“ฉัน……”
ใบหน้าของเหล่ยเหยียนดูงงงวย ที่ด้านหลังของเขาก็มีธนูที่เป็นอาวุธสำรอง และเขาตีหน้าเศร้าและพูดทันทีว่า “นี่มันหมูป่าเลเวล 39 ชัดๆ เธอพูดได้ยังไงว่ามันคือสัตว์เลี้ยงของเธอ นอกจากนี้ ระบบสัตว์เลี้ยงก็ยังไม่เปิดให้ใช้งาน”
“ฉันไม่สน มันคือสัตว์เลี้ยงของฉัน มันชื่อว่าเสี่ยวเฮย” ถังหยุนยืนกรานหนักแน่น
เฟยเยว่มีเส้นสีดำปูดขึ้นบนหัว เธอกระแอมออกมาเบาๆและพูดว่า “ไม่ต้องพูดถึงระบบสัตว์เลี้ยงที่ยังไม่เปิดให้ใช้งาน ถึงแม้จะเปิดให้ใช้งานแล้วก็ตาม แต่ชื่อของหมูป่าตัวนี้ก็ยังไม่มีไอดีเจ้าของเลย ทิรามิสุคนสวย นี่เธอ……เธอทำเกินไปแล้ว!”
ถังหยุนหันหลังให้ผม รูปร่างของเธอดูเพรียวบางและสง่างาม เธอพูดขึ้นว่า “สัตว์เลี้ยงที่แท้จริง ขอแค่ให้ความรักมันแล้วก็เต็มใจที่จะใช้เวลาร่วมกันกับมันก็เพียงพอแล้ว จะมายึดติดกับสัญญาอะไรกัน ฉันรู้จักเสี่ยวเฮยมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว มันเอาแต่ตามติดฉันอยู่ข้างหลังตลอดเวลาเลย ฉันคิดว่ามัน... วางใจต่อฉันมาก มันจะต้องจำฉันเป็นเจ้านายได้อยู่แล้ว……ความรักระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้านายของพวกเรามันเกินขีดจำกัดสัญญาของระบบไปแล้ว”
เฟยเยว่ส่ายหน้า “ที่แท้จอมเวทที่ถูกฝูงหมูป่าวิ่งไล่ไปทั่วบนเขานั่นคือเธอเองเหรอ...”
ถังหยุนเผยรอยยิ้มน้อยๆ “ถูกต้อง”
เหล่ยเหยียนดูสิ้นหวังและพูดว่า “แต่ฉันไม่ได้ฆ่าสัตว์เลี้ยงของเธอจริงๆนะ อีกอย่างเธอใช้สัตว์เลี้ยงเป็นข้ออ้างในการข่มเหงทีมอื่น แบบนี้ยังน่าละอายใจมากกว่าจินซีเหอซีอีก เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้ บอส ตัดสินใจได้เลย”
เฟยเยว่ขมวดคิ้ว “เอาล่ะ... ทุกคนก็เป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายๆอยู่แล้ว ฉันจะพูดตรงๆเลยก็แล้วกัน ทิรามิสุคนสวย หมูป่าของเธอฉันคงชดเชยให้ไม่ได้จริงๆ”
ขณะนั้นเองถังหยุนยกมือขึ้น เปลวไฟที่โหมกระหน่ำเผาร่างหมูป่าไปทันที เธอยกยิ้มบางๆและพูดปลอบใจตัวเองว่า “ไม่เป็นไร มันได้พักผ่อนอย่างสงบแล้ว ขอเพียงแค่พวกนายยอมร่วมทีมกับฉันก็พอ”
มุมปากของเฟยเยว่กระตุกและหันมองมาที่ผมอีกครั้ง “จินซีเหอซี นายคิดว่าอย่างไร?”
ผมกระแอมเบาๆ “การได้มารวมตัวกันวันนี้นับว่าเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต รางวัลของเฟิร์สคิลนอกจากจะเป็นของผู้ที่ลงมือฆ่ามันโดยตรงแล้ว สมาชิกในทีมก็ยังได้รางวัลอีกด้วย ในเมื่อทีมเฟยเยว่ฉีซือถวนมีสมาชิกอยู่ที่นี่แค่ 3 คน ทำไมพวกเราไม่ร่วมมือกันเพื่อฆ่าบอสตัวนี้ การลงมือจะต้องทำอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นก็คงมีโอกาสสูงที่จะถูกคนอื่นแย่งเฟิร์สคิลไปก่อนแน่ ”
เฟยเยว่พยักหน้า “คำพูดนายชัดเจนดี เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ทีมฉันมีนักจิตวิญญาณ 1 อัศวิน 1 แล้วก็ยังมีนางฟ้าพเนจรอีก 1 ส่วนพวกนาย 2 คนก็อยู่ทีมเดียวกัน พลังเปลวเพลิงของทิรามิสุเป็นอันดับหนึ่งในสายอาชีพนี้อยู่แล้ว ส่วนเลเวลของจินซีเหอซีก็อยู่ในระดับสูง มีภูมิคุ้มกันต่อบอสก็สูงเช่นกัน ดังนั้นนายเป็นแทงค์หลัก ส่วนเหล่ยเหยียนก็เป็นแทงค์รอง ร่วมมือกัน เราจะต้องคว้าเฟิร์สคิลมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนใครจะเป็นคนฆ่าบอสได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา เป็นอย่างไร?”
“ได้” ผมพยักหน้ารับ
ทิรามิสุถือคทาไว้ในมือ เมื่อลมพัดผ่าน กระโปรงก็ลอยขึ้นจึงเผยให้เห็นเรียวขายาวและขาวราวกับหิมะจนทำเอาใจคนสั่นไหวไปทันที และจากนั้นเธอที่กะพริบตาขึ้นจึงพูดว่า “ได้ งั้นเฟิร์สคิลก็แล้วแต่โชคชะตาของใครก็แล้วกัน ยุติธรรมดี”
ขณะที่น้องสาว ‘เซี่ยหยวี่’ นางฟ้าพเนจรจากทีมเฟยเยว่ฉีซือถวนก็ได้ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความประหลาดใจ
ผมที่เดินเข้าไปหา ในขณะที่โดนลากเข้าไปในทีมแล้ว ถามขึ้นว่า “เซี่ยหยวี่ ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”
เธอพยักหน้าและพูดว่า “ฉันคิดว่า……พวกเราทุกคนต่างก็เป็นคนที่มีคุณภาพ เพื่อเฟิร์สคิลไม่มีการสู้กันเพื่อแก่งแย่งที่และทำตัวแบบคนมีอารยะ บอส เฟยเยว่ฉีซือถวนของพวกเราเชื่อมั่นที่จะสร้างกิลด์อัศวินอันดับ 1 ประเทศ นั่นยังคงไม่เปลี่ยนไปใช่ไหม?”
เฟยเยว่รู้สึกพูดไม่ออก “โดยหลักๆแล้ว... โอกาสนั้นมีไม่มากนัก ทิรามิสุคนสวย เธอได้เผ่าลับครึ่งมังกรที่ช่วยเพิ่มความเสียหายของพลังเวทธรรมชาติเพิ่มขึ้น30% เมื่อรวมเข้ากับคทาวิญญาณที่อยู่ในมือก็ยังเพิ่มความเสียหายจากเวทย์มนตร์ไฟได้ไม่น้อยด้วย นอกจากนี้เธอก็ยังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผลผลิดที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองจิ่นโจว ส่วนจินซีเหอซีก็คงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว มือมีดอันดับ 1 ในรายการชื่อแดง คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากหรอกนะ”
ถังหยุนยิ้มบางๆ “ประธานเฟยเยว่ ใจกว้างดั่งมหาสมุทร สาวน้อยตัวเล็กๆอย่างฉันไม่อาจเทียบได้เลย...”
“พอเถอะน่า แต่ครั้งหน้าก็อย่าเอาหมูป่ามาเป็นสัตวเลี้ยงอีกล่ะ...”
ผมชักดาบพิรุณดาราออกมาแล้วพูดว่า “เอาล่ะ เตรียมตัวเปิดมอนฯแล้วหรือยัง? ทิรามิสุเป็นคนเปิดมอน ฉันจะเข้าชาร์จสกัดกั้นและล็อคความเกลียดชังเอาไว้เอง ส่วนนางฟ้าพเนจร เธอโฟกัสแค่ปริมาณเลือดของฉันก็พอ”
“อื้ม”
ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน
ถังหยุนกำลังจะทำการเปิดมอนฯแล้ว ขณะที่ทุกคนก็กำลังจับจ้องไปที่เธอด้วยความอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ที่แข่งขันกับเฟยเยว่แย่งชิงบัลลังก์อันดับ 1 ในรายการจัดอันดับเลเวลของเมืองจิ่นโจวมาโดยตลอดจะมีความสามารถแค่ไหน
เวลานี้ผมเห็นเธอเพียงแค่เหยียบย่ำพื้นเบาๆ เสียง “ฟู่” เปลวไฟลุกโชนขึ้นมา เปลวเพลิงที่พุ่งขึ้นโหมกระหน่ำในอากาศ จากนั้นจึงโอบล้อมเรียวแขนซ้ายสีชมพูอย่างต่อเนื่องและมีเสียงคำรามของมังกรที่แผ่วเบา ในชั่วพริบตา เปลวเพลิงก็เคลื่อนไปมาระหว่างนิ้วที่ขาวราวกับหยก รวมตัวกันเป็นมังกรเพลิง แถบการร่ายเวทยาวมาก อีกทั้งเมื่อรวมกับเอฟเฟกต์ร้องเพลงที่เพิ่มเข้ามา ทำให้น้ำเสียงของถังหยุนช่างอ่อนหวาน อ่อนโยน ทั้งยังแจ่มแจ้งจนหาที่เปรียบไม่ได้——
“จงตื่นขึ้นมา เปลวไฟแห่งการดับสูญ!”
“ตู้มมมมม!”
แจ้งเตือนการต่อสู้:ทิรามิสุ สมาชิกทีมของคุณได้ใช้ทักษะ【ระบำมังกรไฟ】สร้างความเสียหาย 3024 แต้มต่อ 【ปีศาจจักจั่นสีทอง】แล้ว!!
......
“นี่มัน***อะไรเนี่ย......”
ในใจของผมสบถคำหยาบคายออกมาทันที นี่มันสกิลอะไรกัน มันรุนแรงเกินไปรึเปล่า?
สีหน้าของเฟยเยว่ก็ดูไม่ดีขึ้นมาเล็กน้อย “เวทระดับ A เวลาร่าย 2.5 วินาที แต่ความเสียหายที่ทำได้นี่ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ......”
“ฉันเอง!”
ผมทำการเรียกใช้สกิลชาร์จเข้าใส่ทันที ในขณะที่ปีศาจจักจั่นสีทองพุ่งเข้าใส่ถังหยุนก็ต้องหยุดลงครึ่งทาง เลเวลของผมกับบอสห่างกันเพียงแค่ 3 เลเวลเท่านั้น อัตราความสำเร็จของสกิลจึงแทบจะเป็น 100% พอมันหยุดชะงักแล้ว ก็ทำการเข้าโจมตี แต่ก็ไม่ได้ใช้เบิกฟ้าสยบมาร ในขณะเดียวกันเอฟเฟกต์ของพายุสงครามสกิลติดตัวก็ถูกปิดเอาไว้ ยอมสู้มอนสเตอร์ไปช้าๆดีกว่าจะเผยไพ่ในมือทั้งหมดในคราวเดียว ไม่อย่างนั้น ทุกคนก็คงสามารถเดาได้ว่าคนที่คิดค้นเบิกฟ้าสยบมารขึ้น นั่นก็คือผม
อย่างไรก็ตาม ด้วยการโจมตีสองคอมโบ+สกิลยั่วยุ จึงสามารถดึงค่าความเกลียดชังของบอสเอาไว้ได้
ที่ด้านหลังเขา เฟยเยว่กับถังหยุนก็เปิดฉากจู่โจมออกไปพร้อมกันด้วยสกิลไฟและสกิลน้ำแข็งกระแทกเข้าใส่ร่างของบอสอย่างดุเดือด นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้เห็นการฆ่ามอนสเตอร์ที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ที่ผมเข้าสู่สกายโร้ดมาเลย บอสระดับเงินที่มีพลังเลือดสูงถึง 100000 แต้ม ภายในครึ่งนาทีเลือดก็ลดลงไปกว่าครึ่งหลอด ปีศาจจักจั่นสีทองพ่นพิษออกมา เซี่ยหยวี่ก็ได้เพิ่มเลือดเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับผมที่หนีบยาฟื้นเลือดระดับ 3 อยู่ในมือตลอดเวลา ฉะนั้น อันตรายจึงไม่ได้มากมายอะไรนัก
และเมื่อเลือดของบอสเหลือเพียง 5,000 แต้มนั้น ทุกคนจึงพร้อมใจกันหยุดมือทันที
เจ้าแผนการกันจริงๆ!
โดยไม่รอช้า ถังหยุนจึงร่ายเวทขึ้นมาอีกครั้ง “จงตื่นขึ้นมา เปลวไฟแห่งการดับสูญ!”
ส่วนเฟยเยว่ก็ใช้สกิลไพโรบลาสกับสกิลไฟร์บอลออกไป 2 ครั้งติดต่อกันทันที และแม้แต่เหล่ยเหยียนที่ยั้งรอมาเป็นเวลานาน สกิลทั้งสามก็ถูกใช้ในทันที โบลวสไตรค์+เฮฟวี่สแลช+ดาบสองคม ถูกใช้ออกมาพร้อมกัน
ในช่วงเวลานี้เอง หัวใจของผมก็รู้สึกได้ถึงความบ้าคลั่ง ขณะที่ผมก็แอบตะโกนขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจทันทีว่า ‘ได้เวลาโชว์ของแล้ว!’
เบิกฟ้าสยบมาร!
ภายใต้การปกคลุมของน้ำแข็งและเปลวไฟ กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารห้าคอมโบก็ถูกใช้งานพร้อมทั้งเพิ่มสกิลดาบสองคมเข้าไป จึงกลายเป็นคอมโบการโจมตีหกครั้งซ้อน ตัวเลขความเสียหายเด้งออกมาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนจะคว้าบอสได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโชคชะตา!
……
“วี่ วี่~~~”
ปีศาจจักจั่นสีทองที่ส่งเสียงร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้าย!
และขณะเดียวกัน เสียงกริ่งจากระบบก็ดังก้องในท้องฟ้าทันที——
“ดิ้งง~!”
ประกาศจากระบบ :ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 【จินซีเหอซี】ที่ประสบความสำเร็จในการสังหารปีศาจจักจั่นสีทองและเฟิร์สคิลบอสระดับเงินได้สำเร็จ ได้รับรางวัล ค่าความสำเร็จพิเศษ +3 , ค่าความโชคดี +2 , เหรียญทอง +1000 เหรียญ ค่าชื่อเสียง +50 และสมาชิกคนอื่นในทีมได้รับ ค่าความสำเร็จพิเศษ +2 , ค่าความโชคดี +1 , เหรียญทอง +500 เหรียญ ค่าชื่อเสียง +20!
สำเร็จแล้ว คว้าเอาไว้ได้สำเร็จ!
ผมรู้สึกดีใจมาก และในขณะเดียวกัน ผมก็ตื่นตัวมากและไม่ลดความระมัดระวังลงเลย ด้วยเพราะในท้ายที่สุดแล้วเหล่ยเหยียนก็ยืนอยู่ข้างผม อีกทั้งการโจมตีเพียงสกิลเดียวของเฟยเยว่ก็เกือบฆ่าผมได้ในทันที
ปีศาจจักจั่นสีทองดรอปไอเทมออกมาจำนวนหนึ่ง ผมที่ไม่แม้แต่จะมองจึงหันหลังเดินออกมาพร้อมทั้งพูดขึ้นว่า “รางวัลเป็นของพวกเธอ ฉันต้องการแค่ค่าความสำเร็จพิเศษกับค่าความโชคดีเท่านั้น”
เฟยเยว่ เหล่ยเหยียนและคนอื่นๆไม่ได้สนใจผมเลย เดาว่าตอนนี้พวกเขาคงจมอยู่กับความโศกเศร้า
หลังจากที่ผมควบลาป่าพุ่งทะยานไปกว่า 1,000 หลาและเกือบจะออกจากทะเลป่าสนแล้วนั้น ด้านหลังก็ปรากฏเงาร่างหนึ่งที่กำลังไล่ตามผมมา ขณะที่ถัดออกไปของด้านหลังนั่นก็ยังมีมอนสเตอร์หลายตัวตามไล่กวดมาติดๆ……เป็น ‘ถังหยุน’ นั่นเองที่วิ่งตามมาอย่างกระหืดกระหอบ และเมื่อเธอทิ้งระยะห่างไปได้พอสมควร มอนสเตอร์พวกนั้นจึงได้ถอยกลับไป ทว่าเธอเองก็ถูกกัดจนเลือดออก ทันใดนั้นใบหน้าที่งดงามนั้นจึงแดงระเรื่อขึ้น
“จินซีเหอซี!” เธอตะโกนเรียกชื่อผมจากในระยะไกล
“หืม?”
ผมที่กระตุกลาป่าให้หันกลับไปจึงถามเธอว่า “มีอะไรเหรอ?”
ดวงตาคู่งามของเธอมองมาที่ผมราวกับว่าต้องการจะพูดอะไร ทว่าคำพูดนั้นกลับถูกหยุดไว้ และหลังจากนั้นไม่นานเธอจึงพูดขึ้นมาว่า “นายช่วยฉันทำภารกิจหน่อยได้ไหม ฉันมาที่แผนที่นี้ก็เพื่อภารกิจนั้น แต่ว่าฉันทำคนเดียวไม่ได้ ฉันต้องการคนช่วย”
“เอ่อ……”
ผมลังเลนิดหน่อย ที่จริงแล้วตอนนี้ผมก็ยังติดชื่อแดงอยู่ ถ้าไปปรากฎตัวอยู่ที่ไหนเข้าคงไม่ดีแน่
“ไม่ยากหรอกนะ”
ขณะที่สายลมพัดไปอย่างเอื่อยเฉื่อยนั้น เส้นผมของถังหยุนที่ต้องไปกับสายลมจึงเผยให้เห็นเขามังกรที่งดงามนั้นขึ้นมาทันตา เขามังกรนี้เป็นสัญลักษณ์ของเผ่าครึ่งมังกร ทว่ามันก็แทบจะไม่ได้มีผลต่อความงดงามของเธอเลย ในทางกลับกันนี่เป็นเสน่ห์ที่ให้ความรู้สึกดุร้ายเล็กน้อย อีกทั้งเครื่องประดับรูปหมีมัฟฟินที่ติดอยู่กับเส้นผมของเธอก็ยังให้ความรู้สึกขี้เล่นและน่ารักเช่นกัน
ผมที่กางมือและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เธอเองก็รู้ว่าฉันเป็นคนของทีมเทียนเสวี่ยน”
“รู้สิ”
เธอยิ้มบางในหน้า “รางวัลของภารกิจคือ 800เหรียญทอง แค่นายยอมช่วยฉัน ภารกิจก็น่าจะสำเร็จภายใน 1 ชั่วโมง”
“ได้”
หัวใจของผมสั่นไหวขึ้นมาทันที 1 ชั่วโมง 800 หยวน นับเป็นการหาเงินที่รวดเร็วดีจริงๆ
“ถ้างั้นก็เข้าทีมเถอะ”
ทันทีที่ถังหยุนสร้างทีมเสร็จจึงลากผมเข้าทีมไปด้วยทันที และขณะที่เธอโบกมือขึ้นมาเบาๆจึงพูดว่า “มากับฉันสิ”
……
แผนที่ภารกิจไม่ไกลเท่าไหร่ ซึ่งก็อยู่ทางทิศเหนือของทะเลป่าสน บนเทือกเขาสีดำที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันไปนั้น ถังหยุนเดินอยู่ด้านหน้าพร้อมกับไฟร์บอลลูกแล้วลูกเล่าที่ถูกปล่อยออกมา ไฟร์บอล 1 ลูกกับไพโรบลาส โจมตี 2 ครั้งติดนี้แทบจะสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 3,000 แต้มเลยทีเดียว มันรุนแรงมาก อีกทั้งเมื่อมีคริติคอลปรากฏออกมาด้วย การโจมตีภายใน 1 วินาที สร้างความเสียหายได้มากกว่า 5,000 แต้มเลยทีเดียว เรียกได้ว่าน่ากลัวมาก
ขณะที่ผมก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะควบลาเดินไปอยู่ข้างๆเธอ ด้วยเพราะหากมีมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมาผมจะเข้าชาร์จโจมตีมันได้ทันที
หลังจากที่ผมสังหารลิงป่าไปได้หลายสิบตัวนั้น ถังหยุนมองกลับมาที่ผมด้วยดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายไปด้วยความสดใสนั้น ขณะที่เธอส่งยิ้มให้ผมจึงพูดขึ้นมาทันทีว่า “นายมีคุณสมบัติเป็นคนคุ้มกันที่ดีได้จริงๆ”
ผมตกตะลึง นี่เป็นคำพูดแบบไหนกัน?
ขณะที่ผมมองไปยังเครื่องประดับบนเส้นผมของเธอก็ไม่วายอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “ทิรามิสุ เครื่องประดับผมรูปหมีมัฟฟินชิ้นนั้นเป็นเครื่องประดับหรือว่าหนึ่งในไอเทมที่มีคุณสมบัติพิเศษงั้นเหรอ?”
“เครื่องประดับเฉยๆน่ะ”
เธอยิ้มและพูดว่า “ก็แค่ฉันเข้าสู่เกมได้ค่อนข้างเร็วน่ะ อีกทั้งยังเป็นผู้เล่นที่เข้าสู่หมู่บ้านเริ่มต้นได้ 10 อันดับแรกด้วย ดังนั้น ระบบก็เลยให้เครื่องประดับผมชิ้นนี้เป็นรางวัล ฉันคิดว่ามันสวยดี ก็เลยเอามาติดผมไว้ตลอด”
“……”
ผมที่ชำเลืองตามองไปยังคทาในมือของเธออีกครั้ง มันชัดเจนมาก นี่คือคทาวิญญาณ ที่ “เสี่ยวมู่ซือ” นางฟ้าพเนจรมาแลกกับผม ทว่าผมก็ไม่ได้ถามอะไรเธอมาก เพราะในท้ายที่สุดแล้วถ้าพูดมากไป ผมกลัวว่าเธอจะเดาออกว่าผมเป็นใคร