สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 160 แพ้ท้อง !!

    ตอนที่ 160

    “ทะ ทะ เธอ หมายความว่ายังไงที่ว่าจีนล่มสลายแล้ว” ซานตาน่าที่ได้ยินดังนั้นก็รีบถามชีน่าด้วยความตกใจ

    “ก็ตรงตามที่พูดนั่นแหละ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว ซีอาน มาเก๊า และเมืองใหญ่อื่นๆของจีนแทบทั้งหมดถูกสัตว์กลายพันธ์ถล่มและยึดครองไปหมดแล้ว” ชีน่าพูด

    “บ้าน่าเป็นไปไม่ได้ประเทศจีนมีมากกว่าแปดสิบแปดเมืองเลยนะ” สิบผู้ก่อตั้งคนหนึ่งที่เคยอาศัยและเติบโตที่จีนพูดอย่างตกใจ (ข้อมูลจำนวนเมืองจาก wiki)

    “แต่มันเป็นไปแล้วจูหลิง เธอคิดว่าฉันจะโกหกเธอเรื่องนี้งั้นเหรอ” ชีน่าหันไปบอกยืนยันกับจูหลิง หรือสิบผู้ก่อตั้งลำดับที่สิบ

    จูหลิงที่ได้ยินชีน่าพูดมาแบบนั้นเธอก็เงียบไปทันทีเพราะเวลาแบบนี้ชีน่าคงไม่โกหกเธอหรือพูดล้อเล่นแน่ๆ

    “เธอช่วยเล่าให้ละเอียดหน่อยสิชีน่าสัตว์กลายพันธ์เลเวลเท่าไหร่ที่มันบุกถล่มจีน” นิโครถามเธอ

    “ได้สิเรื่องมันเริ่มเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่สิฉันหมดสติไปหนึ่งสัปดาห์ต้องเป็นสองสัปดาห์ก่อนสินะ สัตว์กลายพันธ์มันบุกมาช่วงที่ฉันกำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่นพอดี ถึงระบบจะตรวจสอบชื่อเจ้าตัวที่บุกมาไม่ได้ คล้ายค้างคาวขนาดใหญ่” ชีน่าพูด

    “ใหญ่ที่ว่านี่ใหญ่แค่ไหนแล้วเลเวลเท่าไหร่” หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งคนหนึ่งถาม

    “สี่ร้อยสิบเจ็ด !!” ชีน่าตอบทำให้คนที่อยู่ในห้องทุกคนขนลุกซู่ไปหมด

    “ใช่เจ้านั่นมันโจมตีทีเดียวทำให้เมืองเซี่ยงไฮ้เสียหายไปกว่าครึ่งดีที่หลังจากโจมตีแล้วมันก็บินหายไปเลยแต่ทว่ากลับมาลูกน้องของมันนับหมื่นบุกเข้ามาแทน” ชีน่าพูด

    “โจมตีทีเดียวเสียหายกว่าครึ่งกับลูกน้องเป็นหมื่น !!!!!!!!” เหล่าสิบผู้ก่อตั้งที่ฟังอยู่อุทานอย่างตกใจ

    “ใช่ฉันและท่านผู้อาวุโสหลันพยายามต้านพวกมันเอาไว้สุดกำลังถึงเลเวลของมันจะไม่มากแต่จำนวนมันมากเกินไป” ชีน่าพูดพลางส่งข้อมูลของสัตว์กลายพันธ์ที่บุกเข้ามาให้คนอื่นๆดู

    หน้าต่างค้างคาวปีศาจ Level : 202ว่ากันว่าเป็นค้างคาวที่อาศัยอยู่ในขุมนรกน้ำลายของพวกมันนั้นมีพิษทำลายระบบต่างๆภายในร่างกาย

    “เพราะเลเวลมันแค่สองร้อยสินะเลยพอจะรับมือไหว” ซานตาน่าพยักหน้า

    “ใช่แต่จำนวนของพวกมันนั้นเยอะเกินไป...พวกเรานั้นได้แต่ป้องกันการโจมตีของพวกมันและถอยไปเรื่อยๆ เมืองแล้วเมืองเล่าค่อยๆเสียไปทีละเมืองจนในที่สุดพวกเรายื้อได้ราวๆเจ็ดวันเท่านั้น ทางเหล่าผู้นำและรัฐบาลก็ตัดสินใจอพยพลงใต้” ชีน่าพูด

    “เธอไม่มีเวลาให้สร้างประตูมิติพาคนอื่นๆหนีเลยงั้นเหรอ” อิจิยะถาม

    “ไม่เลยพวกมันบุกมาทั้งกลางวันและกลางคืนการจะสร้างประตูมิติของฉันในระยะทางหลายกิโลนายก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลา” ชีน่าพูด

    “แล้วเธอกลับมานี่ได้ยังไง” อิจิยะสงสัย

    “ก็เป็นผู้อาวุโสหลันนั่นแหละที่อาสาต้านพวกมันเอาไว้ด้วยค่ายกระบี่เพื่อถ่วงเวลาให้ฉันได้เป็นวันจนกระทั่งฉันสามารถเปิดประตูมิติได้สำเร็จ” ชีน่าบอก

    “แล้วผู้อาวุโสหลันเป็นอย่างไรบ้าง” นิโครถาม

    “ฉันไม่รู้เพราะในจังหวะที่ฉันเปิดประตูมิติสำเร็จก็มีเจ้าค้างคาวนั่นฝูงหนึ่งบุกมาพอดีฉันพยายามรับมือมันแล้วแต่ก็ยังพลาดท่าโดนโจมตีจนสาหัสนี่แหละสุดท้ายฉันก็ได้ผู้อาวุโสหลันเข้ามาช่วยเหวี่ยงร่างฉันผ่านประตูมิติเข้ามา” ชีน่าพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ

    “นั่นคือตอนที่เธอปลิวผ่านประตูมิติเข้ามาในห้องฉันสินะ” อิจิยะพยักหน้าเข้าใจ

    “ใช่” ชีน่าพยักหน้าเบาๆ

    “แล้วทางรัฐบาลจีนมีแผนอะไรหรือเปล่า” อิจิยะถาม

    “พวกเขามีแผนที่จะลงใต้ดูเหมือนแผนนี้จะเตรียมการเอาไว้ตั้งแต่รู้ว่ามีสัตว์กลายพันธ์เลเวลสี่ร้อยนั่นบุกถล่มมองโกเลียแล้ว” ชีน่าอธิบายเท่าที่เธอรู้

    “ลงใต้งั้นเหรอ” อิจิยะอุทานเบาๆพลางเบิกตากว้าง

    “หรือว่าจะไปประเทศไทย !!” อิจิยะอุทานออกมา

    “คงใช่ล่ะมั้งเพราะฐานที่มั่นอีกแห่งในเอเชียที่ใกล้ที่สุดก็คือที่นั่นถึงแม้จะมีสัตว์กลายพันธ์ตามทางเลเวลสูงไปบ้างแต่ก็ไม่มีตัวไหนเกินสองร้อย” ชีน่าพูด

    “อย่างนี้นี่เองทางจีนเตรียมแผนหลบหนีเอาไว้แล้วสินะ” อิจิยะพยักหน้า

    “ใช่เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าเจ้านั่นบุกลงมาจีนจริงๆพวกเขาเอาไม่อยู่แน่ๆ” ชีน่าพูด

    “เป็นสัตว์ประเภทที่อยู่เป็นฝูงสินะ เหมือนกันเลย” ซานตาน่าพูด

    “อะไรเหมือนกัน” ชีน่าทำหน้าสงสัย

    “ก็เหมือนกับที่เยลโล่สโตนน่ะสิ ที่นั่นน่ะมีมังกรดำเลเวลสามร้อยกว่าโผล่มาเป็นหมื่นตัวแถมตัวจ่าฝูงมันยังเลเวลกว่าห้าร้อย” ซานตาน่าบอกเรื่องนี้ให้ชีน่าฟัง

    “ว่าไงนะมีมังกรโผล่ขึ้นมาที่เยลโล่สโตน !!!” ชีน่าอุทานออกมา

    “ใช่ตอนนี้เราเสียสามรัฐที่อยู่ใกล้เยลโล่สโตนไปหมดแล้ว” นิโครอธิบายเพิ่มเติมให้ชีน่ารู้

    “สะ สะ เสียไปแล้ว !!” ชีน่าอุทานเบาๆ

    “อือดีนะที่มันยังไม่ออกมาจากอุทยาน แต่เมื่อเร็วๆนี้มันพึ่งจะบุกไปนิวยอร์ค” นิโครพูด

    “นิวยอร์คงั้นเหรอที่นั่นเป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมมันถึงบุกไปล่ะบุกไปจำนวนเท่าไหร่” ชีน่าถามทีเดียวสามคำถาม

    “มันไปทั้งหมดเจ็ดตัว ที่มันบุกไปก็เพราะมีฮีโร่กลุ่มหนึ่งอุตริไปขโมยไข่ของพวกมันออกมาน่ะสิ แต่หลังจากพวกมันได้ไข่แล้วพวกมันก็กลับทันทีหกตัว แต่เหลือตัวหนึ่งที่อาละวาดแต่ก็ได้คุณสตีฟช่วยจัดการให้แล้วล่ะ” อิจิยะอธิบายทีละคำถาม

    “คุณสตีฟเป็นคนจัดการมัน !!!” ชีน่าอุทานเพราะนึกไม่ถึงว่าอเมริกาจะได้สตีฟช่วยเอาไว้อีกครั้ง

    “ใช่ถ้าไม่มีคุณสตีฟไม่แน่ว่าบางทีอเมริกาเราอาจจะล่มสลายไปตั้งแต่คราวเจ้ากาเมร่านั่นทำให้เม็กซิโกล่มสลายไปแล้วก็ได้” อิจิยะพูดออกมาเพราะถ้าไม่มีสตีฟบางทีอเมริกาคงล่มสลายก่อนจีนไปตั้งนานแล้ว

    “แล้วจะเอายังไงต่ออิจิยะ” ชีน่าถาม

    “เลื่อนกำหนดการไปสมาคมฮีโร่ที่ประเทศอื่นก่อนตอนนี้เราคงต้องจัดการเรื่องในประเทศเราให้เรียบร้อย พวกเราทั้งสิบควรจะออกไปเก็บเลเวลบ้างตอนนี้สัตว์กลายพันธ์รอบๆตัวเรานั้นแทบจะเลเวลสองร้อยขึ้นกันหมดแล้ว ถ้าเรายังไม่พัฒนาตัวเองและฮีโร่ในประเทศล่ะก็ไม่เกินปีหน้าหรอกประเทศเราล่มสลายแน่” อิจิยะพูดตอนนี้เห็นทีเขาคงต้องยกระดับเลเวลค่าเฉลี่ยของฮีโร่ในประเทศขนาดใหญ่

    กลับมาที่สตีฟ

    “แปลกแฮะทำไมช่วงนี้ผ้าอนามัยในตู้เสื้อผ้ามันไม่หายไปสักแผ่นเลย หรือซาร่าจะซื้อของใหม่มาแล้วเก็บเอาไว้ในกระเป๋ามิติ” สตีฟพูดออกมาหลังจากเขาสังเกตุเห็นว่าไม่มีขยะจำพวกผ้าอนามัยใช้แล้วเลยในช่วงเดือนนี้

    ปกติซาร่าจะเก็บผ้าอนามัยเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าเธอเพราะเมื่อก่อนเขาและเธอนั้นไม่มีกระเป๋ามิติ ถึงแม้ตอนนี้จะมีมันแล้วแต่ซาร่าก็ยังเคยชินที่จะเก็บผ้าอนามัยเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าเช่นเดิม

    “ฉันกลับมาแล้วสตีฟ !!!” เสียงซาร่าดังออกมาจากห้องนั่งเล่นสตีฟมองดูเวลาก่อนจะเห็นว่านี่จะหกโมงเย็นแล้ว

    “กลับมาแล้วเหรอเป็นไงสอนวันนี้” สตีฟเดินออกมาจากห้องนอนพลางถามซาร่า

    “ก็เหมือนเดิมน่ะ ว่าแต่สตีฟทำยำวุ้นเส้นแบบวันนั้นให้กินหน่อยสิฉันอยากกินจังเลยอ่ะ” ซาร่าพูดพลางเดินเข้ามาอ้อนสตีฟให้ช่วยทำให้

    “อืม..ได้สิแต่ขอลงไปซื้อเลม่อนหน่อยนะ ผมไม่ได้ซื้อเลม่อนมาตุนเอาไว้” สตีฟพูดก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อลงไปซุปเปอร์มาร์เก็ต

    ตอนนั้นเองจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าไปที่หน้าประตูจู่ๆเขาก็รู้สึกผะอืดผะอมจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากเอาไว้

    “หือเป็นอะไรไปสตีฟ” ซาร่าเห็นว่าสตีฟมีท่าทีแปลกไปจึงถาม

    “อึก...ไม่รู้สิจู่ๆผมก็รู้สึกอยากอ้วก นี่ซาร่าเธอได้กลิ่นอะไรเหม็นๆป่ะ แปลกจังวันนี้ผมพึ่งทำความสะอาดไปนะ” สตีฟพูดเพราะจู่ๆเขาก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างเหม็นๆเขามองซ้ายมองขวาเพื่อจุดที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์แต่ก็ไม่พบ

    “ฉันไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรเลยกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดที่นายใช้ออกจะหอมฟุ้มไปทั่วบ้าน” ซาร่าพูด

    ทันใดนั้นเองจู่ๆสตีฟก็รู้สึกมวนท้องจนต้องวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ

    แหวะ !! ซาร่าได้ยินเสียงสตีฟกำลังอ้วกดังออกมาจากในห้องน้ำทำให้เธอรีบวิ่งเข้าไปดูอาการสตีฟทันที

    “นายอ้วกงั้นเหรอสตีฟเป็นอะไรไปไม่สบายหรือเปล่า” ซาร่าถามสตีฟด้วยความเป็นห่วง

    “แหวะ........ไม่รู้สิจู่ๆผมก็ได้กลิ่นเหม็นฉุนกึกไปหมดเลยแล้วจู่ๆก็อยากอ้วก” สตีฟพูดพลางเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างปาก

    ทันใดนั้นเองจู่ๆซาร่าก็เอะใจอะไรบางอย่าง

    “หรือว่า.....” ซาร่าอุทานออกมาเบาๆพลางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึกเพราะเธอพอจะรู้แล้วว่าสตีฟเป็นอะไร

    “หือเป็นอะไรไปเหรอซาร่า” สตีฟเห็นซาร่าทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกจึงถามเธอดู

    “เออ...พอดีฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่โรงเรียน ฉันจะกลับไปเอาหน่อยนะนายก็รีบไปซุปเปอร์เถอะนี่เป็นช่วงเย็นเดี๋ยวของก็หมดก่อนหรอก” ซาร่าพูดพลางรีบออกจากห้องน้ำก่อนจะไปที่ระเบียงและเหาะออกไปทันที

    “สงสัยเป็นของสำคัญมากสินะถึงรีบขนาดนั้น” สตีฟชะโงกมองดูซาร่าที่เหาะออกไปแล้ว

    “อึก....จะอ้วกอีกแล้วทำไมในห้องน้ำตรูเหม็นจังฟระ หรือน้ำยาทำความสะอาดที่ตรูใช้หมดอายุ” สตีฟคิดก่อนจะหยิบขวดน้ำยาทำความสะอาดออกมาดู

    “ก็ไม่นี่หว่า” สตีฟเห็นว่าวันหมดอายุมันยังอีกเป็นชาติจึงเก็บน้ำยาทำความสะอาดลงไป

    “รีบไปข้างนอกดีกว่า เปิดประตูระเบียงเอาไว้ให้อากาศถ่ายเทหน่อยแล้วกันไม่รู้กลิ่นเหม็นนี่มาจากไหน” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปเปิดประตูระเบียงเอาไว้ เท่านั้นยังไม่พอเขายังเดินไปเปิดหน้าต่างทุกห้องในคอนโดของเขา

    “ห้องนอนก็มีกลิ่นบ้าน่า ก่อนซาร่าจะกลับมาเรายังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย หรือว่าเป็นกลิ่นจากห้องข้างบน ข้างล่าง หรือห้องข้างๆสงสัยต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดูหน่อยแล้วว่าเพื่อนบ้านเราเอาตัวอะไรมาเลี้ยงแล้วตายหรือเปล่าเพราะกลิ่นนี่ยังกับกลิ่นซากศพ” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเดินออกจากห้องและลงมาด้านล่าง

    “นี่คุณเจ้าหน้าที่ครับ” สตีฟเดินมาข้างล่างคอนโดซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของคอนโดนั่งทำงานอยู่

    “อ๊ะคุณสตีฟนี่เองมีอะไรเหรอคะ” เจ้าหน้าที่ของคอนโดถาม

    “ช่วยตรวจดูห้องข้างๆผม ข้างบนและข้างล่างให้หน่อยสิครับว่ามีใครเอาตัวอะไรมาเลี้ยงแล้วตายหรือเปล่า เพราะผมได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยฟุ้งไปถึงห้องผมเลย” สตีฟพูด

    “เอ๋...เป็นไปได้ด้วยเหรอคะในเมื่อ....”

    “เอาเป็นว่าช่วยดูให้หน่อยนะครับ ผมต้องรีบไปซุปเปอร์ก่อนเดี๋ยวเลม่อนจะหมดเสียก่อน” สตีฟไม่ฟังสิ่งที่เจ้าหน้าที่จะบอกเขาแค่ต้องการให้ไปตรวจสอบดูเท่านั้น

    “กลิ่นไม่พึงประสงค์จากชั้นที่คุณสตีฟอยู่งั้นเหรอจะเป็นไปได้ยังไงก็ในเมื่อห้องแต่ละห้องนั้นบุด้วยวัสดุอย่างดี กันกลิ่น กันเสียง คอนโดนี้เปิดมาตั้งแต่ก่อนจะเข้ายุคสัตว์กลายพันธ์อีกนะ เรายังไม่เจอปัญหานี้เลย ยังไงก็ลองขึ้นไปตรวจดูหน่อยแล้วกันเผื่อมีนกหรือหนูตายอยู่ที่ห้องไหนสักห้อง” เจ้าหน้าที่สาวพูดอย่างมึนงงก่อนจะลองไปตรวจดูตามที่สตีฟบอก

    ทางด้านซาร่า

    “ก็อย่างที่เล่าไปนั่นล่ะค่ะอาจารย์วินเซนต์ คุณคิดว่าอย่างไรบ้างคะ” ซาร่ายืนอยู่บนดาดฟ้าของคอนโดจริงๆเธอไม่ได้ไปไหนไกลเลยเธอแค่เหาะออกมาและขึ้นมาโทรศัพท์ไปหาอาจารย์วินเซนต์อาจารย์ประจำห้องพยาบาลของโรงเรียนของเธอก็เท่านั้น

    “อืม...จากอาการที่คุณเล่าผมคิดว่าคุณสตีฟเขาน่าจะแพ้ท้องแทนเมียครับ” วินเซนต์คิดวิเคราะห์ตามที่ซาร่าเล่าก่อนจะตอบอาการที่เป็นไปได้มากที่สุดที่สตีฟกำลังประสบ

    “แพ้ท้องแทนเมีย !!!!” ซาร่าอุทานเสียงดังเธอเคยได้ยินมาเหมือนกันว่ามีสามีภรรยาบางคู่ ที่สามีจะมีอาการแพ้ท้องแทนเมีย

    “ใช่ครับผมคิดว่าคุณสตีฟน่าจะกำลังแพ้ท้องแทนเมียอยู่เพราะในช่วงนี้คุณควรจะมีอาการแพ้ท้องได้แล้ว แต่จากที่เห็นที่โรงเรียนคุณไม่มีอาการอะไรเลย” วินเซนต์พูดซาร่าที่ได้ยินดังนั้นก็อ้าปากค้างไปเลยเธอนึกไม่ถึงว่าสตีฟจะแพ้ท้องแทนเธอ

    จบ...