี้น่าสนใจเหมือนกัน
“นั่งลงก่อนค่ะ” ที่นั่งตรงหน้าฟู่เยี่ยนมีน้ำสองแก้ววางเตรียมรอไว้ให้แล้วซึ่งของซ่งเจียเหอเป็นน้ำเปล่า
เมิ่งเทียนฮัวเหลือบมองสาวน้อยคนนี้น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
ต่างคนต่างคิดว่าอีกฝ่ายดูน่าสนใจการพูดคุยกันหลังจากนี้จะต้องราบรื่นอย่างแน่นอน
“ที่พวกคุณสองคนมาในวันนี้เพื่อจะมาถามว่าทำไมอาซ่งถึงแท้งลูกใช่ไหม ? ”ฟู่เยี่ยนเอ่ยถามออกไปตามตรง
“หนูคือเสี่ยวฮั่วลูกของพี่ต้าหย่งสินะ อาเคยเห็นหนูสมัยหนูยังเป็นเด็ก” ซ่งเจียเหอกล่าวด้วยรอยยิ้มหากเธอแต่งงานแล้วมีลูกเลย ลูกของเธอก็คงโตขนาดนี้แล้ว
“หนูเองก็ได้ยินพี่จืออันพูดให้ฟังอยู่บ่อยๆ ว่าอาหญิงดีกับเขามาก” เมื่อคืนฟู่เยี่ยนฟังเรื่องราวในอดีตของซ่งเจียเหอและอารองมาจากปากของแม่เธอแล้วเรื่องนี้พูดได้คำเดียวว่าเป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่เนื้อคู่กัน
“เสี่ยวฮั่วอาอยากรู้แค่ว่าใครเป็นคนทำร้ายอา ? ”ซ่งเจียเหอกัดฟันด้วยความเคียดแค้น
“อาซ่งบางครั้งยิ่งความกดดันในใจของอาหนักเท่าไหร่อาก็จะบรรลุสิ่งที่ต้องการได้น้อยลงเท่านั้น อาต้องพยายามปล่อยมันไป แล้วสิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ”
“เขียนวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของอาและสามีมาแล้วหนูจะคำนวณดวงชะตาให้”ฟู่เยี่ยนชี้ให้ซ่งเจียเหอดูว่ามีกระดาษและปากกาอยู่ตรงหน้าแล้ว
เมิ่งเทียนฮัวเองก็เขียนวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของตนเองเช่นกันแต่ในขณะที่เขียนเขามีชะงักไปอยู่ครู่หนึ่งและไม่นานเขาก็เขียนเสร็จแล้วยื่นให้ฟู่เยี่ยนไป
“ดูเหมือนคุณเมิ่งจะไม่เชื่อมั่นในตัวหนูเห็นได้ชัดว่าวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของคุณเป็นของผู้หญิงคุณอยากทดสอบความสามารถของหนูใช่ไหม ? ”ฟู่เยี่ยนจ้องไปยังเมิ่งเทียนฮัวอย่างเย้าแหย่ เขากำลังทดสอบเธอ
“ต้องขออภัยด้วยเมื่อครู่นี้เป็นเพราะฉันดูแคลนว่าเธออายุน้อยจริง ๆ ฉันต้องขอโทษอาจารย์ฟู่ด้วย”แม้เมิ่งเทียนฮัวจะพูดได้อย่างลื่นไหลแต่ฟู่เยี่ยนมองไม่เห็นถึงความรู้สึกอยากขอโทษจากเขาเลย
จากนั้นเขาก็เขียนวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากใหม่แล้วยื่นให้ฟู่เยี่ยน
“อาซ่งในชีวิตของอาจะมีอุปสรรคใหญ่อยู่สองอุปสรรค นั่นคือสูญเสียแม่ตั้งแต่เป็นเด็กและสูญเสียบุตรเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนตอนนี้ดูเหมือนว่าชีวิตในอนาคตของอาจะราบรื่นดี
นอกจากนี้อาชีพการงานของอายังค่อนข้างเจริญรุ่งเรืองและมีดวงส่งเสริมสามี อาและสามีเป็นคู่สวรรค์สรรสร้าง เป็นเนื้อคู่กันสามภพสามชาติหากมีอาคอยช่วยเหลือ หน้าที่การงานของคุณเมิ่งก็จะเจริญก้าวหน้าเช่นกันเพียงแต่คุณเมิ่งเป็นคนซื่อตรง ขาดพลังอันฮึกเหิม”
“แล้วเรื่องลูกล่ะ ?อายังมีโอกาสมีลูกอีกไหม ? ” ซ่งเจียเหอสนใจประเด็นนี้ที่สุดเมิ่งเทียนฮัวสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของภรรยาในทันทีทำให้เขารู้สึกกังวลใจอย่างช่วยไม่ได้
“อาซ่งที่จริงจุดวังบุตรบนใบหน้าของอาบ่งบอกว่าอาจะมีลูกชายและลูกสาวแต่ตอนนี้มันมีพลังงานสีดำปกคลุมอยู่ จึงเหลือแค่ลูกสาวแล้วเห็นได้ชัดว่าที่อาแท้งลูกในคราวนี้เป็นเพราะมีคนทำร้ายอา”ฟู่เยี่ยนมองเห็นสาเหตุที่มีพลังงานสีดำปกคลุมอยู่บนใบหน้าของซ่งเจียเหอ ที่แท้มาจากการวางแผนเพื่อให้ได้ทรัพย์สินของคนอื่นจึงต้องลงมือเข่นฆ่าชีวิตผู้คน
ซ่งเจียเหออดไม่ได้ที่จะปิดหน้าและร้องไห้เมิ่งเทียนฮัวทำได้เพียงจับไหล่ของเธอและพยายามปลอบใจเธอบ้าง
“อย่าโกรธที่หนูพูดตามตรงเลยหากพวกคุณทั้งสองยังเอาแต่ร้องไห้แบบนี้ต่อไปดวงของลูกสาวของพวกคุณจะต้องพังอย่างแน่นอน”
“อาจารย์ในเมื่ออาจารย์พูดมาแบบนี้แสดงว่ามีทางแก้ใช่ไหมขอเพียงแค่สามารถรักษาชีวิตลูกสาวของฉันเอาไว้ได้ฉันเมิ่งเทียนฮัวจะตอบแทนบุญคุณอาจารย์อย่างดีแน่นอน”เมิ่งเทียนฮัวเห็นภรรยาร้องไห้แบบนี้ เขาก็เลิกระแวงในตัวฟู่เยี่ยนตอนนี้เขาต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้เจียเหอสบายใจ
“คุณเมิ่งหนูช่วยคุณเพราะมีเงื่อนไข แต่ไม่ใช่แบบที่คุณคิดเรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันหลังจากนี้ หนูหวังว่าตอนนี้คุณจะรีบกลับไปที่บ้านของตัวเองหากคุณไม่สามารถนั่งอยู่ในห้องของคุณในเวลาสี่ทุ่มของคืนนี้ได้เกรงว่าทั้งชีวิตนี้คุณคงไม่อาจจับคน ๆ นั้นได้อีกแล้ว” ฟู่เยี่ยนนับนิ้วคำนวณคืนนี้เมิ่งเทียนฮัวไม่อยู่ที่บ้าน ย่อมเป็นโอกาสดีในการทำลายศพลบหลักฐาน
“อะไรนะ ? ”เมิ่งเทียนฮัวไม่เข้าใจไปชั่วขณะ
“ตอนนี้คุณกลับบ้านไปก่อนแล้วอย่าลืมพาคนจากตระกูลซ่งไปช่วยด้วยสักสองหรือสามคนถือโอกาสพาพวกเขาไปเป็นพยานด้วย เมื่อเข้าไปในห้องของคุณแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรไม่ต้องเปิดไฟ เวลาประมาณสี่ทุ่มสิบห้า คุณจะรู้เอง”ฟู่เยี่ยนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เมิ่งเทียนฮัวลุกขึ้นจะเดินออกไปแต่ซ่งเจียเหอก็คว้าแขนเขาไว้
“เทียนฮัวฉันอยากกลับไปด้วย” ซ่งเจียเหออยากเห็นว่าใครกันที่เป็นฆาตกรฆ่าลูกของเธอ
“เจียเหอร่างกายของคุณ……?”
“ฉันจะไป ! ”ซ่งเจียเหอยังคงยืนยันคำเดิม
“อาซ่งดื่มน้ำเสร็จก็เอายันต์นี้ติดตัวไปด้วยมันจะช่วยป้องกันไม่ให้มีอะไรทำร้ายพวกคุณได้และถ้าหากพบเจออะไรผิดสังเกตก็อย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง ให้หาผ้ามาห่อเอาไว้แล้วหนูจะรอพวกอาอยู่ที่บ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์”ฟู่เยี่ยนยื่นแก้วน้ำให้ซ่งเจียเหอ ซึ่งเป็นน้ำที่เธอนำออกมาจากในดินแดนต่างมิติ
“เสี่ยวฮั่วขอบคุณนะ” ซ่งเจียเหอดื่มทีเดียวหมดแก้วแล้วลุกขึ้นเตรียมจะกลับบ้านพร้อมกับเมิ่งเทียนฮัว ก่อนไปมิ่งเทียนฮัวได้หันมาพยักหน้าให้ฟู่เยี่ยนด้วย
ฟู่เยี่ยนยืดตัวบิดขี้เกียจเรื่องในบ้านตระกูลเมิ่งเพียงพอให้เมิ่งเทียนฮัวงานยุ่งไปหลายวันซึ่งช่วงนี้เธอจะใช้ประโยชน์จากคนสะกดรอยหน้าโง่มาทำบางสิ่งบางอย่างให้เจิ้งจื้อ
คิดถึงตรงนี้เธอก็เขียนจดหมายรายงานหลายฉบับ ซึ่งเป็นจดหมายรายงานพฤติกรรมของเจิ้งจื้อแน่นอนว่าเนื้อหาภายในจดหมายมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงมีทั้งเรื่องจริงที่พ่อของเธอไปสืบมา และข่าวลือที่อาจไม่มีมูลค่าจริงหากจดหมายพวกนี้ถูกส่งออกไป คาดว่าเจิ้งจื้อคงจะลำบากอยู่ไม่น้อย
ฟู่เยี่ยนเขียนจบแล้วก็โยนจดหมายเข้าไปไว้ในดินแดนต่างมิติพรุ่งนี้เธอต้องคิดหาวิธีส่งมันให้กับเจิ้งหมิง
ทางด้านเจิ้งหมิงเขาเองก็กำลังคิดเช่นกันว่าจะนำเรื่องที่เขาไปสืบมาบอกแก่ฟู่เยี่ยนได้อย่างไรหากเขาไม่ไปสืบก็คงไม่รู้ แต่พอสืบแล้วก็ทำให้เขารู้สึกแย่มากนี่น้องชายคนรองของเขามีความกล้าถึงขนาดนี้เชียวหรือ
เจิ้งหมิงพยายามเก็บความไม่สบายใจของตนเองเอาไว้เขาคิดแล้วว่าหากครั้งนี้ไม่ดึงน้องชายคนรองลงมาเกรงว่าน้องชายของเขาก็คงจะถลำลึกไปมากกว่านี้แล้วก็คงไม่มีโอกาสกลับตัวกลับใจแล้วเจิ้งหมิงเชื่อว่าแบบนี้ไม่มีทางจบลงด้วยดีอย่างแน่นอน
หลังจากเลิกเรียนในวันต่อมาฟู่เยี่ยนได้คุยกับโจวชิวลู่ไว้แล้ว เธอจะไปเดินหาซื้อของที่ร้านขายของเก่าแต่เธอต้องให้โจวชิวลู่ไปก่อนเธอจะรอฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวสักเดี๋ยวแล้วค่อยไปพร้อมกัน
โจวชิวลู่อ่านหนังสือนิยายมือสองที่เคยซื้อมาจบแล้วเธอกำลังคิดเลยว่าจะไปที่นั่นอีกทีตอนไหนดี ดังนั้นเธอจึงตอบรับด้วยความดีใจเธอตกลงว่าจะรอฟู่เยี่ยนอยู่ที่ทางเข้าสหกรณ์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
เมื่อคืนเจิ้งหมิงฉีกปลายมุมยันต์สื่อสารไม่นานหลังจากนั้น ฟู่เยี่ยนก็ได้รับสัญญาณลับนี้พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะไปพบกันที่สหกรณ์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
หลังจากสลัดหวังเสี่ยวชุ่ยออกไปได้แล้วเธอก็แยกออกมาจากฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวแล้ววิ่งไปที่สหกรณ์เธอเดินออกมาที่ประตูข้างของสหกรณ์ ถึงได้พบกับเจิ้งหมิงที่มารออยู่นานแล้ว
“มีอะไรก็พูดธุระของพี่ออกมาเถอะ”ฟู่เยี่ยนมีเวลาจำกัด
เจิ้งหมิงไม่ได้อ้อมค้อมเช่นกันเขาเล่าเรื่องราวของเจิ้งจื้อให้ฟู่เยี่ยนฟังซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจิ้งจื้อช่วยทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังของเขาส่วนตัวเขาเองก็ทำเงินจากเรื่องพวกนี้ได้ไม่น้อยกล่าวได้ว่าเป็นอันธพาลอย่างแท้จริง
ฟู่เยี่ยนฟังจบแล้วก็เปลี่ยนใจทันทีเธอไม่ได้ส่งจดหมายรายงานออกไป ฟู่เยี่ยนยืนมองเจิ้งหมิงอยู่นาน มองจนกระทั่งเจิ้งหมิงขนลุกไปหมดแล้ว
“พี่อยากให้น้องชายของพี่ผ่านพ้นเรื่องราวพวกนี้ไปโดยไม่ทิ้งประวัติอาชญากรรมเอาไว้ใช่ไหม ? ”ฟู่เยี่ยนหันไปมองเจิ้งหมิง
“ฉันรู้ว่าถ้าเรื่องที่เขาทำถูกเปิดเผยเขาจะต้องติดคุกอย่างน้อยหลายปี แต่ฉันก็อยากจะลองพยายามสักหน่อยเพราะถึงอย่างไรพ่อก็มีบุญคุณที่เลี้ยงดูฉันมา”เจิ้งหมิงเงยหน้าขึ้นด้วยความเกรงใจ
“หนูรู้ว่าส่วนใหญ่เขาเป็นเพียงแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดในเรื่องเหล่านี้ทั้งนั้นหากต้องการให้เขาปลอดภัย คงต้องคิดหาวิธีก่อน ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังพรุ่งนี้หนูจะให้โจวชิวลู่ส่งจดหมายไปให้ จากนั้นพี่ก็นำจดหมายให้แก่จางเหว่ยเขารู้ว่าต้องทำอย่างไร ตอนนี้หนูต้องไปแล้ว”
ฟู่เยี่ยนพูดแล้วก็เดินไปยังร้านขายของเก่าวันนี้เธอมีความรู้สึกสัมผัสได้ว่าที่ร้านขายของเก่ามีบางสิ่งกำลังรอเธออยู่